<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2020 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2020 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039; เผยผลศึกษา &#039;นิวยอร์ก&#039; มีผู้ติดเชื้อสูงถึง 20% แต่รายงานเพียงแค่ 1 ใน 10 เหตุปล่อยให้นอนอยู่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค.63 - &amp;nbsp;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ็กว่า&amp;nbsp;โควิด 19 อัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย ผู้ป่วยที่ติดเชื้อแล้ว รายงานเข้าสู่ระบบทั่วโลกจะมีอัตราการเพิ่มขึ้นตั้งแต่มีผู้ป่วยได้ 1 ล้านคน อัตราการเพิ่มขึ้นจะเป็น 1 ล้านคนทุก 12 วัน เพิ่มเป็น 2 ล้านคน 3 ล้านคนและจะเป็น 4 ล้านคนภายในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัตราการเพิ่มขึ้นของทั่วโลกที่เป็นแบบนี้เปรียบเสมือนลดน้อยลง ไม่ได้เพิ่มแบบก้าวกระโดด และในอนาคตถ้าควบคุมได้แบบนี้ก็จะมีแนวโน้มลดลง สิ่งที่เป็นห่วงอย่างยิ่งคือ การระบาดเข้าสู่ประเทศกำลังพัฒนาในทวีปอเมริกาใต้และแอฟริกา รวมทั้งอินเดีย ที่จะทำให้เกิดการก้าวกระโดด และจะมีตัวเลขที่ไม่ได้รายงานอีกเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ตัวเลขที่เห็น ขอยกตัวอย่างเช่น มหานครนิวยอร์ก มีการศึกษาทาง serology มีผู้ติดเชื้อไปแล้วประมาณ 20% แสดงว่ามีผู้ป่วยที่รายงานเป็น 1 ใน 10 ของจำนวนผู้ติดเชื้อเท่านั้น เช่นเดียวกันกับอีกหลายที่ โดยเฉพาะในยุโรป ตัวเลขที่รายงานจำนวนผู้ป่วย จะต่ำกว่าจำนวนที่ติดเชื้อจริงอย่างมาก เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่จะให้อยู่ที่บ้าน นอกจากมีอาการมากจึงจะรับมารักษาที่โรงพยาบาล มีผู้ป่วยจำนวนมากถึงมีอาการ ก็ไม่ได้รับการวินิจฉัย เพราะนอนอยู่ที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชากรไทยค่อนข้างโชคดี เพราะผู้ติดเชื้อทุกคนได้รับการดูแลอย่างดีในโรงพยาบาล ไม่ใช่ให้นอนที่บ้าน ภาพรวมของผู้เสียชีวิตในประเทศไทย จึงค่อนข้างต่ำกว่าประเทศทางตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความเป็นจริงอัตราการเสียชีวิตของโรคนี้ ถ้าถูกนับรวมทั้งหมด รวมผู้ป่วยที่อยู่ที่บ้านของประเทศทางตะวันตกแล้ว น่าจะต่ำกว่าตัวเลขที่ทางตะวันตกรายงานเป็นทางการ จะเห็นว่าทางตะวันตกไม่ว่ายุโรปหรืออเมริกา อัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยค่อนข้างสูงมากเช่นใน อังกฤษ อิตาลีและสเปน อยู่ที่ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ในอเมริกาเอง จากตัวเลขอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ประมาณ 6 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าการเสียชีวิตในสงครามเวียดนาม รบกันนานกว่า 10 ปี
ประเทศไทย อัตราการเสียชีวิตขณะนี้ อยู่ที่ 1.8 เปอร์เซ็นต์ นับว่าต่ำกว่าประเทศทางตะวันตกมาก ทั้งที่มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ดีมาก เพราะเกิดจากที่ทุกคนช่วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่สำคัญนับแต่นี้ไป เราจะต้องปรับตัวให้สมดุลในการดำรงชีวิต ให้ทุกคนอยู่อย่างพอเพียง ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหาร ถ้ามีการแบ่งปันกันและประคับประคองไม่ให้มีผู้ป่วยเกินกว่าระบบสาธารณสุขจะรองรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอเวลาให้วิกฤตผ่านพ้นไป น่าจะใช้เวลา 1 ปี เราก็จะมียารักษาที่ดีขึ้น มีวัคซีนในการป้องกัน ก็จะกลับคืนมาสู่ชีวิตที่ปกติเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65272</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, นพ.ยง ภู่วรวรรณ, ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea1045000bfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63319</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2020 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2020 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระบี่จ่อชนะโควิดไร้ผู้ติดเชื้อรายใหม่ รักษาหายแล้ว 2 ราย เหลือผู้ป่วยระหว่างรักษา 6 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.63 - ที่โรงพยาบาลปลายพระยา ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่&amp;nbsp;พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เดินทางไปยังอำเภอปลายพระยา เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ติดตามผลการรักษาผู้ป่วย 2 รายที่พักรักษาตัว ณ โรงพยาบาลปลายพระยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ ณัฐพงษ์ ดูงาม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปลายพระยา รายงานผลการรักษาว่า ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส COVID-19 ยืนยันทั้ง 2 รายที่รักษาตัวอยู่ อาการหายเป็นปกติแล้ว แต่ขอความร่วมมือให้ทั้งสองรายเสียสละเวลาพักต่อที่ รพ. อีก 14 วัน เพื่อให้แน่ใจ 100% ว่า จะไม่แพร่เชื้อรอบสอง และคนในหมู่บ้านจะได้สบายใจว่า เมื่อครบ 28 วันทั้งสองจะกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับคนในหมู่บ้านได้โดยปกติ ซึ่งทั้งสองคนให้ความร่วมมือโดยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี กล่าวว่าสำหรับสถานการณ์​การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อ COVID-19 กระบี่ยังรักษาสถิติ​ไว้ได้อีกครั้ง เป็น 8 วันที่ติดต่อกันที่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ และมีผู้ป่วยระหว่างการรักษาเพียง 6 รายเท่านั้น ส่วนผู้รอผลตรวจเหลือเพียง 21 ราย ถ้าหากกราฟยังเป็นแบบนี้ต่อไป นั่นแสดงว่า เรามีโอกาสรบชนะในเวลาอันใกล้ แต่อย่าชะล่าใจขอให้ทุกคนมุ่งมั่นอดทนอีกเพียง 15 วันเคร่งครัดดูแลตัวเองและคนรอบข้างให้ดี รู้ทัน เข้าใจโควิด แล้วกลับมาดูผล และประเมินสถานการณ์กันต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63319</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จังหวัดกระบี่, ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด, โรงพยาบาลปลายพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200416/image_big_5e97de4b63e39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2020 14:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2020 14:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุ่นแล้ว! จนท.สอบเส้นทาง &#039;ผู้ป่วยโควิด&#039; หนีออกจากรพ.ไป บขส.กระบี่ คนเสี่ยงติดเชื้อเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค.63 - กรณีมีผู้ป่วยติดโควิด 19 เป็นผู้ชายอายุประมาณ 25 ปี หลบหนีออกจากโรงพยาบาลกระบี่ โดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้างจากหน้าโรงพยาบาล เดินทางมายังสถานี บขส.กระบี่ เดินเข้ามาในอาคารผู้โดยสาร ซื้อตั๋วโดยสาร ซื้อไก่ทอด น้ำดื่ม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรเมืองกระบี่ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกระบี่เข้าควบคุมตัวไว้ได้ ขณะนั่งรอรถขึ้นรถตู้โดยสารเดินทางกลับบ้านพักที่จังหวัดตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบประวัติการเดินทาง พบว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้ป่วยรายนี้ได้เดินทางมาจากจังหวัดตรัง นั่งรถตู้พร้อมผู้โดยสารจำนวน 8 คน มาถึงสถานี บขส.กระบี่ เวลาประมาณ 10.30 น. จากนั้นขึ้นรถแท็กซี่ป้ายเขียว เดินทางไปยังท่าเทียบเรือปากคลองจิหลาด เพื่อลงเรือไปยังเกาะพีพี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคัดกรอง ตรวจพบความผิดปกติของอุณหภูมิร่างกาย จึงแจ้งให้ทาง รพ.กระบี่ รับตัวไปตรวจดูอาการที่ รพ.กระบี่ ก็พบว่ามีเชื้อโควิด-19 จึงทำการกักตัวไว้รักษาตามกระบวนการ ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 25 มี.ค. ชายหนุ่มคนดังกล่าว ก็หลบหนีออกมาจาก โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ ทีมสอบสวนโรคสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ออกติดตามบุคคลกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย ทั้งคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่รับผู้ป่วยมาจากหน้าโรงพยาบาลกระบี่ คนขับรถแท็กซี่ป้ายเขียวที่รับผู้ป่วยจาก บขส.ไปส่งยังท่าเรือ คนขับรถตู้โดยสารสายตรัง-กระบี่ หมายเลข 8 ทะเบียน 10-1790 ตรัง ที่รับผู้ป่วยมาจาก จ.ตรัง พ่อค้าแม่ค้าที่สถานี บขส.กระบี่ &amp;nbsp;ประสานให้กักตัวดูอาการ 14 วัน และประชาสัมพันธ์แจ้งให้ผู้โดยสารจำนวน 8 คนที่เดินทางมากับรถตู้คันดังกล่าว ออกจากจังหวัดตรัง เวลาประมาณ 08.30 น. เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา และผู้ใกล้ชิดให้ติดต่อ จนท.สาธารณสุขใกล้บ้านทันที เพื่อกักตัวดูอาการต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61008</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จังหวัดกระบี่, ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7c57ae3b967.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
