<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้แทนจำหน่าย พีทีที สเตชั่น จ.ชัยภูมิ เดินหน้ามอบถุงยังชีพ บรรเทาความเดือดร้อน ผู้ประสบอุทกภัย อย่างต่อเนื่อง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ และผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น จ.ชัยภูมิ ร่วมบรรจุและส่งมอบถุงยังชีพ จำนวน 400 ชุด รวมมูลค่า 200,000 บาท ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ในอำเภอเมือง และอำเภอจตุรัส จ.ชัยภูมิ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย โดยก่อนหน้านี้ ผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการ พีทีที สเตชั่นห้างหุ้นส่วนจำกัด เซ่งฮงปิโตรเลียม ได้เปิดพื้นที่ในสถานีบริการ ให้เป็นหน่วยฉุกเฉินของโรงพยาบาลบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รวมทั้งจัดอาหารกล่องเพื่อส่งมอบให้ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ใกล้เคียง ถือเป็นความร่วมมือของโออาร์และผู้แทนจำหน่าย พีทีที สเตชั่น ในจ.ชัยภูมิ ในการช่วยดูแลสังคมชุมชนโดยรอบสถานีบริการ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงสถานการณ์วิกฤต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;โออาร์ ยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์ สอดคล้องกับแนวคิด Living Community ของ พีทีที สเตชั่น ที่พร้อมเติมเต็มทุกความสุข เป็นที่พึ่งให้กับชุมชน ร่วมเกื้อกูลสังคมในทุกรูปแบบ อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118789</URL_LINK>
                <HASHTAG>Living Community, ชัยภูมิ, บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), ผู้ประสบอุทกภัย, ผู้แทนจำหน่าย พีทีที สเตชั่น, มอบถุงยังชีพ, ห้างหุ้นส่วนจำกัด เซ่งฮงปิโตรเลียม, เคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์, โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615bb5f527136.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2020 19:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2020 18:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;วิชัย โภชนกิจ&quot; อดีตอธิบดีกรมการค้าภายใน และคณะลงพื้นที่ มอบถุงยังชีพและให้กำลังใจ ผู้ประสบอุทกภัย จ.สงขลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย โภชนกิจ อดีตอธิบดีกรมการค้าภายใน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประธานมูลนิธิธงฟ้า พร้อมด้วยนายวัฒนศักดิ์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน และคณะลงพื้นที่ มอบถุงยังชีพและให้กำลังใจ ผู้ประสบอุทกภัย พื้นที่จังหวัดสงขลาในเขตอำเภอกระแสสินธ์ุ &amp;nbsp;, อำเภอระโนด ,อำเภอสทิงพระ &amp;nbsp; 1500 ครัวเรือน &amp;nbsp; โดยมีประชาชนส่วนราชการในพื้นที่ ต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86677</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการค้าภายใน, จ.สงขลา., ผู้ประสบอุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201212/image_big_5fd4af335a7e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;หอบคณะถึงนครศรีธรรมราชแล้ว ลุยช่วยน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค. 63 - เมื่อเวลา 08.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะเดินทางด้วยเครื่องบิน บ.