<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนถล่ม3จว.ประสบอุทกภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ฝนกระหน่ำเกิดอุทกภัยใน 3 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบ 285 ครัวเรือน ปัจจุบันระดับน้ำลดลง ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ ล่าสุด นายสุพัด อาลา ผญบ.บ้านใหม่สามัคคี (ห้วยวาด) ม.7 ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ได้รายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากลงมากัดเซาะถนนทางข้ามลำห้วยที่ใช้ท่อคอนกรีตถมดินเพื่อสัญจรไปมาพังเสียหายไปแล้วจำนวน 2 จุด ทำให้ชาวบ้านและเด็กนักเรียนเดินทางสัญจรเข้าออกและไปเรียนหนังสือยากลำบากเพราะเกรงจะเกิดอันตราย เบื้องต้นได้รายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเบื้องต้นพบว่า จุดที่เสียหายรถยนต์ไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ประชาชนเดือดร้อนเรื่องทางสัญจร ต้องอ้อมไปใช้เส้นทางป่าเขา ระยะทางประมาณ 2 กม. บ้านเรือนเสียหาย 30 หลัง ประชาชนเดือดร้อน 100 คน ซึ่งทางเทศบาลและอำเภอจะดำเนินการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนก่อน เนื่องจากในพื้นที่ยังคงมีฝนตกเป็นระยะจึงทำให้การซ่อมแซมหรือแก้ปัญหาลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2564 ได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนักในเขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ทำให้มีต้นไม้ขนาดใหญ่อายุนับ 100 ปีล้มลงมาที่ลำห้วยแม่สอด และทับขวางทางน้ำ ทำให้รางระบายน้ำในลำห้วยไม่สามารถระบายน้ำได้ ว่าที่ ร.ต.ประเสริฐ ปวงละคร นายกเทศมนตรีนครแม่สอด จ.ตาก สั่งการให้หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ดับเพลิง) เทศบาลนครแม่สอด นำเครื่องมือ-เครื่องจักร และเจ้าหน้าที่ออกไปทำการตัดกิ่งไม้และลำต้นไม้ขนาดใหญ่ขนไปทิ้ง เพื่อเปิดทางน้ำ ป้องกันน้ำท่วมขังในพื้นที่ เจ้าหน้าที่หน่วยบรรเทาสาธารณภัยฯ ต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงจึงเคลียร์ต้นไม้ใหญ่ที่ล้มขวางทับลำห้วยแม่สอดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่เทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ทำให้เกิดน้ำล้นลำห้วยแม่สอด ไหลเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนประชาชนในเขตเทศบาลนครแม่สอดหลายจุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ จ.ตรัง หลายพื้นที่ยังคงเกิดน้ำท่วม โดยเฉพาะที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำตรัง บางหมู่บ้าน ถนนถูกตัดขาด ต้องเดินลุยน้ำเข้าออก ขณะที่งูและสัตว์มีพิษก็ออกเพ่นพ่าน ด้านจังหวัดได้ประกาศให้เฝ้าระวังต่อเนื่องในวันที่ 12 ก.ค. จากฝนที่ตกหนักติดต่อกันหลายวันทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำติดริมฝั่งแม่น้ำตรัง และยังทำให้ปริมาณน้ำในคลองชีที่ไหลจากน้ำตกร้อยชั้นพันวัง อ.วังวิเศษ เอ่อล้นตลิ่งและไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนของประชาชน และในบางพื้นที่น้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น เช่น ที่ ต.เขาวิเศษ มีน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 10 ซม. ทำให้ประชาชนยังต้องเดินลุยน้ำเข้าออก ขณะที่ถนนเส้นทางสัญจรผ่านไปมาในหมู่บ้านจำนวน 3 สายถูกน้ำตัดขาด รถจักรยานยนต์ผ่านไม่ได้ ระดับน้ำสูงประมาณ 40 ซม. ทำให้ประชาชนยังคงเดือดร้อนอีกประมาณ 40 ครัวเรือน คาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาซ้ำระดับน้ำจะลดลงเป็นปกติในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เกิดอุทกภัย 3 จังหวัด ได้แก่ ตรัง ระนอง และลำปาง รวม 7 อำเภอ 14 ตำบล 28 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 285 หลัง แยกเป็น ตรัง เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.กันตัง อ.วังวิเศษ อ.สิเกา และ อ.เมืองตรัง รวม 7 ตำบล 6 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 9 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระนอง เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองระนองและกระบุรี รวม 6 ตำบล 21 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 276 ครัวเรือน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ ต.