<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2020 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2020 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สธ.&#039;เผยผู้ป่วยโควิด-19ที่มีอาการหนักยังเท่าเดิม 7 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค.63-นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 ที่มีอาการหนักว่า ผู้ป่วยหนักยังเท่าเดิมคือ 7 ราย กระจายอยู่สถาบันบำราศนราดูร รพ.เพชรบูรณ์ รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ.ศิริราช และ รพ.เอกชน ทุกรายใส่เครื่องช่วยหายใจ ต้องเฝ้าระวังอาการใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านเพิ่ม 1 ราย เป็นชายชาวสิงคโปร์ อายุ 36 ปี จากสถาบันบำราศนราดูร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก สธ. กล่าวว่า การตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ขอความร่วมมือประชาชน หากไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงและไม่มีอาการ ขอให้กักตัวเองที่บ้าน เพื่อสังเกตอาการ ไม่จำเป็นต้องมาตรวจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจหาเชื้อในคนที่จำเป็น คือ มีไข้ ทางเดินหายใจเท่านั้น ซึ่งปริมาณตอนนี้ที่ตรวจในแล็บเป็นหลักหมื่นราย แต่เจอผู้ป่วย 4%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผู้ป่วยรายใหม่ส่วนใหญ่พบใน กทม. วัยหนุ่มสาว วัยทำงาน มีอาการเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้ยังไปมีกิจกรรมทางสังคมร่วมกับผู้อื่นได้ และเมื่อป่วยก็เกิดผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวนมาก เช่น กรณีสถานบันเทิง สนามมวย แม้ผู้ว่าราชการ กทม. และผู้ว่าราชการจังหวัดในปริมณฑล จะสั่งปิดแล้วก็ตาม ก็ขอให้ทุกท่านอยู่ที่บ้าน อย่าเดินทางกลับไปภูมิลำเนาเด็ดขาด มีความสำคัญอย่างยิ่ง รัฐบาลมีมาตรการนี้ขึ้นมาเพื่อหยุดการเคลื่อนย้าย ตอนนี้หยุดงานแล้วพักที่บ้านก่อน อย่ากลับภูมิลำเนา เพราะคนต่างจังหวัดมีเด็ก ผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยงรับเชื้อติดจาก กทม.จำนวนมาก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60524</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ป่วยติดเชื้อ, สธ., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200322/image_big_5e771c788ca68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กัมพูชาตรวจ‘เวสเตอร์ดัม’ สธ.ห้ามผดส.ต่างชาติผ่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สธ.เผยพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มอีก 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน รวมติดเชื้อ &amp;nbsp;35 ราย ลั่นไม่ให้ต่างชาติจากเรือเวสเตอร์ดัมเข้าไทย หากจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคของไทยอย่างเคร่งครัด &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ขู่สายการบินใดนำผู้โดยสารบนเรือเวสเตอร์ดัมเข้าไทยต้องรับผิดชอบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และคณะแถลงความคืบหน้าสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า วันนี้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ 3 ฝ่ายได้รายงานผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่ม 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวจีน เพศหญิง อายุ 68 &amp;nbsp;ปี ซึ่งเป็นผู้สัมผัสของผู้ป่วยยืนยันรายที่ 22 และอยู่ระหว่างการติดตามเฝ้าระวังมาตั้งแต่แรกอย่างต่อเนื่อง เมื่อพบว่ามีไข้ ไอ จึงรับเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษา (เป็นผู้ป่วยรายที่ 4 ในครอบครัวเดียวกัน) นับเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 35 ของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุขุมกล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ขยายการเฝ้าระวังเพื่อให้สามารถค้นพบผู้ป่วยได้มากขึ้นใน 3 กลุ่ม ดังนี้ 1.ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบที่หาสาเหตุไม่ได้ และผู้ป่วยที่เป็นผู้ประกอบอาชีพที่สัมผัสใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยวที่มาจากพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;2.เพิ่มการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและในโรงพยาบาล หากเป็นผู้เดินทางจากประเทศจีน ฮ่องกง มาเก๊า จีนไทเป ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และประเทศที่มีรายงานการระบาด รวมถึงระบาดในชุมชน 3.ในส่วนของโรงพยาบาลให้เพิ่มการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ กรณีที่ผู้ป่วยมีประวัติเดินทางกลับมาจากประเทศที่มีรายงานพบการแพร่เชื้อในชุมชนภายในประเทศนั้นๆ (local transmission)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีเรือสำราญเวสเตอร์ดัม เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยง สธ.จึงมีมาตรการ 2 ส่วน คือ 1.กรณีคนไทยกลับบ้านมีการดูแลติดตามเฝ้าระวังต่อเนื่องจนครบ 14 วันตามมาตรฐานป้องกันควบคุมโรค &amp;nbsp;หากจะเดินทางต่อมีการคัดกรองก่อนขึ้นเครื่อง หากมีไข้ไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่อง และส่งเข้ารักษาตามระบบ 2.คนต่างชาติจะไม่อนุญาตให้เข้าประเทศ ทั้งการต่อเครื่องและเปลี่ยนเครื่อง โดย สธ.ได้ประสานงานกับสายการบิน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงการต่างประเทศ และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หากจำเป็นต้องเดินทางเข้าประเทศไทยต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคของไทยอย่างเคร่งครัด เช่น สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ พร้อมแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรองก่อนขึ้นเครื่อง และหากตรวจพบเข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง เช่น มีไข้ ไอ จะถูกส่งเข้าระบบเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคของประเทศไทยทันที ทั้งนี้การป้องกันควบคุมโรคกรณีคนบนเรือเวสเตอร์ดัมที่จะมาเมืองไทยเกิดขึ้นภายหลังมีการยืนยันว่ามีคนบนเรือติดเชื้อ COVID-19 แล้ว 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในด้านการตรวจทางห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้เพิ่มศักยภาพและพัฒนาการตรวจด้วยชุดน้ำยาสำเร็จรูปแบบ real time RT-PCR รู้ผลเร็ว มีความแม่นยำสูง ในระยะต่อไปจะขยายไปยังโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปให้ตรวจวินิจฉัยเชื้อได้ นอกจากนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จึงรับประเมินชุดน้ำยาสำเร็จรูปแบบ real time RT-PCR &amp;nbsp;เพื่อขึ้นบัญชีชุดน้ำยาที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน เป็นข้อมูลช่วยให้โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป รวมทั้งภาคเอกชนเลือกซื้อชุดน้ำยาสำหรับตรวจวินิจฉัยเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่มีความแม่นยำสร้างความมั่นใจประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปลัด สธ.กล่าวว่า ที่ฐานทัพเรือสัตหีบคนไทยกลับบ้านที่อาคารรับรองสัตหีบจำนวน 137 คน ทุกคนไม่มีไข้และไม่มีผู้ที่เข้าเกณฑ์สอบสวนโรค ส่วนผู้ที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี 1 คน อาการปกติไม่มีไข้ ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก โดยทั้งหมดอยู่ระหว่างการเตรียมการก่อนที่จะอนุญาตให้กลับบ้านในวันที่ &amp;nbsp;19 กุมภาพันธ์ 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีผู้โดยสารบนเรือสำราญเวสเตอร์ดัมเกิดการติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้ว ถือเป็นการติดเชื้อบนเรือลำนั้นแน่นอน ไม่ใช่การติดบนผืนแผ่นดิน ดังนั้นจึงเป็นไปตามมาตรการควบคุมโรคขั้นสูงสุด ซึ่งตน รมช.สาธารณสุขและผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เห็นตรงกันว่าห้ามผู้โดยสารบนเรือสำราญเวสเตอร์ดัมเข้าประเทศไทยโดยเด็ดขาด จนกว่าจะพ้นระยะฟักตัวของโรค 14 วัน เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ.เป็นต้นมา &amp;nbsp;เพราะถ้าให้เข้ามาไม่ใช่ว่าเราต้องดูแลแค่ผู้โดยสารที่มีชื่อบนเรือลำนั้นเท่านั้น แต่ต้องดูแลคนที่ร่วมเดินทางเข้ามาไทยเพิ่มเติมอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้กรมควบคุมโรคจะออกประกาศคำสั่งต่อไป ส่วนคนไทยที่อยู่บนเรือลำนั้นเราไม่ห้าม เพราะว่าเข้ามาแล้วเราสามารถตรวจ ติดตามได้ เมื่อเราห้ามไม่ให้เข้าประเทศแล้ว หากสายการบินใดยังมีการนำผู้โดยสารบนเรือเวสเตอร์ดัมเข้ามาในประเทศ จะต้องรับผิดชอบสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนั้นทั้งหมด รวมไปถึงผู้โดยสารคนอื่นๆ ด้วยเพราะเราบอกแล้วว่าห้าม&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลมาเลเซียแถลงอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า ผู้โดยสารจากเรือเวสเตอร์ดัมมากกว่า 130 &amp;nbsp;คนที่ขึ้นเครื่องบินจากกรุงพนมเปญมายังกรุงกัวลาลัมเปอร์พร้อมกับหญิงชาวอเมริกันวัย 83 ปีที่ติดเชื้อนั้น ได้เดินทางกลับปลายทางแล้วทั้งที่สหรัฐฯ, ยุโรป, ออสเตรเลีย และฮ่องกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านบริษัท ฮอลแลนด์อเมริกา ผู้ดำเนินกิจการเรือสำราญลำนี้ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า บริษัทกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ของมาเลเซียและกัมพูชา รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐฯ (ซีดีซี) โดย ดร.แกรนต์ ทาร์ลิง หัวหน้าเจ้าหน้าที่แพทย์ ชี้แจงด้วยว่าบริษัทกำลังร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของประเทศนั้นๆ เพื่อสอบสวนและติดตามบุคคลที่อาจสัมผัสใกล้ชิดหญิงชาวอเมริกันรายนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ โฆษกของจังหวัดพระสีหนุกล่าวว่า เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างของผู้โดยสารทุกคนบนเรือไปตรวจสอบแล้วเพื่อความชัดเจน และผู้โดยสารจะไม่ได้รับอนุญาตให้ลงจากเรือจนกว่าจะรู้ผลการตรวจ ส่วนผู้โดยสารอีกหลายร้อยคนที่ลงจากเรือไปแล้วและกำลังรอขึ้นเครื่องบินกลับประเทศนั้น ผู้โดยสารชื่อ ฮอลลีย์ เราเอน เผยกับรอยเตอร์ว่า พวกเขายังพักรออยู่ที่โรงแรมและถูกตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาด้วยเมื่อวันจันทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานด้วยว่า ช่วงบ่ายวันจันทร์ผู้โดยสารของเวสเตอร์ดัมหลายสิบคนที่กำลังรอขึ้นเครื่องบิน ได้รับการเอาอกเอาใจด้วยการพาขึ้นรถบัสทัวร์รอบกรุงพนมเปญ โดยภาพที่สื่อมวลชนกัมพูชาเผยแพร่นั้นผู้โดยสารเหล่านี้ยิ้มแย้ม บางคนชูนิ้วโป้ง แต่ไม่มีใครสวมหน้ากากอนามัยเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คริสตินา เคอร์บี ซึ่งทวีตเกี่ยวกับชะตากรรมบนเรือลำนี้จนเรียกความสนใจจากผู้คนได้ในวงกว้าง &amp;nbsp;ยอมรับว่าเธอประหลาดใจที่ได้รับอนุญาตให้นั่งรถบัสทัวร์รอบเมืองหลวงของกัมพูชา ทั้งที่ยังไม่รู้ผลตรวจว่าปลอดจากการติดเชื้อ เธอกล่าวกับเอเอฟพีว่าเธอมีลูกเล็กๆ รออยู่ที่บ้านในสหรัฐฯ และเธอก็ไม่อยากเสี่ยงกับการแพร่เชื้อสู่ลูกๆ หรือคนรอบตัวถ้าหากเธอติดไวรัสนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐมนตรีต่างประเทศ หวัง อี้ ของจีน มีกำหนดพบปะกับรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติอาเซียนที่ลาวในสัปดาห์นี้เพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤติโควิด-19 ซึ่งกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วภูมิภาคนี้ &amp;nbsp;รวมถึงการถูกจำกัดด้านการเดินทางด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจีนเมื่อวันจันทร์เพิ่มเป็น 70,548 รายแล้ว โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ &amp;nbsp;2,048 รายเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในจำนวนนี้อยู่ในมณฑลหูเป่ย์ 1,933 ราย นอกหูเป่ย์ 115 ราย ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่นอกหูเป่ย์ลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 13 ส่วนผู้เสียชีวิตเฉพาะในจีนแผ่นดินใหญ่เพิ่มขึ้น &amp;nbsp;105 ราย รวมเป็น 1,770 ราย และมีผู้ติดเชื้อที่หายดีแล้วมากกว่า 11,000 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57478</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กัมพูชา, นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน, ผู้ป่วยติดเชื้อ, มาตรการควบคุมป้องกันโรคของไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรือเวสเตอร์ดัม, เวสเตอร์ดัม, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4aad69d0b66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2020 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2020 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.อุตรดิตถ์สยบข่าวพบผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนา แจงแค่กักตัวดูอาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค. 63 &amp;ndash; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวจังหวัดอุตรดิตถ์กำลังให้ความสนใจและตื่นตระหนกกับกระแสข่าวทางออนไลน์ว่า โรงพยาบาลศูนย์อุตรดิตถ์ ได้เฝ้าดูอาการของผู้ป่วยหญิงชาว จ.อุตรดิตถ์ 1 ราย อายุราว 27 ปี โดยให้ผู้ป่วยรายนี้นอนพักที่ห้องปลอดเชื้อ หลังจากพบว่า มีอาการไข้ มีน้ำมูก ไอ และจาม ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศจีน เมื่อช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาช่วงแรก โดยทางแพทย์ของโรงพยาบาลศูนย์อุตรดิตถ์ กำลังอยู่ระหว่างการตรวจเชื้อว่า จะเป็นเชื้อไวรัสโคโรนาหรือไม่ และผลก็ยังไม่ออกมา ขณะเดียวกันทางโรงพยาบาลก็ให้คนป่วยและญาติที่มาเฝ้าไข้ในโรงพยาบาลได้สวมใส่หน้ากากเพื่อป้องกันเชื้อโรคแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ป่วยรายดังกล่าว ก่อนหน้านี้ 2 ปี เคยศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ แล้วเดินทางไปฝึกงานที่ประเทศจีน หลังจากฝึกงานเสร็จก็ได้ทำงานต่อที่ประเทศจีน แต่ไม่ยืนยันว่าเป็นมณฑลไหนของประเทศจีน เมื่อมีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาช่วงแรก ๆ ก็เดินทางกลับมายังประเทศไทยและกลับมาบ้านที่ จ.อุตรดิตถ์แล้วเกิดอาการเป็นไข้ มีน้ำมูก ไอ จาม จึงไปทำการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์อุตรดิตถ์ หลังจากมีการสอบประวัติของผู้ป่วยแล้ว พบว่าเดินทางกลับมาจากประเทศจีน ทางแพทย์โรงพยาบาลศูนย์อุตรดิตถ์ จึงให้ผู้ป่วยแอดมิดด่วน เพื่อทำการรักษาและรอดูอาการว่า อาการป่วยนั้นจะมีเชื้อไวรัสโคโรนาหรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อายุส ภมะราภา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ ชี้แจงถึงข่าวดังกล่าวว่า&amp;nbsp; ผู้ป่วยดังกล่าวกลับจากประเทศจีน ที่สนามบินตรวจคนเข้าเมืองตรวจไม่พบเชื้อ แต่พอกลับมาถึงที่อุตรดิตถ์ก็มีอาการไข้ น้ำมูก ไอจาม เบื้องต้นทางโรงพยาบาลได้ให้ญาติและคนไข้แต่ละตึกใส่หน้ากากเพื่อเป็นการป้องกันระวังโรคแล้ว และขอยืนยันว่าโรงพยาบาลยังไม่พบผู้ป่วยหรือคนไข้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ทั้งนี้ ทางโรงพยาบาล ได้ดำเนินการมาตรการเชิงรุก&amp;nbsp; หาพบคนไข้รายใดที่เป็นไข้หวัดมาจากประเทศจีน จะดำเนินการเฝ้าระวังเอาไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โรงพยาบาลจำเป็นต้องทำการเฝ้าระวังเชิงรุกไว้ให้ดี และรวดเร็ว หากปล่อยให้คนกลุ่มนี้ไปอยู่กับเด็กทั่วไป หรือกลับไปบ้านจะเกิดปัญหาในการแพร่เชื้อกับผู้อื่นได้ ถึงแม้จะเป็นไข้หวัดธรรมดาก็ตาม เนื่องจากอาการคล้ายกันมาก แต่ยังไม่ใช่ผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนา เราจำเป็นต้องทำมาตรการเชิงรุกในเชิงวินิจฉัยดีกว่าปล่อยให้เป็นแล้วเผยแพร่หรือแพร่ระบาดจะทำให้ยุ่ง เพราะไข้โคโรนาเป็นกลุ่มไข้หวัดใหญ่เหมือนกันติดผ่านทางเชื้อไวรัส จะแพร่ได้เร็วมาก ตอนนี้ยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อโคโรนา และหากพบจะต้องรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะการหาเชื้อต้องใช้เวลา แต่ทางโรงพยาบาลก็ต้องเฝ้าระวังทุกคนที่สงสัย ส่วนใหญ่ที่ตรวจพบเป็นไข้หวัดธรรมดาคือไข้หวัดใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ส่วนที่มีการแชร์กันในไลน์ในเฟซออกมา สืบเนื่องจากทางโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ต้องเฝ้าระวังโดยสั่งการกับเจ้าหน้าที่ พยาบาลและแพทย์ของโรงพยาบาลตั้งแต่แรกแล้วว่า หากพบผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดหรือต้องสงสัย ให้เฝ้าระวังผู้ป่วยก่อนไปถึงห้องฉุกเฉินจะต้องแยกผู้ป่วยออกจากกันทันที คงไม่ปล่อยให้กลุ่มผู้ป่วยไข้หวัดไปตรวจที่ห้องฉุกเฉินหวั่นพบติดเชื้อจริง เราจำเป็นต้องแยกตั้งแต่ช่วงนี้เลย เพื่อป้องกันคนอุตรดิตถ์ที่ยังไม่เป็นไข้หวัดด้วย เพราะไข้หวัดแพร่กันง่าย เป็นการป้องปราบที่รวดเร็ว ดีกว่าปล่อยให้เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนแล้วมาป้องกัน อยากให้ช่วยแก้ข่าวในเรื่องนี้ด้วย คนไข้รายนี้ไม่ได้มาจากเมืองอู่ฮั่นในประเทศจีน โอกาสเป็นมีไม่มาก แต่จำเป็นต้องทำเพราะเป็นมาตรการในการป้องกัน ทำให้คนอุตรดิตถ์ ปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม&amp;rdquo; นายแพทย์อายุส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเรืองเดช วงษ์หล้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ มีอาจารย์ที่สอนภาษาจีนจำนวน 3 คน และเป็นนักศึกษาที่เดินทางมาจากมณฑลยูนนาน ประเทศจีน 80 คนรวมเป็น 83 คน และทั้งหมดเดินทางมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยนานหลายเดือนแล้ว ก่อนที่จะมีการระบาดของไวรัสโคโรนา แอย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ทางมหาวิทยาลัย ก็ประเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) อุตรดิตถ์ มาทำการตรวจสุขภาพทั้ง 83 คนแล้ว ไม่พบว่า มีอาการป่วยแต่อย่างใด แม้จะไม่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ทางมหาวิทยาลัยก็ดูแลชาวจีนทั้ง 83 คนอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ในช่วงนี้ก็ได้ทำความเข้าใจแล้วว่า ไม่ควรออกไปด้านนอกที่มีคนอยู่จำนวนมาก เพราะคนทั่วไปรู้ว่าเป็นชาวจีน เกรงจะเกิดการตกใจกับข่าวที่เกิดขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55599</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, นพ.อายุส ภมะราภา, ผู้ป่วยติดเชื้อ, อุตรดิตถ์, อู่ฮั่น, เรืองเดช วงษ์หล้า, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2e7d04a83e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