ท.135 (Embraer) จากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ มาถึงยังท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำและพบปะเยี่ยมเยียนประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ระหว่างอยู่บนเครื่องบินนายกรัฐมนตรีได้ ศึกษาข้อมูลจากหน่วยงาน เพื่อเตรียมลงพื้นที่และให้การช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเมื่อเดินทางมาถึงยังท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช นายกรัฐมนตรีจะเดินทางด้วยรถยนต์ต่อไปยังศูนย์ศิลปาชีพบ้านเนินธัมมัง ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเวลา 09.30 น. จะรับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัย จากนั้นมอบเครื่องอุปโภค บริโภคให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย จำนวน 1,000 ชุด รวมทั้งสร้างขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยนายกฯ จะเยี่ยมชมบูธความเสียหายจากอุทกภัย การช่วยเหลือฉพาะหน้า และแผนการช่วยเหลือระยะยาวของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86152</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, นายกฯ, น้ำท่วม, บิ๊กตู่, ผู้ประสบอุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcd8ae97b053.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯขันนอต เยียวยาน้ำท่วม ช่วยชาวสุโขทัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย จ.สุโขทัย ลั่นเตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนแล้ว ขอ ปชช.ร่วมมือสำรวจแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งแบบยั่งยืน วอนหยุดพูดเรื่องเขื่อน หวั่นเป็นประเด็นขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวก่อนเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่ จ.สุโขทัย ว่ามีความเป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วม จ.สุโขทัย ซึ่งที่ผ่านมารัฐมนตรีและส่วนราชการต่างๆ ลงไปกำกับดูแลช่วยเหลือเยียวยาประชาชน และเตรียมการฟื้นฟูไว้เรียบร้อยแล้ว ตนจะลงไปดูในพื้นที่เพื่อให้แก้ไขเป็นระบบมากขึ้น โดยเรามีรูปแบบการแก้ปัญหาและฟื้นฟูอยู่แล้ว ขออย่าไปพูดในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อนหรืออะไรก็แล้วแต่ ตนหมายถึงว่าการจะทำอะไรสักอย่างที่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ในภาคเหนือตอนล่างเท่านั้น โดยเฉพาะ จ.สุโขทัย เพราะเกิดน้ำท่วมทุกปี แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนด้วยกัน ต้องลงไปพูดคุยทำความเข้าใจกัน อย่าเพิ่งไปพูดเรื่องเขื่อนต่างๆ เหล่านี้เลย เดี๋ยวจะกลายเป็นประเด็นต่อไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 12.30 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมด้วยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กทม. ไปยังท่าอากาศยานสุโขทัย ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย โดยเครื่องบิน บ.ท.135 แอมแบร์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 13.35 น. นายกฯ และคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานสุโขทัย โดยมีนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย บรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยว่า การที่นายกฯมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนครั้งนี้ อยากจะขอร้องนายกฯ พื้นที่สุโขทัยเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก แล้งซ้ำซาก เมื่อถึงฤดูฝนจะมีมวลน้ำขนาดใหญ่จาก จ.พะเยาและแพร่ ทำให้คันดินและผนังถนนพังเกิดความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยได้สำรวจความต้องการจากชาวบ้านและท้องถิ่น ซึ่งต้องการโครงการก่อสร้างเขื่อนเรียงหิน เพื่อป้องกันตลิ่ง ประมาณการงบประมาณ 470 ล้านบาท&amp;quot; ผู้ว่าฯ สุโขทัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้าจะแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง จะต้องมองภาพรวมอย่างยั่งยืน ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหา ประชาชนจะต้องให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหา ปัญหาที่เร่งด่วนคือการระบายน้ำที่จะต้องมีทางน้ำไหล จะต้องขอความร่วมมือประชาชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ที่น้ำไหลผ่าน ขอให้น้ำผ่านไประยะหนึ่งก่อน สำหรับพื้นที่กักเก็บไม่ว่าขนาดเล็กขนาดใหญ่ ต้องใช้ระยะเวลาและงบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ไปสำรวจสถานที่กักเก็บน้ำว่ามีกี่แห่ง มีเท่าไหร่ และที่มีไม่สามารถเก็บน้ำได้เพราะอะไร ส่วนการที่กักเก็บน้ำขนาดใหญ่ถ้าทำสำเร็จจะแก้ไขได้อย่างยั่งยืน โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปทบทวนความเสียหายให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริง เพื่อไม่ให้มีการร้องเรียนและร้องขอแบบเดิมอีก&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายกฯ และคณะจะเดินทางถึง จ.สุโขทัย เวลา 10.00 น. บริเวณทางเข้าท่าอากาศยานสุโขทัย ได้มีประชาชนใช้ชื่อกลุ่มย่านยาวยั่งยืน จำนวน 20 คน นำโดยนายบรรจบ อยู่รวม มาปักหลักดักรอคณะของนายกฯ พร้อมชูป้ายผ้าและแสดงสัญลักษณ์ถึงการได้รับความเดือดร้อนจากการสร้างสนามบินสุโขทัยที่ส่งผลกระทบทำให้กลุ่มผู้ประกอบอาชีพทำนา เนื่องจากพื้นที่เดิมของสนามบินสุโขทัยเคยเป็นหนองน้ำ เมื่อมีการปลูกสร้างปิดทับ ทำให้ไม่สามารถใช้น้ำในการอุปโภคบริโภค และทำนาได้ ดังนั้นจึงต้องการเรียกร้องให้นายกฯ ช่วยเหลือเร่งรัดการจ่ายค่าชดเชยเยียวยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุม ทำให้กลุ่มย่านยาวยั่งยืนยอมเดินทางกลับไปก่อนที่นายกฯจะมาถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินทางไปที่วัดคลองกระจง ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เพื่อสักการะพระประธานหลวงพ่อสัมฤทธิ์ และนมัสการเจ้าอาวาสวัดคลองกระจง (พระครูสุมณฑ์ธรรมธาดา) ที่อุโบสถ พร้อมพบปะประชาชนผู้ประสบอุทกภัย และมอบถุงยังชีพที่ศาลาอเนกประสงค์ พร้อมพบปะและให้กำลังใจอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า ได้สั่งให้หน่วยงานทุกส่วนราชการมาช่วยเหลือประชาชนในทุกมิติ วันนี้ทุกอย่างคลี่คลายไปมากขึ้น ช่วงแรกเป็นการดูแลช่วงที่ 2 ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ จากนั้นเป็นการซ่อมแซมฟื้นฟูเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น ในการลงพื้นที่ตนได้นั่งรถมาพบไร่นา สวนกล้วยเกิดความเสียหายมากพอสมควรนับแสนไร่ รัฐบาลจะดูแลเยียวยาตามขั้นตอน และหาแนวทางในการฟื้นฟู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง ให้ประชาชนแจ้งมาว่าพื้นที่ไหนสามารถจะทำระบบน้ำได้ รัฐบาลจะไปดำเนินการให้ ตรงนี้ฝากให้คิด ตนสั่งใครไม่ได้อยู่แล้ว แต่ต้องการความร่วมมือตรงนี้ในลักษณะของไทยสร้างชาติ ทุกคนเป็นคนไทย ต้องร่วมมือกันสร้างชาติ สิ่งต่างๆ เป็นปัญหามายาวนาน รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาหลายปัญหาซับซ้อนมายาวนาน ดังนั้นต้องมาร่วมกันแก้ว่าจะทำอย่างไร คนที่อยู่ริมน้ำ ห่างน้ำ ไกลน้ำจะทำอย่างไร อย่างน้อยต้องมีพื้นที่เก็บน้ำไว้ในพื้นที่ของตัวเองได้ทำการเกษตร รัฐบาลต้องคิดแบบนี้เพราะเป็นรัฐบาลที่มองคนส่วนใหญ่ แต่เห็นใจชาวสุโขทัย เจอน้ำท่วมน้ำแล้งทุกปี วันนี้ต้องคิดใหม่ว่าจะร่วมมือกันได้ตรงไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าเราไม่สามารถเดินหน้าไปด้วยการพูดคุยหารือ การอะลุ่มอล่วยนั่งคุยกัน มันจะทำอะไรไม่ได้ทั้งหมด วันนี้ผมเห็นมีมาเรียกร้องอะไรอยู่ข้างถนน ซึ่งผมก็รับเพื่อที่จะนำไปแก้ปัญหา โดยไม่รังเกียจรังงอนใคร เพราะทุกคนคือคนไทย และผมก็เป็นคนไทย นับถือศาสนาพุทธ คนในประเทศไทยต้องรักประเทศไทย รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นั่นคือแกนหลักชัยของแผ่นดินไทย ถ้าเราไม่มีสิ่งต่างๆ เหล่านี้หลงเหลือก็จะเป็นประเทศที่หมดศักยภาพโดยทันที&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนี้นายกฯ ได้แนะนำคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เดินทางร่วมมาด้วย โดยระบุว่า เรากำลังทำให้ลูกหลานของเราจะต้องมีการสืบสานต่อยอด ซึ่งเมื่อถึงตอนแนะนำนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม พล.