<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ม็อบฮ่องกงถอย เปิดใช้สนามบิน จีนเคลื่อนกำลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ม็อบฮ่องกงยอมถอยหลังเหตุปะทะรุนแรงเมื่อคืนวันอังคาร มีนักท่องเที่ยวและนักข่าวชาวจีนโดนทำร้ายร่างกาย รัฐบาลปักกิ่งประณามไม่ต่างก่อการร้าย การท่าฯ ฮ่องกงขอคำสั่งศาลคุ้มครอง เที่ยวบินกลับมาให้บริการได้ในวันพุธ ผู้ประท้วงแถลงขอโทษ &amp;quot;ทรัมป์&amp;quot; กลัวตกขบวน อ้างข่าวกรองสหรัฐ จีนส่งทหารประชิดชายแดนฮ่องกง แต่ไม่แสดงท่าทีหนุนฝ่ายประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธที่ 14 สิงหาคม 2562 สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า สนามบินระหว่างประเทศของฮ่องกงกลับมาเปิดให้บริการช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ โดยยังเหลือผู้ประท้วงอยู่ภายในสนามบินไม่กี่สิบราย แต่ยังมีบางเที่ยวบินมีปัญหาต้องเลื่อนไฟลต์หรือยกเลิก ที่เคาน์เตอร์เช็กอินผู้โดยสารนับพันคนต่อแถวยาวด้วยความเหนื่อยล้า หลังจากสนามบินนี้ระงับบริการเมื่อวันจันทร์และอังคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ที่คลี่คลายลงเกิดขึ้นหลังจากการปะทะรุนแรงเมื่อคืนวันอังคาร ซึ่งทำให้ผู้สื่อข่าวจีน 1 คน และนักท่องเที่ยวชาวจีน 1 คน ถูกทำร้ายร่างกาย สำนักงานกิจการฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ของรัฐบาลจีนแถลงประณามเมื่อวันพุธว่า การก่ออาชญากรรมของผู้ประท้วงชาวฮ่องกงไม่ต่างจากการก่อการร้าย และระบุว่าการก่ออาชญากรรมรุนแรงถึงขีดสุดนี้จะต้องถูกลงโทษขั้นหนักตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำรวจฮ่องกงก็ประณามการใช้ความรุนแรงของผู้ประท้วงภายในสนามบินเมื่อคืนวันอังคาร โดยกล่าวว่า ผู้ประท้วงกลุ่มใหญ่รังควานและทำร้ายร่างกายนักท่องเที่ยวและผู้สื่อข่าว มีผู้ต้องสงสัยถูกจับกุมจากเหตุการณ์วุ่นวายล่าสุดนี้ 5 ราย ทำให้จำนวนผู้ที่ถูกจับกุมนับแต่มีการชุมนุมต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้จีนตั้งแต่เดือนมิถุนายนเพิ่มเป็นมากกว่า 600 คนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงเชื่อว่าชายคนหนึ่งในนี้เป็นสายลับจีนที่ปลอมตัวปะปนกับผู้ชุมนุม ส่วนอีกคนยืนยันแล้วว่าเป็นนักข่าวของหนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ของจีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนามบินฮ่องกงได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดกว่าปรกติ ทางเข้าหลายจุดถูกปิด มีตำรวจเดินลาดตระเวน และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารระบุตัวตนของนักเดินทาง โดยจะอนุญาตให้ผู้โดยสารที่มีบอร์ดดิงพาสหรือใบผ่านขึ้นเครื่องบินภายใน 24 ชั่วโมง เข้าไปได้เท่านั้น การท่าฯ ยังได้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากศาล ที่ไม่อนุญาตให้มีการขัดขวางการดำเนินการของสนามบินโดยเจตนาและผิดกฎหมาย ผู้ที่จะเข้าร่วมชุมนุมหรือการประท้วงจะไม่อนุญาตให้เข้าไปภายในสนามบิน เว้นแต่พื้นที่ที่การท่าจัดไว้ให้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงบางส่วนได้แสดงความเสียใจที่เกิดการปะทะเมื่อคืน