<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นำเข้า‘โควิด’รายวันอีก10 จ่อเพิ่มสายการบินรองรับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ไทยติดเชื้อใหม่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย มาจากคูเวต-ฮ่องกง-รัสเซีย-อเมริกา สธ.เผย 154 รพ.เอกชนรับผู้ป่วยต่างชาติกักตัว โกยรายได้เข้าประเทศ 29.9 ล้าน ชง ศบค.เพิ่มสายการบินเข้าไทยเอื้อรับตัวคนไข้ โฆษก กมธ.ติดตามกู้เงินโควิด พบเบิกจ่ายล่าช้าแค่ 66%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตุลาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า พบผู้ป่วยรายใหม่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ราย ในสถานที่กักตัวของรัฐ มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,600&amp;nbsp;ราย ยอดสะสมของผู้ที่รักษาหายแล้ว 3,390&amp;nbsp;ราย จำนวนผู้เสียชีวิตสะสม 59 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 151&amp;nbsp;ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่รายที่&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;มาจากคูเวต โดยรายที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุ&amp;nbsp;38&amp;nbsp;ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางถึงประเทศไทยวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ก.ย.63&amp;nbsp;พบผู้ป่วยยืนยันในเที่ยวบินเดียวกัน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ราย&amp;nbsp;เข้าพักในสถานที่กักกันของรัฐใน จ.ชลบุรี ตรวจครั้งแรก วันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ก.ย.63 ผลไม่พบเชื้อ ตรวจครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.ค.63 ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ ส่วนรายที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เพศชาย สัญชาติคูเวต อายุ&amp;nbsp;61&amp;nbsp;ปี เดินทางถึงประเทศไทยวันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.ค.63&amp;nbsp;เข้าพักสถานที่กักกันโรงพยาบาลใน กทม. เป็นผู้ติดตามผู้ป่วยที่มารักษาด้วยโรคอื่น&amp;nbsp;ตรวจครั้งแรก วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.ค.63 ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายที่&amp;nbsp;3-5&amp;nbsp;มาจากเขตปกครองพิเศษฮ่องกง โดยรายที่&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;เป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุ&amp;nbsp;31&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ปี เดินทางถึงประเทศไทยวันที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ก.ย.63&amp;nbsp;พบผู้ป่วยยืนยันในเที่ยวบินเดียวกัน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รายเข้าพักสถานที่กักกันของรัฐใน จ.สมุทรปราการ ตรวจครั้งแรก วันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;63 ผลไม่พบเชื้อ ตรวจครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.ค.63 ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ ส่วนรายที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เพศหญิง สัญชาติไทย อายุ&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ปี อาชีพพนักงานในสถานบันเทิง เดินทางถึงประเทศไทยวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ก.ย.&amp;nbsp;63&amp;nbsp;เข้าพักสถานที่กักกันของรัฐใน กทม.&amp;nbsp;ตรวจครั้งแรก วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.ค.63 ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาที่สถาบันโรคทรวงอก จ.นนทบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายที่&amp;nbsp;6-7&amp;nbsp;เดินทางมาจากรัสเซีย โดยรายที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เพศชาย สัญชาติรัสเซีย อายุ&amp;nbsp;51&amp;nbsp;ปี อาชีพพนักงานบริษัท เข้าพักสถานที่กักกันโรคแบบทางเลือกใน จ.