<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คึก!แห่ใช้สิทธิ์เลือกท้องถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เลือกตั้งท้องถิ่นฟีเวอร์ ปชช.แห่ใช้สิทธิ์คึกคักเกือบทุกจังหวัด ขณะที่ กกต.เปิดเรื่องร้องเรียนเกือบทะลุ 300 คำร้อง&amp;nbsp; ชลบุรีนำโด่งผิด กม.อื้อ ฮือฮาแจกเงินอู้ฟู่สะพัดหลักสิบล้าน ลากวิชามารสารพัดหวังคะแนน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) และนายกเทศมนตรี ในวันที่ 28 มี.ค. ว่าเริ่มเปิดหน่วยเลือกตั้งตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. โดยตั้งแต่เริ่มเปิดหีบบัตรเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยังไม่พบรายงานหรือเหตุการณ์ที่ไม่สามารถเปิดหีบบัตรได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีหน่วยการเลือกตั้งทั้งหมด 37,014 หน่วย ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด 18,756,102 คน โดยประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจะได้รับบัตรเลือกตั้งจำนวน 2 ใบ ใบแรกมีสีม่วง เลือกนายกเทศมนตรี สามารถเลือกได้ 1 หมายเลข และอีกหนึ่งใบ บัตรสีชมพู เลือกสมาชิกสภาเทศบาล สามารถเลือกได้ 6 หมายเลข และหากไม่ประสงค์เลือกเบอร์ใด ให้กากบาทลงในช่องไม่ประสงค์เลือกผู้ใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรณีมีผู้สมัครคนเดียวจะต้องได้คะแนนเสียง 10% ขึ้นไปของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และมีคะแนนมากกว่าคะแนนไม่ประสงค์เลือกผู้ใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.จรุงวิทย์กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องร้องเรียนขณะนี้มีทั้งหมด 289 คำร้อง แบ่งเป็นของเทศบาลตำบล 190 เรื่อง เทศบาลเมือง 83 เรื่อง เทศบาลนคร 16 เรื่อง จังหวัดที่มีร้องเรียนมากที่สุดคือ จังหวัดชลบุรี 20 คำร้อง โดยส่วนมากเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 65 (5) การหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครใด จำนวน 108 คำร้อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ กกต.ผู้ตรวจการเลือกตั้งชุดเคลื่อนที่เร็ว แต่ชุดข่าวของ กกต.ยังได้ดำเนินคดีการทุจริตการเลือกตั้งใน จ.ระยอง นครศรีธรรมราช มหาสารคาม ตามที่ได้ปรากฏในข่าวก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ กกต.ระบุด้วยว่า ส่วนสายด่วน 1444 มีประชาชนร้องเรียนมาทั้งหมด 6,568 สาย มีการสอบถามเรื่องการตรวจสอบสิทธิ์เลือกตั้งมากที่สุด ซึ่งบางส่วนทะเบียนบ้านไม่อยู่ในพื้นที่เขตเทศบาล แต่อยู่ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่จะมีการเลือกตั้งในครั้งถัดไป ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประชาชนมีความตื่นตัวกับการเลือกตั้ง รวมถึงเรื่องร้องเรียนการทุจริตการเลือกตั้ง การใช้เอกสารยืนยันตัวตน การดำเนินความสะดวกแก่ผู้พิการและคนชรา และการจำหน่ายจ่ายแจกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงการเลือกตั้ง ทั้งนี้ มีการตอบข้อความใน Facebook สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึง 27 มีนาคม ทั้งหมดหมด 953 ข้อความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตรัง ที่อาคาร 10 (เฟื้องฟ้า) โรงเรียนมัธยมวัดควนวิเศษมูลนิธิ ซึ่งเป็นจุดที่ตั้งหน่วยเลือกตั้งที่ 5 เขตเลือกตั้งที่ 4 เทศบาลนครตรัง ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง สถานที่เลือกตั้ง อาคาร 10 (เฟื่องฟ้า) นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งพร้อมด้วยนายกิจ หลีกภัย อดีตนายก อบจ.ตรัง มีนายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ร่วมต้อนรับ โดยในภาพรวม จ.