<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108874</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 22:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยียวยา‘ม.33’4กิจการปล่อยกู้ร้านอาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.ไฟเขียว 2.5 พันล้านบาทเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ในเขต กทม.และปริมณฑลรวม 6 จังหวัด พร้อมเคาะมาตรการสินเชื่ออิ่มใจ &amp;nbsp;สั่งออมสินปล่อยกู้ 2 พันล้านอุ้มร้านอาหาร-เครื่องดื่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นายอนุชา &amp;nbsp;บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมอนุมัติโครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (จังหวัดนครปฐม, &amp;nbsp;นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ และสมุทรสาคร) &amp;nbsp;กรอบวงเงินจำนวน 2,519.38 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ได้แก่ นายจ้างและผู้ประกันตน มาตรา 33 ใน 4 ประเภทกิจการ ได้แก่ กิจการก่อสร้าง, &amp;nbsp;กิจการที่พักแรมและบริการด้านอาหาร, กิจการศิลปะ &amp;nbsp;ความบันเทิงและนันทนาการ และกิจการกิจกรรมการบริการด้านอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ ดังนี้ 1.นายจ้างที่อยู่ในฐานข้อมูลประกันสังคม ณ วันที่ 28 มิ.ย. 64 หรือนายจ้างที่ขึ้นทะเบียนใหม่ตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.- 30 ก.ค.64 จำนวน 41,940 ราย โดยจะได้รับเงินเยียวยาในอัตรา 3,000 บาทต่อลูกจ้างหนึ่งคน สูงสุดไม่เกิน 200 คนต่อแห่ง 2.ผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน &amp;nbsp;663,916 ราย จะได้รับเงินเยียวยาในอัตรา 2,000 &amp;nbsp;บาทต่อคน ทั้งนี้ กรณีที่ผู้ประกันตนทำงานกับนายจ้างมากกว่า 1 ราย ให้มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาเพียงครั้งเดียวในอัตรา 2,000 บาท &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับวิธีการจ่ายเงินเยียวยานั้น กรณีบุคคลธรรมดาและผู้ประกันตนมาตรา 33 จะโอนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ &amp;nbsp;เฉพาะการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน กรณีนายจ้างที่เป็นนิติบุคคล สำนักงานประกันสังคมจะโอนเข้าบัญชีเงินฝากตามที่นายจ้างแจ้ง หรือตามวิธีการอื่นๆ ที่กระทรวงแรงงานกำหนด โดยเริ่มโอนเงินเยียวยาครั้งแรกภายในวันที่ 23 ก.ค.64 และโอนเงินซ้ำทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1 &amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังมอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมเร่งลงทะเบียนนายจ้าง และให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตรวจสอบนิติสัมพันธ์ความเป็นนายจ้างลูกจ้างของนายจ้างที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคมรายใหม่ในช่วงวันที่ 29 มิ.ย.-30 ก.ค.64&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการสินเชื่ออิ่มใจ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือเครื่องดื่มที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่ โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญ คือ ผู้ประกอบการร้านอาหารหรือเครื่องดื่มที่เป็นร้านจำหน่ายแบบถาวร เช่น ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า, &amp;nbsp;ร้านอาหารที่เปิดในห้องแถวหรืออาคารพาณิชย์, ภัตตาคาร, ร้านที่มีลักษณะเป็นบูธ เป็นต้น ซึ่งไม่ใช่เป็นร้านแบบเคลื่อนที่ได้ เช่น หาบเร่, แผงลอย, รถเข็น เป็นต้น ที่มีรายได้ลดลง ให้มีสภาพคล่องเพียงพอ ลดการพึ่งพาสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงหรือสินเชื่อนอกระบบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักเกณฑ์โครงการคือ ธนาคารออมสินสนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 2,000 ล้านบาท วงเงินสินเชื่อต่อรายสูงสุด 100,000 บาท โดยไม่ต้องมีหลักประกัน คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.99 ต่อปี ระยะเวลากู้ไม่เกิน 5 ปี &amp;nbsp;ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 งวดแรก และขยายระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องไม่เกิน 5 ปี ทั้งนี้ รัฐบาลชดเชยความเสียหายที่เกิดจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ไม่เกินร้อยละ &amp;nbsp;50 ของสินเชื่อที่อนุมัติทั้งหมด 2,000 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินจะเริ่มดำเนินการให้บริการสินเชื่อจนถึงอนุมัติเต็มวงเงินสินเชื่อ หรือถึงวันที่ 31 ธ.