<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2020 08:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2020 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;กระตุกต่อมสำนึก&#039;ปิยบุตร&#039; เลิกฉวยโอกาสเหตุผู้พิพากษายิงตัวตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค. 63 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;ผู้พิพากษายิงตัวตาย &amp;#39;ปิยบุตร&amp;#39;คารวะ&amp;#39;ผู้พิพากษาคณากร&amp;#39; ชี้ยิงตัวตายคือภาพสะท้อนของความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรมไทย นี่คือหัวข่าวหลังจากมีเหตุการณ์ ยิงตัวตายเกิดขึ้นอีกครั้งของผู้พิพากษา ที่เคยยิงตัวตายมาแล้ว ประเด็นการยิงตัวตายเราไม่ควรไปก้าวก่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สิ่งที่ต้องจดจำ หลังการยิงตัวเองครั้งแรก มีผู้หวังดีตีแผ่ความสัมพันธ์ผู้พิพากษาท่านนี้กับพรรคอนาคตใหม่ และมีการมอบสำนวนคดีให้ ถึงขนาดนายปิยบุตรเตรียมแถลงข่าวในวันนั้น แต่กระแสข้อเท็จจริงออกมามากจนต้องยุติ และครั้งนี้นายปิยบุตรก็ออกมาอีก สิ่งที่นายปิยบุตรต้องมีคือ ควรมีความสำนึกในสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับผู้พิพากษาคนนี้ ไม่ใช่เอาแต่ฉวยโอกาสเพราะสังคมไทยเขาเริ่มรู้แลัวว่า นายปิบุตรกับภรรยา คิดอะไรต่อสถาบันตุลาการของประเทศไทย&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59216</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิยบุตร, ผู้พิพากษาคณากร, ผู้พิพากษายิงตัวตาย, หมอวรงค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200119/image_big_5e240c8431d9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ชี้กมธ.ยุติธรรมสอบปมผู้พิพากษายิงตัวเองได้ แต่อย่าลงลึกตรวจสำนวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค. 62 &amp;ndash; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน จะนำเรื่องผู้พิพากษาที่ยิงตัวเอง เข้าพิจารณาในคณะกรรมาธิการฯ และอาจเชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงว่า สามารถทำได้ เพราะถือเป็นการตรวจสอบในกรณีที่มีคดีเกิดขึ้น ว่าคดีนี้มีความเป็นมาอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการฯคณะไหนที่จะพิจารณาเรื่องนี้ เพียงแต่ว่าอย่าไปลงในเนื้อเรื่องการตรวจสำนวนต่างๆ ของการเสียชีวิต&amp;nbsp; ไปลงลึกรายละเอียดมากไม่ได้&amp;nbsp; อาจจะลงลึกได้แค่เพียงว่าเกิดอะไรขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากมีการพิจารณาในคณะกรรมาธิการฯจะมีผลอะไรหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็แล้วแต่ หากคณะกรรมาธิการฯพิจารณาแล้ว พบอะไรก็จะรายงานและแนะนำ ส่วนที่มีการพูดกันว่าปกติโดยมารยาทแล้ว 3 สถาบัน คือฝ่ายบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ จะไม่ก้าวก่ายกันนั้น ถ้าไปก้าวก่ายไม่ได้อยู่แล้ว แต่กรณีนี้ไม่ใช่ลักษณะของการก้าวก่าย เพียงแต่เป็นการตรวจสอบเท่านั้นว่าเกิดอะไรขึ้น เหมือนที่รัฐบาลทำอะไร ก็ถูกตรวจสอบได้ แต่การตรวจสอบรัฐบาลจะนำไปสู่การตั้งกระทู้กับการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่การตรวจสอบในเรื่องแบบนี้ของศาล ไม่สามารถนำไปสู่การตั้งกระทู้ เพราะจะไปเรียกให้ศาลมาตอบกระทู้ก็ไม่ได้ และไม่ได้นำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ต้องบิดข้อเสนอให้กลายเป็นว่า ให้รัฐบาลรับไปดำเนินการอย่างไร เช่น เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น ให้มีตำรวจคอยดูแลมากขึ้น อะไรประมาณนั้น&amp;nbsp; แต่อย่างน้อยคณะกรรมาธิการฯ ก็ได้สตอรี่หนึ่งเรื่องในการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า อาจได้กระแสสังคมที่ให้ความสนใจต่อเรื่องนั้นๆ มากขึ้นด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็แล้วแต่ ถือเป็นเทคนิคของฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า จะสามารถเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้อง และถูกอ้างถึงมาชี้แจงในคณะกรรมาธิการฯได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถือเป็นช่องทางหนึ่ง ที่เขาจะเรียกได้ แต่บุคคลผู้นั้นจะไปหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อย่างในอดีตคณะกรรมาธิการฯ เคยเรียกตนไปชี้แจงหลายครั้ง แต่ตนได้มอบหมายให้คนอื่นไปแทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47663</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.