หนุ่มวัย 22 ปีที่เป็นนักเคลื่อนไหวแถวหน้าของการประท้วงบอกว่า พวกเขาจำเป็นต้องประเมินยุทธศาสตร์กันใหม่เพื่อต่อสู้ต่อไป &amp;quot;พวกเราไม่ได้กำลังพยายามจะโค่นล้มรัฐบาลหรือตัดขาดจากจีน แต่เราต่อสู้เพื่อสิทธิของพวกเรา ประชาธิปไตยคือคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้โดยเป็นส่วนของหลัก หนึ่งประเทศ สองระบบ&amp;quot; หนุ่มจีนชื่อปันรายนี้กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในสนามบินมีแถลงการณ์ขอโทษติดไว้ด้วย โดยผู้ประท้วงให้คำมั่นว่าจะอนุญาตให้ผู้โดยสารเดินทางออกไปได้ จะช่วยเหลืองานของหน่วยแพทย์ และจะไม่ขัดขวางการทำงานของสื่อมวลชน ผู้ประท้วงกล่าวว่าพวกเขาไม่กลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาตรงๆ แต่กลัวว่าจะสูญเสียการสนับสนุนการเคลื่อนไหวทั้งหมดเพียงเพราะความผิดพลาดและคนอื่นๆ เลิกล้มการต่อสู้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ความวุ่นวายเมื่อคืนนั้นเริ่มต้นเมื่อผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งควบคุมตัวชายชาวจีนไว้นานราว 2 ชั่วโมงและทำร้ายร่างกายเขา ก่อนที่เขาจะถูกพาตัวขึ้นรถพยาบาล ตำรวจปราบจลาจลใช้สเปรย์พริกไทยและไม้ตะบองขับไล่ผู้ประท้วงที่ขัดขวางรถตำรวจขณะพยายามคุ้มกันรถพยาบาลคันนี้ออกจากอาคารผู้โดยสาร ชายอีกคนซึ่งสวมเสื้อกั๊กสีเหลืองของสื่อ โดนรุมแล้วใช้เชือกพลาสติกรัดข้อมือไว้ คนกลุ่มเล็กๆ ทุบตีเขาโดยกล่าวหาว่าเขาเป็นสายลับจีน ยังมีอีกเหตุการณ์ที่ผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งล้อมตำรวจนายหนึ่งแล้วทุบตีเขา จนกระทั่งตำรวจดึงปืนออกมาแล้วเล็ง ผู้ประท้วงกลุ่มนี้จึงหยุด แต่ตำรวจไม่ได้ลั่นไก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงวอชิงตัน เมื่อคืนวันอังคารตามเวลาฮ่องกง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนโดยกล่าวถึงสถานการณ์ในฮ่องกงว่า &amp;quot;ยากลำบาก&amp;quot; และเขาหวังว่าจะผ่านพ้นอย่างสันติ โดยไม่มีใครเจ็บและไม่มีใครตาย ต่อมาผู้นำสหรัฐทวีตว่า เขาได้รับข่าวกรองว่ารัฐบาลจีนกำลังเคลื่อนทหารมายังชายแดนฮ่องกง และขอให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทางการจีนกล่าวถึงความวุ่นวายในฮ่องกงว่าเริ่มมีสัญญาณการก่อการร้ายก่อเกิดขึ้น และสื่อของทางการจีนได้เผยแพร่วิดีโอการเคลื่อนกำลังของยานลำเลียงพลหุ้มเกราะและรถบรรทุกทหารที่นครเซินเจิ้นซึ่งอยู่ติดชายแดนฮ่องกง โดยข่าวกล่าวว่าเป็นการเคลื่อนกำลังเพื่อทำการฝึก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำให้สัมภาษณ์และข้อความทางทวิตเตอร์ของทรัมป์ ซึ่งไม่ได้ประกาศสนับสนุนการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงอย่างชัดเจน ทำให้นักการเมืองในสหรัฐวิจารณ์ว่าทรัมป์กำลังไฟเขียวให้รัฐบาลจีนแทรกแซง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43483</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประณามไม่ต่างก่อการร้าย, ปะทะรุนแรง, ผู้ประท้วงแถลงขอโทษ, ม็อบฮ่องกง, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d541f34a4b3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
