<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 08:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 08:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วโลกใกล้ทะลุ 18 ล้านราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก ล่าสุด (ข้อมูลวันที่ 2 สิงหาคม 2563 เวลา 08.15น.) ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกสะสมรวมอยู่ที่ 17,999,273 ราย เสียชีวิตรวม 687,807 ราย และรักษาหายแล้ว 11,318,851 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73149</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ป่วยสะสม, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200802/image_big_5f261526e25cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เหยื่อโควิด19’กลับบ้านอีก1 อิตาลีปิดเมืองสกัดคน5หมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ข่าวดีเหยื่อโควิด-19 &amp;nbsp;ในไทยหายอีก 1 ราย ขณะที่ผู้ป่วยสะสมยัง 35 รายเท่าเดิม ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ &amp;nbsp;ขณะที่ทางการหูเป่ย์เผยระยะฟักเชื้ออาจยาวนานถึง 27 วัน อิตาลีป่วนสั่งปิดโรงเรียน ร้านอาหาร และแหล่งชุมชน 10 เมือง มีคน 5 หมื่นคน เป็นเวลา &amp;nbsp;5 วัน หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;รวดเดียว 16 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค และ นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิชย์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 &amp;nbsp;โดยนพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีข่าวดี วันนี้มีผู้ป่วยยืนยันกลับบ้านได้เพิ่มอีก 1 ราย เป็นชายไทยอายุ 24 ปี รักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มไทยกลับบ้าน 138 คน ทำให้มีผู้ป่วยยืนยันรักษาหายกลับบ้านแล้ว 20 ราย เหลือนอนในโรงพยาบาล 15 ราย รวมผู้ป่วยยืนยันสะสม 35 รายเท่าเดิม ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม ส่วนใหญ่อาการดีขึ้น ส่วนผู้ป่วยที่ใช้เครื่องเอคโม (ECMO) หรือเครื่องช่วยพยุงการทำงานของปอด และรายที่เป็นวัณโรคร่วมด้วย อาการคงที่ ยังอยู่ในห้องไอซียู ทีมแพทย์ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์เผยว่า วันนี้ประเทศไทยได้ดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ครบ 50 วัน ได้เริ่มคัดกรองผู้เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.2563 ในขณะนั้นยังไม่มีรายงานการระบาดจากคนสู่คน จึงขอให้ประชาชนมั่นใจระบบเฝ้าระวังควบคุมโรคของไทย ซึ่งยังเข้มมาตรการต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน และเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่เริ่มการคัดกรองทุกสนามบินที่มีเที่ยวบินตรงมาจากเมืองที่มีการระบาด ทำให้ตรวจพบผู้ป่วยยืนยันนอกประเทศจีนรายแรกของโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยรัฐบาลได้ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการระดับประเทศ และคณะกรรมการอำนวยการโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้เห็นชอบแผนบูรณาการความร่วมมือพหุภาคีเพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เตรียมความพร้อมรับมือหากเข้าสู่ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นการระบาดในวงกว้างในประเทศ แม้ว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังอยู่ในระยะที่ 2 ก็ตาม โดยขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันดำเนินงาน เข้มมาตรการเฝ้าระวังคัดกรองผู้เดินทาง ทั้งที่ท่าอากาศยาน ท่าเรือ ด่านพรมแดนทางบก รวมทั้งการเฝ้าระวังในประเทศ เน้นใน 8 จังหวัดท่องเที่ยว
งดแชร์ข้อมูลที่เป็นเท็จ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธนรักษ์กล่าวว่า ภาพรวมความเสี่ยงในประเทศขณะนี้ยังต่ำมาก อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังควบคุมสถานการณ์อย่างเต็มที่ เพื่อให้ยืดระยะเวลาที่จะพบผู้ป่วยเพิ่มจำนวนมากออกไปให้นานที่สุด สิ่งสำคัญคือความร่วมมือและความเข้าใจของคนไทย จะต้องไม่ตื่นตระหนก ไม่เชื่อข่าวลวง งดแชร์ข้อมูลที่เป็นเท็จที่แชร์ต่อกันมา ให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ไม่ว่าเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมนานหรือไม่ ก็จะสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ โดยหากมีไข้ร่วมกับอาการไอ จาม มีน้ำมูก ต้องพักอยู่ที่บ้าน สวมหน้ากากอนามัยเมื่อไปพบแพทย์ ผู้ที่ไม่ป่วยขอให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก ล้างมือบ่อยๆ หลังสัมผัสสิ่งของต่างๆ ไม่นำมือมาสัมผัสใบหน้า จมูก ปาก สำหรับคนที่มีความเสี่ยงสูง เช่น คนทำงานใกล้ชิดนักท่องเที่ยว ให้ใส่หน้ากากอนามัยป้องกันตนเอง หากมีอาการคล้ายไข้หวัด ไอ จาม มีน้ำมูก ให้รีบไปพบแพทย์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคำแนะนำสำหรับผู้ที่เดินทางไปในพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดอย่างต่อเนื่องตามประกาศขององค์การอนามัยโลก ควรปฏิบัติตนดังนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ก่อนการเดินทาง ขอให้หาข้อมูลสถานการณ์การระบาดของประเทศปลายทาง โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมควบคุมโรค หรือองค์การอนามัยโลก หากไม่จำเป็นขอให้พิจารณาหลีกเลี่ยงหรือเลื่อนการเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดต่อเนื่องตามที่องค์การอนามัยโลกประกาศ แต่หากจำเป็นต้องไป ขอให้เตรียมความพร้อมเรื่องการป้องกันตนเอง เช่น เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ หน้ากากอนามัย และศึกษาคำแนะนำในการป้องกันการติดเชื้อ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ระหว่างการเดินทาง ขอให้ระมัดระวังตนเองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการเข้าไปในพื้นที่ที่มีคนรวมกันอยู่จำนวนมากหรือที่สาธารณะ ขอให้หมั่นล้างมือ อย่าขยี้ตา แคะจมูก ควรสวมหน้ากากอนามัยป้องกัน หากเจ็บป่วยให้ประสานขอความช่วยเหลือกับสถานทูต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.