<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โคราชจ๊ากผู้ป่วยก้าวกระโดดพุ่ง277รายทุบสถิติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.2564 - ที่สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา นายศักดิ์สิทธิ์ สกุลริขเรศสีมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.นครราชสีมา โดยมี นพ.วิญญู จันทร์เนตร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา , พญ.อารีย์ เชื้อเดช รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และ นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมประชุมระบบ zoom ไปยังอำเภอต่างๆ โดยสถานการณ์พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ระลอกใหม่ รายงานสถานการณ์พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ระลอกใหม่ วันนี้ จ.นครราชสีมาพบมีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงกว่าทุกวันที่ผ่านมาถึง 277 ราย ราย กระจายในพื้นที่ทั้ง 32 อำเภอทุกพื้นที่สีแดงหมด ไม่มีอำเภอใดเป็นสีเหลือง สีส้ม สีเขียว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จังหวัดนครราชสีมาพบผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุด สถานการณ์โควิด-19 โคราช &amp;nbsp;รายงานผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ วันที่ 21 ก.ค. 64 ผู้คิดเชื้อมากสูงสุด ณ วันนี้สถิติสูงที่สุด อ.ปากช่อง 124 ราย รองลงมา อ.ด่านขุนทด 34 ราย , อ.เมือง 22 ราย , อ.โนนสูง 13 ราย , อ.ประทาย 11 ราย ส่วนเลขตัวเลขมี อ.คง 9 ราย , อ.หนองบุญมาก 7 ราย , อ.บัวใหญ่ 6 ราย ส่วนอำเภอละ 5 รายมี 5 อำเภอ และ 4 รายมีอำเภอ 2 อำเภอ , 3 ราย 3 อำเภอ และ 2 อำเภอ 2 ราย และ 1 รายตามลำดับ Grand Total 277 ราย สรุปความเสี่ยง/ประวัติสัมผัสเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง กทม. 42 ราย , จ.ชลบุรี 3 ราย , จ.นนทบุรี 1 ราย , จ.ปทุมธานี 7 ราย , สมุทรปราการ 4 ราย , สมุทรสาคร) 6 ราย . อยุธยา 1 ราย ผู้ป่วยจาก กทม. กลับมารักษา 15 ราย , นนทบุรี 3 ราย , ปทุมธานี 3 ราย , สมุทรปราการ 1 ราย ,สมุทรสาคร กลับมารักษา 1 ราย สัมผัสผู้ป่วย COVID-19 &amp;nbsp;จำนวน 190 ราย รวมผลวันที่ 21 ก.ค. จำนวน 277 ราย มาจากพื้นที่เสี่ยงสูง &amp;nbsp;64 ราย &amp;nbsp;รับผู้ป่วยกลับมารักษา &amp;nbsp;23 &amp;nbsp;ราย สัมผัสผู้ป่วยโควิด 190 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ได้เผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ล่าสุดพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีกจำนวน 277 ราย ซึ่งถือเป็นสถิติการพบจำนวนผู้ป่วยรายวันสูงสุดนับตั้งแต่เกิดการระบาดของเชื้อโควิด-19 เป็นต้นมา โดยในจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ เป็นผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 64 ราย ติดเชื้อมาจากการสัมผัสผู้ป่วยรายก่อนหน้า 190 ราย ป่วยโควิดเดินทางมารักษา 23 ราย รวมผู้ป่วยระลอกใหม่สะสมของจังหวัดนครราชสีมา 3,593 ราย รักษาหายแล้ว 1,558 ราย ยังรักษาตัวอยู่ 1,997 ราย และเสียชีวิต 38 ราย ซึ่งจากจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ทั้งหมดพบว่า ส่วนใหญ่ติดเชื้อจากการสัมผัสผู้ป่วยรายก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าการสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนคราชสีมายังไม่สามารถควบคุมได้เต็มที่ และยังมีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ได้ออกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเช่น ห้ามจำหน่าย ดื่ม กิน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารทุกประเภทโดยเด็ดขาด &amp;nbsp;และห้ามมีการรวมตัวสังสรรค์ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอาคาร บ้านพักโดยเด็ดขาด, ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย &amp;nbsp;เปิดดำเนินกิจการการได้เฉพาะตัด สระ ไดร์ เท่านั้น และห้ามมีผู้มาใช้บริการนั่งรอภายในร้าน, ร้านอาหาร &amp;nbsp;ตลาดนัด ตลาดสด &amp;nbsp;ตลาดโต้รุ่ง &amp;nbsp;ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า &amp;nbsp;ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาเก็ต &amp;nbsp;ให้ปิดในเวลา 21.00 น. และประชาชนในจังหวัดนครราชสีมาให้งดกิจกรรมการเดินทางออกนอกเคหะสถาน ตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. ยกเว้นมีเหตุจำเป็นเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา &amp;nbsp;ได้มีหนังสือถึงพี่น้องประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา โดยขอความร่วมมือจากประชาชนให้ลดการออกนอกเคหสถานหรือที่พัก, ลด และจำกัดการเคลื่อนย้ายการเดินทาง, ควบคุมจำกัดกิจกรรม และสถานที่ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ และงดการชุมนุมมั่วสุมที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรค ทั้งนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมาอาจต้องเพิ่มมาตรการควบคุมที่เข้มข้นมากกว่านี้ หากยังพบการระบาดเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พญ.อารีย์ เชื้อเดช รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดฯ แจ้งต่อที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฯเฝ้าจับตาสถานการณ์การแพร่ระบาดใน สถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 5 คลัสเตอร์ อาทิ คลัสเตอร์เดิมร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ &amp;nbsp;น้ำตกวังเณร ในพื้นที่ อ.สูงเนิน ซึ่งมีประชาชนไปใช้บริการร้านอาหารติดเชื้อ ทำให้มีการแพร่ไปสู่ประชาชนที่มาใช้บริการ รวม 11 คน โดยได้มีการสั่งปิดพื้นที่ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 6-19 กค.64 เพื่อสอบสวนโรคแล้ว , คลัสเตอร์กลุ่มพนักงานโรงแรมในอำเภอเมืองนครราชสีมา ( โคราปุระ รีสอร์ท) เริ่มต้นจากเชฟที่มีการติดเชื้อมาก่อน &amp;nbsp;และผู้ช่วยเชฟไปรับประมานอาหารดื่มเคื่องดื่มแอลลกอออล์ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง(ร้านขวัญข้าว) แถววถนนช้างเผือกทำให้พนักงานในร้านติดเชื้อ รวมทั้งหมด23 ราย โดยอยู่ระหว่างการติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทั้งหมด ซึ่งร้านดังกล่าวได้ปิดทำความสะอาดแล้ว และมีการประกาศตามหาผู้ใช้บริการร้านอาหารให้รับบริการตรวจหาเชื้อทันที โดยพบเชื้อวันที่ 10 ก.ค. 64 , คลัสเตอร์ที่ต้องขอหารือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฯ พนักงานโรงงานผลิตอะไหล่ ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้วฯ โดยผู้ป่วยหญิงฝ่ายการตลาดคนหนึ่ง วันที่ 7 ก.ค.ไปหาครอบครัวที่ อ.พิมาย และวันที่ 12 ก.ค.เริ่มมีอาการไข้ ไม่รับรส และลางานไปตรวจ รพ.สีคิ้วฯ ผลพบติดโควิดรายแรกรวมทั้งมีการติดเพื่อนร่วมงาน และมาจากหลายแหล่ง ผู้ป่วยมีการกระจายรวม 6 ราย เสี่ยงสูง 80 ราย ทีมสอบสวนโรคสาธารณสุขและทีมสอบสวน อ.สีคิ้วฯ เข้าไปดำเนินการตรวจกลุ่มเสี่ยงสูงแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนพยายามเซฟอย่างเต็มที่ และมีเครส 100 เครสอยู่ระหว่างรอผลการตรวจ และมีการกักตัวไว้แล้ว เสนอสั่งปิดโรงงานชั่วคราวก่อนเพื่อทำความสะอาดบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ทั้งหมด , คลัสเตอร์ตลาดเทศบาลตำบลปากช่อง ตัวอำเภอเมืองปากช่อง ไทม์ไลท์ยังไม่ได้ PCC คนไข้จำนวนมาก เฉพาะในเขตเทศบาลตำบลปากช่อง รายแรกร้านขายปลาร้าป่วย ติดโควิด และมีติดเพิ่ม 4 ราย และการวอกอินเข้าไป 36 ราย โดยมีร้านค้าต่างๆ รวมทั้งมีพนักงานธนาคารอยู่ระหว่างการสอบสวนโรค วงที่ 1 รวม 49 ราย วงที่ 2 ลูกค้า แม่ค้า &amp;nbsp;11 ราย และกำลังเกิดวงที่ 3 ซึ่งตอนนี้รวม 97 รายซึ่งอยู่ระหว่างสอบสวนโรคเบื้องต้นโดยมีการปิดตลาดแล้วและเร่งทำความสะอาด , คลัสเตอร์นักศึกษาวิทยาลัยการสารพัดช่าง ไปฝึกงานพื้นที่เสี่ยงสีแดงเข้มสูงสุด กทม. และ ปทุมธานี รวม 18 คน พบติดเชื้อ 5 ราย โดยมี 13 รายผู้ปกครองกังวลใจอยากให้เอามากักตัวที่ จ.นครราชสีมาอยู่ระหว่างขออนุญาตเดินทางกลับมากักตัวที่ จ.นครราชสีมา โดยทางวิทยาลัยไม่สะดวกจัดหาที่พักให้นักศึกษากลุ่มนี้ โดยให้กลับไปสู่ชุมชนหรือบ้าน ขั้นตอนอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกันรวมทั้งผู้บริหาร เป็นต้น
