<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105831</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 19:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 19:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่ารถไฟฯสวนกลับ ‘หมอวรงค์’ ให้โชว์ผู้รับเหมาซื้อแบบประมูลกับใคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยพรรคดี ได้โพสต์รูปภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว (Warong Dechgitvigrom) ซึ่งเป็นภาพการประเมินค่าใช้จ่ายในการเตรียมเอกสารการประมูลโครงการรถไฟทางคู่ สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ พร้อมระบุข้อความว่า &amp;rdquo;ผมได้รับการร้องเรียน จากผู้รับเหมาในวงการรถไฟ ยืนยันถึงการต้องจ่ายเงินค่าซื้อ &amp;quot;ฝิ่น&amp;quot; ซึ่ง &amp;ldquo;ฝิ่น&amp;quot;หมายถึง การซื้อแบบก่อนกำหนดเวลา และมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการอำนวยความสะดวกนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า การโพสต์ข้อความดังกล่าว โดยยังไม่ทราบถึงข้อเท็จจริงนั้น จะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ได้นำเสนอ ทั้งนี้ ตนขอตั้งคำถามว่า เหตุใดถึงไม่ออกมาระบุเลยว่า ใครซื้อกับใคร หรืออย่างไร ซึ่งมองว่า เรื่องนี้ไม่มีความยุติธรรม และทำให้เกิดความเสียหายกับการรถไฟฯ เป็นอย่างมากมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การพูดลอยๆ แบบนี้ จะต้องรับผิดชอบ ซึ่งไม่แฟร์กับการรถไฟฯ เลย การประมูลโครงการรถไฟทางคู่นั่น มีการซื้อซองตามกระบวนการของกรมบัญชีกลาง โดยเรื่องนี้ดำเนินการด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-bidding เขาต้องเข้าใจก่อนว่า e-bidding&amp;nbsp; มีกระบวนการอย่างไร เพราะฉะนั้นการที่จะพูดอะไร หรือการที่จะเชื่ออะไร จะฟังอะไร ต้องรับทราบและเข้าใจกระบวนการก่อน ส่วนจะคำนวนราคาหรือถอดแบบออกมาคำนวนต้นทุนได้ในระยะเวลาเท่าไร ทำไม่ไม่ไปถามเอกชน&amp;rdquo; นายนิรุฒ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิรุฒ กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ การรถไฟฯ ได้ถูกโจมตีในประเด็นดังกล่าว ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ แต่เมื่อการรถไฟฯ ได้ดำเนินการอย่างถูกต้องแล้วนั้น คือ สิ่งที่ถูกต้องตามกระบวนการ ส่วนผู้ที่ได้รับการนำเสนอข้อมูลจากฝ่ายต่างๆ ในเรื่องดังกล่าว แล้วจะเชื่อฝ่ายใดนั้น มองว่า อยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละคน นอกจากนี้ เมื่อถามว่า การรถไฟฯ จะมีการฟ้องร้องบุคคลที่ทำให้การรถไฟฯ เสื่อมเสียหรือไม่นั้น นายนิรุฒ กล่าวว่า หากพิจารณาแล้วว่า การกระทำดังกล่าว ทำให้การรถไฟฯ เสียหายจริง จะมีการพิจารณาว่า ต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บ้านเมืองต้องมีความยุติธรรม ไม่ใช่ว่าอยากจะว่าอะไร ใครก็พูดขึ้นมาโดยที่ไม่มีหลักฐาน พูดขึ้นมาลอยๆทำให้สังคมเชื่อกันไป เรื่องนี้เราต้องหาความยุติธรรมคืนมา โดยเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของการรถไฟฯ ที่จะทำให้สังคมเข้าใจให้ครบถ้วน&amp;rdquo; นายนิรุฒ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากการรถไฟฯ ระบุว่า โครงการก่อสร้างทางรถไฟสายเด่นชัย&amp;ndash;เชียงราย&amp;ndash;เชียงของ ระยะทาง 323 กิโลเมตร (กม.) มูลค่า 72,921 