กฎหมาย, กมธ.ยุติธรรม, ผู้พิพากษาคณากร, ฝ่ายค้าน, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190916/image_big_5d7f76a6c92f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จิรายุ&#039;โต้&#039;เชาว์&#039;ขวางแก้กม.ธรรมนูญศาล ระวังเจอสังคมรุมประณาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค. 62 &amp;ndash; นายจิรายุ&amp;nbsp; ห่วงทรัพย์ ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กร อัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การที่นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาต่อต้านกรณีที่สังคมอยากให้พิจารณาว่า พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ควรได้รับการแก้ไขหรือไม่อย่างไร ทั้งๆ ที่สังคมกำลังให้ความเห็นอกเห็นใจกับผู้พิพากษาที่ออกมาบอกสิ่งที่สังคมไม่เคยรู้มาก่อน แต่นายเชาว์กลับออกมาวิพากษ์วิจารณ์ คณะกรรมาธิการกิจการศาลฯ ในกรณีที่จะร่วมกันพิจารณาหาแนวทางในการแก้ไขพระราชบัญญัติธรรมนูญศาล เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและต่อคู่ความทั้งโจทก์และจำเลย ตามที่ผู้พิพากษาคณากรเรียกร้องให้มีการพิจารณา และเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของคณะกรรมาธิการแต่กลับออกมาวิพากษ์วิจารณ์เหมือนไม่ยอมให้ประเทศพัฒนาในการแก้ไขกฎหมายซึ่ง พ.ร.บ.บางฉบับอาจล้าสมัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายจิรายุ กล่าวว่า หากนายเชาว์เป็นทนายความอาสาจริงย่อมรู้ตัวบทกฎหมายและหน้าที่ของกรรมาธิการ และควรจะแสดงความเห็นด้วยความสุจริตเพื่อนำมาพัฒนากฎหมายให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่กลับออกมาพูดเหมือนให้ร้ายต่อการที่จะช่วยนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยะลา ศึกษาและหาแนวทางแก้ไขซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างยิ่ง นายเชาว์ควรไปลงสมัคร ส.ส. ให้ได้เสียก่อนและค่อยเข้ามาเป็นกรรมาธิการ จะได้รู้หน้าที่ว่าควรจะทำเพื่อประชาชนและแก้ไขปัญหาให้กับประเทศได้อย่างไร ที่สำคัญ 3 เสาหลัก คือฝ่ายบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ ที่นายเชาว์พูดนั้น ดูเหมือนจะรู้ว่าเป็นการถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน เมื่อมีพระราชบัญญัติที่ล้าสมัยหรือต้องปรับปรุงแก้ไขก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติอันเป็น 1 ใน 3 เสาหลักของประเทศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;นายเชาว์ก็น่าจะรู้กฎหมายเรื่องการให้ร้ายหมิ่นประมาท และไม่ควรที่จะออกมาแสดงวาทกรรมในขณะที่สังคมกำลังเห็นอกเห็นใจผู้พิพากษาคณากรเช่นนี้ ระวังสังคมจะตีกลับ และควรจะช่วยกันนำสติปัญญาทางด้านกฎหมายมาปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยหรือไม่ทันเหตุการณ์จะดีกว่า เพราะขณะนี้สังคมกำลังให้ความเห็นใจผู้พิพากษานายคณากร มากกว่าที่จะออกมาใช้วาทกรรมเช่นนี้&amp;rdquo; นายจิรายุ&amp;nbsp;ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47661</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.กิจการศาล, จิรายุ ห่วงทรัพย์, ผู้พิพากษาคณากร, พ.ร.บ.พระธรรมนูญศาล, เชาว์ มีขวด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1c9701b239a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