ปากจั่น อ.กระบุรี ระดับน้ำลดลง ลำปาง เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่หมู่ที่ 7 ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง โดยน้ำได้กัดเซาะคอสะพานข้ามลำห้วยเสียหาย 2 จุด ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ท้ายนี้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109482</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ประสบภัย, ฝนกระหน่ำเกิดอุทกภัย, สำรวจความเสียหาย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทกภัย, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ec34354cd91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรู เร่งร่วมดูแลไทย ส่งกำลังใจและความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยจากเหตุไฟไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว ขยายเวลาการใช้งานลูกค้าทรูมูฟ เอช แบบเติมเงินนาน 30 วัน งดการตัดสัญญาณลูกค้ารายเดือนในกลุ่มทรู ถึงวันจันทร์ที่ 12 ก.ค. 64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทรู ขอส่งความห่วงใย และร่วมบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้และระเบิดโรงงาน ซ.กิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ทั้งส่งข้อความ SMS แจ้งเตือนการอพยพ ออกมาตรการดูแลลูกค้ากลุ่มทรู ครอบคลุมพื้นที่รัศมี 10 กิโลเมตรห่างจากโรงงานที่เกิดเหตุ โดยขยายวันใช้งานเพิ่ม 30 วันสำหรับลูกค้าเติมเงิน และระงับการตัดสัญญาณลูกค้ารายเดือนกลุ่มทรู ถึง 12 กรกฎาคม 2564 พร้อมให้บริการปรึกษาปัญหาสุขภาพเบื้องต้นฟรีผ่านแอป True HELATH กับทีมแพทย์ชีวี และฟรีค่าบริการจัดส่งยาถึงบ้าน อีกทั้งส่งทีมวิศวกรเข้าพื้นที่ ดูแลคุณภาพเครือข่าย และติดตั้งรถโมบายล์ชุมสายเคลื่อนที่เร็ว (COW) พร้อมติดตั้งจุดกระจายสัญญาณ WiFi ให้ใช้ฟรี ในบริเวณศูนย์พักพิงชั่วคราว ตลอดจนส่งมอบความช่วยเหลือเบื้องต้น ทั้งน้ำดื่ม หน้ากากอนามัย และซิมทรูมูฟ เอช แก่ผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลและเป็นกำลังใจให้ผู้ได้รับผลกระทบได้ก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างเข้มแข็งไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้าน Strategic Content &amp;amp; Public Affairs บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า &amp;ldquo;จากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้วที่เกิดขึ้น และรุนแรงถึงขั้นประกาศสั่งอพยพประชาชนในรัศมี 5 กิโลเมตร ออกจากพื้นที่ทันทีนั้น กลุ่มทรู ในฐานะที่เป็นองค์กรสื่อสารโทรคมนาคมไทย ตระหนักถึงความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งสื่อสาร แจ้งเตือนเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้รับทราบโดยเร็วที่สุด จึงได้ตัดสินใจใช้เครือข่ายทรูมูฟ เอช ช่วยเตือนภัย หลังประเมินสถานการณ์แล้วว่ามีผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยส่งข้อความ SMS แจ้งข่าวการอพยพไปยังผู้ใช้บริการทั้งในจ.สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร ประมาณ 5 ล้านราย ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ทันท่วงที มีผู้กดลิงก์ที่ส่งแนบไปเพื่ออ่านข่าวเพิ่มเติมในรายละเอียดเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมีเสียงตอบรับจากลูกค้าที่เป็นบวกตามโซเชียลมีเดีย เนื่องจากเป็นรายเดียวที่ส่งแจ้งเตือนข้อความที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่ได้ติดตามข่าวตลอด 24 ชั่วโมง ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มทรู ยังตระหนักดีว่าการสื่อสารในภาวะวิกฤตเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง กลุ่มทรู จึงส่งทีมวิศวกรเข้าพื้นที่ เพื่อตรวจสอบและดูแลคุณภาพเครือข่าย เพิ่มความมั่นใจ และร่วมอำนวยความสะดวกให้ผู้ประสบภัย และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ที่เร่งระดมกำลังเข้าช่วยเหลือ ให้สามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างราบรื่นต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ ยังเป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่ติดตั้งรถโมบายล์ชุมสายเคลื่อนที่เร็ว (COW) และติดตั้งจุดกระจาย สัญญาณ WiFi เพื่อให้ใช้ฟรี ในบริเวณศูนย์พักพิงชั่วคราว ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ และโรงเรียนวัดบางพลีใหญ่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สำหรับมาตรการดูแลลูกค้านั้น กลุ่มทรู พร้อมร่วมบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ได้รับผลกระทบที่อยู่ในพื้นที่รัศมี 10 กิโลเมตรห่างจากโรงงานที่เกิดเหตุ* ทั้งใน จ.สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ โดยขยายวันใช้งานเพิ่ม 30 วัน สำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอช แบบเติมเงิน ซึ่งสามารถตรวจสอบวันใช้งานโดย กด #123# และระงับการตัดสัญญาณ สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการรายเดือนของกลุ่มทรู ทั้งทรูมูฟ เอช ทรูออนไลน์ และ ทรูวิชั่นส์ ถึงวันที่ 12 ก.ค. 2564 ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยเข้าใจถึงความเครียดที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่รุนแรงและไม่เคยคาดคิดมาก่อน จึงจัดเตรียมบริการให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพเบื้องต้นฟรี ผ่านแอป True Health และฟรี ค่าบริการจัดส่งยา ทั้งผู้อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ และสำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาปัญหาสุขภาพทั้งกายและใจกับทีมแพทย์ชีวี เพียงดาวน์โหลดและลงทะเบียนแอป True HEALTH แล้วเลือกแผนกที่ต้องการปรึกษา พร้อมกรอกรหัส &amp;lsquo;RESCUE&amp;rsquo; ในขั้นตอนการชำระเงิน ตั้งแต่วันที่ 6 - 31 ก.ค. 2564 อีกทั้ง ทีมงานทรู ยังได้ลงพื้นที่ มอบความช่วยเหลือ ทั้งน้ำดื่มทรู หน้ากากอนามัย และซิมทรูมูฟ เอช ให้แก่ผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว และสำหรับพนักงานที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว กลุ่มทรู ยังได้จัดมาตรการดูแลและอำนวยความสะดวก พร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเข้าพักที่พักชั่วคราวได้ด้วย&amp;rdquo; นายพีรธน กล่าวสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ กลุ่มทรู ขอแสดงความห่วงใยและเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัว ก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างเข้มแข็งไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; *สำหรับพื้นที่เฝ้าระวังรัศมี 10 กิโลเมตรห่างจากโรงงานที่เกิดเหตุ ทั้งในจังหวัดสมุทรปราการ คือ ตำบลบางพลีใหญ่ ตำบลหนองปรือ ตำบลราชาเทวะ ตำบลบางโฉลง ตำบลศีรษะจรเข้น้อย ตำบลบางแก้ว และในจังหวัดกรุงเทพฯ คือ แขวงประเวศ แขวงลาดกระบัง แขวงคลองสามประเวศ แขวงคลองสองต้นนุ่น แขวงหนองบอน แขวงดอกไม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#TrueTogether #คุณค่าของกันมีกันและกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108846</URL_LINK>
                <HASHTAG>COW, SMS แจ้งเตือนการอพยพ, True HELATH, TrueTogether, คุณค่าของกันมีกันและกัน, ทรู, นายพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา, บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น, บรรเทาความเดือดร้อน, ปรึกษาปัญหาสุขภาพ, ผู้ประสบภัย, รถโมบายล์ชุมสายเคลื่อนที่เร็ว, ระเบิดโรงงาน, สมุทรปราการ, เพลิงไหม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e43dcec931c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48999</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.และภาคีเครือข่ายร่วมซ่อมสร้างบ้านเรือนที่เสียหายจากน้ำท่วมขอนแก่น 461 หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขอนแก่น/ พอช.และภาคีเครือข่ายร่วมซ่อมสร้างบ้านเรือนที่เสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่&amp;nbsp; อ.บ้านไผ่&amp;nbsp; รวม 461 หลัง&amp;nbsp; คาดจะแล้วเสร็จภายในปลายเดือนธันวาคมนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณรวม 8 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มอบเงินสงเคราะห์ผู้ประสบภัย 2 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จากเหตุการณ์พายุโพดุลพัดถล่มพื้นที่หลายจังหวัดภาคอีสานในช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; ทำให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่&amp;nbsp; อ.บ้านไผ่&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; มีชาวบ้านได้รับผลกระทบกว่า 1,000 ครัวเรือน&amp;nbsp; ขณะที่หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ได้ร่วมกันช่วยเหลือและฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเริ่มซ่อมแซมบ้านตั้งแต่ช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีแรงงานจิตอาสาที่เป็นช่างชุมชนจากเครือข่ายช่างชุมชนหลายจังหวัด&amp;nbsp; รวมทั้งทหารในพื้นที่ร่วมกันซ่อมแซมบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม&amp;nbsp; นายไมตรี อินทุสุต ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; ได้เดินทางมาเป็นประธานในการเปิดงาน &amp;nbsp;&amp;lsquo;มหกรรมซ่อมแซมบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยโดยชุมชนและภาคี&amp;rsquo;&amp;nbsp; ที่ห้องประชุมโรงเรียนวัดจันทร์ประสิทธิ์ &amp;nbsp;เทศบาลเมืองบ้านไผ่&amp;nbsp; อ.บ้านไผ่&amp;nbsp; โดยมีนายวรทัศน์ ธุรีจันทร์ &amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; มณฑลทหารบกที่ 23 &amp;nbsp;หน่วยงานในท้องถิ่น &amp;nbsp;มูลนิธิขอนแก่นทศวรรษหน้า &amp;nbsp;สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมือง &amp;nbsp;คณะผู้บริหาร พอช. และผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกว่า 1,000 คนเข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายไมตรี &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนชาวบ้าน&amp;nbsp; และให้กำลังใจช่างชุมชนที่มาช่วยซ่อมแซมบ้านเรือน&amp;nbsp; รวมทั้งมอบบ้านมั่นคงและบ้านที่ซ่อมแซมแล้ว&amp;nbsp; จำนวน 248&amp;nbsp; ครัวเรือนให้กับชาวบ้านในชุมชนต่างๆ &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้มอบงบประมาณซ่อมแซมบ้านจำนวน 461 ครัวเรือน &amp;nbsp;งบประมาณรวม 8.3 ล้านบาท &amp;nbsp;มอบเงินสงเคราะห์จากกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ให้แก่ผู้ประสบภัยจำนวน &amp;nbsp;500 ครอบครัว &amp;nbsp;เป็นเงิน 2 ล้านบาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;และมอบประกาศนียบัตรแก่ขบวนช่างชุมชนที่มาช่วยซ่อมแซมบ้านให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายไมตรี &amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp; อยากขอบคุณและชื่นชมพี่น้องช่างชุมชนที่รวมพลังเป็นจิตอาสา &amp;nbsp;ทำงานโดยไม่หวังผลตอบแทน ช่วยเหลือพี่น้องที่ยากลำบากเมื่อเกิดอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ของอำเภอบ้านไผ่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีภาคีเครือข่ายต่างๆ ที่มาร่วมกันทั้งเทศบาล&amp;nbsp; อำเภอ&amp;nbsp; และหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมาร่วมกันฟื้นฟูและพัฒนาบ้านเรือนและชุมชนต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยจะต้องคำนึงถึงการสร้างครอบครัวที่มีรายได้ &amp;nbsp;มีอาชีพ &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีงานทำ &amp;nbsp;มีสุขภาวะ &amp;nbsp;มีการศึกษา &amp;nbsp;การมีส่วนร่วมของชุมชน &amp;nbsp;มีสิทธิพลเมือง &amp;nbsp;รวมทั้งการสร้างและซ่อมแซมบ้านให้เหมาะสมกับผู้สูงวัย &amp;nbsp;เพราะในอีกไม่กี่ปีประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย&amp;nbsp; ฉะนั้นจะต้องตอบโจทก์ผู้สูงวัย &amp;nbsp;ซึ่งทางเทศบาลเมืองขอนแก่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะเข้ามาดูแลพี่น้อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; ก็จะเข้ามาดูแลพี่น้อง&amp;nbsp; ทั้งเด็ก &amp;nbsp;สตรี &amp;nbsp;และคนพิการ &amp;nbsp;ดูแลเรื่องเกี่ยวกับสวัสดิการสังคม &amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ที่บ้านไผ่จะเผชิญกับปัญหาที่ดินในเขตเทศบาลที่พี่น้องบางส่วนไปใช้ที่หลวง &amp;nbsp;แต่วันดีคืนดีบ้านเมืองจะพัฒนา &amp;nbsp;โดยจะมีรถไฟรางคู่ &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นจึงกระทบกับการก่อสร้าง &amp;nbsp;เราก็ต้องมาวางแผนช่วยพี่น้องที่อยู่ในที่ที่ไม่ถูกต้อง ให้ถูกต้อง &amp;nbsp;โดยอาจย้ายไปอยู่ในที่ของเทศบาล&amp;nbsp; หรือทางราชการหาที่ให้พี่น้อง &amp;nbsp;พี่น้องก็ควรจะตอบรับ &amp;nbsp;เราจะช่วยกันสร้างบ้านแปลงเมืองใหม่ให้กับพี่น้อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้พี่น้องถอยหลังมาก้าวเดียวแล้วเดินหน้าใหม่อีกสามก้าว&amp;quot; นายไมตรีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นางสาวเพลิน ภูแล่นกี่ &amp;nbsp;ผู้แทนชาวชุมชนพระธรรมสาร กล่าวว่า &amp;nbsp;จากเหตุการณ์น้ำท่วมในเขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่&amp;nbsp; คณะกรรมการบ้านมั่นคงเมืองบ้านไผ่ได้ร่วมกับสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเทศบาลเมืองบ้านไผ่&amp;nbsp; ลงพื้นที่สำรวจผู้เดือดร้อนจำนวน&amp;nbsp; 39&amp;nbsp; ชุมชนในเขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่ &amp;nbsp;พบว่า &amp;nbsp;มีชุมชนที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 26 &amp;nbsp;ชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีครัวเรือนที่ได้รับความเสียหาย จำนวน &amp;nbsp;1,448&amp;nbsp; ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ต่อมาจึงได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้เดือดร้อนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายลำดับแรก คือ ครัวเรือนในพื้นที่โครงการบ้านมั่นคง และครัวเรือนที่ได้รับความเสียหายในชุมชนต่าง ๆ&amp;nbsp; โดยได้รับการสนับสนุนเบื้องต้นจำนวน 461 ครัวเรือน จำนวน &amp;nbsp;8 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; และกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ มอบเงินสงเคราะห์ครอบครัว จำนวน&amp;nbsp; 500 หลังคาเรือน ๆ ละ 4,000 &amp;nbsp;บาท&amp;nbsp; รวมเป็นเงิน&amp;nbsp; 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาย บานชื่น ผู้แทนช่างชุมชนบ้านไผ่ กล่าวว่า การดำเนินงานซ่อม-สร้างบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วม &amp;nbsp;มีหน่วยงานต่างๆ ให้ความสำคัญและเข้ามาทำงานร่วมกัน ได้แก่ เทศบาลเมืองบ้านไผ่ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอนแก่น มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร์ &amp;nbsp;ช่างอาสาขบวนสภาองค์กรชุมชนจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;และช่างอาสาจากเครือข่ายสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ร่วมกันซ่อมแซมบ้านเรือนร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าการซ่อมแซม-สร้างบ้าน จำนวน 461 หลังจะแล้วเสร็จภายใน 90 วันหรือประมาณปลายเดือนธันวาคมนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุ &amp;lsquo;โพดุล&amp;rsquo; ในเขตเทศบาลเมืองบ้านไผ่&amp;nbsp; ถือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก ( World Habitat &amp;nbsp;Day) ปี 2562&amp;nbsp; ซึ่งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ร่วมกับขบวนเครือข่ายองค์กรชุมชน&amp;nbsp; และภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; ทั่วประเทศ&amp;nbsp; จัดกิจกรรมขึ้นในภูมิภาคต่างๆ ตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;บ้านมั่นคง บ้านโดยชุมชน ร่วมกันสร้าง Collective Housing&amp;rdquo;&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายเพื่อรณรงค์สร้างความเข้าใจและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งประชาชนที่เดือดร้อน&amp;nbsp; ภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48999</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ, ผู้ประสบภัย, พอช.และภาคีเครือข่าย, มหกรรมซ่อมแซมบ้าน, สร้างบ้าน, ไมตรี  อินทุสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db6644bc4a32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 19:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘สากล ม่วงศิริ’ ผู้ช่วย รมว.พม.และ ผอ.พอช.เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ จ.อุบลราชธานี  พร้อมเตรียมเคลื่อนแผนระบบการป้องกันภัยพิบัติชุมชนอย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุบลราชธานี/ นายสากล&amp;nbsp; ม่วงศิริ&amp;nbsp; ผู้ช่วย รมว.พม.และนายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยและมอบถุงยังชีพให้ชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม&amp;nbsp; พร้อมเตรียมขับเคลื่อนแผนร่วมกับขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; หน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp; และเอกชน&amp;nbsp; โดยจัดทำแผนระยะเร่งด่วน&amp;nbsp; ระยะกลาง&amp;nbsp; และการสร้างระบบการป้องกันภัยพิบัติชุมชนอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; เพื่อให้ชุมชนเตรียมรับมือภัยพิบัติทุกด้านได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันอาทิตย์ (22 กันยายน) &amp;nbsp;นายสากล ม่วงศิริ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp; และคณะ&amp;nbsp; พร้อมด้วยนายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) ลงพื้นที่เยี่ยมและมอบถุงยังชีพเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยวัดแสนสำราญ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสากล&amp;nbsp; ม่วงศิริ (ที่ 2 จากขวา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสากล ม่วงศิริ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ช่วย รมว.พม. กล่าวว่า ในส่วนการช่วยเหลือของกระทรวง พม. นั้น&amp;nbsp; ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจจำนวนผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมจัดตั้งศูนย์เพื่อรับแจ้งความช่วยเหลือจากพี่น้องประชาชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนทางด้าน พอช.ได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานเครือข่ายภัยพิบัติภาคประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี &amp;nbsp;เพื่อบริหารจัดการสิ่งของที่ได้รับบริจาคให้ถึงมือของผู้เดือดร้อนอย่างทั่วถึง&amp;nbsp; และทำโรงครัวเพื่อเลี้ยงอาหารให้กับผู้ที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วม &amp;nbsp;2&amp;nbsp; ศูนย์คือ &amp;nbsp;ศูนย์วัดแสนสำราญ &amp;nbsp;อำเภอวารินชำราบ&amp;nbsp; และศูนย์วัดกุดคูณ &amp;nbsp;อำเภอเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; จ.อุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นนายสากล &amp;nbsp;ม่วงศิริ &amp;nbsp;ได้มอบถุงยังชีพให้กับประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อน &amp;nbsp;จำนวน 300 ถุง &amp;nbsp;นายสมชาติ ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;ผอ.พอช.&amp;nbsp; มอบงบประมาณในการจัดตั้งศูนย์ฯ &amp;nbsp;เพื่อจัดกระบวนการฟื้นฟูชุมชนผู้ประสบภัยหลังน้ำลด จำนวน &amp;nbsp;80,000&amp;nbsp; บาท &amp;nbsp;และมอบงบประมาณสมทบการจัดตั้งโรงครัวกลางให้แก่เครือข่ายภัยพิบัติเมืองวารินชำราบจำนวน 100,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมกับเดินเยี่ยมให้กำลังใจแก่ประชาชนในศูนย์พักพิงฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนและภาคีเครือข่ายวางแผนงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน่ำท่วม&amp;nbsp; ดังนี้&amp;nbsp; 1. แผนระยะเร่งด่วน คือ &amp;nbsp;จัดตั้ง &amp;lsquo;ศูนย์ประสานงานเครือข่ายภัยพิบัติภาคประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี&amp;rsquo; &amp;nbsp;เพื่อการจัดการในช่วงเผชิญเหตุน้ำท่วม&amp;nbsp; เป็นการ สนับสนุนให้ชุมชนได้มีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาของตัวเองร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ทั้งภาครัฐเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภารกิจของศูนย์ &amp;nbsp;คือ &amp;nbsp;อพยพประชาชนในพื้นที่ไปในพื้นที่ที่ปลอดภัย &amp;nbsp;จัดระเบียบการอยู่ร่วมกันในช่วงอยู่ในศูนย์ฯ ประสานขอความร่วมมือกับองค์กรช่วยเหลือต่างๆ รับบริจาคสิ่งของช่วยประชาชน &amp;nbsp;จัดระบบเวรยามดูแลทรัพย์สินในพื้นที่น้ำท่วม &amp;nbsp;และจัดตั้งโรงครัวเพื่อประกอบอาหารให้กับผู้ประสบภัยทั้งในศูนย์และนอกศูนย์ เป็นต้น&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ มอบน้ำดื่มให้ชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะที่ 2 &amp;nbsp;หรือการฟื้นฟูหลังน้ำลด ซึ่งเป็นช่วงน้ำลดแล้ว