<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2021 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2021 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใครกำลังดูหมิ่นใครกันแน่ &#039;ปารีณา&#039; ยันขึ้นชื่อเรื่องความใจดีต่อผู้พิการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค.64 - นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ว่าด้วยเรื่องคนพิการ #ใครกำลังดูหมิ่นใครกันแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปารีณาขึ้นชื่อเรื่องความใจดีต่อผู้พิการในพื้นที่ และเด่นเรื่องความเสมอต้นเสมอปลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็เป็นสิทธิที่จะร้องเรียนจริยธรรม กล่าวหาปารีณา ดูหมิ่นคนพิการ สภาพบุคคล &amp;nbsp;ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไปกันใหญ่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งที่ ถ้าเป็น #คนกลางๆอ่าน ข้อความปารีณาก็จะเข้าใจ ว่าข้อความทั้งหมด ไม่ได้มีเจตนาใดๆ ในการหมิ่นคนพิการเลย และถ้าคนอยากจะตีความว่าปารีณาเป็นคนแบบนั้นก็เป็นสิทธิ์ ทำไงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมีการเปรียบเปรยก้อยว่าแบ๊วที่หมายถึงน่ารักมันเสียหายไหม หรือหากมีการเปรียบเปรยว่าออทิสติก ก็ไม่ได้เสียหายอะไร ขนาดมดดำและเอิ๊กพูดถึงปารีณาว่า บ้า ติ๊งต๊องในรายการทีวี ก็ไม่ได้แปลว่ามดดำหรือเอิ๊ก ไปดูหมิ่นคนที่มีความผิดปกติทางสมอง ลดค่าความเป็นมนุษย์ เป็นเรื่องของมดดำแซวปารีณาเท่านั้น ย้ำว่า มดดำไม่มีเจตนาดูหมิ่นคนบ้า ผู้ปกครองไม่ต้องไปร้องเรียนใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงแล้ว คนที่เป็นออติสติก ไม่สามารถสังเกตได้จากรูปร่างหน้าตายกเว้นเป็นดาวซินโดรมด้วย &amp;nbsp;จึงอย่ากล่าวหา ว่าเอาสภาพคนพิการมาดูหมิ่น เด็กที่เป็นออทิสติกเป็นเด็กที่ฉลาดมากด้วยซ้ำ ถ้าได้รับยา ได้รับการดูแลจากหมอ จะสามารถพัฒนาเป็นได้ถึงดอกเตอร์ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอวอน ประธานสมาคมผู้ปกครองคนเป็นออทิสติกให้ตระหนัก เพราะเราอยู่ในสังคมที่ทุกคนล้วนควรได้สิทธิ์ที่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะพิการหรือไม่ และหากมีการละเมิดสิทธิ์จริง ดูหมิ่นจริง สมควรจะดำเนินคดีทางกฏหมายอย่างเด็ดขาด แบบที่ปารีณากำลังจะดำเนินคดีกับทนายที่มีลูกเป็นออทิสติกและดูหมิ่น ด้อยค่า ปารีณาอย่างชัดเจน ไม่ใช่ร้องจริยธรรมเพียงเพื่อให้เกิดความเสื่อมเสียหายแก่ผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้ำว่าคนอย่างปารีณา ถ้ารู้จักจริงๆ จะรู้ว่า เป็นผู้แทนฯ ที่ทำตัวแสนธรรมดา ตั้งใจทำงานรับใช้ประชาชนด้วยหัวใจเต็มร้อย ไม่ใช่เป็นผู้แทนแบบเจอกันเมื่อชาติต้องการ หรือมาใกล้ๆตอนเลือกตั้ง และไม่เคยมีประวัติ ไม่แม้แต่จะคิดดูถูกคนพิการ มีแต่ช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนก้อยเป็นเด็ก ผู้ใหญ่พูดอะไรก็หัดฟัง ยิ่งเป็นดาราด้วย ควรเป็นตัวอย่างที่ดี มาช่วยกันรณรงค์ให้คนอยู่บ้าน มากกว่ามาเสียดสีนายก นายกไม่อยากล๊อคดาว จึงขอความร่วมมือเอา แล้วก้อยนิกกี้มีดราม่ากับพีปวีนา ไกรทอง วันเดียวคนก็จะรู้จักทั่วประเทศ จะมีซีนเยอะสมใจ งานเข้า รายได้มาหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงบอกไงว่าใครอยากดังให้มาว่าปารีณา ให้ลุงเขาทำงานไปนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89258</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ปารีณา, ผู้พิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210109/image_big_5ff917d600b18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65146</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 19:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 19:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนคนพิการระวังเฟกนิวส์! ยันเยียวยา1พันไม่ต้องลงทะเบียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค. 63 - เพจไทยคู่ฟ้า โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;ย้ำ...