อ.ประยุทธ์ ได้แซวว่านี่คือคนสุโขทัยใช่หรือเปล่า ยังอยู่หรือไม่ คนนี้อยู่กับรัฐบาล ซึ่งเป็นกลไกทางการเมือง ส่วนที่นั่งข้างๆ คือ ส.ส.จากพรรคภูมิใจไทย ไม่เคยรังเกียจ ขอให้ร่วมมือกันทำงาน จะพรรคไหนตนไม่รู้ ขณะที่ทหารก็มาช่วยทุกอย่าง ทั้ง 2 บ้านขุดลอกคูคลองเขาถามว่ามีทหารไว้ทำอะไร เอาไว้ใช้งานให้ชาวบ้านใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมซื่อสัตย์กับทุกคนเสมอ ขอให้จำไว้ ผมถูกสอนมาอย่างนั้น ทุกคนก็ถูกสอนมาแบบนั้น ต้องซื่อสัตย์กับแผ่นดิน ซื่อสัตย์กับประชาชน อะไรที่ควรจะเชื่อ ไม่เชื่อ ก็ต้องพิจารณากันเอาเอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดูแลประชาชนทั้งประเทศ นั่นคือสถาบันพระมหากษัตริย์ของเรา เมื่อประชาชนเดือดร้อนพระองค์ท่านดูแลประชาชนทั้งประเทศ&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ระหว่างนั้น นายสมศักดิ์ในฐานะรัฐมนตรีที่ดูแลพื้นที่สุโขทัย ได้ลุกเดินเข้ามาที่จุด พล.อ.ประยุทธ์ยืน พร้อมบอกให้พล.อ.ประยุทธ์พูดว่ารัฐบาลได้ทำโครงการอะไรให้กับชาวสุโขทัยไปแล้วในเรื่องของระบบน้ำ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ส่งไมโครโฟนให้นายสมศักดิ์พูดเอง วันหน้าจะได้เป็นนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า ที่นายกฯ มาในวันนี้และให้รัฐมนตรีหลายกระทรวงมาดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ นี่คือระยะเร่งด่วน แต่ระยะกลางจะทำให้น้ำไม่ท่วมบ้านเรา ท่านอนุมัติแล้ว จากนี้ใช้ระยะเวลา 3 ปี น้ำจะไม่ท่วมจังหวัดสุโขทัย อย่างไรก็ตาม เมื่อนายสมศักดิ์พูดเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวแซวนายสมศักดิ์ว่า ตอนนี้ยังเป็นนายกฯ ไม่ได้ เพราะตนยังเป็นอยู่ ทุกคนเป็นได้หมด วันหน้าเด็กรุ่นใหม่ก้าวเข้ามาสู่การเมืองได้ ตนก็ส่งต่อให้พวกท่านอยู่แล้ว ในฐานะนายกฯขอบคุณทุกท่านที่ให้การต้อนรับอย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าใครจะรักหรือไม่รัก ตนก็ยิ้มให้เสมอ ไม่ใช่ศัตรูของใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในตอนท้ายว่า วันนี้ได้มีแนวคิดขึ้นมาใหม่ คือให้แต่ละพื้นที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นมาและจดทะเบียนอย่างถูกต้อง เพื่อให้ส่วนราชการสามารถจัดซื้อได้ ดังนั้นขอให้ไปรวมกลุ่มกันมา จะขายอะไรก็ตามขึ้นทะเบียนบัญชีไว้ และแจ้งไปส่วนราชการจะได้ไปซื้อ ตนพยายามทำให้ทีละเล็กทีละน้อย ขอให้ช่วยคิดหน่อย รวมไทยทั้งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมและมอบถุงยังชีพบริเวณสะพานเมืองบางยม บ้านหนองโว้ง หมู่ที่ 7 ต.ท่าทอง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย โดยมีอยู่ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้บอกกับทหารจากกองพลทหารพัฒนา กองทัพภาคที่ 3 ที่มาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องทำสิ่งดีๆ ให้มากขึ้นๆ ตราบใดที่ยังมีคนว่าเราไม่ดี เราก็ทำสิ่งดีๆ ให้มากขึ้นเรื่อยๆ ให้เขารู้ให้เขาเข้าใจว่ามีเราไว้เพื่ออะไร มีประโยชน์แค่ไหน ถ้าไม่มีเราแล้วใครจะมา ใครจะเรียกได้ภายใน 24 ชั่วโมง เพราะเราอยู่ในค่ายเดียวกัน มีบ้านอยู่ในค่าย พอมีอะไรก็ไปได้ทันที คนอื่นทำไม่ได้หรอก หน้าที่ทหารไทยคือการพัฒนา เรื่องประชาธิปไตย การรักษาความมั่นคงภายใน นี่คือหน้าที่ทหารไทย มากกว่าประเทศอื่นเขาเยอะ&amp;rdquo;.&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76336</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, ผู้ประสบอุทกภัย, สุโขทัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาน้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4fba6c95236.