<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะโควิดแฝง6-7ล้าน จ่อศูนย์ใหม่แทนศบค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ฟิตเดินสายชมโครงการสู้โควิด 2 วันซ้อน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; แจงเลิก ศบค.ตามหลัก กม.ไม่กระทบงาน สธ. เหตุ พ.ร.บ.โรคติดต่อใหม่ครอบคลุมมากกว่า เผยยอดติดเชื้อรายใหม่ 14,176 ราย เสียชีวิต 228 ราย ผงะ! &amp;quot;หมออุดม&amp;quot; เปิดข้อมูลติดโควิดแฝงในไทยอาจมี 6-7 ล้านคน เฉพาะ กทม. 1.5 ล้านคน รับทำตัวเลขติดเชื้อเป็นศูนย์ในสิ้นปีไม่ได้แน่ ย้ำต้องปรับตัวใช้ชีวิตวิถีใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 ก.ย. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าวในรายการแจงให้เคลียร์กับทีมโฆษกรัฐบาล ว่าวันที่ 9 ก.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะลงพื้นที่โรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ระดับสีแดง ในโครงการลมหายใจเดียวกัน ของกลุ่มบริษัท ปตท. ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าโรงพยาบาลปิยะเวท ที่มีเตียงรองรับผู้ป่วยสีแดง 120 เตียง และมีเตียงรองรับผู้ต้องฟอกไต 20 เตียง ส่วนวันที่ 10 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์จะลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมผู้ประกันตนและบริษัทเอกชนที่ดำเนินการ factory sandbox ที่บริษัท เอสบี อุตสาหกรรมเครื่องเรือน จำกัด จ.นนทบุรี โดยจะดูมาตรการตรวจรักษาดูแลการควบคุมภายในโรงงานที่ดำเนินการ ภายใต้แนวคิดเศรษฐศาสตร์สาธารณสุขที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยจะให้กำลังใจ รับฟังความคิดเห็นการจัดโครงการดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีข่าวเตรียมยุบศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. หากมีกฎหมายอื่นมารองรับแทนการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 ว่า ไม่ควรใช้คำว่ายุบ และต้องอธิบายว่า ศบค.เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และตั้งชื่อเรียกว่า ศบค. แต่ขณะนี้รัฐบาลกำลังขอแก้ไขกฎหมายเพื่อให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขได้ โดยแยกจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2548 ที่ใช้รวมกับเหตุการณ์ฉุกเฉินหลายเรื่อง เริ่มแรกใช้กับการก่อการร้าย การก่อความไม่สงบ แต่สามารถนำไปใช้ในกรณีเกิดภัยพิบัติโรคระบาดได้ วันนี้อนุโลมไปใช้กับโรคระบาด แต่พอใช้ไปสักพักเห็นว่าไม่ค่อยตรง จึงคิดว่าควรแก้กฎหมายโรคติดต่อเพื่อรองรับเวลามีโรคระบาด เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ที่ต้องมีมาตรการต่างจากด้านอื่น อย่าไปคิดว่าเรื่องยุบ ศบค.เป็นเรื่องใหญ่ จะต้องยุบหรือไม่ยุบ เพราะไม่ใช่ว่ายุบไปแล้วจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น อาจจะมีและใหญ่กว่า ศบค.ด้วยก็เป็นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากประกาศใช้สถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข และมีผลบังคับใช้ได้ ก็ไม่ต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อไม่ใช้ ศบค.ก็ไม่มีความจำเป็น แต่อาจจะเปิด &amp;ldquo;ศ&amp;rdquo; (ศูนย์) ใหม่ขึ้นมาตามกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข โดยสรุป ศบค.เกิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อหยุดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ศบค.ต้องเลิก ส่วนนายกรัฐมนตรีหรือใครจะนั่งเป็นประธานก็แล้วแต่ ทั้งนี้ ศบค.ที่แปลงสภาพยังทำงานต่อได้ เพราะในบทเฉพาะกาลเขียนว่า ในระหว่างที่ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร คำสั่งเก่าก็ยังใช้อยู่ไม่สะดุด ในระหว่างที่รอ พ.ร.บ.โรคติดต่อฉบับใหม่ออกมา&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงความคืบหน้าการแก้ไข พ.ร.บ.โรคติดต่อ จะต้องเร่งดำเนินการเพื่อเสนอสภาประกาศใช้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คณะกรรมการกฤษฎีกากำลังดูอยู่ ถ้าเสนอเข้าสภาจะเสนอเป็นกฎหมายปฏิรูปก็จะทำได้เลย โดยทั้ง 2 สภาพิจารณาพร้อมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะทันปิดสมัยประชุมสภาฯ ในวันที่ 19 ก.ย.นี้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า วันที่ 1 พ.ย.สภาก็เปิดแล้ว