เงินเยียวยาผู้พิการ ไม่ต้องลงทะเบียน จากกรณีที่มีการแชร์ข้อความในโลกออนไลน์ให้ผู้พิการนำเอกสารต่าง ๆ ที่เซ็นชื่อกำกับ เช่น สำเนาบัตรประชาชน บัตรผู้พิการ หน้าสมุดบัญชีธนาคาร ไปติดต่อขอรับเงินเยียวยาจาก สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ทั่วประเทศ นั้น ขอยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นข่าวปลอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความจริง คือ ผู้พิการที่มีบัตรประจำตัว และได้รับเบี้ยผู้พิการอยู่แล้ว จะได้รับเงินเยียวยาในช่วงสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด คนละ 1,000 บาท (จ่ายครั้งเดียว) จากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยอัตโนมัติ ...ใครที่เคยรับเบี้ยผ่านบัญชีธนาคารก็จะได้รับเงินเยียวยาผ่านบัญชี ส่วนใครที่เคยรับเป็นเงินสดก็จะได้รับเป็น เงินสด สำหรับผู้พิการที่ไม่ได้รับเบี้ยผู้พิการ ทางเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมฯ เขาจะลงเยี่ยมบ้านและจ่ายเงินเยียวยาให้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ครม. ได้มีมติให้เพิ่มเบี้ยความพิการสำหรับคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ และมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จาก 800 บาท เป็น 1,000 บาท และล่าสุดก็ได้ปรับเพิ่มให้กับเด็กพิการที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้ได้รับสิทธิเท่าเทียมกันอีกด้วย
หากมีข้อสงสัยติดต่อได้ที่ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โทร. 0 2354 3388 ต่อ 307, กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โทร 0 2106 9307, ศูนย์ช่วยเหลือสังคม โทร. 1300, สายด่วนคนพิการ โทร. 1479 และศูนย์บริการคนพิการจังหวัดทั่วประเทศ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65146</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้พิการ, เยียวยา, โควิด-19, ไทยคู่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb15b79de2fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2019 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2019 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้อีสาน&#039;กล่อมไม่อยู่!กลุ่มผู้พิการเดินหน้าเข้ากรุงร้อง&#039;บิ๊กตู่&#039;เอาผิดคนโกงเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.62 -&amp;nbsp;ที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้มีเครือข่ายกลุ่มคนพิการ จ.นครราชสีมากว่า 20 คนมาปักหลักรอต้อนรับคณะของนางฐานนิดา อนุอัน อายุ 47 ปี ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ จ.กาฬสินธุ์ ที่ได้เดินทางมาจาก จ.กาฬสินธุ์ มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อยื่นหนังสือกับทางรัฐบาล เรียกร้องเอาผิดคนโกงเงินคนพิการ ได้เดินทางไปถึงหน้าอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยนายปรีดา ลิ้มนนทกุล ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ มาร่วมการเคลื่อนไหวพร้อมให้กำลังใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เดินทางมารับหนังสือร้องเรียนในฐานะตัวแทนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่เป็นห่วงคนพิการเรื่องสุขภาพ พร้อมทั้งพูดคุยเจรจาขอให้มีการพูดคุยรับเรื่องไปดำเนินการให้ โดยใช้สถานที่ที่ศาลากลาง จ.นครราชสีมา และมีการนัดพูดคุยอีกครั้งที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยนางฐานนิดาฯ ยังยืนยันว่า ยังไงก็จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุภรณ์ กล่าวว่า แนวทางและนโยบายของรัฐบาลจะดูแลผู้พิการตามกฎหมายอย่างเต็มที่และต้องให้ความถูกต้องความเป็นธรรมกับผู้พิการ โดยเฉพาะเรื่องที่มีการกล่าวอ้างว่ามีการทุจริต มีการโกงเงินผู้พิการ เรื่องนี้พลเอกประยุทธ์ มีความห่วงใย ซึ่งวันนี้ตนจึงมารับเรื่องของทางชมรมพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ ซึ่งมีการไปร้องเรียนมแล้วหลายหน่วยงาน และพาพี่น้องผู้พิการจาก จ.