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 3 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1 ช่วงเด่นชัย&amp;ndash;งาว ระยะทาง 104 กม. มีผู้เสนอราคาในนามกิจการร่วมค้า 2 กลุ่ม มีผู้เอกสารฯ รวม 5 ราย คือ กลุ่มแรก มีผู้ซื้อเอกสารฯ 3 ราย และกลุ่มที่สองมีผู้ซื้อเอกสารฯ 2 ราย โดยมีผู้ยื่นซองประมูล 2 ราย จากผู้ซื้อซองทั้งหมด 17 ราย โดยกลุ่มกิจการร่วมค้า กิจการร่วมค้า ITD-NWR ประกอบด้วย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) หรือ ITD และบริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR เสนอราคาต่ำสุด 26,568 ล้านบาท จากราคากลาง 26,599 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัญญาที่ 2 งาว&amp;ndash;เชียงราย ระยะทาง 135 กม. มีผู้เสนอราคาในนามกิจการร่วมค้า 2 กลุ่ม มีผู้เอกสารฯ รวม 4 ราย คือกลุ่มแรก มีผู้ซื้อเอกสารฯ 3 ราย และกลุ่มที่สอง มีผู้ซื้อเอกสารฯ 1 ราย โดยมีผู้ยื่นซองประมูล 2 ราย จากผู้ซื้อซองทั้งหมด 18 ราย โดยกิจการร่วมค้า CKST JOINT VENTURE ซึ่งประกอบด้วย บริษัท ช.การช่าง จำกัด(มหาชน) หรือCK และบริษัท ซิโน&amp;ndash;ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ STEC เสนอราคาต่ำสุดที่ 26,900 ล้านบาท จากราคากลาง 26,913 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัญญาที่ 3 เชียงราย&amp;ndash;เชียงของ ระยะทาง 84 กม. มีผู้เสนอราคาในนามกิจการร่วมค้า 2 กลุ่ม มีผู้เอกสารฯ รวม 4 รายคือ กลุ่มแรก มีผู้ซื้อเอกสารฯ 3 ราย และกลุ่มที่สอง มีผู้ซื้อเอกสารฯ 1 ราย โดยมีผู้ยื่นซองประมูล 2 ราย จากผู้ซื้อซองทั้งหมด 16 ราย โดยกิจการร่วมค้า CKST JOINT VENTURE เสนอราคาต่ำสุดที่ 19,390 ล้านบาท จากราคากลาง 19,406 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&amp;lsquo;หมอวรงค์&amp;rsquo; แฉอีกวงการรถไฟเน่า ผู้รับเหมาต้องจ่าย &amp;lsquo;ฝิ่น&amp;rsquo; ค่าอำนวยความสะดวก
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105831</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าฝิ่น, นิรุฒ มณีพันธ์, ผู้รับเหมา, ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), เตรียมเอกสารการประมูลโครงการรถไฟทางคู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0b015e85a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 17:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘หมอวรงค์’ แฉอีกวงการรถไฟเน่า ผู้รับเหมาต้องจ่าย ‘ฝิ่น’ ค่าอำนวยความสะดวก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย. 2564 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม&amp;nbsp; รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom มีเนื้อหาดังนี้ ผมได้รับการร้องเรียน จากผู้รับเหมาในวงการรถไฟ ยืนยันถึงการต้องจ่ายเงินค่าซื้อ&amp;rdquo;ฝิ่น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ฝิ่น&amp;quot;หมายถึง การซื้อแบบก่อนกำหนดเวลา และมีค่าใช้จ่ายอื่นๆในการอำนวยความสะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รับร้องเรียนมาเพื่อพิจารณาครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นพ.