แก้ กม.โรคติดต่อใกล้เสร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายนพดล เภรีฤกษ์​ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงร่างพ.ร.บ.โรคติดต่อ (ฉบับที่..) พ.ศ..... ว่า​ ร่าง พ.ร.บ.โรคติดต่อ (ฉบับที่..) พ.ศ..... นั้น คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งสำนักงานได้ส่งกลับไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่คณะรัฐมนตรีให้มาพิจารณาข้อสังเกตเพิ่มเติม หากเรียบร้อยแล้วจะส่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14,176 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 13,654 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 11,940 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,714 ราย และมาจากเรือนจำ 506 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 16 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน&amp;nbsp; 1,322,519 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 16,769 ราย ทำให้มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,166,364 ราย อยู่ระหว่างรักษา 142,644 ราย อาการหนัก 4,387 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 960 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 228 ราย เป็นชาย 113 ราย หญิง 115 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 165 ราย มีโรคเรื้อรัง 42 ราย เป็นหญิงตั้งครรภ์ 1 ราย ที่ จ.ลพบุรี เป็นเด็กเล็กอายุ 5 เดือน-2 ขวบ จำนวน 3 ราย ที่ จ.สระบุรี และเสียชีวิตที่บ้าน 1 ราย ที่ กทม.โดยพบเชื้อหลังเสียชีวิต โดยพบผู้เสียชีวิตมากสุดอยู่ที่ กทม. 50 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 13,511 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แนวโน้มจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีอาการหนักระหว่างวันที่ 1-7 ก.ย.ของไทยมีทิศทางลดลง เช่นเดียวกับแนวโน้มผู้เสียชีวิตที่มีทิศทางลดลดด้วยเช่นกัน และหากนำภาพรวมของไทยต่อ 1 ล้านประชากรเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกา พบว่า อัตราป่วยของไทยน้อยกว่าสหรัฐ 8 เท่า อัตราเสียชีวิตน้อยกว่าสหรัฐถึง 10 เท่า&amp;quot; นพ.เฉวตสรรกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.กองควบคุมโรคฯ กล่าวว่า สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 3,691 ราย, สมุทรปราการ 955 ราย, ชลบุรี 846 ราย, สมุทรสาคร 641 ราย,&amp;nbsp; ราชบุรี 528 ราย, ระยอง 473 ราย, พระนครศรีอยุธยา 388 ราย, สงขลา 369 ราย, นนทบุรี 362 ราย, นราธิวาส 332 ราย ซึ่งจะเห็นว่ามีเพียง กทม.จังหวัดเดียวเท่าที่มีผู้ติดเชื้อเกินหลักพัน ขณะที่การระบาดที่เป็นคลัสเตอร์ยังมีคลัสเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับโรงงาน สถานประกอบ แคมป์คนงานอยู่ 318 คลัสเตอร์ทั่วประเทศ ตลาด ชุมชน ครอบครัว 131 คลัสเตอร์ ร้านอาหาร สถานบันเทิง 3 คลัสเตอร์ สำนักงาน โรงเรียน สถานศึกษา 12 คลัสเตอร์ รวมทั้งยังพบการระบาดในวงสุรา วงพนัน พิธีกรรมทางศาสนา งานแต่ง งานศพ ตลอดจนในโรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงข้อสังเกตตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงเป็นเพราะตรวจเชิงรุกน้อยลงหรือไม่ แล้วทำไมจึงไม่นำผลตรวจ ATK มารวมกับ RT-PCR ผอ.