กาฬสินธุ์ 600 ก.ม.เข้ากรุงเทพฯ และตอนนี้มาถึงอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี &amp;nbsp;ตนมาขอเจรจาพูดคุยเพื่อตกลงในการดูแลก้ำไขปัญหาให้กับผู้พิการ เพราะไม่อยากให้ผู้พิการต้องเดินไกลด้วยเท้าไปยังกรุงเทพฯหรือทำเนียบรัฐบาล เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยเรื่องสุขภาพร่างกาย มีผลกระทบทางร่างกาย เกิดเจ็บป่วยไม่สบาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการพูดคุยรายละเอียดหรือเงื่อนไขต่างๆเราจะนัดทางแกนนำชมรมหรือผู้นำผู้พิการไปพูดคุยกันที่ทำเนียบรัฐบาล ตนในฐานะได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนดูแลเรื่องการร้องเรียน การร้องทุกข์ เครือข่ายมวลชน ตนจะประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องและให้ความเป็นธรรมต่อชมรมผู้พิการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรการเด็ดขาดเอาผิดกับคนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตนั้น คิดว่าแน่นอนที่สุดเราต้องหลักฐานดูข้อมูลข้อเท็จจริง หรือการตรวจสอบข้อเท็จจริง ถ้าเป็นไปตามที่ชมรมฯร้องเรียนมา มั่นใจว่า พลเอกประยุทธ์ และรัฐบาลชุดปัจจุบัน แม้แต่รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงที่เกี่ยวข้องไม่ไว้หน้าหรือปล่อยไว้แน่นอน ถ้าพบข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนฝ่ายใดก็แล้วแต่ที่ทำหน้าที่บกพร่องหรือทุจริตเราต้องดำเนินการกฎหมายอย่างเด็ดขาด ตนมั่นใจว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการทุจริตคอร์รัปชันแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่องจะขยายการตรวจสอบและตั้งกรรมการตรวจสอบนั้น ตนทราบว่าทางชมรมเครือข่ายพิทักษ์สิทธิคนพิการฯได้ยื่นหนังสือไปหลายหน่วยงานแล้วเราก็จะมาดูว่าถ้าหลักฐานข้อมูลข้อเท็จจริงน่าเชื่อถือได้และมีน้ำหนักเราก็จะสามารถดำเนินการตั้งคณะกรรมการ โดยตนจะนำเรียนเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีเพื่อตั้งคณะกรรมการส่วนกลางขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง มีทั้งตัวแทนสำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีอาจจะมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีเข้ามาดูแล โดยคณะกรรมการชุดนี้ถือว่ากลางจริงๆ สามารถที่จะเรียกหน่วยงานเอาข้อมูลมาชี้แจงข้อเท็จจริงให้ปรากฎให้ได้ เราจะต้องตรวจสอบให้ครบถ้วน ไม่ใช่เฉพาะรายบุคคลหรือรายคน แต่จะขยายไปให้ครบถ้วน มีผลกระทบถึงใครอย่างไร และมีการอ้างสิทธิผู้พิการที่ไหนอย่างไรบ้าง ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน โดยคณะกรรมการส่วนกลางจะมาจากหลายภาคส่วน ตัวแทนภาคประชาชนด้วย ส่วนระยะเวลาก็อยู่ที่ข้อมูลและจำนวนว่ามีมากมีน้อยอย่างไร &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นางฐานนิดา อนุอัน อายุ 47 ปี ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนอยากจะฝากถึงนายกรัฐมนตรี ตอนนี้คนพิการได้รับผลกระทบจากการโกงเงินคนพิการทั่วประเทศ ถ้านายกรัฐมนตรีจัดการเรื่องนี้ได้เงินจะเข้าประเทศ เข้าแผ่นดินไม่รู้กี่พันล้าน ฉะนั้นนายกฯท่านต้องจัดการแล้ว ข้าราชการไม่ดีก็เอาออกไป ที่เป็นปัญหาที่เรายื่นหนังสือเป็นปีๆก็เพราะข้าราชการช่วยกันอยู่ตอนนี้ พวกเรารู้ มันถึงไม่ไปไหน คนพิการต้องอยู่เป็นเบี้ยล่างของเขา ต้องโดนเข้ากินอยู่อย่างนี้ มันไม่ยุติธรรม ยิ่งประชาชนคนพิการต้องมาโดนอย่างนี้ มันไม่ถูกต้องแล้ว ข้าราชการชั่วๆเอาออกเลย เอกสารหลักฐานข้อมูลอยู่กับอาจารย์ปรีดาทั้งหมด ข้อมูลทั้งหมดสาวไปถึงใครบ้างมีหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่มันเป็นเรื่องใหญ่มาก ทั่วประเทศ ทุกจังหวัด เรามีที่โคราชมีคนพิการร้องเรียนกว่า 200 คนที่โดนแบบนี้ คนที่โกงของคนพิการไปเขากินดีอยู่ดี แต่คนพิการข้าวจะกรอกหม้อก็ไม่มี ลำบากยากแค้นแล้วยิ่งลำบากซ้ำไปใหญ่ ยืนยันว่าจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตอนนี้หนังสือ 70 กว่าฉบับที่พวกเรายืนทุกหน่วยงาน