สมุทรปราการ ถึงประเทศไทยวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;ก.ย.63&amp;nbsp;พบผู้ป่วยยืนยันในเที่ยวบินเดียวกัน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย ตรวจครั้งแรก วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ต.ค.63 ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชนใน จ.นนทบุรี และรายที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เพศหญิง สัญชาติรัสเซีย อายุ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ปี เข้าพักสถานที่กักกันแบบทางเลือกใน กทม. เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนใน กทม.&amp;nbsp;รายที่&amp;nbsp;8-10&amp;nbsp;เดินทางมาจากสหรัฐอเมริกา ถึงประเทศไทยวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ก.ย.63&amp;nbsp;เข้าพักสถานที่กักกันของรัฐใน จ.ชลบุรี ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รายเป็นเพศหญิง สัญชาติไทย อายุ&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ปี อาชีพพนักงานโรงแรม ตรวจครั้งแรก วันที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.ค.63 ผลพบเชื้อ ไม่มีอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค สธ. กล่าวว่า ในประเทศไทยอาจมีผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการอยู่ในสังคม ซึ่งส่วนใหญ่กลุ่มนี้จะเป็นวัยรุ่น คนวัยทำงานที่มีกิจกรรมหลักอยู่นอกบ้านต้องพบเจอคนจำนวนมาก ซึ่งอาจเกิดการแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นต่อได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้น สิ่งสำคัญที่ทุกคนต้องตระหนักคือ ความไม่ประมาท ป้องกันตัวเองให้เป็นนิสัย หลีกเสี่ยงสถานที่แออัด หรือการรวมกลุ่มปาร์ตี้ ต้องสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างระหว่างผู้อื่นเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่และสัมผัสเชื้อที่อาจจะเกิดขึ้น และลงทะเบียนเข้า-ออกสถานที่ที่ใช้บริการผ่าน &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; ทุกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;พร้อมด้วย นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) นำคณะผู้บริหาร สธ. เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานโรงพยาบาลกักกันแห่งรัฐทางเลือก (Alternative Hospital Quarantine: AHQ) ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลต้นแบบที่มีกระบวนการทำงานและระบบการบริหารจัดการที่มีคุณภาพมาตรฐาน รองรับกลุ่มผู้ป่วยชาวไทยและชาวต่างชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตกล่าวว่า ขณะนี้มีสถานพยาบาลเอกชนเข้าร่วมโครงการเอเอชคิวแล้ว 154 แห่ง โดยมีผู้ป่วยเข้ามารักษาตัวแล้ว 701 ราย ผู้ติดตาม 522 ราย สร้างรายได้ให้กับประเทศ จำนวน 29.9 ล้านบาท แต่ยังติดปัญหาเรื่องสายการบินที่ยังไม่อนุญาตให้ทำการบินได้ เช่น บางรายได้รับใบอนุญาตเข้าประเทศ ผลตรวจ 72 ชั่วโมง ปลอดโควิด แต่ไม่มีสายการบินบินเข้ามา ดังนั้น เรื่องนี้คงต้องเสนอ ศบค. กระทรวงคมนาคม และฝ่ายความมั่นคง ให้เพิ่มสายการบินเข้ามายังประเทศไทย โดยเฉพาะสายการบินจากตะวันออกกลาง นอกจากนี้ในอนาคตจะมีการเปิดสนามบินหลัก และสนามบินภายในประเทศ เพื่อรองรับการเดินทางของผู้ป่วยชาวต่างชาติ และผู้ติดตามเพิ่มเติมกรณีที่จะต้องมีการต่อเครื่อง และเปิดด่านทางบกเพิ่มเติม ได้แก่ 1.ด่านบ้านแหลม (ไพลิน/ เสียมเรียบ/พระตะบอง)-จันทบุรี และ 2.