กองควบคุมโรคฯ กล่าวว่า เราสนับสนุนเปิดให้เข้าถึงการตรวจหาเชื้ออย่างเต็มที่ แต่ธรรมชาติเมื่อเกิดการระบาดจะเห็นว่าในช่วงกลางเดือน ส.ค.เมื่อมีผู้ป่วยหนึ่งรายจะมีผู้สัมผัสเสี่ยงจำนวนหลายคน ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยช่วงนี้ลดลง จำนวนผู้สัมผัสเสี่ยงและไปตรวจที่โรงพยาบาลก็จะลดลงตามด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังให้ความสำคัญในการตรวจเชิงรุกอยู่ตลอดเวลา การที่ไม่นำ ATK มารวมยอด เนื่องจากเป็นหลักการพิจารณาทางวิชาการ นิยามของผู้ติดเชื้อที่ปฏิบัติและอิงตามองค์การอนามัยโลก และติดตามตัวเลขทั้งสองส่วนว่ามีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงอย่างไร ถึงแม้จะไม่รวมกันก็สามารถเห็นยอดทั้งสองส่วนได้ โดยไม่ได้ปิดบังจึงไม่ต้องกังวลใจ&amp;quot; ผอ.กองควบคุมโรคฯ กล่าว
ติดโควิดแฝงอาจถึง 7 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวในรายการ NBT รวมใจสู้ภัยโควิด-19 @ทำเนียบรัฐบาล ตอนหนึ่งว่า สถานการณ์ขณะนี้ถ้าเราดูจากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1.4- 1.5 หมื่นรายต่อวัน ขณะที่ปี 63 แค่หลักพันก็เต็มที่ แต่ปัจจุบันแนวโน้มสถานการณ์ของโลกและไทยเป็นขาขึ้นใหม่ เหตุผลมาจาก 2 ปัจจัยคือ โควิด-19 สายพันธุ์เดลตากระจายได้รวดเร็วและรุนแรง ตอนนี้เชื้อไปทุกที่ระบาดในคนใกล้ชิดและชุมชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อุดมกล่าวว่า จากการศึกษาของ สธ. พบการระบาดปัจจุบันสอดคล้องกับที่อู่ฮั่นระบาด คนที่ไม่มีอาการและไม่เคยไปตรวจโควิด-19 เมื่อไปตรวจพบว่าเป็นโควิด-19 อีกประมาณ 5-6 เท่าของตัวเลขผู้ติดเชื้อยืนยัน ยกตัวอย่างในปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยืนยันใน กทม.ประมาณ 2.5 แสนคน เอา 6 เท่าคูณ หรืออีกราว 1.5 ล้านคน ซึ่งเรียกว่าติดเชื้อแฝง ไม่เคยไปตรวจ ไม่มีอาการ ไม่ใช่แค่วันละ 4-5 พันคน เหมือนตัวเลขที่เห็นในปัจจุบัน ตอนนี้เลขผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมทะลุไป 1.2 ล้านคน ถ้าเอา 5-6 เท่าคูณ จะมีคนติดเชื้อประมาณ 6-7 ล้านคนที่แฝงอยู่ และสามารถแพร่เชื้อมาให้เราได้ นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้มีการติดเชื้อจากคนใกล้ชิด แม้สนิทแค่ไหนก็ไว้ใจไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การฉีดวัคซีนเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมการระบาด จึงขอให้ฉีดให้เร็วที่สุดอาการจะไม่รุนแรงและยังเป็นการป้องกันระบบสาธารณสุขไม่ให้รับภาระเกินไป จะมานั่งล็อกดาวน์มันก็ไม่ไหว เศรษฐกิจไม่ไหว ต้องยอมรับ ตัวเลขเศรษฐกิจเดือนหนึ่งเสียหายเป็นแสนล้าน เราต้องมาปรับใจใหม่ จึงเป็นเหตุผลที่ ศบค.ยอมผ่อนปรนทั้งที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังเป็นหมื่น เป้าหมายของการควบคุมโรคโควิด-19 ต้องเปลี่ยนไปจากเดิมที่ต้องทำให้ตัวเลขเป็นศูนย์ ผมบอกเลยไม่มีทางเป็นศูนย์แน่นอน ภายในเดือน ธ.ค.ไม่มีทางเป็นศูนย์แน่นอน แต่เราจะให้มันน้อยลงปรับตัวอยู่กับมันได้ให้ดำเนินชีวิตได้ในชีวิตวิถีใหม่ ฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ได้ นายกฯ ระบุว่าต้องการเปิดประเทศให้ได้ โดยการให้คนไทยออกไปใช้ชีวิตได้ และต่างประเทศมาเที่ยวในบ้านของเราได้ คือเป้าหมายใหม่ของเรา&amp;quot; นพ.อุดมกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เป็นประธานและสักขีพยานในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาและเชื่อมโยงแพลตฟอร์มหมอพร้อม เพื่อประกอบการตรวจสอบเอกสารการเดินทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตกล่าวว่า ข้อตกลงในครั้งนี้ สธ.