ค.64 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดโครงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวคาดว่า มาตรการสินเชื่ออิ่มใจจะช่วยเหลือผู้ประกอบร้านอาหารและเครื่องดื่มได้ไม่น้อยกว่า &amp;nbsp;40,000 ราย เฉลี่ยรายละ 50,000 บาท ซึ่งช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการจากที่ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงใช้บริการภายในร้าน หรือเปลี่ยนพฤติกรรมจากการนั่งรับประทานอาหารที่ร้านเป็นการซื้ออาหารกลับ รวมทั้งที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมแบบบูรณาการเร่งด่วน ที่กำหนดให้ร้านอาหารหรือเครื่องดื่มเปิดดำเนินการเฉพาะนำกลับไปบริโภคที่อื่นให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และป้องกันความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารหรือเครื่องดื่มที่เป็นร้านแบบเคลื่อนที่ได้ เช่น หาบเร่, แผงลอย, รถเข็น เป็นต้น สามารถเข้าร่วมมาตรการสินเชื่อผ่อนปรนของรัฐบาลที่มีอยู่ ได้แก่ มาตรการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 โดยธนาคารออมสินสนับสนุนสินเชื่อวงเงิน &amp;nbsp;10,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ย 0.35% ต่อเดือน &amp;nbsp;ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือนแรก รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 31 ธ.ค.64 หรือโครงการอื่นๆ ที่ธนาคารออมสินดำเนินการเอง เช่น สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน, สินเชื่อ Street Food &amp;nbsp;เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา กลุ่มสมาพันธ์ผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิงแห่งประเทศไทย นำโดยนายนนทเดช &amp;nbsp;บูรณะสิทธิพร ตัวแทนชมรมผู้ประกอบการสถานบันเทิง &amp;nbsp;ผับ บาร์ และนายธัญญ์นิธิ ปภัสสุรีย์โชติ ตัวแทนชมรมคนดนตรีแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยศิลปินนักร้องหลากหลายวง อาทิ วงไททศมิตร, ทรีแมนดาวน์ (Three Man &amp;nbsp;Down), Klear, Safeplanet, เอ้ The Voice ยื่นหนังสือถึง นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) &amp;nbsp;ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย &amp;nbsp;การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอมาตรการผ่อนปรนและมาตรการเยียวยาให้กลุ่มผู้ประกอบอาชีพธุรกิจกลางคืนและธุรกิจบันเทิงที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108874</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ครม.ไฟเขียว 2.5 พันล้าน, ปริมณฑล, ผู้ประกันตนมาตรา 33, สั่งออมสินปล่อยกู้ 2 พันล้าน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยานายจ้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd34d85c471.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุงตู่ถ่วงวอล์กอิน! เด็กภท.ของขึ้นซัดชาติหน้าก็ทำไม่ได้/สั่งผู้ว่าฯปูพรมฉีด7มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เอาใจผู้ประกันตนมาตรา 33 ยันต้น&amp;nbsp; มิ.ย.ตะลุยฉีดวัคซีน &amp;ldquo;กทม.&amp;rdquo; เป็นพื้นที่หลักมี 45 จุด ส่วน 9&amp;nbsp; จังหวัดเศรษฐกิจมี 22 จุด คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติร่อนหนังสือถึง ผวจ.ทุกจังหวัด สั่งปูพรมดีเดย์แทงเข็ม 7&amp;nbsp; มิ.ย. &amp;ldquo;เด็กภูมิใจไทย&amp;rdquo; ของขึ้นจวกลุงตู่ แค่วอล์กอินยังแก้ไม่ได้แล้วเป้า 50 ล้านคนจะไหวหรือ &amp;ldquo;เสกสกล&amp;rdquo; ตบปากทันควัน เป็นพรรคร่วมรัฐบาลแต่ไม่ให้เกียรติ &amp;quot;โฆษก พปชร.