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ลงพื้นที่สุโขทัยรับเผยเป็นห่วงชาวบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;02 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่ จ.สุโขทัย ว่า สถานการณ์น้ำท่วม จ.สุโขทัยมีความเป็นห่วง ที่ผ่านมาได้รัฐมนตรีและส่วนราชการต่างๆ ลงไปกำกับดูแลช่วยเหลือเยียวยาประชาชน และเตรียมการฟื้นฟูไว้เรียบร้อยแล้ว ตนจะลงไปดูในพื้นที่เพื่อให้แก้ไขเป็นระบบมากขึ้น ที่ผ่านมาเรามีรูปแบบการแก้ปัญหาและฟื้นฟูอยู่แล้ว ขออย่าไปพูดในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อนหรืออะไรก็แล้วแต่ ตนหมายถึงว่าการจะทำอะไรสักอย่างที่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ในภาคเหนือตอนล่างเท่านั้น โดยเฉพาะ จ.สุโขทัย เพราะเกิดน้ำท่วมทุกปี แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ต้องลงไปพูดคุยทำความเข้าใจกัน อย่าเพิ่งไปพูดเรื่องเขื่อนต่างๆ เหล่านี้เลย เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นประเด็นต่อไปเรื่อยๆ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76263</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, ผู้ประสบอุทกภัย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุโขทัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f4629aaf0d88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 01:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปราจีนอ่วมน้ำท่วมลาม ทหารเร่งสำรวจจุดฟื้นฟู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ผบ.ทสส.&amp;quot; เตรียมลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี สำรวจจุดฟื้นฟูหลังน้ำลดช่วยชาวบ้านคืนสู่ภาวะปกติ &amp;quot;บิณฑ์&amp;quot; แจงงบบริจาคล่าสุด 408 ล้านบาท ยันจัดสรรเงินถึงมือผู้ประสบอุทกภัยทุกคน เผยสิ้นเดือนก.ย.ปิดบัญชีบริจาค &amp;quot;ปราจีนฯ&amp;quot; อ่วม! มวลน้ำขนาดใหญ่จาก จ.สระแก้วไหลท่วมหลายอำเภอ เร่งอพยพคน-สิ่งของขึ้นที่สูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 ก.ย. พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้กำชับให้กองทัพช่วยดูแลประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะในช่วงน้ำลด คือขั้นตอนการฟื้นฟูให้ส่วนราชการต่างๆ เข้าไปเร่งสำรวจในทุกพื้นที่ ไม่ต้องรอให้มีการสั่งการ และหากการช่วยเหลือฟื้นฟูใดที่ทางกองทัพสามารถทำได้ ก็ขอให้ดำเนินการทันที ไม่ต้องรอคำสั่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ในส่วนการรวบรวมแผนฟื้นฟูในพื้นที่ทางกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดลำดับความเร่งด่วน และระดมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่มีการบูรณาการกันในพื้นที่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจว่าพื้นที่ใดมีน้ำลดแล้วบ้าง ก่อนที่จะเข้าไปช่วยฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทหารทุกเหล่าทัพอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มมีพายุเข้ามา จนถึงตอนนี้ก็ยังอยู่ในพื้นที่ทุกวัน ขวัญและกำลังใจของกำลังพลก็ไม่มีปัญหา เพราะเราว่างเว้นการฝึกหรือปฏิบัติภารกิจ หน้าที่ของเราก็คือช่วยเหลือประชาชนให้พ้นจากความทุกข์โดยเร็วที่สุด จากนี้ผมจะลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อไปดูจุดที่ระดับน้ำลดลง และอยู่ในเกณฑ์ขั้นตอนของการฟื้นฟู ซึ่งจะไม่ไปรบกวน แต่จะไปติดตามและเร่งรัดการฟื้นฟูให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ไม่ใช่การตรวจเยี่ยมเพื่อไปรบกวนประชาชนและผู้ปฏิบัติงานแต่อย่างใด&amp;rdquo; ผบ.