ตรังยังไม่มีเรื่องร้องเรียนหรือทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแต่อย่างใด รวมทั้งทุกหน่วยเข้มงวดในมาตรการป้องกันโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อำนาจเจริญ บรรยากาศการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล และสมาชิกสภาเทศบาลตำบล (ส.ท.) จำนวน 23 แห่ง รวมถึงนายกเทศมนตรีเมืองอำนาจเจริญ และสมาชิกสภาเทศบาลเมืองอำนาจเจริญอีก 1 แห่ง ตั้งแต่เช้า บางหน่วยเลือกตั้ง มีประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งมายืนรออยู่หน้าหน่วยเลือกตั้งอยู่ก่อนแล้วเป็นจำนวนมาก เนื่องจากกระแสฟีเวอร์การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้มาแรงมาก ที่สำคัญคืนหมาหอนที่ผ่านมามีการแจกเงินทั่วถึง ส่งผลให้การใช้สิทธิ์วันนี้ทุกหน่วยเลือกตั้งคึกคักมากเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพรรณวิภา สังฆทิพย์ ผู้อำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอำนาจเจริญ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ตรวจการเลือกตั้งเทศบาล จำนวน 24 แห่ง มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 250 หน่วยเลือกตั้ง และผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด จำนวน 113,286 คน โดยมีผู้ไปใช้สิทธิ์ตั้งแต่เวลา 08.00 น.อย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก คาดว่าผู้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งจะเกินร้อยละ 70 อาจจะถึงร้อยละ 90 ก็เป็นไปได้ เนื่องจากมีประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งซึ่งทำงานอยู่ต่างจังหวัดทั่วประเทศทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลสงกรานต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี การเลือกตั้งท้องถิ่นในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ถือว่าเป็นเขตเลือกตั้งที่มีการชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีกันอย่างดุเดือด ระหว่างนายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี แชมป์เก่า 4 สมัย กับนายนิอันนุวา สุไลมาน ข้าราชการบำนาญ อดีตพาณิชย์จังหวัดยะลา ซึ่งเพิ่งเกษียณอายุราชการเมื่อปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ แต่ละหน่วยเลือกตั้งในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี ได้มีเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ได้ยืนตามจุดต่างๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยแก่ผู้มาใช้สิทธิ์ในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ นอกจากความคึกคักในการตื่นตัวของประชาชนเพราะว่างเว้นการเลือกตั้งมานาน การชิงชัยกันก็ดุเดือด มีเงินสะพัดทุกจุด เริ่มจากทีมมีตั้งแต่หัวละ 500-4,000 บาท นอกจากนั้นบางพื้นที่มีการข่มขู่ข่มขวัญหัวคะแนนอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าหลังการเลือกตั้งจะมีการฟ้องร้องเป็นจำนวนมากแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ ประชาชนตื่นตัวออกมาเข้าคิวรอใช้สิทธิ์เลือกตั้งนายกเทศมนตรีและ ส.ท. 63 เทศบาลคึกคักแต่เช้า บางคนมารอตั้งแต่ก่อนเปิดหีบ เจ้าหน้าที่และกรรมการประจำหน่วยทั้ง 984 หน่วย ตรวจคัดกรองเข้มผู้มาใช้สิทธิ์ป้องกันโควิด-19 มี 10 เทศบาล ผู้สมัครนายกเทศมนตรีแข่งกับตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเทศบาลที่มีผู้สมัครนายกเทศมนตรีคนเดียวต้องได้คะแนนเลือกตั้งไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตเทศบาลนั้น และผู้สมัครยังต้องได้เสียงมากกว่าคะแนนผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด หรือโนโหวต หากไม่เข้าเงื่อนไขถือว่าสอบตก และ กกต.