&amp;quot; อัดซ้ำน่าจะเข้าใจหัวอกคนทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 17.27 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้โพสต์บนเพจประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha ถึงเรื่องการฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 ว่า เป็นกลุ่มแรงงานที่มีความสำคัญกลุ่มหนึ่ง&amp;nbsp; เป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีอาชีพต้องสัมผัส ต้องเจอคนจำนวนมาก&amp;nbsp; อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญของระบบเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp; การเตรียมฉีดวัคซีนให้กลุ่มผู้ประกันตนนี้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง และภาคเอกชน&amp;nbsp; โดยจะพร้อมฉีดตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนนี้
พล.อ.ประยุทธ์โพสต์อีกว่า ได้กำชับให้ทำการฉีดให้ต่อเนื่องและรวดเร็วที่สุด เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมการผลิตและภาคบริการฟื้นตัวได้โดยเร็ว สำหรับแนวทางการกระจายวัคซีนมีดังนี้ 1.สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน&amp;nbsp; ร่วมมือกับภาคเอกชน และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในการดำเนินการ โดยกลุ่มผู้ประกันตนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วยในกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง จะให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวได้ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อมไปแล้ว 2.สำนักงานประกันสังคมจะประสานกับนายจ้างของแต่ละบริษัทให้ส่งข้อมูลลูกจ้างที่จะฉีดวัคซีน เพื่อทำการจัดสรรเวลาการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ประกันตน โดยระยะแรกจะเน้นการฉีดวัคซีนสำหรับผู้ประกันตนใน กทม. และระยะถัดไปจะเร่งฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ประกันตนใน 9 จังหวัดเศรษฐกิจ จากนั้นจะฉีดวัคซีนให้ผู้ประกันตนในจังหวัดที่เหลือต่อไป ที่สำคัญคือ จำนวนวัคซีนต้องเพียงพอกับจำนวนคน หากไม่ได้ทั้งหมดก็จะจัดสรรทยอยให้ตามลำดับความเร่งด่วน
&amp;ldquo;3.การฉีดวัคซีนใน กทม.นั้นจะมีจุดฉีดวัคซีน 45 แห่ง&amp;nbsp; และจุดฉีดวัคซีนใน 9 จังหวัดเศรษฐกิจอีก 22 แห่ง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนวาระแห่งชาติ เรื่องการฉีดวัคซีน ผู้ประกันตนทุกคนต้องได้รับการฉีดวัคซีนที่จะทั้งป้องกันโรคให้ตนเอง คนรอบข้าง และผู้เข้ามารับบริการ เพื่อให้กิจการและเศรษฐกิจเดินหน้าต่อได้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้ทำหนังสือด่วนที่สุด เรื่องแจ้งแนวทางให้บริการวัคซีนโควิด-19 แบบปูพรมทั่วประเทศถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด โดยระบุว่า&amp;nbsp; ตามที่ สธ.ได้มีนโยบายให้ทุกคนในประเทศไทยได้รับวัคซีนเพื่อป้องกันโรคโควิด-19 ตามความสมัครใจครอบคลุมอย่างน้อย 70% ของประชากร กรมควบคุมโรคในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติพิจารณาแล้วขอให้ดำเนินการดังนี้ 1.เตรียมความพร้อมจุดให้บริการวัคซีนทั้งในและนอกโรงพยาบาล 2.กำหนดช่องทางการลงทะเบียนและการเข้ารับวัคซีน 3 ช่องทาง ดังนี้ จองผ่านแอปหมอพร้อม, นัดหมายผ่านสถานพยาบาล หรือ อสม. หรือผ่านองค์กร และลงทะเบียน ณ จุดฉีด ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด/กรุงเทพฯ สามารถพิจารณาปรับสัดส่วนได้ตามความเหมาะสม และ 3.จัดระบบการให้บริการฉีดวัคซีนสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น กลุ่มคณะทูตานุทูตและองค์กรระหว่างประเทศ กลุ่มชาวไทยที่จะขอรับวัคซีนก่อนไปศึกษาต่อ ทำงานในต่างประเทศ ทั้งนี้ ให้ฉีดวัคซีนตามแนวทางให้บริการวัคซีนโควิด-19 แบบปูพรมทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ระบาด พร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน 2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.แถลงว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้หารือถึงเรื่องสำคัญของการฉีดวัคซีน โดยนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศบค.เน้นย้ำว่า การฉีดวัคซีนถือเป็นวาระแห่งชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย 70% จะได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนประมาณเดือน&amp;nbsp; ธ.ค.64 ส่วนการกระจายวัคซีนและการบริหารจัดการว่าฉีดที่ไหน ลงทะเบียนอย่างไร ณ จุดใด ขอความร่วมมือประชาชนติดตามการรายงานของแต่ละพื้นที่ เพราะแต่ละจังหวัดได้รับการกระจายวัคซีนตามประชากรของแต่ละจังหวัด