จะสนับสนุนข้อมูลการฉีดวัคซีนและผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการบนแพลตฟอร์มหมอพร้อม เป็น Digital Health Pass ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการสายการบินและผู้เดินทางภายในประเทศในการตรวจสอบเอกสาร เพื่อการคมนาคมอย่างปลอดภัย ลดความเสี่ยงของการติดเชื้อและโอกาสการแพร่ระบาดในสังคม เป็นการคมนาคมวิถีใหม่ที่ปลอดภัยจากโรคระบาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116100</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ผู้ป่วยโควิด-19, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_61374f5140958.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลการันตีมีมาตรการดูแลเด็กกำพร้าที่พ่อแม่เสียชีวิตจากโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. 2564 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เร่งดำเนินการและเพิ่มศักยภาพในการเข้าดูแลผู้ป่วยโควิด-19ด้วยระบบการดูแลแบบแยกกักตัวที่บ้าน/ชุมชน เพิ่มจำนวนโรงพยาบาลสนาม จำนวนเตียงเพื่อดูแลผู้ป่วยระดับที่มีอาการและอาการหนัก ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจากภาคประชาชน/เอกชน และอาสาสมัครอย่างดียิ่ง สำหรับผู้ป่วยเด็กที่พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้น ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าให้การดูแลตามระบบสาธารณสุขมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนเด็กที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและไม่มีคนดูแล &amp;nbsp;เนื่องจากพ่อแม่/ผู้ปกครองติดเชื้อโควิด-19 จะมีการประสานเพื่อไปอยู่ที่สถานกักตัวของรัฐ (State Quarantine ) เป็นเวลา 14 วัน และหากผู้ปกครองยังรักษาตัวไม่หายหรือยังไม่สามารถดูแลเด็กได้ เด็กจะได้รับการดูแลในสถานสงเคราะห์จนกว่าผู้ปกครองจะมีความพร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กรณีเด็กกำพร้าเนื่องจากพ่อแม่หรือผู้ดูแลเสียชีวิตทั้งหมดจากโรคโควิด-19 เบื้องต้น กระทรวงพม. รายงานว่ามีจำนวน 35 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยังไม่ครบทุกจังหวัด คาดว่าจะมีมากกว่านี้ โดยกระทรวงฯจะให้การช่วยเหลือในระยะยาวด้วย ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์รับเด็กที่ผู้ปกครองเสียชีวิตจากโรคโควิด-9 เป็นเด็กนักเรียนในพระบรมราชานุเคระห์ ซึ่งจะได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และสามารถเรียนได้สูงที่สุดตามความสามารถของเด็ก ซึ่งพม. จะดำเนินการประสานขอทุนการศึกษาให้กับเด็กกำพร้าทั้งหมด และหากเด็กไม่มีญาติดูแลก็จะให้เข้าสู่กองทุนคุ้มครองเด็กที่สามารถประสานครอบครัวอุปถัมภ์ โดยจะมอบเงินดูแลจนกว่าเด็กจะจบการศึกษา นอกจากนี้ กระทรวง พม. ยังร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต และองค์การยูนิเซฟประเทศไทย จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือเด็กโควิด19 เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือเด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบโดยคำนึงถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา หากประชาชนพบเห็นเด็กกำพร้าหรือกลุ่มเปราะบางกำลังประสบปัญหาทางสังคมและความเดือดร้อนจากผลกระทบของโรคโควิด-19 สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ 1) ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร.1300 &amp;nbsp;2) สายด่วนคนพิการ โทร.1479 &amp;nbsp;3) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทั่วประเทศ และ 4) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