ให้เกียรติกรมการปกครองทุกอย่าง ทำตามกระบวนการทุกอย่างปีกว่าไม่มีอะไรคืบหน้าเลย มิหนำซ้ำคนที่ออกมาร้องเรียนต้องมีคดีติดตัวนี่มันหมายความว่าอะไร ถ้าข้าราชการชั่วๆยังทำงานอยู่แบบนี้ คนพิการฟื้นไม่ได้ ท่านต้องจัดการเอาจริงเอาจังแล้ว ที่ออกมาเคลื่อนไหวมันเป็นเรื่องจริง&amp;quot;ฐานนิดา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46816</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐานนิดา อนุอัน, ผู้พิการ, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, โกงเงินคนพิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190928/image_big_5d8ef7b667c80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2018 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2018 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้สูงอายุ-คนพิการเฮ คลังอนุมัติแจกบัตรสวัสดิการเพิ่ม 3.1 ล้านราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังเปิดผลตีทะเบียนคนจนรอบพิเศษ สำหรับกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงและผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนรอบปกติ ทั้งสิ้น 4.5 ล้านราย ผ่านคุณสมบัติ 3.1 ล้านราย สามารถรับบัตรสวัสดิการได้ช่วงกลางเดือน ธ.ค. นี้ และเริ่มสตาร์ทใช้บัตรได้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มีการเปิดลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ในกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนในรอบปกติได้ ระหว่างวันที่ 15 พ.ค. &amp;ndash; 30 มิ.ย. 2561 พบว่ามีผู้มาลงทะเบียนทั้งสิ้น 4.5 ล้านราย และมีผู้ผ่านคุณสมบัติได้รับสิทธิจำนวน 3.1 ล้านคน คิดเป็น 68% ของผู้มาลงทะเบียนทั้งหมด และสามารถรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ในช่วงกลางเดือน พ.ค. 2561 เริ่มใช้บัตรได้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านสิทธิสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อหน่วยงานที่ไม่ผ่านสิทธิโดยตรงระหว่างวันที่ 16-30 พ.ย. นี้ โดยกระทรวงการคลังจะประกาศผลการอุทธรณ์อีกครั้งในช่วงกลางเดือน ธ.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้ามาตรการชดเชยเงินให้แก่ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยใช้ข้อมูลจากภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภาษีแวต) ว่า ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ พ.ย. 2561 โดยมีข้อมูลการใช้จ่ายระหว่างวันที่ 1- 14 พ.ย. 2561 อยู่ที่ 5.57 แสนราย คิดเป็นเงิน 145 ล้านบาท มีจำนวนภาษีแวตกว่า 9 ล้านบาท โดยพร้อมในการจ่ายเงินชดเชยดังกล่าว จำนวน 5% เข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ให้แก่ผู้มีสิทธิผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อนำไปใช้จ่ายต่อไป และเงินชดเชยอีก 1% เพื่อการออมเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารชนิดพิเศษที่กรมบัญชีกลางให้ธนาคารเปิดให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ความคืบหน้าของร้านธงฟ้าประชารัฐ ร้านประชารัฐของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ร้านค้าเอกชนอื่นที่จดทะเบียนภาษีแวต และสมัครเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว มีจำนวน 4.24 พันร้านค้า โดยผู้มีสิทธิจะได้รับเงินชดเชยต่อเมื่อชำระราคาสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งจากวงเงินกระเป๋าสวัสดิการ 200-300 บาทแล้วแต่กรณี และวงเงินที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเติมเองใน e-Money ที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ ร้านประชารัฐของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่จดทะเบียนภาษีแวต และรับชำระราคาสินค้าผ่านเครื่องชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) ที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (Point of Sale : POS) ภายใต้โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 