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110551</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกอบชัย บุญอรณะ, ผู้ป่วยใหม่, ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, สถิติ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7a59638750.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กทม.&#039;น่าห่วงป่วยใหม่รายวันหลักพันคลัสเตอร์เฝ้าระวัง111แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มิ.ย.64 - ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 3,995 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 3,915 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 2,563 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 1,352 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 45 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 35 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 244,447 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม 2,253 ราย หายป่วยสะสม 198,928 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 43,607 ราย อาการหนัก 1,725 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 489 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม 42ราย เป็นชาย 27 ราย หญิง 15 ราย อยู่ในกทม. 27 ราย ฉะเชิงเทรา นครปฐม ปทุมธานี จังหวัดละ 2 ราย เพชรบุรี ชลบุรี นครราชสีมา นนทบุรี ปราจีนบุรี ปัตตานี ยะลา อุดรธานี และอุทัยธานี จังหวัดละ 1 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 1,912 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการฉีดวัคซีนวันที่ 26 มิ.ย. มีการฉีดทั้งสิ้น 74,075 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 40,930 ราย เข็มที่สอง 33,145 ราย ทำให้ยอดรวมสะสมการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. มีทั้งสิ้น 9,055,141 โดส&amp;nbsp; ขณะที่สถานการณ์โลก​ มีผู้ติดเชื้อสะสม 181,546,268 ราย เสียชีวิตสะสม 3,932,741 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด ได้แก่ กทม. 1,370 ราย สมุทรสาคร 289 ราย สมุทรปราการ 231 ราย นนทบุรี&amp;nbsp; 195 ราย ปัตตานี 189 ราย ชลบุรี 155 ราย สงขลา 133 ราย ปทุมธานี 126 ราย ยะลา 94 ราย ฉะเชิงเทรา 93 ราย มีคลัสเตอร์ใหม่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดประกอบด้วยบริษัทอุตสาหกรรมเสื้อผ้า อ.กระทุ่งแบนจ.สมุทรสาคร พบผู้ป่วย 16 ราย ตลาดพิชัย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พบผู้ป่วย13 ราย ตลาดพงษ์ศักดิ์ อ.เมืองชลบุรี พบผู้ป่วย11 ราย บริษัทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา พบผู้ป่วย 21 ราย บริษัทผลิตชิ้นส่วนเชิงกลอ.เมืองลพบุรี พบผู้ป่าวย 8 ราย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ อ.เมืองสุพรรณบุรี พบผู้ป่วย 6 ราย ศูนย์ฝึกตำรวจภูธร อ.เมืองสุราษฎร์ธานี พบผู้ป่วย 21 ราย ส่วนคลัสเตอร์กทม.ที่ต้องเฝ้าระวังทั้งสิ้น 111 แห่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107781</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., คลัสเตอร์, ผู้ป่วยใหม่, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d81abe7e981.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่นำครม.ฉีดวัคซีน12มี.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ ยันสงกรานต์ได้จัดแน่ แต่อาจสนุกน้อยหน่อย สั่ง ศบค.หารือแนวทางร่วมทุกกระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.วธ.ชี้สงกรานต์ปีนี้เน้นแก่นแท้ประเพณี ส่วนการเล่นปาร์ตี้โฟมต้องรอ ศบค.ใหญ่เคาะมาตรการ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พร้อมนำ ครม.ฉีดวัคซีนวันศุกร์นี้ &amp;quot;หมอหนู&amp;quot; ลั่นเป็นคำสั่ง ครม.ต้องฉีดทุกคน ศบค.พบผู้ป่วยใหม่รวม 60 ราย สธ.เผยโควิดคลัสเตอร์ใหม่เชื่อมโยง 2 จว. &amp;quot;นครนายก-ปราจีนบุรี&amp;quot;&amp;nbsp; พบติดเชื้อแล้ว 5 ราย รอลุ้นผลค้นหาอีกกว่า 1.4 พันราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 9 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรอบแนวทางในการจัดกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ว่า ได้ให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.คณะเล็กไปพิจารณาร่วมกับหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ก่อนนำเข้า ครม.