น.ส.รัชดา กล่าวด้วยว่า เพิ่มเติมจากข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ให้เร่งเพิ่มจำนวนศูนย์พักคอย/ศูนย์แยกรักษาชุมชน นายกฯยังกำชับอยู่ตลอดให้ทุกหน่วยงานคำนึงถึงกลุ่มคนเปราะบาง ที่ต้องมีระบบการดูแลเป็นพิเศษมากกว่าคนทั่วไป ซึ่งกทม. ได้เปิดศูนย์พักคอยสำหรับเด็กเพื่อส่งต่อแห่งแรกไปแล้ว &amp;nbsp;ตั้งอยู่บริเวณศูนย์สร้างสุขทุกวัยเกียกกาย เขตดุสิต สำหรับเด็กอายุ 3-14 ปี มีทีมแพทย์จากวชิรพยาบาล เป็นผู้บริหารจัดการผู้ป่วยเด็ก รวมทั้งมีอาสาสมัคร พี่เลี้ยงเด็ก ครูอาสาคอยดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และยังอยู่ระหว่างการดำเนินการร่วมกับ กระทรวงพม. &amp;nbsp;และสมาคมสภาคนพิการทุกประเภท เพื่อเปิดศูนย์พักคอยสำหรับผู้พิการทางสติปัญญา ณ สถาบันราชานุกูล และผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ณ อาคารศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมผู้พิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก (ศพอ.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112566</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ป่วยโควิด-19, รัชดา ธนาดิเรก, เด็กกำพร้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dae66499436.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โออาร์ ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน จัดทำกล่อง “tOgetheR Box” 10,000 ชุด มอบให้หน่วยงานที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่แยกรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โออาร์ สนับสนุนชุดยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ต้องแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation Kit) รวม 10,000 ชุด รวมมูลค่า 5 ล้านบาท ให้โรงพยาบาล และหน่วยงานต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ มอบกล่อง &amp;ldquo;tOgetheR Box&amp;rdquo; (ทูเกเตอร์ บอกซ์) ซึ่งเป็นชุดยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโควิด- 19 ที่ต้องแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation Kit) จำนวนรวม 10,000 ชุด รวมมูลค่า 5 ล้านบาท แก่ นายแพทย์วิชาญ ปาวัน ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กรมควบคุมโรค รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้านการวางและกำหนดยุทธศาสตร์ นวัตกรรม และพันธกิจสากล และ นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กรมการแพทย์ รวมไปถึงเพจ &amp;ldquo;เราต้องรอด&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;อีจัน&amp;rdquo; เพื่อนำกล่อง tOgetheR Box ไปส่งให้ผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้านต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวจิราพร เปิดเผยว่า โออาร์ได้จัดโครงการ ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน #ORStayStrongTogether โดยมอบความช่วยเหลือให้แก่หน่วยงานและชุมชนที่ประสบความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด &amp;ndash; 19 มาอย่างต่อเนื่อง และภายหลังจากที่ภาครัฐมีนโยบายให้ผู้ป่วยโควิด- 19 ที่อาการไม่รุนแรง และสามารถให้แยกกักตัวที่บ้านได้ โออาร์จึงได้จัดทำกล่อง &amp;ldquo;tOgetheR Box&amp;rdquo; ซึ่งประกอบไปด้วยปรอทวัดไข้ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ยาพาราเซตามอล ยาฟ้าทะลายโจร หน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ รวมทั้งระบบติดตามอาการสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อส่งมอบให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ดูแลผู้ป่วยที่ต้องแยกกักตัวที่บ้าน โดยจะมอบให้แก่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง เพื่อนำกล่อง tOgetheR Box ไปมอบให้กับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ทราบผลจากการตรวจเชิงรุกของรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษพระราชทาน (Express Analysis Mobile Unit) สำหรับใช้ดูแลรักษาตนเองที่บ้านขณะรอเตียง รวมทั้งช่วยเหลือชุมชนในพื้นที่คลองเตยและชุมชนที่ได้รับผลกระทบเป็นหน่วยงานแรก