แล้วเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ร้านค้าเอกชนอื่นที่สมัครเข้าร่วมมาตรการ ให้สังเกตสัญลักษณ์สติ๊กเกอร์ &amp;ldquo;จ่ายด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money PromptCard)&amp;rdquo; โดยผู้มีสิทธิสามารถใช้ได้เฉพาะส่วนของเงินใน e-Money เท่านั้นในการชำระราคาสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก็จะได้รับเงินชดเชยคืนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ร้านค้าที่พร้อมเข้าร่วมโครงการ จำนวน 4.24 พันร้านค้านี้ มีทั้งร้านธงฟ้าประชารัฐ และร้านค้าเอกชน แต่หากดูในรายละเอียดแล้วจะพบว่า ปัจจุบันมีร้านธงฟ้าประชารัฐ จำนวน 3.06 หมื่นร้านค้า แต่เป็นร้านค้าที่มีการจดทะเบียนภาษีแวต และมีคุณสมบัติพร้อม เพียง 3.88 พันร้านค้าเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีร้านธงฟ้าขนาดเล็กที่ตอบรับการติดเครื่อง POS เพียง 940 ร้านค้าเท่านั้น จากทั้งหมด 2.31 พันร้านค้า โดยส่วนใหญ่ปฏิเสธ และให้เหตุผลว่ายังไม่พร้อม รวมถึงกลัวโดนตรวจสอบภาษีด้วย&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22145</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายลวรณ แสงสนิท, บัตรสวสดิการแห่งรัฐ, ผู้ป่วยติดเตียง, ผู้พิการ, ผู้สูงอายุ, ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, โครงการไทยนิยม ยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181113/image_big_5bea220dd560c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2018 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2018 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานกกต.ยันร่างพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส.ไม่ขัดรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.61- นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. กล่าวถึงกรณีอาจมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างพ.ร.ป.การเลือกตั้งส.ส.ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นที่ให้ผู้ติดตามของผู้พิการ ทุพพลภาพและผู้สูงอายุทำเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งตามความประสงค์ของผู้มาใช้สิทธิ ได้ ว่า &amp;nbsp;ตอนที่กกต.เสนอเรื่องดังกล่าวไปยัง กรธ.ก็เห็นว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมาตรา 50 บัญญัติให้การเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน และถ้าไม่ไปใช้สิทธิจะเสียสิทธิสี่ประการตามมาตรา 30 จึงเห็นว่าจำเป็นต้องอำนวยความสะดวกให้กับคนกลุ่มนี้ ซึ่งก็ไม่ได้มีจำนวนมาก และจะให้เฉพาะกับคนที่มีปัญหาทางกายภาพ โดยในกฎหมายเขียนรองรับไว้แล้วว่าถือเป็นการออกเสียงโดยตรงและลับ ทั้งนี้เห็นว่าไม่สามารถนำประเด็นนี้ไปเทียบเคียงกับกรณีหันคูหาเลือกตั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่าไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับไม่ได้ เนื่องจากเป็นคนละประเด็นกัน และการแปรกฎหมายก็ต้องแปรให้สามารถปฏิบัติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนี้จะไม่เป็นเหตุให้มีการล้มการเลือกตั้งภายหลังใช่หรือไม่ ประะานกกต.ตอบว่า ความเห็น กกต.ก็เห็นอย่างนั้น เพราะเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต้องการให้ทุกคนได้ไปใช้สิทธิจึงกำหนดไว้เป็นหน้าที่ กกต.ในฐานะผู้ปฏิบัติต้องหาวิธีการอำนวยความสะดวกให้กับคนกลุ่มนี้ให้ได้ใช้สิทธิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งมีปัญหาที่กังวลในเรื่องขัดรัฐธรรมนูญก็ไม่ใช่หน้าที่ของกกต. เนื่องจากไม่ใช่ผู้ออกกฎหมาย แต่เป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น และที่ผ่านมาประเด็นใดที่คิดว่าขัดรัฐธรรมนูญก็ได้ทำหน้าที่โต้แย้งไปหมดแล้ว อีกทั้งกกต.มีเพียงเสียงเดียวในคณะกรรมาธิการสามฝ่ายจึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5408</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานกกต., ผู้พิการ, ร่างพ.ร.ป.