ในสัปดาห์หน้า&amp;nbsp; ซึ่งจะได้ข้อสรุปออกมาว่าจะดำเนินการอย่างไร ขอให้ทุกคนสบายใจว่ารัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจเรื่องนี้ และได้มอบหมายภารกิจนี้ไปหลายสัปดาห์แล้ว ให้ไปช่วยกันคิดล่วงหน้าว่าถ้าสถานการณ์ดีขึ้นจะทำอย่างไร หรือถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นจะทำอย่างไร มันต้องมีมาตรการทั้ง 2&amp;nbsp; มาตรการ แต่วันนี้ถือว่าสถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ ทั้งเรื่องของการควบคุมการแพร่ระบาด การตรวจสอบผู้ติดเชื้อ เรื่องของมาตรการที่ประชาชนใช้หน้ากาก ใช้การเว้นระยะห่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ทุกอย่างดีขึ้นหมด ซึ่งถ้าทุกคนร่วมมือกันแบบนี้ก็จะจัดงานได้ แต่จะจัดอย่างไร จะจัดงานประเภทใดได้บ้าง ที่มันไม่มีผลกระทบมากนักในเรื่องของการแพร่เชื้อ ไม่ให้ระบาด อาจจะสนุกน้อยลงมาหน่อย แต่เราก็ไประงับทั้งหมดไม่ได้อยู่แล้ว และที่สำคัญคือต้องเตรียมมาตรการในเรื่องของการท่องเที่ยวไว้ด้วย เพราะหยุดหลายวัน และผมย้ำไปแล้วว่ามาตรการเหล่านี้ต้องออกมาก่อนล่วงหน้า&amp;nbsp; เพื่อให้ทุกคนมีเวลาในการเตรียมการในการท่องเที่ยวหรือการจองโรงแรมต่างๆ ซึ่งต้องแก้กันทั้งระบบ ขอให้รอนิดนึงสัปดาห์หน้าน่าจะเรียบร้อย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์&amp;nbsp; เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เรื่องการผ่อนคลายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ปีนี้มีแนวโน้มในการผ่อนคลายมากขึ้น ทั้งในเรื่องการจัดกิจกรรมตามวัฒนธรรมประเพณี ในปีนี้กระทรวงวัฒนธรรมได้ออกแนวปฏิบัติเป็นข้อแนะนำในการจัดประเพณีสงกรานต์ที่แตกต่างไปจากปีที่แล้ว เนื่องจากปีก่อนนั้นได้ให้งด แต่ปีนี้จัดงานเทศกาลสงกรานต์โดยเน้นแก่นแท้ของประเพณี คือการทำบุญตักบาตรและสรงน้ำพระพุทธรูป รดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่และบุพการีผู้สูงอายุ ส่วนกิจกรรมต่างๆ จะมีความหลากหลายไปตามภูมิภาค อาทิ เทศกาลสงกรานต์และวันไหล กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้คิดกิจกรรมที่จะดึงดูดการท่องเที่ยว การสร้างรายได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้เกิดความร่วมมือกับภาคีและภาคเอกชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.วัฒนธรรมกล่าวว่า จะขอรับการสนับสนุนจำนวนวัคซีนให้จังหวัดที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวให้มากขึ้น โดยได้รับการจัดสรรมาแล้วในล็อตแรก และในล็อตถัดไปจะเพิ่มจำนวนเพื่อกำหนดเป็นโซนนิง หรือเป็นพื้นที่ที่จะจัดกิจกรรมได้ เช่น จังหวัดภูเก็ต, สมุย, เชียงใหม่ และพัทยา
ใส่หน้ากากเล่นน้ำสงกรานต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การเล่นปาร์ตี้โฟมที่จะมีการรวมตัวของผู้คนจำนวนมากทำได้หรือไม่ นายอิทธิพลกล่าวว่า&amp;nbsp; สำหรับการนำเสนอเชิงกิจกรรมทั้ง 2 กระทรวงได้หารือร่วมกันแล้วว่า มีกรณีที่จะต้องพิจารณาว่าถ้าใส่เครื่องป้องกัน เช่น แว่นตา, หน้ากาก, เสื้อผ้า, เสื้อกันฝน เพื่อไม่ให้เกิดการสัมผัสร่างกายซึ่งกันและกัน แต่ในรูปแบบของกิจกรรมนั้นได้สร้างความสนุกสนานอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้พิจารณาถึงรายกิจกรรม แต่ได้พิจารณาถึงความเสี่ยงและการจัดภาพรวมของกิจกรรม ถือเป็นข้อพิจารณาที่จะเสนอให้กรมควบคุมโรคได้พิจารณา ว่าจะจัดเป็นโซนผ่อนปรน เพื่อให้เล่นสาดน้ำได้ ส่วนการเล่นรถกระบะยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากจะต้องหารือว่าอาจจะทำได้ในโซนพื้นที่ที่ขออนุญาต เพราะที่สำคัญจะต้องมีเจ้าภาพในการดูแลในแต่ละโซนพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปีนี้เราจะได้เห็นการใส่หน้ากากเล่นน้ำ และการรดน้ำขอพรผู้ใหญ่โดยเป็นการรดน้ำตามประเพณี ส่วนเรื่องการสาดน้ำโครมๆ นั้นน่าจะยังไม่เห็นในปีนี้ แต่อาจจะเห็นในโซนพื้นที่ที่กำหนดและได้รับอนุญาต ซึ่งจะต้องผ่านการพิจารณาของ ศบค.ชุดใหญ่ก่อน โดยจะได้เห็นความชัดเจนในสัปดาห์หน้า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์สามารถจัดคอนเสิร์ต ดนตรี พบปะสังสรรค์ดื่มสุราได้หรือไม่ นายอิทธิพลกล่าวว่า การดื่มสุรางดเว้นอยู่แล้ว ส่วนการแสดงดนตรีเบื้องต้นนั้น จากที่ได้ผ่อนปรนมาก่อนหน้านี้สามารถจะแสดงดนตรีได้ แต่ที่สำคัญคือเรื่องของการลดจำนวนคนเพื่อไม่ให้เกิดความแออัด เช่นคอนเสิร์ตที่มีการยืนเบียดกัน ก็ต้องปรับรูปแบบให้เป็นการจัดที่ให้มีการเว้นระยะ ส่วนการแสดงดนตรีพื้นบ้านนั้นก็ต้องดูที่จำนวนคนเป็นหลัก&amp;nbsp; เช่นรำวง อย่างไรก็ตามรูปแบบของกิจกรรมวัฒนธรรมนั้นเราไม่ต้องการให้ผิดเพี้ยนไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการ สมช. ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; (ศปก.ศบค.) ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการผ่อนคลายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ให้กระทรวงวัฒนธรรม?เป็นผู้ดูแล ในส่วนของ? ศบค.นั้น พล.อ.ประยุทธ์ให้ดูว่ามีมาตรการผ่อนคลายอย่างไรบ้าง และรูปแบบเทศกาลสงกรานต์เป็นเรื่องของ วธ.เสนอมาและ ศบค.ตัดสินอีกครั้งหนึ่ง เพราะ วธ. มองในรูปแบบของวัฒนธรรม ศบค.มองในรูปแบบของความปลอดภัยจากโควิด-19 ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่&amp;nbsp; แต่ก็มั่นใจในเวลาปัจจุบันนี้ ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐภาค ประชาชนและผู้ประกอบการที่จัดทำกิจกรรมต่างๆ มีความเข้าใจในเรื่องของมาตรการโควิด-19 มั่นใจว่า วธ.จะเสนอรูปแบบมาตรการที่เหมาะสม
สั่ง ครม.ฉีดวัคซีนทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการฉีดวัคซีน พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า&amp;nbsp; ตนตัดสินใจที่จะฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกาในวันศุกร์ที่ 12&amp;nbsp; มี.ค.นี้ เพราะมีความพร้อมแล้ว ได้รับวัคซีนจากการตรวจสอบมาแล้ว ซึ่งในส่วนของ ครม.ก็มีความจำเป็นต้องไปฉีดด้วยเหมือนกัน เพราะพบปะประชาชนเยอะ ซึ่งเป็นสิ่งที่แพทย์เสนอมา ก็จะไปฉีดกันวันศุกร์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ รพ.เอกชนต้องการนำเข้าวัคซีนด้วยนั้น&amp;nbsp; นายกฯ กล่าวว่า ตนพูดมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งวันนี้ก็ให้องค์การอาหารและยา (อย.) เรียกผู้ประกอบการ สมาคม เกี่ยวกับแพทย์ เกี่ยวกับโรงพยาบาลเอกชนเข้ามาพบ ว่าเขามีแผนในการจัดหาวัคซีนอย่างไร ถ้าเขาสามารถจัดหาได้ตนจะไปกีดกันทำไม ส่วนตัวเห็นว่าเป็นการดีเสียอีกที่เอกชนมาช่วยจะได้มีวัคซีนเพิ่มขึ้น คนที่มีขีดความสามารถไปฉีดกับโรงพยาบาลเอกชน มีราคาค่าใช้จ่ายที่สูง&amp;nbsp; เขาก็อาจจะเลือกแบบนั้นได้ มันเป็นทางเลือกของเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวถึงการพัฒนาโอเพนซิสเต็ม การเปิดประเทศ ในเรื่องของพาสปอร์ตโควิด ซึ่งต้องรอมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่จะกำหนดเป็นมาตรฐานกลางออกมา เพราะต้องมีการเชื่อมต่อกันระหว่างต้นทางและปลายทาง เราทำคนเดียวก็ไม่ได้ เขาต้องทำไปด้วย&amp;nbsp; วันนี้เราเตรียมการของเราไว้ขั้นต้นแล้วว่า ฉีดแล้วจะกักตัวหรือไม่กักตัว ได้รับวัคซีนครบหรือยัง บางคนมาจากแหล่งความเสี่ยงต่างๆ ก็ต้องกำหนดแตกต่างกัน เสี่ยงมาก เสี่ยงน้อย เสี่ยงสูง เสี่ยงปานกลาง และที่สำคัญคือแหล่งท่องเที่ยวของเราจะทำอย่างไร นักท่องเที่ยวมาจากไหน ตนก็อยากให้ดีขึ้นทุกวัน ทุกอย่างมีเป็นแฟ้มไว้หมดแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการฉีดวัคซีนว่า เรื่องดังกล่าวต้องหารือกับนายกฯ ก่อนว่าจะฉีดวันไหน แต่คาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 12 มี.ค. เนื่องจาก ครม.ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง ซึ่งตามนโยบายของนายกฯ ให้ ครม.ฉีดวัคซีนทุกคน คนที่อายุเกิน 60 ปีก็ให้ฉีดของบริษัทแอสตราเซเนกา แต่ถ้าอายุต่ำกว่า 60 ปีให้ฉีดของบริษัทซิโนแวค รอบนี้ฉีดได้ครบทั้ง ครม.ก็ดี แต่ต้องไปฉีดที่โรงพยาบาลในช่วงเช้า เพราะจะต้องมีการสังเกตอาการ 30 นาที ทั้งนี้นายกฯ แจ้งมาว่าให้ ครม.ไปฉีดด้วย ฉะนั้นตนถือว่าเป็นคำสั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ตนเองหลังจากฉีดเข็มแรกของซิโนแวค ผลข้างเคียงไม่มี แข็งแรง ดี รอฉีดเข็มที่ 2 ส่วนคนอื่นก็รายงานว่ามีอาการเล็กน้อยมาก ไม่มีอะไรมาก มีเพียงบุคลากรทางการแพทย์ 1 คนที่มีอาการรุนแรง แต่ขณะนี้หายเป็นปกติแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่า หมอให้ฉีดตนฉีดเลย ส่วนจะฉีดพร้อมนายกฯ หรือไม่นั้นก็แล้วแต่หมอ หากหมอให้ฉีดเมื่อไหร่ก็ฉีดเมื่อนั้น
