<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รพ.ขอนแก่นขอรับบริจาคเครื่องพ่นยาแบบพกพาผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ป้องกันเชื้อโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 พ.ค.2563 ที่ อาคารรักษาผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ &amp;nbsp;รพ.ขอนแก่น นพ.สุรพันธ์ &amp;nbsp;เจริญธัญรักษ์ &amp;nbsp;อายุรแพทย์ระบบทางเดินหายใจ รพ.ขอนแก่น ทำการทดสอบระบบการพ่นยาที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ทดแทนการพ่นยาแบบละอองฝอย สำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ โดยเครื่องพ่นยาดังกล่าวผลิตจากขวดน้ำดื่มและแก้วกระดาษที่ผ่านกระบวนการทำความสะอาดและติดตั้งระบบวาล์วควบคุมการพ่นยา ตามมาตรฐานทางการแพทย์ เนื่องจากต้องนำมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่ต้องรับยาด้วยการพ่น เนื่องจากในขณะนี้กระบวนการการักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาลทุกแห่ง มีมติในการหลีกเลี่ยงการพ่นยาแบบละอองฝอย ด้วยเครื่องที่เดิมเคยใช้งานอยู่ในอาคารรักษาผู้ป่วยหรือห้องตรวจผู้ป่วย เพื่อลดการเกิดละอองและการฟุ้งกระจายของสารคัดหลั่งตามแนวทางการรักษา ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุรพันธ์ &amp;nbsp;เจริญธัญรักษ์ &amp;nbsp;อายุรแพทย์ระบบทางเดินหายใจ รพ.ขอนแก่น กล่าวว่า ด้วยมาตรการทางการแพทย์ที่ต้องเข้มงวดในการรักษาผู้ป่วยในภาวะของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ รพ.ฯทุกแห่งต้องหลีกเลี่ยงการพ่นยาแบบละอองฝอย ในกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการพ่นยา ซึ่ง รพ.ขอนแก่น มีผู้ป่วยที่ต้องพ่นยาตามการรักษาด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ อยู่ที่ประมาณวันละ 200 ราย ดังนั้นเมื่อระบบเครื่องที่ติดตั้งอยู่ในอาคารรักษาหรือห้องตรวจต้องยุติการรักษาในระยะนี้ ทำให้การพ่นยาให้กับผู้ป่วยก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการมาใช้ในระบบการพ่นยาแบบพากพาแทน แต่ด้วยเครื่องดังกล่าวที่ รพ.ฯมีอยู่จำกัด จึงได้หารือร่วมกันกับสภาวิชาชีพแพทย์ และตรวจสอบอุปกรณ์การพ่นยาที่สามารถผลิตขึ้นเองได้ จนกลายมาเป็นที่มาของเครื่องพ่นยาแบบพกพาที่ขณะนี้ รพ.ฯหลายแห่ง นั้นนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้ในการพ่นยาให้กับผู้ป่วยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เครื่องพ่นยาแบบพกพานั้นขณะนี้ รพ.ฯได้ผลิตขึ้น 2 รูปแบบคือแบบที่มีระบบวาล์วเปิด-ปิด คือการใช้ขวดน้ำดื่ม 600 มิลลิลิตร มาตัดบริเวณก้นขวดออกในระดับความสูงประมาณ 10-15 ซม. เพื่อให้สามารถใส่แก้วกระดาษเข้าไปได้ โดยที่แก้วกระดาษนั้น บริเวณก้นแก้วและด้านข้างของแก้วจะติดตั้งระบบวาล์วที่ทำกระดาษแข็งเพื่อให้เกิดระบบปิดและระบบเปิดขณะพ่นยา โดยยาที่ใช้ในการรักษานั้นก็มีการปรับเปลี่ยนมาในรูปแบบขวดกดแทน ขณะที่เครื่องพ่นยาแบบที่ 2 นั้นคือใช้ในกลุ่มที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ คือเครื่องพ่นแบบต่อตรง ด้วยการนำแก้วพลาสติกที่มีความแข็ง มาเจาะรูตรงกันแก้วเพื่อให้ใส่ท่อกดของตัวยาได้ ขณะที่บริเวณปากแก้วก็มีการตกแต่งให้พอเหมาะกับใบหน้าหรือไม่ต้องตกแต่งก็ได้ ซึ่งระบบดังกล่าวนี้เป็นการพ่นตรงให้กับผู้ป่วยแบบไม่ต้องผ่านระบบวาล์ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุรพันธ์ กล่าวต่ออีกว่า ขวดน้ำที่นำมาใช้ขอให้ทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและนำไปตากแดดก่อนที่จะมาผลิต ขณะที่แก้วกระดาษขอเป็นแก้วใหม่เท่านั้น ขณะที่แก้วกาแฟหรือแก้วเครื่องดื่มที่จะนำมาผลิตนั้นก็จอให้มีการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อและนำไปตากแดดเช่นกันเพื่อความปลอดภัย ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวนี้นั้น รพ.ฯ ยังคงต้องการใช้ในการรักษาผู้ป่วยอีกเป็นจำนวนมาก จึงขอให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันผลิตจากวัสดุรีไซเคิลสำหรับการนำมารักษาผู้ป่วยในระยะนี้เพราะอุปกรณ์ 1 ชิ้นนั้นจะมอบให้กับผู้ป่วย 1 ราย เพื่อเป็นอุปกรณ์ในการรักษาประจำตัวทดแทนการให้ยาแบบการพ่นละอองฝอย ซึ่งขณะนี้ขั้นตอนการผลิตได้มีการเผยแพร่ในโลกโซเชียนมีเดียเพื่อให้การผลิตอุปกรณ์ดังกล่าวนั้นถูกต้อง อย่างไรก็ตามยังคงมีอุปกรณ์อีก 1 ชิ้นที่ รพ.