<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบแล้วประเทศไทย!&#039;สฤณี&#039;ซัดแหลก&#039;ครู&#039;บ้าอำนาจดุด่าเด็ก &#039;คนจน&#039;ถูกกลั่นแกล้ง วันนี้ลุกขึ้นโต้กลับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.63-น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง โพสต์ลงบนเฟซบุ๊ก Sarinee Achavanuntakul - สฤณี อาชวานันทกุล ว่า ถ้าเราเห็นคนจนที่ถูกผู้มีอำนาจกลั่นแกล้งมาทั้งชีวิต ถูกปฏิบัติราวกับว่าเขาผิดเองที่เกิดมาจน วันหนึ่งรวบรวมความกล้า ลุกขึ้นมาโต้เถียงกับผู้มีอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือถ้าเราเห็นเด็กที่ถูกครูบ้าอำนาจกลั่นแกล้งดุด่าด้วยวิธีต่างๆ นานา ถูกปฏิบัติราวกับว่าเด็กผิดเองที่กล้าตั้งคำถาม วันหนึ่งรวบรวมความกล้า ลุกขึ้นมาโต้เถียงกับครู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเราได้รับรู้บริบท สถานการณ์ของคนจนและเด็กในกรณีแบบนี้ สิ่งแรกที่เราทำควรจะเป็นอะไร ระหว่างการแสดงความชื่นชมและเอาใจช่วยให้พวกเขาได้พูด เรียกร้องให้ผู้มีอำนาจและครูรับฟัง หรือจะไปเพ่งเล็งกิริยาอาการที่ใช้ ต่อว่าต่อขานพวกเขาว่าก้าวร้าว ไร้มารยาท หยาบคาย และซ้ำร้ายจะอ้างสิ่งเหล่านี้มาปิดปากพวกเขาไม่ให้พูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กาลเทศะ กิริยามารยาท &amp;mdash; สิ่งเหล่านี้ใช่ว่าไม่สำคัญ แต่บริบทและความเดือดร้อนของผู้ถูกกระทำ ผู้ที่ด้อยอำนาจ ควรจะสำคัญกว่ากันมาก และในเมื่อสิ่งเหล่านี้ในไทยล้วนสัมพันธ์แนบแน่นอยู่กับและสะท้อนวัฒนธรรมอำนาจนิยม จารีตนิยมที่เน้นความเหลื่อมล้ำต่ำสูง .... เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป กระบวนทัศน์คนเริ่มขยับ โครงสร้างอำนาจทางวัฒนธรรมเริ่มเปลี่ยน ความหมายและลักษณะของสิ่งเหล่านี้ก็ไม่จำเป็นจะต้องอยู่ที่เดิม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74876</URL_LINK>
                <HASHTAG>กดขี่, ผู้มีอำนาจ, สฤณี อาชวานันทกุล, เด็กนักเรียน-ครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3c87864e979.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2019 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2019 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก๊วนวิ่งไล่ลุงอ้างผู้มีอำนาจกดดันโรงแรมจนต้องย้ายที่แถลงข่าวไปลานโพธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.62-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจัดงานแถลงข่าว &amp;quot;วิ่งไล่ลุง&amp;quot; ที่ห้องราณีโรงแรมรัตนโกสิทร์ เวลา 10.00 น. ถูกแจ้งยกเลิกการจัดงานอีกครั้ง โดยสื่อมวลชน ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงแรมว่า มีตัวแทนของผู้จัดงานโทรมายกเลิก โดยไม่ได้บอกสาเหตุแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 9.50 น. นายธนวัฒน์ วงไชย หนึ่งในผู้จัดกิจกรรม แจ้งว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาทางโรงแรมได้รับการกดดันจากผู้มีอำนาจ ตลอดทั้งคืน จนต้องมีการยกเลิกการแถลงข่าว อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า ทางผู้จัดการได้มีการติดต่อประสานงานกับโรงแรมรัตนโกสิทร์ อย่างถูกต้อง และเพื่อเป็นการยืนยันถึงสิทธิเสรีภาพ ตนยืนยันว่าขะจัดงานแถลงข่าวให้ได้ โดยจะขอใช้พื้นที่ ลานโพธิ์ หน้าคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แทน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52567</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธนวัฒน์ วงไชย, ผู้มีอำนาจ, ย้ายที่แถลงข่าว, วิ่งไล่ลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191216/image_big_5df6f91075764.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39844</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 09:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฏฐ์&#039;เตือนผู้มีอำนาจส่งไม้พลาดอาจแพ้!