&amp;ldquo;ส่วนของ กทม.ถือเป็นสิ่งที่น่ายินดี ที่ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนอาสาเข้ามาช่วยกันในการกระจายวัคซีน&amp;nbsp; โดยในวันที่ 20 พ.ค.นี้จะมีการประชุมหารือเพื่อหาข้อสรุป และประกาศให้ชาว กทม.ได้รับทราบว่าจะมีที่ไหนจุดใดประกาศให้ฉีดได้บ้าง และจะรับลงทะเบียนได้เมื่อไหร่ อย่างไร จะมีรายละเอียดมารายงานให้ทราบอย่างแน่นอน&amp;rdquo; พญ.อภิสมัยกล่าว
พญ.อภิสมัยกล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังพูดคุยถึงกลุ่มเสี่ยงบางส่วน เช่น บุคลากรขับขี่รถสาธารณะ โดย กทม.รายงานว่ามีตัวเลขที่มีประชาชนขับรถแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์มารับการฉีดวัคซีน แต่ยังไม่ทั่วถึง จึงจะพยายามทำให้เร็วที่สุด&amp;nbsp; รวมทั้งบุคลากรครู ซึ่งที่ ศบค.เน้นย้ำและห่วงประชาชนที่เป็นพนักงานขนส่งอาหาร ผู้ให้บริการร้านอาหาร ดังนั้นจะพิจารณากระจายวัคซีนลงไปให้ถึงบุคลากรเหล่านี้ด้วย และสิ่งที่นายกฯ ให้ความสำคัญและเป็นห่วงเป็นพิเศษ เนื่องจากตอนนี้พบว่ามีนักเรียนไทยเป็นจำนวนมากที่จะต้องเดินทางกลับไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ทั้งในส่วนของทุนรัฐบาล,&amp;nbsp; ก.พ.และในแต่ละจังหวัดได้ประสานไปแล้วว่า ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดนั้นติดตามบุคคลเหล่านี้ เพื่อจัดสรรให้ได้รับวัคซีนเพื่อให้สามารถกลับไปเรียนต่อได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างการวอล์กอินและออนไซต์ลงทะเบียนฉีดวัคซีนหน้างานตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า นายกฯ อยากให้มีการฉีดวัคซีนภายใต้แผนปกติที่นัดเข้ามาผ่านหมอพร้อมและลงทะเบียนก่อน โดย สธ.จะเก็บข้อมูลทำรายงานว่าแต่ละวันมีคนที่นัดเข้ามาฉีดกี่คน ไม่มากี่คน เหลือวัคซีนเท่าไร ซึ่งวัคซีนที่นำออกมาใช้แล้วเอากลับไปสต๊อกไม่ได้ ต้องใช้ให้หมด ดังนั้นคนที่นัดแล้วไม่มาและเหลือ คนที่รับผิดชอบจุดฉีดต้องเตรียมแผนสำรอง อาจเชิญประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนบริเวณนั้นมาฉีดวัคซีนที่เหลือนี้ ทั้งนี้ยอมรับว่าตนเองพูดเรื่องวอล์กอินเร็วไปนิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายภราดร ปริศนานันทกุล โฆษกพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp; (ภท.) โพสต์เฟซบุ๊กถึงวิธีจัดลำดับการวอล์กอินว่า ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากแม้แต่น้อย แค่กำหนดให้ชัดเจนว่ารับคิวไหน&amp;nbsp; จำนวนเท่าไร คนเขามาคิวเต็มแล้ว เขาก็กลับบ้าน มาวันอื่น เท่านั้น ไม่ใช่คิดแต่ทำไม่ได้ ชาติหน้าก็ทำไม่ได้ แค่คิดว่าทำได้ แล้วหาวิธีให้ทำได้ พรุ่งนี้มันก็ทำได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยก่อนหน้านี้นายภราดรยังโพสต์ว่า &amp;quot;หากยังมัวแต่ยึดติดกับหมอพ้ง หมอพร้อม ประชาชนจะติดโควิดกันหมด เข้าใจไหมลุง คนเขาบอกยังไม่รู้ฟัง ดื้อรั้น ถูลู่ถูกัง ทิฐิมานะสูง&amp;nbsp; เป้า 50 ล้านคน หากไม่อยากให้เป็นแค่ลมปาก ลุงหาวิธีอื่นมาอำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านเถอะ แทนที่จะช่วยทำให้มันไว คนเข้าถึงง่าย กลับเป็นตัวถ่วง และสร้างกำแพงให้คนเข้าถึงวัคซีนยา แล้วแบบนี้เป้า 50 ล้านคนลุงจะเสร็จเมื่อไร&amp;nbsp; รึว่าให้คนเขาสร้างภูมิกันเองด้วยการรับเชื้อโควิดกันทั้งประเทศ เห้ออออ #เพลียด่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ&amp;nbsp; ได้ออกมาตอบโต้นายภราดรว่า นายภราดรไม่ควรออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการฉีดวัคซีน ทั้งที่เป็น ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลก็น่าจะเข้าใจดีกว่าคนอื่นถึงการทำงานของนายกฯ&amp;nbsp; รัฐบาล และของกระทรวงสาธารณสุขที่รัฐมนตรีเป็นหัวหน้าพรรค ขณะเดียวกันประเทศต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย นายภราดรควรพูดช่วยนายกฯ รัฐบาล สร้างการรับรู้ให้ประชาชนถึงการทำงาน แต่ก็กลับทำตัวเป็นฝ่ายค้านออกมาโจมตีนายกฯ เช่นนี้ถือว่าไม่ให้เกียรตินายกฯ อย่างน้อยไม่ให้เกียรตินายกฯ ก็ควรให้เกียรติท่านอนุทิน ในฐานะเป็นลูกพรรคภูมิใจไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะโฆษกพรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีโฆษกพรรค ภท.ตำหนิการบริหารจัดการวัคซีนภาครัฐว่า ที่ผ่านมานายกฯ ต้องการสื่อสารให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน เพราะการลงทะเบียนล่วงหน้าเป็นช่องทางที่เหมาะสม ช่วยลดความแออัดได้ ทำให้การบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ ในขณะที่การวอล์กอินอาจทำให้ประชาชนต้องมารอกันเป็นจำนวนมาก ผิดหลักมาตรการควบคุมโควิด-19 ของสาธารณสุขที่จะต้องเว้นระยะห่างและในวิธีการอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก็ไม่ได้ห้ามเลยทีเดียว เพียงแต่ต้องการให้มีการวางแผนที่ชัดเจนและเป็นระบบก่อน ถึงจะแจ้งให้กับประชาชนทราบ รวมทั้งฟังข้อมูลจากทาง ศบค. เพื่อที่จะได้ไม่เกิดความเข้าใจผิด สิ่งเหล่านี้นายภราดรก็น่าจะทราบถึงปัญหานี้ดีอยู่แล้ว เพราะ สธ.อยู่ภายใต้การบริหารจัดการโดยรัฐมนตรีที่มาจากพรรคภูมิใจไทย และในเวลานี้ภาครัฐเองก็เร่งพยายามที่จะหาแนวทางในการกระจายวัคซีน จึงอยากขอให้เข้าใจหัวอกคนทำงาน มากกว่ามาวิพากษ์วิจารณ์ในสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์&amp;quot; โฆษกพรรค พปชร.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์เบรกเรื่องวอล์กอินว่า เป็นการตอกย้ำความล้มเหลว ซึ่งเกิดจากการทำงานที่ไม่เป็นเอกภาพของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลมีหน้าที่ดูแลประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดี&amp;nbsp; มีชีวิตที่ปลอดภัย แต่ พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะผู้คุมอำนาจสูงสุดกลับไม่เคยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้เลย สะท้อนชัดผ่านความขัดแย้งในแนวนโยบายกันเอง โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการวัคซีน ที่รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาและรอบด้าน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103500</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ, ฉีดวัคซีน, ปูพรมฉีดวัคซีน, ผู้ประกันตนมาตรา 33, วัคซีนโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a524ca99428.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เห็นชอบร่างกฎกระทรวงแรงงาน เอื้อผู้ประกันตน ม.39 กว่า 2 แสนคนใช้สิทธิประกันสังคมต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. เห็นชอบร่างกฎกระทรวงแรงงาน เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการแสดงความจำนงเป็นผู้ประกันตนและการนำส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 39 พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กำหนดให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่สิ้นสุดการเป็นลูกจ้าง ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 หากประสงค์อยู่ในระบบประสังคมต่อไป ให้แสดงความจำนงเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ขยายกำหนดเวลานำส่งเงินสมทบเข้ากองทุน สำหรับเงินสมทบที่ต้องนำส่งประจำงวดเดือนมีนาคม 2563 ถึงงวดเดือนพฤษภาคม 2564 ให้นำส่งภายในวันที่ 15 มิถุนายน 256&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรัชดา กล่าวด้วยว่า ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้จะทำให้สามารถรักษาสถานภาพการเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 39 พ.ร.บ.