คลัสเตอร์ใหม่นครนายก-ปราจีนฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศบค.เปิดเผยสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 60 ราย โดยเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 43 ราย ตรวจพบจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 22 ราย แบ่งเป็นจังหวัดปทุมธานี 2 ราย&amp;nbsp; กรุงเทพฯ 1 ราย สมุทรสาคร 19 ราย จากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 21 ราย แบ่งเป็นจังหวัดปทุมธานี 1 ราย นนทบุรี&amp;nbsp; 1 ราย สมุทรสาคร 19 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 15 ราย ได้แก่ ซูดาน&amp;nbsp; 1 ราย เมียนมา 1 ราย รัสเซีย 1 ราย เยอรมนี 1 ราย&amp;nbsp; สหรัฐอเมริกา 1 ราย สหราชอาณาจักร 4 ราย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 6 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ ลักลอบเข้ามาตามเส้นทางธรรมชาติ จากประเทศต้นทางมาเลเซีย 2 ราย&amp;nbsp; เป็นชายสัญชาติเมียนมา ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม&amp;nbsp; 26,501 ราย มีผู้ป่วยหายเพิ่มขึ้น 74 ราย รวมหายป่วยสะสม 25,851 ราย อยู่ระหว่างรักษา 565 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ยอดเสียชีวิตสะสมคงที่ 85 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์&amp;nbsp; ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยว่า วันนี้พบผู้ติดเชื้อใน จ.นครนายกและ จ.ปราจีนบุรีที่มีความเชื่อมโยงกัน โดยเป็นสามีอายุ 60 ปี และภรรยาอายุ 62 ปี เปิดร้านขายอาหารในโรงงานแห่งหนึ่งและอาศัยใน จ.ปราจีนบุรี แต่มีลูกสาว ซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์อยู่ใน จ.นครนายก ซึ่งสามีและภรรยาต้องมาซื้อของในตลาดสี่มุมเมือง จ.ปทุมธานีสัปดาห์ละครั้ง เพื่อนำไปประกอบอาหารขายในโรงงาน&amp;nbsp; และด้วยตลาดใน จ.ปทุมธานีมีรายงานผู้ติดเชื้อบ้าง จึงมีความกังวลและเดินทางไปตรวจหาเชื้อที่ รพ.จังหวัดนครนายก และพบว่าติดเชื้อทั้ง 2 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากการติดตามผู้สัมผัสที่ จ.ปราจีนบุรี แยกเป็นผู้สัมผัสร่วมบ้าน 4 ราย คือ ลูกชาย ลูกสะใภ้ หลาน ลูกสาว ตรวจครั้งแรกไม่พบเชื้อทั้งหมด รอตรวจครั้งที่ 2 ที่ร้านขายอาหารในโรงงานแห่งหนึ่งใน อ.เมือง เป็นพนักงานขายช่วงกลางวัน 7 ราย ตรวจครั้งแรกไม่พบเชื้อทั้งหมด&amp;nbsp; รอตรวจครั้งที่ 2 พนักงานขายช่วงกลางคืน 3 ราย ตรวจพบติดเชื้อ 3 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีการค้นหาเชิงรุกในโรงงาน 1,428 ราย&amp;nbsp; เป็นพนักงาน 1,405 ราย และ รปภ. 23 ราย อยู่ระหว่างรอผล และที่คลินิกแห่งหนึ่งอยู่ระหว่างสอบสวนโรค เนื่องจากมีประวัติสามีไปเข้ารับการตรวจ หลังเริ่มมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ปวดเมื่อยตัว เหนื่อย มีไข้ ตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. ก่อนไปตรวจรักษาเพิ่มเติมที่ จ.นครนายก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จักรรัฐกล่าวด้วยว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศไทยดำเนินการฉีดสะสมตั้งแต่ 28 ก.พ. - 8 มี.ค. รวม 29,900 ราย พบอาการไม่พึงประสงค์เกิดได้ 1 ใน 3 ของผู้ที่ได้รับวัคซีน โดยเป็นอาการไม่พึงประสงค์ที่ไม่รุนแรง เช่น เจ็บบริเวณแผล, คลื่นไส้, วิงเวียน, มีผื่นเล็กน้อย, อาเจียน เป็นต้น แต่ยังไม่มีรายงานพบผู้มีอาการรุนแรงเกี่ยวข้องกับวัคซีนแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95551</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ฉีดวัคซีน, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ผู้ป่วยใหม่, วัคซีนโควิด, ศบค., สงกรานต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_60478af6d126d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อเปิดประเทศย้ำกักตัว10วันเพื่อกู้เศรษฐกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.เผยพบผู้ป่วยใหม่ 5 ราย มาจากต่างประเทศทั้งหมด &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ขอบคุณ &amp;quot;องค์การอนามัยโลก&amp;quot; ชื่นชมไทยดำเนินมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ชี้เป็นความสำเร็จร่วมกันของคนไทยทุกคน ด้านรองโฆษกรัฐบาลเผย ไทยเตรียมความพร้อมเปิดประเทศ จ่อลดกักตัวเหลือ 10 วัน เพราะการตรวจสอบเชื้อหลังวันที่ 10 ส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ โอกาสแพร่เชื้อต่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5 ราย ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,866 ราย หายป่วยเพิ่ม 10 ราย ยอดรวมผู้รักษาหายป่วย 3,707 ราย รักษาในโรงพยาบาล 99 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 60 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ รายที่ 1 มาจากสิงคโปร์ เป็นเพศชายสัญชาติไทย อายุ 48 ปี ตรวจพบเชื้อวันที่ 12 พ.ย. รักษาที่โรงพยาบาลใน จ.ชลบุรี, รายที่ 2 มาจากอิตาลี เป็นเพศชาย สัญชาติอิตาเลียน อายุ 44 ปี อาชีพวิศวกร ตรวจพบเชื้อวันที่ 12 พ.