<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นยะลายิงตัวคาบัลลังก์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผงะ! ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลายิงตัวตายหลังพิจารณาคดี โชคดีช่วยชีวิตทัน แชร์ว่อนคำแถลงการณ์ ระบุถูกแทรกแซงคำพิพากษา พ่วงปัญหาการเงิน เรียกร้องคืนความยุติธรรม ส่วน &amp;ldquo;โฆษกศาล&amp;rdquo; บอกเครียดเรื่องส่วนตัว ศาลอาญาอนุมัติฝากขังอุสตาซ รร.รุ่งอรุณวิทยา 12 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม ศูนย์รวมข่าว สภ.เมืองยะลา รับแจ้งว่ามีเหตุใช้อาวุธปืนภายในห้องพิจารณาคดีศาลจังหวัดยะลา จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.นราวี บินแวอารง ผกก.สภ.เมืองยะลา พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐานที่ 10 ยะลา เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อถึงที่เกิดเหตุ ทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลาไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ถูกยิงด้วยอาวุธปืนยังไม่ทราบขนาดเข้าที่ใต้ราวนม 1 นัด อาการสาหัส โดยจากการสอบสวนทราบว่า นายคณากรได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองหลังพิจารณาคดีเสร็จภายในห้องพิจารณาคดีศาลจังหวัดยะลา ซึ่งในเบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุของการยิงว่าเกิดจากสาเหตุใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ รพ.ศูนย์ยะลา แพทย์ยังคงดูแลอาการนายคณากรอย่างใกล้ชิด โดยมีญาติและบุคลากรในศาลเดินทางมาดูอาการในห้องไอซียู ขณะที่ รพ.ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ห้องไอซียูโดยเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวในเรื่องนี้ว่า ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว ซึ่งสอบถามเบื้องต้นสาเหตุเกิดจากความเครียดส่วนตัว ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมจะตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป โดยผู้บริหารศาลยุติธรรมมีความห่วงใยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ติดตามสอบถามอาการอย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ในโลกออนไลน์ต่างแชร์ข้อมูลคำแถลงของนายคณากรในคดีหมายเลขดำที่ 3428/2561 จำนวน 25 หน้า ซึ่งเป็นคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดยะลาเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายซูกรี มูเซะ ที่ 1, นายสาแปอิง สะเดาะ ที่ 2, นายแวอาแซ แวยูโซะ ที่ 3, นายมัสสัน เจะดือเระ ที่ 4 และนายอับดุลเล๊าะ มะสาเม๊าะ ที่ 5 เป็นจำเลยในความผิดต่อชีวิต อั้งยี่ ซ่องโจร ความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ลหุโทษ โดยในแถลงการณ์ดังกล่าวได้ให้รายละเอียดในคดีดังกล่าว และขั้นตอนการดำเนินการ รวมทั้งเผยถึงการถูกบีบถูกกดดันจากผู้พิพากษาชั้นผู้ใหญ่ให้แก้ไขคำพิพากษา และปัญหาด้านการเงินของผู้พิพากษาศาลชั้นต้น
ทั้งนี้ ในช่วงท้าย ในแถลงการณ์นายคณากรได้เรียกร้อง 2 ข้อ คือ 1.ให้สภานิติบัญญัติออกกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม พระธรรมนูญศาลยุติธรรมเพื่อห้ามกระทำการตรวจร่างคำพิพากษาก่อนอ่านให้คู่ความฟัง ทั้งห้ามกระทำใดๆ อันมีผลเป็นการแทรกแซงผลคำพิพากษา และ 2.ให้สภานิติบัญญัติ และนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีให้ความเป็นธรรมทางการเงินแก่ผู้พิพากษาทั่วประเทศ ซึ่งมีผู้พิพากษาบางกลุ่มจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้นานแล้ว แต่มีข้อขัดข้องไม่สามารถส่งออกจากศาลยุติธรรมเพื่อนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติและคณะรัฐมนตรีได้
&amp;ldquo;ผมขอฝากถ้อยคำถึงพี่น้องประชาชนชาวไทยและผู้รักความยุติธรรมทุกท่านไว้ 2 ประโยค คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษา คืนความยุติธรรมให้ประชาชน คำแถลงของผมอาจมีน้ำหนักเบาเหมือนขนนก แต่หัวใจผู้พิพากษาหนักแน่นปานขุนเขา จึงมอบหัวใจชั่งบนตราชู ยืนยันคำแถลงขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกท่าน&amp;rdquo;นายคณากรทิ้งท้าย
ด้านนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กร อัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากผู้พิพากษาหลายท่านให้ช่วยติดตามเพื่อพิจารณาในกรณีนายคณากรว่าเกิดเหตุการณ์ขึ้นได้อย่างไร โดยเฉพาะการโพสต์เฟซบุ๊กของท่านก่อนฆ่าตัวตาย ที่ระบุถึงการถูกแทรกแซงในกระบวนการยุติธรรม และยังเผยแพร่เอกสารความเห็นของนายคณากรที่เน้นที่คำว่า &amp;ldquo;คืนคำพิพากษาให้กับผู้พิพากษา คืนความยุติธรรมให้กับประชาชน&amp;rdquo; ซึ่งเป็นข้อความที่สะเทือนใจในวงการตุลาการ