การเลือกตั้งส.ส., ศุภชัย สมเจริญ, ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180320/image_big_5ab0c400666f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4160</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2018 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2018 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พระ-ผู้สูงอายุแห่ทวงเบี้ยยังชีพคนพิการ หวั่นซ้ำรอยทุจริตผู้ยากไร้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.61 - ที่บ้านเลขที่ 129 บ้านแป้นโป่งชัย ม.9 ต.บ้านสา อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ซึ่งเป็นบ้านของนางจันทร์แก้ว วิเศษ อายุ 70 ปี ผู้พิการเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวข้อเข่าเสื่อม และชาวบ้านผู้พิการ &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ &amp;nbsp;รวมทั้งพระสงฆ์ ต่างพากันนำหลักฐาน ระบุว่าการรับเงินเบี้ยยังชีพผู้พิการตามโครงการสนับสนุนเสริมสร้างสวัสดิการทางสังคมให้แก่ผู้พิการหรือทุพลภาพ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 เพิ่มเติมตามมติคณะรัฐมนตรี พร้อมระบุชื่อผู้พิการที่จะได้รับสิทธิ์ดังกล่าว &amp;nbsp;ทั้งข้อความเพิ่มเติมว่า จะได้รับเบี้ยยังชีพผู้พิการ ย้อนหลัง เพิ่มเติมตามมติคณะรัฐมนตรี เดือนที่จะได้รับย้อนหลังคือ ต.ค.58-ก.ค.59 รวม 10 เดือนๆละ 800 บาท รวมเป็นเงินที่จะได้รับย้อนหลัง 8,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระตรี ตรีมูรติการกุล ซึ่งพิการมือ ได้เล่าว่าที่ผ่านมามีญาติโยมที่เป็นผู้พิการโดยเฉพาะที่เป็นผู้สูงอายุ มักจะไปถามอาตมาภาพว่า ได้รับเบี้ยยังชีพผู้พิการหรือยัง ซึ่งอาตมาภาพก็บอกว่ายังไม่ได้รับและตลอดสามปีที่ผ่านมาอาตมาภาพก็ได้สอบถามไปยังเทศบาลตำบลบ้านสามาโดยตลอด ซึ่งก็ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ว่าทางกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่ได้โอนเงินมาให้ จึงยังไม่มีเงินที่จะจ่ายให้และบอกให้ทุกคนรอมาตลอด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระตรี ตรีมูรติการกุล &amp;nbsp;กล่าวว่าล่าสุดเห็นข่าวที่มีการนำเสนอเกี่ยวกับการทุจริตเงินช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในจังหวัดต่างๆ จึงอยากสอบถามว่าเรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ เพราะผู้พิการที่ไปขึ้นทะเบียนในรอบเดียวกันก็ยังไม่มีใครได้รับเงินแม้แต่คนเดียว หากทั้งตำบลก็เป็นเงินจำนวนมากพอสมควร ส่วนหลังจากเดือน ก.ค.59 แล้วทุกคนก็ได้รับเบี้ยตามปกติมาทุกเดือน เหลือเพียง10 เดือน ที่จะได้รับเงินตกเบิกคนละ 8,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยังนายนพดล สุรินทร ปลัดเทศบาลตำบลบ้านสา นายนพดล ยอมรับว่าผู้พิการในช่วงเวลาดังกล่าวยังไม่ได้รับเบี้ยยังชีพผู้พิการจริง โดยระบุว่าทางสำนักงบประมาณของกรมการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นยังไม่โอนเงินดังกล่าวมาให้ ทางเทศบาลจะนำเงินส่วนอื่นมาจ่ายก็ทำไม่ได้ แม้เงินสะสมของเทศบาลก็มีแต่ทำไม่ได้เพราะกฎหมายไม่ได้เปิดช่องให้ทำ ซึ่งทั้งตำบลมีผู้พิการประมาณ 60-70 คนๆละ 8,000 บาท ก็จะเป็นเงินกว่าห้าแสนบาท ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นไม่เฉพาะตำบลบ้านสาแต่เท่าที่ทราบคือทั้งจังหวัดก็ยังไม่ได้ ทางเทศบาลเคยสอบถามไปยังอำเภอ และอำเภอก็สอบถามไปยังจังหวัดแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ ซึ่งตนเองก็ไม่กล้าที่จะสอบถามบ่อยเพราะที่อื่นๆก็ไม่ได้เช่นกัน จึงไม่รู็ว่าจะทำอย่างไรเช่นกัน ทำได้เพียงรอเมื่อได้รับเงินโอนมาก็จะแจ้งให้ชาวบ้านทราบเพื่อให้มารับเงินต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4160</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเงินผู้ยากไร้, ผู้พิการ, ผู้สูงอายุ, ลำปาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180302/image_big_5a98e15065c57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