ยกกรณีทุบ&#039;จ่านิว&#039;ไม่ควรเกิดในสังคมปชต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.62 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าพเจ้ายอมสละชีวิตให้ท่านได้พูดในสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเมืองช่วงเปลี่ยนผ่านต้องระวังให้ดีนะครับ เหมือนการวิ่งผลัด ถ้าคนวิ่งไม้สุดท้าย ส่งไม้ได้ดีก็ชนะ หากส่งไม้ได้ไม่ดี ที่คิดว่าจะชนะก็อาจจะกลายเป็นแพ้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องของ&amp;quot;จ่านิว&amp;quot; เขาไม่ควรถูกทำร้าย ไม่ว่าเขาจะเห็นตรงหรือเห็นต่างกับเรา สังคมนี้ก็ควรอดทน อดกลั้น เสรีภาพที่สำคัญที่สุดในระบอบประชาธิปไตย คือ เสรีภาพในการพูดนะครับ ไม่ใช่อื่นใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงที่บ้านเมืองกำลังจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย เราต้องท่องคำกล่าวที่ว่า&amp;quot;ข้าพเจ้ายอมเสียสละชีวิตให้ท่านได้พูดในสิ่งที่ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย&amp;quot; หากเรารับหลักการนี้ไม่ได้ อย่าเรียกตนเองว่าเราเป็นคนในสังคมประชาธิปไตยเลยครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้มีอำนาจส่งไม้ต่อให้ดีนะครับ อย่าให้พลาด พลาดแล้วที่ชนะอาจกลายเป็นแพ้ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39844</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ชัยชนะทางการเมือง, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ประชาธิปัตย์, ผู้มีอำนาจ, อดีตส.ส.พัทลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf86f6b46fd6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การบ้านปราบโกง!อัยการเผยขั้วการเมืองเปลี่ยนรัฐบาลเก่าถูกเช็กบิลทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.61- ที่โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) มูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ จัดเสวนาหัวข้อ &amp;ldquo;ปราบโกงต้องแรงและเร็ว ถอดบทเรียนจากมาเลเซีย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวเปิดงานตอนหนึ่ง ว่า 4 ปีที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาทุจริตมีความคืบหน้าระดับหนึ่ง มีการนำผู้กระทำผิดระดับที่สูงพอสมควร รวมถึงระดับรัฐมนตรี มาลงโทษบ้าง กระบวนการยุติธรรม ศาล และองค์กรอื่นมีการพิจารณารวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ 2 ปีที่แล้วมีการตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งเมื่อเข้าสู่กระบวนการแล้วจะมีความรวดเร็วกว่าที่ผ่านมา มีการออก พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ที่เป็นการลดโอกาสทุจริต และเปิดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม และล่าสุด 2 วันที่ผ่านมา พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มีผลบังคับใช้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราอยากจะเห็นเป็นยักษ์ที่มีกระบอง ไม่ใช่ถือไม้จิ้มฟัน หวังว่า พ.ร.ป.ฉบับนี้จะทำให้การปราบปรามและการป้องกันการทุจริตได้ผลดีขึ้น ในทางทฤษฎีเราต้องสามารถนำผู้ทุจริตระดับสูงมาลงโทษให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์ ประเทศฮ่องกง เกาหลี และจีน แสดงให้เห็นแล้วว่าจริงจังกับเรื่องนี้ แต่ไทยยังห่างไกลความหวังที่ตั้งเอาไว้&amp;rdquo;นายประมนต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเจษฎ์ โทณะวณิก คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ กล่าวว่า พ.ร.ป.ป.ป.ช.