ด่านบ้านหาดเล็ก (เกาะกง/สีหนุวิลล์)-จันทบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ให้การรับรอง นายมโย มยิน ตาน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย และคณะ เพื่อมอบหน้ากากอนามัย จำนวน 3 แสนชิ้น เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนชาวเมียนมา โดยนายสุชาติกล่าวว่า หากรัฐบาลเมียนมามีความต้องการอุปกรณ์ทางการแพทย์ใด ขอให้ประสานมาทางรัฐสภาไทยยินดีให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ และยินดีเป็นตัวกลางในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมโย มยิน ตาน กล่าวขอบคุณรัฐสภาไทยที่ให้ความช่วยเหลือเมียนมาเป็นครั้งที่ 2 และยังระบุว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ของเมียนมา สาเหตุมาจากประชาชนเห็นว่ารัฐบาลสามารถควบคุมการแพร่ระบาดในช่วงแรกได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเกิดความชะล่าใจ และไม่ปฏิบัติตามข้อแนะนําของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ขอให้ประเทศไทยวางใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากรัฐบาลเมียนมาสามารถควบคุมการแพร่ระบาดบริเวณชายแดนจนมีจำนวนผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาติดตาม ตรวจสอบการใช้เงินตามพระราชกำหนด 3 ฉบับเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า ได้รับรายงานว่าโครงการกลุ่มที่ 1 ว่าด้วยการสาธารณสุขได้ผ่านการอนุมัติแล้ว 2,555 ล้านบาท จากวงเงินทั้งหมด 45,000 ล้านบาท, กลุ่มที่ 2 แผนเยียวยาและชดเชยให้กับผู้ได้รับผลกระทบ อนุมัติให้จ่ายเงินกู้แล้ว 365,657 ล้านบาท จากทั้งหมด 555,000 ล้านบาท และกลุ่มที่ 3 สำหรับฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม อนุมัติให้ใช้จ่ายแล้ว 108,374 ล้านบาท จากวงเงินกู้ 400,000 ล้านบาท ดังนั้น ณ วันนี้ มีกรอบวงเงินคงเหลือ 523,412 ล้านบาท จากวงเงินทั้งหมด 1 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ กรมบัญชีกลางรายงานอีกว่า รัฐได้อนุมัติไปแล้ว 470,000 ล้านบาท และเบิกจ่ายดำเนินการไปแล้ว 290,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 66% จากที่คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติวงเงินไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79698</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ผู้ป่วยต่างชาติ, ผู้ป่วยต่างชาติกักตัว, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินกู้โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201006/image_big_5f7c6e5ab0c1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69443</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 07:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2020 07:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาจารย์หมอ&#039;โพสต์จดหมายเปิดผนึกถึง ศบค. โปรดทบทวนมาตรการรับผู้ป่วยต่างชาติมารักษาในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.63- &amp;nbsp;รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์จดหมายเปิดผนึกถึง ศบค. และหน่วยงานความมั่นคง ผ่านเฟซบุ๊กมีรายละเอียดดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียน ศบค. และหน่วยงานความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โปรดทบทวนมาตรการรับผู้ป่วยต่างชาติมารักษาในประเทศเถิดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริงที่เราควรคำนึงถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. โรคยังระบาดทั่วโลกกว่า 9 ล้านคน เพิ่มวันละแสนกว่า สัปดาห์ละล้านคน ความเสี่ยงจากต่างประเทศจึงมากเกินกว่าจะรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ได้มาคนเดียว มักต้องมีสมาชิกในครอบครัวเข้ามาด้วยไม่มากก็น้อย นั่นแปลว่าความเสี่ยงย่อมเพิ่มขึ้นมาก และเป็นมาตรการเลี่ยงบาลีของการเปิดประตูประเทศนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ไม่มีวิธีการตรวจคัดกรองใดที่จะการันตีความปลอดภัยได้ 100% และแต่ละวิธีที่เรามีอยู่นั้นมีความไวและความจำเพาะที่แตกต่างกันไปในแต่ละระยะของการติดเชื้อ โอกาสหลุดรอดของเคสที่ติดเชื้อจึงมีสูงขึ้นมากแน่ๆ หากเปิดรับตามมาตรการที่จะชงเข้าสู่ศบค.