นอกจากนี้ โออาร์ จะส่งมอบกล่อง tOgetheR Box ให้กับโรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กรมการแพทย์ รวมไปถึงเพจ &amp;ldquo;เราต้องรอด&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;อีจัน&amp;rdquo; ที่จะช่วยดูแลผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้านต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ที่ผ่านมา โออาร์ ได้ส่งมอบความช่วยเหลือแก่ชุมชนและสังคมในรูปแบบต่าง ๆ ภายใต้โครงการ ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน #ORStayStrongTogether อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงินและสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ให้กับทั้งหน่วยงานและชุมชนโดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีสถานประกอบการของ โออาร์ ตั้งอยู่ การจัดพื้นที่ในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น พระราม 2 (ขาออก) เป็นจุดฉีดวัคซีน การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนไปฉีดวัคซีน การร่วมกับผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น บริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลในแต่ละจังหวัด เป็นต้น คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 80 ล้านบาท นอกจากนี้ โออาร์ยังได้มอบความช่วยเหลือให้แก่คู่ค้า ลูกค้า ผู้แทนจำหน่าย และพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนสามารถผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; นางสาวจิราพร กล่าวเสริม..........&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110562</URL_LINK>
                <HASHTAG>Express Analysis Mobile Unit, Home Isolation Kit, tOgetheR Box, กรมควบคุมโรค, กักตัวที่บ้าน, ชุดยาและเวชภัณฑ์, ทูเกเตอร์ บอกซ์, นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์, นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย, นายแพทย์วิชาญ ปาวัน, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), ผู้ป่วยโควิด-19, รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย, สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.), สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์, ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน” (#ORStayStrongTogether), อีจัน, เราต้องรอด, โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7b8536b854.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 07:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดอาเซียนระบาดหนัก มาเลเชียยอดแตะ 9,000 ราย/วัน ฟิลิปปินส์-ไทย-อินโดยอดพุ่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค. 2564 &amp;nbsp;ยอดโควิดทั่วโลก 30 พ.ค.64 ผู้ป่วยโควิด-19 สะสม 170,609,535 &amp;nbsp;ราย เพิ่มขึ้น 483,459 ราย เสียชีวิตสะสม 3,547,858 ราย เพิ่มขึ้นราย 10,570ราย หายป่วย 152,741,284 ราย อินเดียเเพิ่มขึ้นสูงสุด 174,401 ราย
ยอดโควิดทั่วโลก 30 พ.ค.64 เวลา 07.15 น. Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก อยู่ที่ 170,609,535 &amp;nbsp; ราย เพิ่มขึ้น &amp;nbsp; 483,459 &amp;nbsp;ราย ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก รวมอยู่ที่ &amp;nbsp;3,547,858 ราย เพิ่มขึ้น 10,570ราย &amp;nbsp;หายป่วยสะสม 152,741,287 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมสูงสุด อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา 34,034,586 ราย(+11,929 ) อันดับ 2 อินเดีย 27,893,472 ราย(+174,401) อันดับ 3 บราซิล 16,471,600 ราย(+78,943) อันดับ 4 ฝรั่งเศส 5,657,572 ราย(+10,675) อันดับ 5 ตุรกี 5,235,978 ราย (+7,656) อันดับ 