วรงค์&amp;nbsp; โพสต์คลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวเรื่อง&amp;quot;saveเงินประชาชน 7,000 ล้านบาท&amp;quot; เกี่ยวกับการประมูลรถไฟทางคู่ 2 สาย สายเหนือ และสายอีสาน ว่า&amp;nbsp; &amp;quot;มีกระแสข่าวไม่ดี มีกลิ่นตุๆ ว่า อาจจะมีการเอาเงินของประชาชนไปมากกว่า 7,000 ล้านบาท ถ้าพี่น้องทุกคนช่วยกันเราจะสามารถประหยัดได้ถึง 7,000 ล้านบาท ช่วงนี้มีการประมูลแล้ว ซึ่งการจะปกป้องทุจริตคอร์รัปชัน เราต้องมีเจตจำนงทางการเมืองที่สูงมาก ใช้หัวจิตหัวใจร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกัน เชิญชวนทุกคนร่วมกันปกป้องงบประมาณพี่น้อง 7,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้รถไฟทางคู่สายเหนือ ช่วง เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กิโลเมตร วงเงิน 72,920 ล้านบาท และสายอีสาน ช่วงบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร วงเงิน 55,458 ล้านบาท วงเงินรวม 2 เส้นทาง 128,000 ล้านบาท ได้มีการประมูลเสร็จสิ้นไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเงื่อนไขสายเหนือ ได้แบ่งสัญญาออกเป็น 3 สัญญา ราคากลางเฉลี่ย สัญญาละ 24,306 ล้านบาท รวมอาณัติสัญญาณ และบริษัทที่จะเข้าประมูลต้องมีผลงานก่อสร้างทางรถไฟในประเทศ 15 % ของวงเงินแต่ละสัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเงื่อนไขสายอีสาน ได้แบ่งสัญญาออกเป็น 2 สัญญา ราคากลางเฉลี่ยสัญญาละ 27,728 ล้านบาท รวมอาณัติสัญญาณ ต้องมีผลงานก่อสร้างทางรถไฟในประเทศ 15 % ของวงเงินแต่ละสัญญา ซึ่งการกำหนดเงื่อนไขสัญญารถไฟทางคู่ทั้ง 2 สาย ในลักษณะนี้ทำให้มีเอกชนทั้งประเทศเพียง 5 ราย ที่เข้าเงื่อนไขไปประมูลได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ทั้ง 2 สาย ได้ซอยย่อยสัญญาออกเป็น 5 สัญญาพอดี อีกทั้งผลการประมูลสายเหนือ 3 สัญญา ราคาที่ประมูลได้เฉลี่ย 24,286 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง สัญญาละ 20 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.08% ประหยัดไป 60 ล้านบาท ส่วนผลประมูลสายอีสาน ทั้ง 2 สัญญา ราคาที่ประมูลได้เฉลี่ย 27,705 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง สัญญาละ 23 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.08% เช่นเดียวกับสายเหนือ ประหยัดไป 46 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่หากนำไปเปรียบเทียบการประมูลรถไฟทางคู่สายใต้ ปี 2560 ยุครัฐบาล คสช. เส้นทางนครปฐม-หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร ระยะทาง 420 กิโลเมตร วงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท ได้ซอยเป็น 5 สัญญา ราคากลางเฉลี่ยสัญญาละ 7,200 ล้านบาท และไม่รวมอาณัติสัญญาณ ที่สำคัญคือ เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันมากขึ้น ด้วยการกำหนดให้บริษัทที่จะเข้าร่วมประมูลต้องมีผลงานก่อสร้างทางรถไฟไม่น้อยกว่า 10% ของแต่ละสัญญา ทำให้มีการแข่งขันกันมากขึ้น และส่งผลให้เปลี่ยนแปลงเรื่องราคา ซึ่งผลการประมูลสามารถประหยัดงบประมาณเฉลี่ยสัญญาละ 408 ล้านบาท หรือประเทศประหยัดภาษีคิดเป็น 5.56%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมแล้วการประมูลรถไฟทางคู่สายใต้ ประหยัดงบประมาณไปกว่า 2,040 ล้านบาท จากยอดวงเงิน 36,000 ล้านบาท ขณะที่การประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือ ประหยัดงบไปเพียง 60 ล้านบาท จากยอด 72,920 ล้านบาท สายอีสาน ประหยัดงบ 46 ล้านบาท จากยอด 55,458 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากการประมูลรถไฟทางคู่สายเหนือและสายอีสาน