ตามที่ออกข่าวทางสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การเอาโรงพยาบาลของไทยมุ่งช่วยเศรษฐกิจประเทศด้วยการนำเข้าต่างชาติเข้ามารักษานั้น หากมีกรณีติดเชื้อในบุคลากรทางการแพทย์และต้องปิดโรงพยาบาลดังที่เราเห็นในประเทศเพื่อนบ้านเร็วๆ นี้ จะก่อให้เกิดผลกระทบตามมาต่อการดูแลรักษาประชาชนไทยจำนวนมาก และยิ่งทำให้ช่องว่างทางสังคมกว้างขึ้น และบ่งถึงความไม่เป็นธรรมด้านสุขภาพต่อสังคมไทยโดยรวม นำความเสี่ยงของคนทั้งประเทศมาแลกกับรายได้ที่มีโอกาสสูงที่จะเป็นลักษณะ &amp;quot;ได้ไม่คุ้มเสีย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. จำนวนบุคลากรทางการแพทย์ทั้งแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ เภสัชกร และอื่น มีจำกัดมาก การสร้างมาตรการที่นำความเสี่ยงมาสู่พวกเค้าเหล่านั้น อาจนำมาซึ่งความสูญเสียชีวิต การขาดแคลนบุคลากรที่จะเตรียมรับมือการระบาดระลอกใหม่ที่จะเกิดขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จะมีอยู่แค่กรณีเดียวที่เราควรนำเข้าผู้ป่วยต่างชาติมารักษาในประเทศ นั่นคือ กรณีช่วยเหลือเชิงมนุษยธรรมและตามจริยธรรมทางการแพทย์ สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคที่ประเทศเค้ารักษาไม่ได้แล้ว และประเทศเรารักษาได้ ทั้งนี้ต้องเป็นโรคที่คุกคามชีวิตหากไม่รักษาโดยเร็ว หากจะเป็นกรณีดังกล่าวก็มีน้อยมากจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กราบท่านนายกรัฐมนตรี ศบค. และหน่วยงานความมั่นคง โปรดไตร่ตรองให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ควรตัดสินใจทำในช่วง 1 กรกฎาคมคือ การปลดล็อคกิจการเสี่ยงสูงตามที่วางแผนไว้ ได้แก่ โรงเรียน ผับ บาร์ อาบอบนวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปิดประตูแง้มให้ต่างชาติเข้ามานั้น ควรเป็นไปในลักษณะที่ทำเท่าที่จำเป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่าสู้ศึกหลายด้าน&amp;quot;...ไม่ควรทรนงว่าเราชนะโควิดแล้ว เพราะประเทศที่ประกาศชัยชนะทั้งหลาย ล้วนกลับมาแพ้จนกำลังเมาหมัดอยู่ตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่างชาติที่เราจะแง้มให้เดินทางเข้ามานั้น ตามที่ตกลงหารือกันคือ กลุ่มที่ลงทะเบียนไว้ราว 23,000 คน ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง นักธุรกิจ นักลงทุน 670 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง ผู้เชี่ยวชาญ แรงงานฝีมือที่จำเป็น 22,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และสาม คนต่างชาติที่ได้รับสิทธิพำนักในประเทศไทย เช่น คนที่แต่งงานกับคนไทย อีกจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทั้งสามกลุ่มข้างต้น ควรได้รับการตรวจคัดกรองตามมาตรฐานสากล เน้นความปลอดภัยทั้งต่อตัวเค้า และคนไทยทั้งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ควรเล่นแร่แปรธาตุตามการชงแบบมั่วซั่ว และนำความเสี่ยงที่เกินกว่าจะรับได้เข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การหาเงินมีหลายทาง สถานการณ์ปัจจุบันต้องหาเงินอย่างปลอดภัย อดทน อดออม อดกลั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และโปรดระลึกถึงปรัชญา&amp;quot;เศรษฐกิจพอเพียง&amp;quot;เอาไว้ในใจเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือคาถาอันศักดิ์สิทธิ์ที่จะปกป้องพวกเราทั้งประเทศจากภยันอันตรายครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความรักและปรารถนาดีต่อทุกคน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69443</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, ผู้ป่วยต่างชาติ, รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee6f2b37dab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