จะต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งผู้สมัครคนเดิมนี้จะไม่มีสิทธิ์ลงสมัครซ้ำอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงคืนหมาหอนที่ผ่านมา หลายพื้นที่่มีการแข่งขันเข้มข้น ระหว่างผู้สมัครนายกเทศมนตรี และมีกระแสข่าวผู้สมัครบางคนได้ให้หัวคะแนนแจกเงินซื้อเสียงถึงหัวละ 1,000 บาท โดยใช้คนนอกพื้นที่เข้ามาแจกแบบเจาะรายหัว ที่มั่นใจว่าจะได้คะแนน 100 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังมีการแจ้งให้มีการบล็อกหัวคะแนนของผู้สมัครคู่แข่งด้วย ซึ่งทาง กกต.ก็ได้สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ให้มีการจับตาเป็นพิเศษแล้ว พร้อมจัดชุดสืบสวนหาข่าว ชุดป้องปราม ชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าไปเฝ้าสังเกตการณ์ แต่ก็ยังไม่พบมีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 13 เขต 2 ในโรงเรียนคุณากรณ์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ควบคุมตัว น.ส.มนิดา นพเก้า อายุ 57 ปี หลังมาใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ฉีกบัตรเลือกตั้งนายกเทศบาลนครอุดรธานี ไปดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอุดรธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.มนิดาให้การว่าไม่มีเจตนามาก่อกวน และไม่รู้ว่าการฉีกบัตรเลือกตั้งผิดกฎหมาย สาเหตุที่ฉีกบัตรเพราะเข้าใจผิด โดยเมื่อลงคะแนนเลือกสมาชิกสภาเทศบาลเรียบร้อยแล้ว พอจะเลือกนายกเทศมนตรีกลับไม่มีเลขที่ต้องการเหมือนบัตรสีชมพู เมื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ได้รับคำตอบว่าไม่มีเลขที่ตนเองต้องการ เนื่องจากเลือกคนละตำแหน่งกัน ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขาดสติ จึงฉีกบัตรสีม่วง เบื้องต้นถูกตั้งข้อหาทำบัตรเลือกตั้ง ชำรุดหรือเสียหาย มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97590</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกเทศมนตรี, ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล, เลือกตั้งเทศบาล, เลือกท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210328/image_big_60608172efea0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2018 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 16:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มืดฟ้ามัวดินแน่!โพลสถาบันพระปกเกล้าเผยกว่า90%จะไปเลือกตั้งแต่เกินครึ่งยังงงบัตรใบเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.61 - ที่พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ ครั้งที่ 1 เรื่อง &amp;ldquo;ประชาชนพร้อมหรือยังกับการเลือกตั้ง&amp;rdquo; โดย นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และดร.สติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการผู้ชำนาญการ สถาบันพระปกเกล้า ในการสำรวจความคิดเห็นครั้งที่ 1 (ระหว่างวันที่ 5-7 ธ.ค. 2561) จากการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 1,540 ตัวอย่าง พบว่า ผลการสำรวจ ส่วนที่ 1 : ความรู้ความเข้าใจต่อการระบบเลือกตั้ง (คำถามปลายเปิด) ร้อยละ 59.1 ทราบว่า ส.ส.แบบแบ่งเขต &amp;nbsp;ร้อยละ 40.9 ไม่ทราบ ร้อยละ 70.5 ทราบว่า ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อมี 150 คน ร้อยละ 29.5 ไม่ทราบ เมื่อถามเกี่ยวกับ &amp;ldquo;บัตรเลือกตั้ง&amp;rdquo; ตามระบบเลือกตั้งใหม่ ร้อยละ 55.2 ยังเข้าใจว่า ในการเลือกตั้ง ส.ส. ที่กำลังจะจัดขึ้นในปี 2562 ต้องกาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบเช่นเดิมร้อยละ 44.8 เข้าใจถูกต้องว่า ต้องกาบัตร 1 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พบว่า ประชาชนพื้นที่ภาคเหนือ ไม่ทราบว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ใช้บัตรเลือกตั้งกี่ใบมากที่สุด ร้อยละ 65 รองลงมา คือ ภาคอีสาน ร้อยละ 59.4 ขณะที่ กทม. ประชาชนในพื้นที่ทราบว่าใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวมากที่สุด ร้อยละ 75&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ 2 : ผลสำรวจพฤติกรรมการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ในวันที่ 3 ก.