&amp;ldquo;ผมจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อ กมธ.เพื่อพิจารณาในเรื่องดังกล่าวเพื่อเป็นข้อศึกษาในเชิงป้องกันและแก้ไข และจะนำร่างพระราชบัญญัติที่ท่านผู้พิพากษาได้ร่างนำเสนอมาพิจารณาศึกษา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกต่อไปในอนาคต อันจะเป็นประโยชน์ต่อคู่ความทั้งโจทก์และจำเลย&amp;rdquo; นายจิรายุกล่าว และว่า ในฐานะประธาน กมธ.ศาลฯ ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของนายคณากร และขอให้ท่านปลอดภัย หากมีโอกาสเมื่อท่านปลอดภัยแล้วจะเชิญมาให้ความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา นายพงศธร อินอำนวย พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คุมตัวนายมาหะมะรอมือลี สาแม อายุ 56 ปี ครูสอนศาสนา (อุสตาซ) โรงเรียนรุ่งอรุณวิทยา ใน จ.สตูล ชาว จ.ยะลา ผู้ต้องหาตามหมายจับเลขที่ 87/2548 ลงวันที่ 7 ม.ค.2548 ข้อหาร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อแบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร อันเป็นความผิดฐานกบฏ, สะสมกำลังพลหรืออาวุธตระเตรียมการอื่นใดหรือสมคบกันเพื่อเป็นกบฏ หรือกระทำความผิดใดๆ อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเพื่อเป็นกบฏหรือรู้ว่ามีผู้จะเป็นกบฏแล้วกระทำการใดเป็นการช่วยปกปิดไว้, ใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐ หรือน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างสำคัญ การกระทำนั้นได้กระทำโดยมีความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญหรือเพื่อสร้างความปั่นป่วนโดยให้เกิดความหวาดหวั่นในหมู่ประชาชน อันเป็นลักษณะการกระทำผิดฐานก่อการร้าย, สะสมกำลังพลหรืออาวุธจัดหาหรือรวบรวมทรัพย์สิน หรือรับการฝึกการก่อการร้าย สมคบกันเพื่อก่อการร้ายหรือกระทำความผิดใดๆ อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเพื่อก่อการร้าย มาฝากขังครั้งแรกมีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 4-15 ต.ค.2562&amp;nbsp;
คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปว่า ผู้ต้องหาได้ร่วมกับผู้ต้องหาอื่นๆ ในคดีนี้กระทำความผิดโดยร่วมกันเป็นกลุ่มบุคคลดำเนินเป็นขบวนการ และมีวัตถุประสงค์แบ่งแยกดินแดนใน 5 จังหวัดชายแดนใต้คือ นราธิวาส ยะลา ปัตตานี สตูล และสงขลา มีการวางแผนและดำเนินการในลักษณะใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อแบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักรอันเป็นความผิดฐานกบฏ และจากการสอบสวนข้อเท็จจริงคือ การสืบสวนสอบสวนติดตามอาวุธปืนและคนร้ายในคดีปล้นปืนของทางราชการจำนวน 4 คดี ซึ่งเป็นคดีพิเศษมีอาวุธปืนที่ถูกปล้นจำนวน 4 ครั้ง รวม 478 กระบอก ยังไม่สามารถติดตามคืนได้ เหตุปล้นปืนทั้ง 4 คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับขบวนการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนใต้ มีนายสะแปอิง บาซอ ครูใหญ่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ เป็นหัวหน้าขบวนการแบ่งแยกดินแดน เกี่ยวข้องกับการปล้นอาวุธปืนของทางราชการ รวมทั้งก่อคดีความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกหลายคดี โดยมีพยานซึ่งเป็นสมาชิกในขบวนการให้การสนับสนุนจำนวนหลายปาก&amp;nbsp;
และในทางสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดอาวุธปืนชนิดเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก มาตรวจสอบพิสูจน์แล้วเป็นปืนที่ถูกปล้นไปจากกองพันพัฒนาที่ 4 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส และการยึดอาวุธปืนชนิดเอชเค 33 จำนวน 1 กระบอก เมื่อได้ตรวจพิสูจน์แล้วพบว่า เป็นปืนที่ปล้นมาจากอุทยานบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา จากการวิเคราะห์ผลการซักถามบุคคลจำนวนหลายร้อยคนยืนยันว่ามีขบวนการแบ่งแยกดินแดนจริงใช้ชื่อว่า บีอาร์เอ็น โค-ออร์ดิเนต และในการสอบสวนพบว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันคือ ปี 2545 เกิดเหตุ 51 ครั้ง, ปี 2546 เกิดเหตุ 54 ครั้ง, ปี 2547 เกิดเหตุ 496 ครั้ง โดยเฉพาะในปี 2547 พบว่ามีการลอบยิงประมาณ 600 ครั้ง มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตและบาดเจ็บ 136 นาย, กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน 30 คน, เจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ 120 คน&amp;nbsp;
จากการตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุ พบว่ามีการนำอาวุธปืนกระบอกเดียวกันมาใช้ก่อเหตุตามสถานที่ต่างๆ ชี้ให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวมีกลุ่มบุคคลที่ได้ร่วมกันวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน เป็นขบวนการ ตั้งแต่จัดตั้งมวลชน ปลุกระดม ปลูกฝังแนวความคิดโดยนำประวัติศาสตร์บางตอนและคำสอนของศาสนามาบิดเบือนปลุกระดม นำความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐมาอ้างเป็นเงื่อนไข จากการสอบสวนพบว่ากระบวนการดังกล่าวได้วางแผนเป็นเวลานาน เป็นแผนบันได 7 ขั้น เพื่อไปสู่การแบ่งแยกดินแดน ได้ใช้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาโรงเรียนปอเนาะและตาดีกาในพื้นที่ จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสบังหน้า และแฝงตัวใช้เป็นฐานในการปฏิบัติการเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย ซึ่งแกนนำของขบวนการ ได้แก่ นายสะแปอิง บาซอ, นายอดุลย์ มูณี, นายการียา ยะลาแป, นายแวยูโซะ แวดือราแม และนายหีพนี มะเร๊ะ โดยเป็นผู้ร่วมกันกำหนดนโยบาย เช่น การปล้นอาวุธปืนของทางราชการ ตามนโยบายของกลุ่มที่ว่าปืนของรัฐคือปืนของเรา&amp;nbsp;
พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ทุกชนิดได้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเห็นว่า นายมะหะมะรอมือลีเป็นผู้จัดตั้งมวลชนแนวร่วมเป็นกองกำลังจัดการประชุม เพื่อหาผู้ที่จะเข้าเป็นแนวร่วมของขบวนการโดยการปลุกระดม เผยแพร่อุดมการณ์ชาตินิยม โดยบิดเบือนคำสอนในศาสนาเป็นผู้ที่มีความคิดรุนแรงในอุดมการณ์ชาติปัตตานี โดยเมื่อวันที่ 3 ต.ค.2562 เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ติดตามจับกุมตัวนายมะหะมะรอมือลีได้ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร &amp;nbsp;ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาไม่ขอให้การใดๆ ทั้งนี้ การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น เนื่องจากอยู่ระหว่างการรอผลตรวจประวัติอาชญากรรมของผู้ต้องหา ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงขอศาลฝากขังผู้ต้องหารายนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อนึ่ง ผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับตั้งแต่ปี 2548 และมีการประกาศให้เงินรางวัลผู้นำจับตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งผู้ต้องหาในระหว่างหลบหนียังได้กระทำความผิดในคดีนี้อยู่อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2562 มีกลุ่มบุคคลลอบวางระเบิดและซุ่มยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครชุดคุ้มครอง ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยครูโรงเรียนควนปะ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนพบว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ร่วมดำเนินการด้วยการเป็นคนจัดหาโทรศัพท์และซิมการ์ดให้ผู้ก่อเหตุไปใช้ในการวางระเบิด ทั้งนี้ หากผู้ต้องหาขอปล่อยชั่วคราวพนักงานสอบสวนคดีพิเศษขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิจารณาคำร้องแล้วสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ และปรากฏว่ามีญาติหรือทนายความของนายมาหะมะรอมือลี ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำตัวผู้ต้องหาไปคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47344</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น, ยิงตัวตาย, ศาลจังหวัดยะลา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191004/image_big_5d974f39a1dcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4495</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรดเกล้าฯแต่งตั้งผู้พิพากษาประจําศาลให้ดํารงตําแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้นจํานวน 84 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค. 61 -เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา &amp;nbsp;เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรีเรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตุลาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งผู้พิพากษาประจําศาล ให้ดํารงตําแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้น จํานวน ๘๔ ราย ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. นายวิริยะบัณฑิต คีรีธีระกุล ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดศรีสะเกษ
๒. นางสาวพิมพ์อร พิรุณ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดศรีสะเกษ
๓. นายณัทเชษฐ์ เหล่าชัย ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดกาฬสินธุ์
๔. นายธีรดนย์ วงษ์จักร ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเทิง
๕. นายนรุตม์ เทพวงศ์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดนราธิวาส
๖. นายนราทิตย ์ ไชยสีหา ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดสว่างแดนดิน
๗. นายณรัฐ แก้วพิกุล ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดอุตรดิตถ์
๘. นายพีรวัส วุฒิภักดี ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดกําแพงเพชร
๙. นางเมลินี โฆษิตวัฒนฤกษ์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผ้พู ิพากษาศาลจังหวัดชุมพร
๑๐. นายธีระศักดิ์ แสนสุข ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดกาฬสินธุ์
๑๑. นางสาวภัสส์ศา ตันติธนสิริกุล ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่งผู้พิพากษาศาลจังหวัดนครพนม
๑๒. นายธวัชชัย หมื่นนาวี ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดนครพนม
๑๓. นางสาวจิราภรณ์ ลอยเกตุ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดนครพนม
๑๔. นายสันติ ผิวทองคํา ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดแพร่
๑๕. นายพรเทพ ศรีสว่าง ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดทุ่งสง
๑๖. นายธวัชชัย เชษฐวงศ์รัตน์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดสีคิ้ว
๑๗. นายกฤตย์ ใจคง ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเวียงสระ
๑๘. นายวัฒนา ทองสาร ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดศรีสะเกษ
๑๙. นายอัสสพล ลักษมีวาสิน ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่
๒๐. นายนิธิพัฒน์ เรืองวิวัฒนโรจน์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดสีคิ้ว
๒๑. นายนราธิป ใจน้อย ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดกาฬสินธุ์
๒๒. นางสาวปาลิดา ลิ้มศิริวัฒน์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดจันทบุรี
๒๓. นางสาวสมจิตร บุญสัน ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดสงขลา
๒๔. นายชาคริต อเนกพรนิรันดร์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดกําแพงเพชร
๒๕. นางสาววีณา อัครโชติกวนิชย์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครศรีธรรมราช
๒๖. นางสาวคัคนางค์ เอมราช ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดบึงกาฬ
๒๗. นางสาวนภาอุษา ทวีลาศ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดแม่สอด
๒๘. นางสาวชุดา ภูมิวาณิช ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดระยอง
๒๙. นายโชต อัศวลาภสกุล ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดอุตรดิตถ์
๓๐. นายภูมิเกียรติ วรรณแก้ว ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดนครพนม
๓๑. นายพลภวิษย์ พันธุ์คําเกิด ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดแพร่
๓๒. นายชาญฤทธิ์ เหล่าสุวรรณ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเวียงสระ
๓๓. นางสาวปีราณา ธิวาคํา ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดแม่สอด
๓๔. นายวรวุฒิ วรอิตตานนท์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดระนอง
๓๕. นายวัชรากร คงนิล ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเดชอุดม
๓๖. นายอดิศร เสนาใหญ่ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเพชรบูรณ์
๓๗. นายสิริสิทธิ์ อนันตสมบูรณ์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดนครศรีธรรมราช
๓๘. นางสาวศิรประภา โชติกมาศ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดศรีสะเกษ
๓๙. นางสาวดวงหยก บุญเลิศ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดวิเชียรบุรี
๔๐. นางสาวกันยารัตน์ รูปสมศรี ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดวิเชียรบุรี
๔๑. นายจิรายุ ศรีวรรณา ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดสีคิ้ว
๔๒. นายอธิวัฒน์ อังศุพาณิชย์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยโสธร
๔๓. นายอัครพัฒน์ ชัยสุวรรณ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยโสธร
๔๔. นางสาวนฤมล ศักดิ์สกุลไกร ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่
๔๕. นางสาวณปภัช ศรีสุวรรณ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเวียงสระ
๔๖. นางเหนือธิดา สุขเวช ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดนางรอง
๔๗. นายณัฐวุฒิ อิภะวัต ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดนางรอง
๔๘. นางสาวเมธินี สารสุวรรณ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดบัวใหญ่
๔๙. นายวสันต์ บุญประจักษ์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดภูเขียว
๕๐. นางสาวอภิรัตน์ ไกรสิริเดช ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพล
๕๑. นายชวิน ฉันธนารัตน์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดภูเขียว
๕๒. นายนฤนาท กาญจนนันทวงศ์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดภูเขียว
๕๓. นายทีปกร โกมลพันธ์พร ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดภูเขียว
๕๔. นายบูชา รองเดช ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดหนองบัวลําภู
๕๕. นางสาวภาณิกา ไกรรินทร์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดแม่สอด
๕๖. นายธราวุฒิ สิริผดุงชัย ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพัทลุง
๕๗. นางสาวพัชยา ทองปลอด ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดทุ่งสง
๕๘. นายเกียรตินันท์ แสงชมพู ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพัทลุง
๕๙. นายสุทธินันท์ บุญมณี ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดระนอง
๖๐. นางสาวมนัสนันทน์ เจริญเลิศ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพัทลุง
๖๑. นายปัญญวัฒน์ สนใจ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเวียงสระ
๖๒. นายจิราวัฒน์ ลลิตจิรกุล ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดทุ่งสง
๖๓. นางสาวเกสราณัฏฐ์ วุฒิพรวรกุล ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดระนอง
๖๔. นางสาวอาริสา สุวรรณประดิษฐ์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยโสธร
๖๕. นายชยพิชญ์ คันธวร ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเวียงสระ
๖๖. นางสาวพัณณภัสสร์ ธรรมพศุตม์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดอํานาจเจริญ
๖๗. นางสาวสิรินุช โชติพันธุ์วิทยากุล ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดพัทลุง
๖๘. นางสาววิภา ฉันทพันธุ์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดารงต ํ ําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดศรีสะเกษ
๖๙. นายภัทรชัย พัฒนาภรณ์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดทุ่งสง
๗๐. นางสาวปภาวรินท์ จีนสลุต ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดกันทรลักษ์
๗๑. นายรัฐธวัช สกุลศรี ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเดชอุดม
๗๒. นางสาวณัฐนิตา ธรรมกิตติคุณ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดบึงกาฬ
๗๓. นางสาวพรนภัส คีระสมบูรณ์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดกันทรลักษ์
๗๔. นางสาวยิ่งรัก อัชฌานนท์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดทุ่งสง
๗๕. นายณัฐวุฒิ ทุติยาภรณ์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดฝาง
๗๖. นายณทัต นพรัตน์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดฝาง
๗๗. นายชิงธง วงศ์สุนพรัตน์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดฝาง
๗๘. นางลริชย์ เฮงสิริกุล ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดเทิง
๗๙. นางสาวฐิติกร สมจริงจงรัก ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดกันทรลักษ์
๘๐. นายธนงศักดิ์ วิเศษรจนา ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดรัตนบุรี
๘๑. นางสาวปัทมพร ทนินซ้อน ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดรัตนบุรี
๘๒. นางสาวแพร หาญรุ่งโรจน์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดแม่ฮ่องสอน
๘๓. นายกิตติ สกลศิลป์ ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดวิเชียรบุรี
๘๔. นายเอกภพ วราภาสกุล ผู้พิพากษาประจําศาล ดํารงตําแหน่ง ผู้พิพากษาศาลจังหวัดนราธิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๑
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4495</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้พิพากษาประจําศาล, ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น, ราชกิจจานุเบกษา, แต่งตั้งข้าราชการตุลาการ, โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65ddc9100a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