ย. เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน, รายที่ 3, 4 มาจากสหราชอาณาจักร เป็นเพศหญิง สัญชาติไทย อายุ 27 ปี อาชีพพนักงานเสิร์ฟอาหาร และอีกรายเป็นนักศึกษา สัญชาติไทย อายุ 19 ปี ทั้งหมดตรวจพบเชื้อวันที่ 12 พ.ย. อยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ในกทม. และรายที่ 5 มาจากสหรัฐอเมริกา เป็นเพศหญิง สัญชาติอเมริกัน อายุ 39 ปี ตรวจพบเชื้อ 12 พ.ย. เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเอกชน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อรวม 53,738,180 ราย รักษาหายป่วย 37,519,510 ราย เสียชีวิต 1,309,147 ราย ส่วนเที่ยวบินนำคนไทยที่ตกค้างกลับประเทศวันที่ 14 พ.ย. รวม 770 คน จาก 8 เที่ยวบิน และวันที่ 15 พ.ย. อีก 186 คน จาก 7 เที่ยวบิน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (World Health Organization : WHO) ชื่นชมบทบาทการเป็นผู้นำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย รวมทั้งการทำงานด้านสาธารณสุขของไทย ในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกได้กล่าวในพิธีปิดการประชุมสมัชชาอนามัยโลก สมัยที่ 73 (World Health Assembly 2020) โดยขอบคุณประเทศไทยที่สนับสนุนการทำงานขององค์การอนามัยโลก และชื่นชมประเทศไทยที่เป็นตัวอย่าง ต้นแบบของการประสบความสำเร็จ ในการบูรณาการความร่วมมือของภาครัฐและภาคประชาสังคมต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19 แม้จะยังไม่มีวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่มีการรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 นอกจากจีน อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยซึ่งมีประชากรกว่า 70 ล้านคน และเป็นประเทศที่ได้ขึ้นชื่อว่าประชากรหนาแน่นแห่งหนึ่งของโลก กลับมีตัวเลขผู้ติดเชื้อน้อยกว่า 4,000 คน และผู้เสียชีวิตมีเพียง 60 คน ซึ่งความสำเร็จของไทยนี้ไม่ใช่เรื่องความบังเอิญ แต่เป็นเพราะการดำเนินนโยบายของไทยอย่างจริงจัง และตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ลงทุนในโครงสร้างทางด้านสาธารณสุข เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการต่อสู้กับโรคภัยตามหลักการของสาธารณสุขสากล
จ่อลดกักตัวเหลือ 10 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ขอบคุณองค์การอนามัยโลก ที่ได้ชื่นชมการดำเนินมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ของไทย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำว่าไม่เพียงเป็นความสำเร็จของรัฐบาลเท่านั้น แต่เป็นความสำเร็จร่วมกันของทุกภาคส่วน และที่สำคัญเป็นผลมาจากรัฐบาลได้รับความร่วมมือที่ดีจากประชาชนคนไทยทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ หลังสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ดี รัฐบาลจึงมีนโยบายคลายล็อกเปิดประเทศบนพื้นฐานความปลอดภัยของประชาชน โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อมและเดินหน้าสร้างความเข้าใจต่อประชาชนในการเปิดประเทศ ภายใต้แนวคิด SMART LIVING WITH COVID-19 คนไทยปลอดภัย เศรษฐกิจไทยไปรอด ซึ่งการเปิดประเทศจะทำอย่างค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในมาตรการรองรับ พร้อมสร้างความเข้าใจต่อประชาชนถึงความจำเป็นที่จะต้องเปิดต้อนรับชาวต่างชาติ เพื่อฟื้นฟูผลกระทบด้านเศรษฐกิจในเวลานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า สำหรับผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย จะต้องเข้ารับการกักตัว 14 วัน และปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ส่วนการเสนอลดระยะเวลาการกักตัวผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยจาก 14 วัน เหลือ 10 วันนั้น จะมีการเสนอต่อที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โรคโควิด-19 หรือ ศบค.ชุดใหญ่ต่อไป โดยการลดการกักตัวเหลือ 10 วัน อยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยของประชาชน เนื่องจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า ผู้ติดเชื้อเกือบทั้งหมดตรวจพบเชื้อภายใน 10 วัน การพบเชื้อหลัง 10 วัน ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ และมีโอกาสแพร่เชื้อต่ำ ดังนั้น ระยะการกักตัว 10 วัน และ 14 วัน มีความเสี่ยงไม่ต่างกัน ล้วนแล้วแต่อยู่ในความสามารถจะควบคุมได้