ฯต้องการ คือ เครื่องควบคุมระบบการพ่นยา หรือ MDI Adapter ที่ผลิตจากพลาสติกในการที่จะใช้ต่อกับเครื่องช่วยหายใจ ที่ รพ.ฯ ยังคงต้องการเป็นจำนวนมากเช่นกัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65509</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอรับบริจาค, ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่ม, พ่นยาที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล, รพ.ขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb774703d3c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 15:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 15:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.รพ.รัตนธานีเผยมีผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจในช่วงธ.ค.-ม.ค.เพิ่มขึ้น แต่สรุปไม่ได้มาจากฝุ่นจิ๋วหรือไม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ม.ค.62 นพ.สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวว่า ในข่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค. ชัดเจนว่ามีผู้ป่วยที่เข้ามารักษาด้วยโรคทางเดินหายใจมากกว่าในช่วงที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้สรุปได้ยากว่าสาเหตุมาจากเรื่องของค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 หรือไม่ เนื่องจากเป็นช่วงหน้าหนาว ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจะเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ของทุกปี ส่วนในเรื่องตัวเลขของผู้ป่วยในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาๆนั้น ไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน แต่ขณะนี้กรมการแพทย์กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมตัวเลขผู้ป่วยที่เข้ามารักษาใน รพ.สังกัดกรมการแพทย์เป็นระยะๆทุก 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้เห็นตัวเลขผู้ป่วยจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;อย่างไรก็ตามฝุ่นละอองขนาดเล็กส่งผลต่อโรคระบบทางเดินหายใจอย่างแน่นอน เพียงแต่วิทยาการทางการแพทย์ที่จะตรวจว่าสาเหตุที่เจ็บป่วย มาจากฝุ่นละอองขนาดเล็กโดยตรงนั้นยังไม่มี เนื่องจากยังไม่มีความจำเป็น แต่ทางระบาดวิทยา ก็พอมีวิธีที่จะสามารถสรุปได้ เช่น หากมีผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาโดยสงสัยว่าเกิดจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก ก็จะมีการแนะนำให้หยุดงาน อยู่กับบ้านก่อน &amp;nbsp;ซึ่งหากอาการดีขึ้นแล้ว แต่พอต้องกลับไปทำงานในสิ่งแวดล้อมเดิม ก็กลับมามีอาการเดิมอีก ก็จะพอสรุปได้ว่ามาจากฝุ่นละอองขนาดเล็กแน่นอน&amp;rdquo; นพ.สมบูรณ์ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อถามว่าณะนี้มีหลายพื้นที่ ใน กทม.ที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ทำให้ประชาชนบางส่วนต้องการให้ภาครัฐมีมาตรการแจกหน้ากากเพื่อเป็นการป้องกัน นพ.สมบูรณ์ กล่าวว่า การตระหนักในเรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่ดี แต่การที่จะอาศัยภาครัฐอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะรัฐที่ร่วมมือกันมีเพียง 3-4 หน่วยงาน คงดูทั้งหมดไม่ไหว ดังนั้น เรารู้สาเหตุว่ามาจากควันรถยนต์ การเผาในโล่งแจ้ง การใช้ธูป ต่างๆ ประชาชนต้องร่วมมือกันเพื่อให้เกิดผลในระยะยาว อย่าง รพ. นพรัตนฯ ก็มีการรณรงค์ขอความร่วมมืองดจุดธูปในโรงพยาบาล ตามศาลก็มีการยกกระถางธูปออกหมดทุกจุด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27992</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สมบูรณ์ ทศบวร, ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่ม, รพ.นพรัตนราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c52b119636e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