และประชาชนต้องอพยพกลับบ้าน&amp;nbsp; แต่ผลกระทบจากน้ำท่วมอาจจะทำให้ประชาชนเข้าไปอยู่อาศัยในบ้านเรือนไม่ได้&amp;nbsp; หรือยังไม่มีความปลอดภัย&amp;nbsp; หรือมีปัญหาในด้านสิ่งอำนวยความสะดวกน้ำ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; น้ำประปา ไฟฟ้า &amp;nbsp;ในระยะนี้จึงต้องสำรวจข้อมูลชุมชนในทุกๆ ด้านเพื่อประเมินความเสียหายในด้านต่างๆ ทั้งตัวอาคารบ้านเรือน &amp;nbsp;โครงสร้างพื้นฐาน &amp;nbsp;การประกอบอาชีพ &amp;nbsp;ด้านสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; และภูมินิเวศน์ชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นจะมีกระบวนวิเคราะห์-สังเคราะห์ร่วมกัน&amp;nbsp; ทั้งในส่วนของชุมชนและหน่วยงานภาคีต่างๆ การจัดทำแผนพัฒนาชุมชนในทุกด้านๆ &amp;nbsp;และการปฏิบัติการพัฒนาและฟื้นฟูชุมชน &amp;nbsp;ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยการสร้างการมีส่วนจากทุกภาคส่วน&amp;nbsp; ทั้งรัฐและเอกชน การพัฒนาอาชีพ &amp;nbsp;การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานในชุมชน &amp;nbsp;การปรับภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อมชุมชน และการออกแบบผังชุมชนให้เกิดความปลอดภัยในการอยู่อาศัยระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะที่ 3 การสร้างระบบการป้องกันภัยพิบัติชุมชนอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยการจัดตั้ง &amp;lsquo;ศูนย์ภัยพิบัติอย่างยั่งยืน&amp;rsquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยการสนับสนุนให้ชุมชนมีความสามารถในการบริหารจัดการปัญหาด้านภัยพิบัติในทุกๆ ด้าน&amp;nbsp; เพื่อลดความเสี่ยง &amp;nbsp;การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้เกิดความรวดเร็วคล่องตัวในการแก้ปัญหาประชาชน &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; การอพยพ &amp;nbsp;การจัดตั้งศูนย์พักพิงที่ปลอดภัย การดูแลความปลอดภัย การช่วยเหลือบรรเทาเบื้องต้น &amp;nbsp;และการสร้างระบบการสื่อสารข้อมูลที่แม่นยำรวดเร็วเข้าถึงจุดผู้เดือดร้อนได้รวดเร็วมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานการณ์ระดับน้ำในแม่น้ำมูล &amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้ลดระดับลงโดยเฉลี่ย 10 เซนติเมตรต่อวัน &amp;nbsp;โดยภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้เริ่มคลี่คลายลง&amp;nbsp; ยังคงเหลือปริมาณน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ &amp;nbsp;แอ่งน้ำ &amp;nbsp;ที่น้ำไม่สามารถระบายน้ำออกได้ &amp;nbsp;ประชาชนยังไม่สามารถย้ายกลับเข้าไปอยู่ในบ้านเรือนได้ &amp;nbsp;คาดว่าน้ำแห้งภายในเวลาไม่ต่ำกว่า 20 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46347</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถุงยังชีพ, นายสากล  ม่วงศิริ, ผอ.พอช., ผู้ประสบภัย, รมว.พม., สมชาติ  ภาระสุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190922/image_big_5d876425791c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 13:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุฤดูร้อนถล่ม12จังหวัด! ปภ.เร่งช่วยผู้ประสบภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย. 62 - นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2562 ถึงปัจจุบัน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย 12 จังหวัด ได้แก่ นครพนม ขอนแก่น แพร่ มหาสารคาม อุบลราชธานี พิษณุโลก ปทุมธานี สกลนคร ลำปาง เลย เพชรบูรณ์ และศรีสะเกษ รวม 22 อำเภอ 46 ตำบล 90 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 1,049 หลัง ผู้บาดเจ็บ 8 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชยพล กล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้ประสานจังหวัดหน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้น โดยแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภค กระเบื้องมุงหลังคา และวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอฝากติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัย อย่างใกล้ชิด พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนและคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ส่วนเกษตรกรให้จัดทำที่ค้ำยันต้นไม้หรือที่กำบัง เพื่อป้องกันพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากพายุฤดูร้อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33359</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยพล ธิติศักดิ์, ถล่ม12จังหวัด, ปภ., ผู้ประสบภัย, พายุฤดูร้อน, วาตภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cad921161836.