ฉบับใหม่แรงและเร็วขึ้น เร็วคือ ใน 2 ปีต้องทำคดีให้แล้วเสร็จ ยกเว้นบางกรณีจะขยายเป็น 3 ปีได้ เมื่อก่อนถ้าจำเลยหนีจะดำเนินคดีไม่ได้ แต่กฎหมายใหม่หากมีการดำเนินการแจ้งผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดทุกวิถีทางแล้วไม่มา สามารถพิจารณาลับหลังได้ ถ้าหนีอายุความจะหยุดตั้งแต่ตอนหนี กลับมาค่อยนับต่อ แต่กระบวนการพิจารณายังเดินไป สามารถริบทรัพย์ ยึดทรัพย์ แสวงหาทรัพย์ได้ นอกจากนี้ โทษยังแรงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กรณีนายนาจิบ แสดงให้เห็นว่ากรรมการ ป.ป.ช.มาเลเซีย ทำงานตรวจสอบจริงจังแม้ในช่วงที่นายนาจิบยังมีอำนาจรัฐ จะเห็นว่าทันทีที่นายนาจิบหมดอำนาจวันเดียว กระบวนการสามารถดำเนินการได้เลย ซึ่งถ้ามีกรรมการ ป.ป.ช.เป็นพวกกับนายนาจิบ ต่อให้นายนาจิบแพ้เลือกตั้งคดีก็อาจไม่เดิน หันมาดูประเทศไทย ถ้าหากกรรมการ ป.ป.ช.เป็นพวกกันกับผู้มีอำนาจทางการเมือง แม้อำนาจการเมืองจะเปลี่ยนก็อาจทำอะไรไมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากมีกลไกที่เอื้อประโยชน์ทำให้สามารถรักษาฐานของการเป็นพวกกันไว้ได้ในระยะยาว นี่จะเป็นปัญหามาก&amp;rdquo;นายเจษฎ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกอัยการสูงสุด กล่าวว่า เวลาการเมืองเปลี่ยนขั้ว อัยการมักจะเจอการบ้านให้ทำตลอดคือ ผู้อำนาจใหม่จะส่งเรื่องให้ตรวจสอบผู้มีอำนาจเก่า จะเห็นว่าอำนาจเป็นทั้งมิตรและศัตรู ส่วนกรณีนายนาจิบที่มีการมองว่าระหว่างมีอำนาจได้นั่งกดทับกระบวนการตรวจสอบไว้ด้วยนั้น ส่วนประเทศไทยเรื่องลักษณะนี้ตนยอมรับอย่างหนึ่งว่าจะหวังอะไรที่ขาวสะอาดร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ แม้แต่อัยการก็ไม่ได้ขาวร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกที่มีทั้งคนดีและไม่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่อยากให้นึกเสมอว่าเมื่อท่านหมดอำนาจเมื่อไร กระบวนการเช็กบิลจะตามมาทันที สมัยก่อนแม้เป็นรัฐบาลประชาธิปไตย พอขั้วเก่าลงจากอำนาจ ขั้วใหม่ที่เข้ามาก็ตรวจสอบขั้วเก่า ก็เช็กบิลกันอย่างนี้ การตรวจสอบมีอายุความ และระยะเวลายาวนานพอสมควร ทุกท่านประมาทไม่ได้ พออำนาจหมด โอกาสนั่งทับก็หมดไปด้วย ไม่สามารถนั่งทับได้ตลอด&amp;rdquo;นายโกศลวัฒน์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14018</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสอบโกง, ประมนต์ สุธีวงศ์, ปราบโกงต้องเร็ว, ผู้มีอำนาจ, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56eb0b3dcb0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2018 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2018 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถอนตัวชิง เลขาฯ กกต. เชื่อผู้มีอำนาจไม่อยากให้ทำงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.2561 - นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่าได้ส่งหนังสือถอนตัวจากการสมัครในตำแหน่งเลขาธิการ กกต.ต่อประธานคณะกรรมการสรรหาเป็นที่เรียบร้อยแล้วในปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับการประสานว่าขาดคุณสมบัติเพราะตำแหน่งงานในอดีต ในฐานะรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) นั้น ไม่ใช่ตำแหน่งนักบริหารระดับต้นตามประกาศของ กกต. และไม่ติดใจที่จะอุทธรณ์ร้องทุกข์ใดๆ แม้ว่าประกาศดังกล่าวเป็นการออกประกาศคุณสมบัติที่เกินกว่าสิ่งที่กำหนดใน มาตรา 55 ของ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากไปต่อสู้ในขั้นศาลปกครอง ก็จะเป็นการทำให้เกิดการเสียเวลาแก่ทุกฝ่าย สำนักงานก็จะได้คนดีมีความสามารถมาเป็นเลขาธิการก็จะล่าช้าออกไปอีก อีกทั้งประเมินว่า ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองคงไม่ปรารถนาจะเห็นผมทำงานในสำนักงาน กกต. เนื่องจากเป็นคนตรงไปตรงมา ทำตามกฎหมาย ไม่เกรงใจใคร กล้าวิพากษ์วิจารณ์ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นที่ลำบากใจแก่กรรมการสรรหา และ กกต. 4 คนที่อยู่ในปัจจุบัน