ทสส.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ของมูลนิธิร่วมกตัญญู นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และนายเอกพันธ์ บรรณลือฤทธิ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมกันแถลงข่าวแจ้งเงินบริจาคผ่านบัญชีออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวันว่า ล่าสุดอยู่ที่ 408,508,986 บาท และยอดเงินสดที่รับมอบโดยตรงผ่านนายบิณฑ์ และนายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ คือ 1,748,441 บาท ซึ่งเบิกถอน 6 ครั้ง ยอดเงิน 46,000,000 บาท โดยรวมยอดเงินช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 16-24 ก.ย.2562 อยู่ที่ 41,181,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบิณฑ์กล่าวว่า จะจัดสรรเงินบริจาคส่งมอบถึงมือผู้ประสบภัยทุกคน ซึ่งในส่วน จ.อุบลราชธานี ได้ดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ โดยยึดหลักเกณฑ์ข้อมูลจากราชการหรือทะเบียนราษฎรเป็นหลัก ตลอดจนทำประชาคมร่วมกันกับผู้นำท้องถิ่นในการตัดสินใจมอบเงินช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยแต่ละครัวเรือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันเราจะสำรวจบ้านของประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในทะเบียนราษฎรหรือตกสำรวจ แต่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยครั้งนี้ ซึ่งมีการทำประชาคมและสำรวจวิเคราะห์แล้วเห็นสมควรก็จะมอบเงินช่วยเหลือ โดยเน้นย้ำว่าการช่วยเหลือเงินบริจาคส่วนนี้เป็นเพียงระดับครัวเรือนเท่านั้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือพื้นที่ทํากินหรือพื้นที่เศรษฐกิจต่างๆ&amp;quot; นายบิณฑ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า มูลนิธิร่วมกตัญญูเตรียมลงพื้นที่สำรวจ จ.ยโสธร เพื่อกระจายเงินบริจาคช่วยเหลือในทุกพื้นที่ประสบภัย และขยายการช่วยเหลือออกไปยังจังหวัดอื่นๆ อีก ซึ่งจะแจ้งให้ทราบภายหลัง สำหรับบัญชีออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวันของบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ จะปิดบัญชีในวันที่ 30 ก.ย.นี้ แม้จะมีผู้ที่ต้องการอยากจะให้เปิดรับบริจาคไปเรื่อยๆ ก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สระแก้วและปราจีนบุรีขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ หลังมวลน้ำขนาดใหญ่จาก จ.สระแก้ว จะไหลผ่านชุมชนตลาดเก่าและเขตเทศบาลตำบลกบินทร์ ซึ่งทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นอีก เจ้าหน้าที่จึงแจ้งเตือนให้ผู้ที่อาศัยริมแม่น้ำปราจีนบุรีเตรียมรับมือ โดยมีทหารและเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยการขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง เช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ที่ต้องนำขึ้นรถกระบะ เพื่อไปจอดไว้บนถนนนอกชุมชนซึ่งเป็นพื้นที่สูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัลลพ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี รายงานสถานการณ์น้ำฝนจาก จ.สระแก้ว ไหลมาสมทบในพื้นที่ ระดับน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี จุดวัดหน้าสถานีอุตุฯ กบินทร์บุรี เวลา 06.00 น.เช้านี้ วัดได้ &amp;nbsp;9.73 เมตร &amp;nbsp;(เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 0.18 ม.) ปริมาณฝน 0.8 มิลลิเมตร ปริมาณฝนรวมทั้งปี 1200.6 มิลลิเมตร เปรียบเทียบกับปี 2561 ฝนรวมทั้งปี 1976.7 มม. (ตั้งแต่ ม.ค.