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2018 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2018 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานอาหารและสิ่งของแก่ผู้ประสบภัยในจังหวัดนครพนม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานอาหารและสิ่งของแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่จังหวัดนครพนม ซึ่งปัจจุบันยังมีน้ำท่วม 7 อำเภอ ที่ยังคงเดือดร้อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2561 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายศุภชัย ภู่งาม องคมนตรี ร่วมกับมูลนิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ อำเภอท่าอุเทน และอำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม &amp;nbsp;จำนวนรวมทั้งสิ้น 600 ชุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยจังหวัดนครพนมมีสภาพพื้นที่ชายแดนติดกับลำน้ำโขง มีความยาว 174 กิโลเมตร ประกอบกับลำน้ำสาขาที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขงจำนวน 6 ลุ่มน้ำ ช่วงเดือนกรกฎาคมถึง เดือนสิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ได้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ จนต้องประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติทั้งสิ้นจำนวน 12 อำเภอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันจังหวัดนครพนมยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมอยู่ &amp;nbsp;7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบ้านแพง ,ศรีสงคราม ,นาทม ,นาหว้า ,ท่าอุเทน ,อำเภอเมืองนครพนม ,และ ธาตุพนม สำหรับพิธีมอบสิ่งของพระราชทานในครั้งนี้ เป็นการมอบให้แก่ประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่อำเภอท่าอุเทน และอำเภอบ้านแพง รวมทั้งสิ้น 600 ชุด พร้อมกับพระราชทานอาหาร ให้แก่ผู้มารับสิ่งของพระราชทานในครั้งนี้ทุกคน ซึ่งนำมาซึ่งความปลาบปลื้มและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวจังหวัดนครพนม และนับเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจอย่างสูงสุดให้กับประชาชนชาวจังหวัดนครพนมเป็นล้นพ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16645</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครพนม, ผู้ประสบภัย, พระราชทานอาหารและสิ่งของ, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180902/image_big_5b8b8cf28a6e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ. มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยใน สปป.ลาว พร้อมระดมความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:19.8pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้แทน กฟผ. มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) จำนวน 2 ล้านบาท แก่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีนายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นผู้รับมอบ และนำสมทบรัฐบาลไทยเพื่อรวบรวมให้แก่รัฐบาล สปป.ลาว ต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:19.8pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:19.8pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ กฟผ. จะให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ ที่ทำการเขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี เพื่อประสานความร่วมมือกับจังหวัดอุบลราชธานีและรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14561</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ผู้ประสบภัย, รัฐวิสาหกิจไฟฟ้า, สปป.ลาว, สหรัฐ บุญโพธิภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b62752095c3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