จึงคิดว่าการส่งจดหมายถอนตัวน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ส่วนอนาคตข้างหน้าคงหางานทำที่เหมาะสมกับความสามารถในหน่วยงานที่มีความต้องการรับโดยไม่จำกัดว่าจะเป็นงานวิชาการหรืองานการเมือง&amp;rdquo;นายสมชัยกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7590</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ถอนตัว, ผู้มีอำนาจ, มธ., มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, สมชัย ศรีสุทธิยากร, อดีตกรรมการการเลือกตั้ง, เลขาธิการ กกต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab470fb124fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2018 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2018 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปชป.’แนะ’สนช.’ตีเส้นกกต.ที่อยากได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ. 2561 - นายองอาจ &amp;nbsp;คล้ามไพบูลย์ &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึง กรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ว่าเป็นเรื่องที่แปลกเหมือนกัน เพราะเป็นบุคคลซึ่งผ่านการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหามาเรียบร้อยแล้ว แต่กลับไม่มีใครที่เหมาะสมพอที่ สนช. จะเห็นชอบได้เลย &amp;nbsp;ถ้าผลการลงมติออกมาว่ามีทั้งเห็นชอบและไม่เห็นชอบน่าจะสมเหตุสมผลมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่มีข่าวว่า สนช.ไม่เห็นชอบผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ทั้ง 7 คน เพราะผู้ได้รับการสรรหาส่วนใหญ่ไม่มีประสบการณ์จัดการเลือกตั้งนั้นน่าจะไม่ใช่เหตุผลหลักในการพิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ &amp;nbsp;เพราะ กกต.เกือบทุกชุดที่ผ่านมา &amp;nbsp;ก็มีทั้ง กกต.ที่มีประสบการณ์และไม่มีประสบการณ์จัดสรรการเลือกตั้งคละเคล้ากันไป&amp;rdquo;นายองอาจตั้งข้อสังเกต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายองอาจระบุว่า การที่ สนช.ไม่เห็นชอบ กกต. ทั้ง 7 คนจะทำให้คณะกรรมการสรรหาทำงานยากลำบากมากขึ้น &amp;nbsp;เพราะไม่รู้ว่า สนช.ต้องการ กกต.แบบไหน &amp;nbsp;ถ้า สนช.สามารถประชุมเป็นการภายในแล้วแจ้งให้คณะกรรมการสรรหาทราบว่าอยากได้ &amp;nbsp;กกต. แบบไหนก็จะทำให้คณะกรรมการสรรหาทำงานได้ง่ายขึ้น และถึงแม้การสรรหา กกต.ชุดใหม่จะไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งช้าหรือเร็วโดยตรง เพราะแม้ยังไม่มี กกต.ชุดใหม่ กกต. ชุดเก่าก็ยังสามารถทำหน้าที่ต่อไปตามปกติจนกว่าจะมี กกต.ชุดใหม่เข้ามาทำงาน &amp;nbsp;แต่การได้ กกต. ชุดใหม่ล่าช้าออกไปมากเกินไป ก็อาจส่งผลทำให้การทำหน้าที่ของ กกต.ที่ต้องทำให้การเลือกตั้งสุจริต และเที่ยงธรรม เกิดปัญหาได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การได้มาซึ่ง กกต. จึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้มีอำนาจไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้องแทรกแซงโดยเด็ดขาด &amp;nbsp;และไม่ควรมีการกระทำใดๆ ทั้งจากผู้มีอำนาจ และเครือข่ายที่ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยขึ้นได้ &amp;nbsp;เพราะเมื่อสังคมเคลือบแคลงสงสัยการได้มาซึ่ง กกต.และการทำหน้าที่ของ &amp;nbsp;กกต. ก็จะก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในการเลือกตั้ง ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีกไม่รู้จบ &amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อการเดินหน้าประเทศไทยอย่างแน่นอน&amp;rdquo;นายองอาจกล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3845</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คณะกรรมการการเลือกตั้ง, คณะกรรมการสรรหา, ผู้มีอำนาจ, รัฐบาล, สนช., สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, องอาจ, องอาจ  คล้ามไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180204/image_big_5a76905edce78.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