กองทัพสร้างกลุ่มป้องกันโควิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลีกล่าวอีกว่า สถานการณ์โรคโควิด-19 ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนในการป้องกัน จึงไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้เมื่อใด ประเทศไทยจะต้องรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมโรคและการเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่สำคัญคือประเทศไทยมีประสบการณ์ด้านการรับมือการแพร่ระบาดของโรคเป็นอย่างดีแล้ว ซึ่งการทยอยเปิดประเทศ ก็เป็นอีกแนวทางสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย เพราะเศรษฐกิจไทยต้องพึ่งพาภาคการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสำคัญ โดยแนวทางสำคัญของการทยอยเปิดประเทศคือการทำอย่างค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เดินหน้าไปพร้อมกับการสร้างความรับรู้และเข้าใจต่อประชาชน ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร เมื่อยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก เปิดเผยว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบก ได้ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนรัฐบาลในการป้องกันและแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสร้างการรับรู้ ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด และยังคงเน้นย้ำกำลังพลให้เตรียมพร้อม กรณีที่อาจมีการระบาดของโรคระลอก 2 ซึ่งหนึ่งในมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดที่สำคัญ คือ การประชาสัมพันธ์ กระจายข่าวสาร หรือสั่งการที่เกี่ยวข้องให้กับกำลังพลของกองทัพบก ให้ทั่วถึงและเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 กองทัพบกจึงได้สร้างกลุ่ม &amp;quot;ศูนย์ประชาสัมพันธ์โควิดกองทัพบก&amp;quot; ในแอปพลิเคชันไลน์ ที่จะเป็นช่องทางในการกระจายข่าวสาร มาตรการ และแนวปฏิบัติไปยังศูนย์บริหารสถานการณ์โควิดของหน่วยขึ้นตรงในทุกระดับ ถึงระดับกองพัน ประมาณ 580 หน่วยทั่วประเทศ เพื่อให้หน่วยรับทราบข้อมูลโดยพร้อมเพรียงผ่านช่องทางเดียวกัน ในเวลาที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ หน่วยสามารถชี้แจงกำลังพลและครอบครัวให้รับรู้ เข้าใจ รวมทั้งสามารถลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทั่วไป อย่างถูกต้องและทันต่อสถานการณ์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83858</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กู้เศรษฐกิจ, ผู้ติดเชื้อโควิด-19, ผู้ป่วยใหม่, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องค์การอนามัยโลก, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201114/image_big_5faf5fdeda285.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.เผยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19เพิ่มอีก1รายมาจากสหรัฐอเมริกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.63- ศูนย์ข้อมูล COVID-19 สรุปสถานการณ์ COVID-19 ประจำวันที่ 27 ก.ย. 63 ผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย ผู้ป่วยสะสม 3,523 ราย หายป่วยเพิ่ม 5 ราย รักษาอยู่ 97 ราย หายป่วยทั้งหมด 3,367 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 0 ราย
เสียชีวิตทั้งหมด 59 ราย ประวัติเสี่ยง ผู้ที่เดินทางมาจาก สหรัฐอเมริกา และเข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ จำนวน 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 5 อันดับประเทศอาเซียน ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 1.อินโดนีเซีย 4,494 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 271,339 ราย
2. ฟิลิปปินส์ 2,747 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 301,256 ราย 3.เมียนมา 879 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 9,991 ราย 4. มาเลเซีย 82 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 10,769 ราย และ5.สิงคโปร์ 20 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 57,685 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78767</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, ผู้ป่วยใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f702d8d417b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