ค. 2554 และการตัดสินใจเลือก ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ เมื่อถามถึงปัจจัยที่ประชาชนใช้ในการตัดสินใจเลือก &amp;ldquo;ผู้สมัครแบบแบ่งเขต&amp;rdquo; พบว่าร้อยละ 41.9 ดูจากนโยบายพรรคที่ใช้หาเสียง ร้อยละ 30.7 ดูจากตัวผู้สมัคร ร้อยละ 19.4 ดูจากพรรคที่ผู้สมัครสังกัด ร้อยละ 8 ดูจากชื่อผู้นำที่พรรคของผู้สมัครคนนั้นชูเป็นนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า วันที่ 24 ก.พ. ปี 2562 จะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่ ร้อยละ 90.8 ระบุว่า จะออกไปใช้สิทธิอย่างแน่นอน ร้อยละ 8.6 ระบุว่า ยังไม่แน่ใจ ร้อยละ 1.6 ระบุว่า จะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การที่รัฐธรรมนุญกำหนดให้พรรคการเมืองสามารถประกาศรายชื่อบุคคลที่พรรคเห็นสมควรให้เป็นนายกรัฐมนตรีได้ในช่วงที่มีการเลือกตั้ง ส.ส. นั้น จะมีผลต่อการตัดสินใจเลือก ส.ส. ของประชาชน (ส.ส. เขต) หรือไม่ &amp;nbsp;ร้อยละ 53.8 ระบุว่า มีผลอย่างมาก ร้อยละ 29.9 ระบุว่า มีผล ร้อยละ 11.1 ระบุว่า ไม่ค่อยมีผล
ร้อยละ 5.2 ระบุว่า ไม่มีผลเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศ.วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า ประชาชนกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ตั้งใจอย่างยิ่งที่จะไปเลือกตั้ง ที่สำคัญมาก คือคนกลุ่มที่อายุมากกว่า 40 ปี ซึ่งมีประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวกับการเมืองไทย เป็นพวกที่ Activeที่สุดที่อยากจะเข้าไปเลือกตั้ง แต่สิ่งที่คิดว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาจจะต้องหยิบข้อสะท้อนจากการสำรวจของสถาบันพระปกเกล้า ไปพิจารณา ก็คือความเข้าใจต่อระบบการเลือกตั้ง ที่เปลี่ยนไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คิดว่า เป็นจุดสำคัญ เพราะระบบการเลือกตั้งที่เปลี่ยนไปจากระบบสองบัตร เป็นบัตรเดียวนั้นจะส่งผลหรือไม่ ต่อเกณฑ์หรือพฤติกรรมการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในอนาคต เพราะในอดีตเราจะเห็นว่า การเลือกตั้งครั้งล่าสุด คนส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับเรื่องนโยบายพรรค แต่นั่นเป็นระบบที่มีบัตรสองใบ เมื่อเป็นระบบมีบัตรใบเดียวแล้ว ต้องช่างใจกันใหม่ระหว่าง ตัวผู้สมัคร นโยบายพรรค และที่สำคัญมากคือ กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เห็นว่า ชื่อนายกฯ สำคัญ &amp;nbsp;เพราะฉะนั้นองค์ประกอบของการตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งหน้า ยังคิดว่า เป็นโจทย์ที่เราตั้งใจโยนขึ้นไปเป็นพลุสว่าง ให้พรรคการเมืองและคนที่จะดำเนินการจัดการเลือกตั้งได้พิจารณาว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &amp;nbsp;สถาบันพระปกเกล้า ได้จัดทำเว็บไซต์ KPI-corner เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น &amp;nbsp;โดยจะมีการสำรวจความพร้อมของประชาชนเพื่อสะท้อนสิ่งต่างๆ สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ ยืนยันว่า สถาบันพระปกเกล้าจะทำหน้าที่ผ่าน KPI-corner อย่างเป็นกลาง ในฐานะสถาบันวิชาการ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23917</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัตรเลือกตั้ง, ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง, สถาบันพระปกเกล้า, เลือกตั้ง, ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181210/image_big_5c0e2c8befddb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