6 รัสเซีย 5,053,748 ราย(+9,289) อันดับ 7 สหราชอาณาจักร 4,480,945 ราย(+3,398)อันดับ 8 อิตาลี 4,213,055 ราย (+3,351) อันดับ 9 อาเจนติน่า 3,732,263 ราย(+29,841)อันดับ 10 เยอรมนี 3,684,672 ราย(+4,513)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เพื่อนบ้านอาเซียนการระบาดก็ยังหนัก อินโดนีเชีย ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 6,565 ราย , ฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้น 7,443 ราย &amp;nbsp;มาเลเชีย เพิ่มขึ้น 9,020 ราย ขณะที่ไทย ก็มีจำนวนผู้ป่วยสะสมอันดับที่ 83 ของโลก โดยมีผู้ป่วยทั้งหมด 149,779 ราย เพิ่มขึ้น 4,803 &amp;nbsp;และมีผู้เสียชีวิตรวม 988 ราย ซึ่งจำนวนผู้ป่วยตีคู่มากับ ประเทศเมียนมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104631</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทั่วโลก, ผู้ป่วยโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210530/image_big_60b2dc8fe74e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผาทันทีศพชายชราเมืองคอนเหยื่อโควิดรายที่13 อาการร่อแร่อีก5ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 พ.ค.64 -&amp;nbsp; เมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 พ.ค.เจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจจังหวัดนครศรีธรรมราช ชุดเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อหรือ &amp;ldquo;ทีมสก็อต&amp;rdquo; ได้ปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิตจากการป่วยติดเชื้อโควิด 19 จากโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เพื่อทำการฌาปนกิจทันที โดยการใช้เตาเผาบนเมรุความร้อนสูง ณ.ฌาปนสถานวัดบุญนารอบ (จำปาขอม) อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่อยู่ในชุดป้องกันเชื้อหรือชุด PPE. อย่างรัดกุม ได้รับศพชายชราอายุ 85 ปี ผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด 19 รายที่ 13 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเป็นผู้ป่วยวัยชราที่มีโรคประจำตัวร่วมหลายโรค มีภูมิลำเนาในอำเภอพระพรหม จังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;การสอบสวนโรคของผู้ป่วยติดเชื้อรายนี้พบว่ามีการติดเชื้อจากครอบครัว โดยขณะนี้ยังมีคนในครอบครัวรักษาตัวอยู่ยังไม่รู้ว่าบิดาได้เสียชีวิตลง เจ้าหน้าที่ได้นำเข้าสู่กระบวนการป้องกันเชื้อและส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ทีมสก็อต เคลื่อนย้ายเข้าฌาปนกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ในขณะที่พระครูปลัดบวร ปวรธัมโม เจ้าอาวาสวัดบุญนารอบ ได้นิมนต์พระสงฆ์ในวัดบุญนารอบ มาทำการสวดมาติกาบังสุกุล ให้กับผู้เสียชีวิตโดยมีญาติของผู้เสียชีวิตรายนี้ร่วมประกอบพิธีอย่างเศร้าโศก เสียใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแพทย์และพยาบาล รพ.มหาราช ยังคงใช้พยายามยื้อชีวิตของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 19 ที่อยู่ในหอผู้ป่วยวิกฤติ หรือ &amp;ldquo;ไอซียู.&amp;rdquo; อีกอย่างน้อย 5 รายที่อยู่ในภาวะวิกฤติแพทย์ใช้เครื่องพยุงชีพเต็มรูปแบบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104449</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ป่วยโควิด 19, มูลนิธิประชาร่วมใจจังหวัดนครศรีธรรมราช, วัดบุญนารอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b049623e2d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104444</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 08:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพชรบุรีวุ่น!ผู้ป่วยโควิดนับพันรวมตัวโวยวายหน้าอาคารรพ.