-ปัจจุบัน) ความสูงของตลิ่งฝั่งซ้าย 8.97 เมตร ความสูงของตลิ่งฝั่งขวา 9.24 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำได้เพิ่มระดับสูง ทางศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของทางเทศบาลได้ย้ายเต็นท์ขึ้นในที่สูงที่ปลอดภัยกว่า ใกล้กับตลาด 100 ปี ในชุมชนตลาดเก่าที่ตั้งเดิม พร้อมเตรียมเรือท้องแบน กำลังเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยบูรพาพยัคฆ์ ในการบริการขนย้ายหากเร่งด่วนหรือฉุกเฉิน พร้อมกันนี้น้ำได้แผ่วงกว้างท่วมในพื้นที่ต่ำ ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี และลดระดับไหลมาตามแม่น้ำปราจีนบุรี ที่ต่ำต่อเนื่องลงมาในพื้นที่ ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ, อ.เมืองปราจีนบุรี และ อ.บ้านสร้าง เป็นบางพื้นที่ โดยเฉพาะตลอดริมฝั่งแม่น้ำปราจีนบุรีที่สภาพน้ำปริ่มเต็มตลิ่งแล้ว แต่ทางพื้นที่ยังปิดประตูระบายน้ำไม่ให้ล้นเข้าพื้นที่ ซึ่งประชาชนที่ได้รับผลกระทบเร่งขนของขึ้นที่สูง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่บ้านวังปีรู ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี ประชาชนเร่งย้ายของออกมานอกหมู่บ้านแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนตลาดเก่า เทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังจากฝนตกติดต่อกัน ส่งผลให้น้ำจากต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี ที่เกิดจากแควพระปรงที่น้ำไหลมาจากเทือกเขาสอยดาว จ.สระแก้ว ไหลมารวมบรรจบกันกับแควหนุมาน ที่น้ำไหลมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี รวมกันเป็นต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี น้ำเอ่อล้นตลิ่งจากท้ายตลาดบริเวณท่าเรือเก่า เข้าท่วมกลางตลาดและกระจายทั่วชุมชน ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 30-80 ซม. จุดลึกสุดด้ายท้ายตลาดหรือท่าเรือเก่าระดับน้ำลึกกว่า 1 เมตร บ้านเรือนประชาชนกว่า 150 ครัวเรือนในชุมชนถูกน้ำท่วม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46644</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์, ปราจีนบุรี, ผู้ประสบอุทกภัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบลราชธานี, เยียวยาผู้ประสบอุทกภัย, เร่งสำรวจจุดฟื้นฟู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8b7587ae841.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2019 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2019 14:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟน. บริจาคเงิน 1 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รับมอบเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี ผ่านรายการ &amp;quot;ร่วมใจ พี่น้องไทย ช่วยภัยน้ำท่วม&amp;quot; ในการนี้ นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เป็นผู้แทนการไฟฟ้านครหลวง ร่วมมอบเงินบริจาค จำนวน 1,000,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ ณ อาคารปฏิบัติการ บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กฟน. ขอเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเงินสมทบเข้ากองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี บัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067-0-06895-0 ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยผู้บริจาคเงินสามารถนำหลักฐานในการบริจาคไปใช้แสดงการลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองคลัง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี หมายเลขโทรศัพท์ 0 2283 4318-24&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46136</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟน., กระทรวงสาธารณสุข, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, บริจาคเงิน 1 ล้านบาท, ผู้ประสบอุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190919/image_big_5d83356881c30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