ประกันสังคมได้ประมาณ 207,700 คน ทำให้มีหลักประกันด้านสุขภาพผ่านสิทธิประโยชน์ประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98671</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎกระทรวง, กระทรวงแรงงาน, ประกันสังคม, ผู้ประกันตนมาตรา 33, ผู้ประกันตนมาตรา 39, มติครม., รัชดา ธนาดิเรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d7a8132468.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2021 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาคม&#039;เตรียมสรุปแจกเยียวยามาตรา33ช่วยมนุษย์เงินเดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.พ.2564 นายอาคม เติมพิทยาไพศิฐ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า จะได้ข้อสรุปมาตรการแจกเงินเยียวยาให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 เร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะต้องใช้ฐานข้อมูลจากสำนักงานประกันสังคม มาพิจารณาทั้งหมดว่า จะต้องช่วยเหลือแรงงานในกลุ่มใดบ้าง และรูปแบบการจ่ายเงินเยียวยา จะเป็นในลักษณะเดียวกันมาตรการเราชนะ ที่โอนวงเงินผ่านแอปพลิเคชันเราชนะ โดยรายละเอียดกำลังหารือกันต่อ ซึ่งจะได้ข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รมว.การคลัง ได้กล่าวภายหลังหารือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ว่า หอการค้าไทยได้ขอเข้าหารือโดยต้องการให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการหลายเรื่อง โดยเฉพาะผู้ประกอบการท่องเที่ยว และ ธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งขณะนี้ธุรกิจโรงแรมเริ่มมีปัญหาขาดสภาพคล่อง เริ่มรับไม่ไหวแล้ว เพราะภาคท่องเที่ยวยังไม่กลับมา จึงจะขอยกเว้นเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีมติให้เลื่อนยื่นแบบเสียภาษีออกไปอีก 3 เดือนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อยากให้กระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยขอให้ยกเลิกการบังคับใช้มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยกำหนดอัตราสินเชื่อต่อมูลค่าที่อยู่อาศัย(LTV)เป็นการชั่วคราว เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีกำลังซื้อ สามารถซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อการลงทุนได้มากขึ้น และช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านก่อสร้าง เช่น โครงการบ้านดีมีดาวน์ รวมทั้งแนวทาง warehousing (โกดังเก็บหนี้) ซึ่ง รมว.การคลัง รับปากว่าภายใน 2 สัปดาห์ จะทราบความคืบหน้ารายละเอียดแนวทางว่าเป็นอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเรื่องการเสริมสร้างขีดความสามารถของธุรกิจค้าปลีก โดยขอให้ร้านค้าจดทะเบียนนิติบุคคลสามารถเข้าร่วมโรงการคนละครึ่งได้ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าที่หลากหลาย รวมถึงการป้องกันการทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 การเสริมขีดความสามารถธุรกิจพาณิชยนาวี แนวพัฒนาด้านการค้าชายแดน และการเพิ่มช่องทางให้เข้าถึงแหล่งหางานทำ เช่น การโปรโมทงานบนช่องทางออนไลน์ของรัฐ เนื่องจากช่วง มี.ค.-ก.ค. เป็นฤดูกาลเก็บผลผลิต ก็จะใช้หางานให้กับผู้ที่ว่างงานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้าในเรื่องข้อเสนอให้ซอฟต์โลนสนับสนุนการจ้างงานภาคท่องเที่ยวรูปแบบร่วมจ่าย (Co-pay) ขณะนี้ได้ส่งรายชื่อโรงแรมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาเรียบร้อยแล้ว แต่จะต้องมีการไปหารือกันต่อกับกระทรวงแรงงานเรื่องมาตรการดังกล่าว ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะร่วม Co-pay กันอย่างไร โดยข้อเสนอเหล่านี้ กระทรวงการคลังจะกลับไปพิจารณาอีกครั้ง แล้วจะกลับมาหารือร่วมกันอีกครั้งใน 1 เดือนข้างหน้า ว่าจะมีมาตรการส่วนใดบ้างที่สามารถทำได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91655</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเหลือผู้ประกันตน, ผู้ประกันตนมาตรา 33, อาคม เติมพิทยาไพศิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210112/image_big_5ffdb1530c7e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