เมื่อเดินทางกลับ ประเทศไทยไม่มีนโยบายการกักตัวผู้เดินทางที่สนามบิน แต่มีมาตรการการตรวจคัดกรองและการเฝ้าระวังต่อเนื่องจนครบ 14 วัน หากมีอาการป่วยระหว่างเข้าประเทศ จะถูกแยกตัวไว้เพื่อตรวจวินิจฉัยและส่งไปที่โรงพยาบาลที่กำหนด แต่หากไม่มีอาการป่วย จะได้รับบัตรคำเตือนสุขภาพพกติดตัวไว้ เมื่อกลับบ้านแล้วมีอาการสงสัยป่วย ขอให้สวมหน้ากากอนามัย วัดไข้ทุกวัน ไม่ใช่ของร่วมกับผู้อื่น ไม่ใช้ขนส่งสาธารณะ หากอาการไม่ดีขึ้นให้รีบไปพบแพทย์ แจ้งประวัติการเดินทาง หรือโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีที่หลายหน่วยงานมีการออกคำสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานตนเดินทางไปประเทศที่พบการระบาดของโรคนั้น ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เป็นความห่วงใยแต่ละหน่วยงาน โดยกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าไม่ได้ห้ามเจ้าหน้าที่ในสังกัดเดินทางไปต่างประเทศ แต่ขอให้พิจารณาชะลอหรือเลื่อนการเดินทางในช่วงนี้ไปก่อน เพื่อลดความเสี่ยงของบุคลากร
ป่วน!อิตาลีปิดเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข &amp;ldquo;กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ&amp;rdquo; หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น สวมหน้ากากอนามัยแบบผ้าที่สะอาดเมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก ผู้ป่วยและผู้ที่มีอาการ ไอ จาม ควรใช้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ สำหรับหน้ากากอนามัยประเภท N95 จะใช้ในเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาใกล้ชิดกับผู้ป่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์ในต่างประเทศ รัฐบาลมณฑลหูเป่ย์ของจีนเปิดเผยในเว็บไซต์ว่า ระยะฟักตัวของเชื้อโควิด-19 อาจนานถึง 27 วัน ซึ่งนานกว่าที่เชื่อกันโดยทั่วไปว่าอยู่ที่ 14 วัน ทางการหูเป่ย์เปิดเผยว่า ชายวัย 70 ปีรายหนึ่งในมณฑลหูเป่ย์ติดเชื้อโควิด-19 แต่เขาไม่ได้แสดงอาการป่วยใดๆ จนกระทั่งหลังเวลาผ่านไป 27 วัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา ชายคนดังกล่าวได้ติดต่อใกล้ชิดกับน้องสาวของเขาซึ่งติดเชื้อโควิด-19 แต่เขาไม่แสดงอาการป่วยใดๆ จนกระทั่งถึงวันที่ 20 ก.พ.ที่เขาเริ่มเป็นไข้ และได้รับการตรวจสอบในวันต่อมาพบว่า เขาติดเชื้อโควิด-19 ระยะเวลาฟักตัวของโรคที่นานขึ้นอาจทำให้ความพยายามในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยากลำบากมากขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน (NHC) แถลงว่า ณ วันศุกร์ที่ 21 ก.พ. มีผู้เสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจีน เพิ่มขึ้นอีก 109 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตทั่วประเทศจีน เพิ่มขึ้นเป็น 2,345 ราย ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นอีก 397 ราย ส่งผลให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นเป็น 76,288 ราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;NHC ระบุว่า ในบรรดาผู้เสียชีวิตรายใหม่จำนวน 109 ราย ณ วันศุกร์ที่ 21 ก.พ.นั้น มี 106 รายอยู่ในมณฑลหูเป่ย์, 1 รายอยู่ในมณฑลเหอเป่ย์, 1 รายอยู่ในเซี่ยงไฮ้ และ 1 รายอยู่ในเขตซินเจียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการอิตาลีสั่งปิดโรงเรียน ร้านอาหาร และแหล่งชุมชน 10 เมือง เป็นเวลา 5 วัน หลังพบผู้ติดเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 จำนวน 16 คน ในจำนวนนี้เป็นแพทย์ 5 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย เป็นชายชาวอิตาเลียนอายุ 78 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่แคว้นเวเนโต ทางเหนือของประเทศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทางการได้สั่งให้ประชาชนราว 50,000 คน ในพื้นที่เสี่ยงให้อาศัยอยู่แต่ในบ้าน นอกจากนี้ยังยกเลิกกิจกรรมที่จะมีคนมาชุมนุมจำนวนมาก อาทิ ขบวนพาเหรด การแข่งกีฬา กิจกรรมทางศาสนา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกรัฐมนตรีจูเซปเป คอนเต ผู้นำอิตาลี ยืนยันรัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ หลังประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เมื่อสิ้นเดือนม.ค. และระบุว่ารัฐบาลยังคงใช้ความระมัดระวังสูงสุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57902</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ผู้ป่วยสะสม, สาธารณสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิตาลี, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200222/image_big_5e5124d64df77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