สนามภายในโรงงานแคลคอมพ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.64 - เมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. วันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายที่หน้าอาคาร 11 ภายในโรงงานแคลคอมพ์ ซึ่งเป็นอาคารที่ใช้เป็นโรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ชาวเมียนมาร์โดยผู้ติดเชื้อต่างลงมาเอะอะโวยวายบริเวณด้านล่างของตัวอาคารเนื่องจากทนความร้อนไม่ไหว ทำให้ต้องมีการตรึงดำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแพทย์ที่ดูแล โดยสถานการณ์ค่อนข้างตึงเครียดเนื่องจากเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด 19 ทั้งหมดที่ลงมารวมตัวประท้วงอยู่หน้าอาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นนายณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นางวิพร แววศรีผ่อง นายอำเภอเขาย้อย และส่วนเกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อระงับเหตุและเจรจาโดยการนำซับมาช่วยในการเจรจาพูดคุย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนางวิพร แววศรีผ่อง นายอำเภอเขาย้อย ถึงสาเหตุทราบว่า สาเหตุจากกระแสไฟฟ้าติดๆดับ ๆ ตั้งแต่ตอนเช้า โดยผู้ติดเชื้อโควิด ได้แจ้งกับทางโรงงานแล้วว่าไฟติด ๆ ดับๆ ให้เข้ามาแก้ไขให้เนื่องจากภายในตัวอาคารร้อนมาก จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น.ไฟดับทั้งโรง จึงทำให้แรงงานชาวเมียนมาร์ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ต่างไม่พอใจพากันลงมาอยู่ด้านล่างของตัวอาคาร โดยสาเหตุหลัก ๆ คือผู้ติดเชื้อได้นำอุปกรณ์ไฟฟ้าจำพวกกระทะไฟฟ้า พัดลม กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า มาใช้จำนวนมากขณะพักรักษาตัวทำให้การจ่ายไฟไม่เพียงพอทำให้เกิดการติดๆดับ ๆ จนกระทั่งไฟดับทั้งหมดจึงเกิดความไม่พอใจ จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทางแรงงานเมียนมาร์เรียกร้องทั้งด้านของการดูแลผู้ป่วย ซึ่งพวกเขาไม่เข้าใจว่าการดูแลผู้ป่วยขณะนี้ต้องดูด้วยการผ่านจอคอมพิวเตอร์ และจากกล้องวงจรปิด ไม่มีแพทย์พยาบาลเข้าไปเดินดูแลเหมือนผู้ป่วยทั่ว ๆ ไปเนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ อีกทั้งเรียกร้องของอาหารที่นำมาให้รับประทานไม่ตรงเวลา มีน้อย และไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทางจังหวัดได้แก้ไขปัญหาด้วยการประสานกับทางไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(เขต1)ภาคใต้ ช่วยสนับสนุนรถโมบายเข้ามาดำเนินการ เพื่อให้มีไฟฟ้าใช้ได้ตามปรกติ ส่วนในวันพรุ่งนี้ทางจังหวัดจะเร่งหารือและหาทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104444</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางวิพร แววศรีผ่อง, ผู้ป่วยโควิด 19, โรงงานแคลคอมพ์, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b031a0e4c4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 08:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 08:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสะเกษ&#039;พบติดเชื้อใหม่17ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.2564 - &amp;nbsp;เพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ โพสต์กราฟฟิกพร้อมเนื้อหาว่า ผู้ป่วยโควิด 19 จังหวัดศรีสะเกษ ข้อมูล วันที่ 19 พ.ค. 64 มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 17 ราย ผู้ป่วยสะสม 292 ราย รักษาหายแล้ว 175 ราย ยังรักษาอยู่ 115 ราย เสียชีวิตสะสม 2 ราย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103386</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ป่วยโควิด 19, สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดศรีสะเกษ, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a463b9d19e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