ใช้เงื่อนไขแบบเดียวกับการประมูลรถไฟทางคู่สายใต้ ประเทศจะประหยัดเงินภาษีประชาชนถึง 7,000 ล้านบาท ถามว่า ถ้าเราจะประหยัดเงิน 7,000 ล้านบาท ทำไมการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไม่ทำ แล้วเงิน 7,000 ล้านบาทนี้ไปอยู่ที่ไหน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งผมไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทราบเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ควรจะทราบว่ามันเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ทราบว่าจะมีการเซ็นสัญญาประมาณเดือนกรกฎาคมนี้ จึงอยากให้พี่น้องประชาชนทุกคนช่วยกันปกป้องการทุจริตคอร์รัปชัน และถือโอกาสนี้เรียนท่านนายกรัฐมนตรีโปรดดำเนินการด้วยครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105825</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายฝิ่น, จ่ายใต้โต๊ะ, ทุจริต, น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม, ผู้รับเหมา, รถไฟ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_6097449c0500b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทพ.เล็งเซ็นสัญญาเอกชนสร้างฐานรากเชื่อมทางยกระดับต.ต.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอกชนคว้างานทางด่วน 200 ล้านบาท เปิดแนวเส้นทางทางด่วนมิสซิ่งลิงก์ คาดใช้เวลา 1 ปีลุยงานฐานราก แง้มสเปคทีโออาร์ทางด่วนภูเก็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างตอม่อฐานรากช่วงแรกของโครงการทางเชื่อมโครงข่ายทางยกระดับ อุตราภิมุขและทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก กรุงเทพมหานคร (Missing Link) ระยะทาง2.6กม. วงเงิน 200 ล้านบาทนั้นขณะนี้ได้ตัวบริษัทผู้ดำเนินโครงการแล้วหลังในวันเปิดประมูลโครงการพบว่ามีเอกชนยื่นข้อเสนอมาเพียงรายเดียว ดังนั้นกทพ.จะจัดประชุมคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อเคาะอนุมัติผลประมูลก่อนลงนามสัญญากับบริษัทเอกชนภายในเดือนนี้เพื่อสามารถเริ่มต้นก่อสร้างได้ตามแผนในเดือน ต.ค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามแม้จะมีบริษัทเข้ายื่นเพียงรายเดียวแต่มั่นใจว่าจะสามารถลงนามสัญญาได้เนื่องจากที่ผ่านมาไม่พบข้อร้องเรียนใดๆในขั้นตอนประกวดราคา รวมถึงขั้นตอนการนำร่างเอกสารเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์)ขึ้นเว็บไซต์เพื่อเปิดประชาพิจารณ์ ดังนั้นจึงมั่นใจว่าจะเดินหน้าโครงการดังกล่าวได้เพื่อแก้ปัญหาจราจรในเมืองหลวงและเชื่อมต่อการเดินทางสองทางด่วนสายหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับระยะเวลาการก่อสร้างนั้นจะใช้เวลาทั้งหมด 12 เดือนกำหนดการแล้วเสร็จภายในปลายปี 2562 ซึ่งกทพ.จะสั่งการให้เริ่มดำเนินงานก่อสร้างในจุดวิกฤติเสาตอม่อจำนวน 2 ต้น ซึ่งทับซ้อนกับพื้นที่ก่อสร้างรถไฟสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการราว 3 เดือน จึงยืนยันว่าจะไม่กระทบกับโครงการก่อสร้างรถไฟดังกล่าวแน่นอน หลังจากนี้จะประสานติดตามหารือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)อย่างใกล้ชิดสำหรับแนวก่อสร้างเสาทั้ง 8 ต้นนั้นมีแนวเส้นทางก่อสร้างนั้นจะเริ่มต้นจากใต้ทางด่วนศรีรัชติดกับชุมชนซอยนิคมรถไฟและซอยบ้านพักรถไฟ จะมีการก่อสร้างเสาตอม่อรวมทั้งหมด 6 เสา ตามแนวทางด่วนขึ้นไปทางถนนกำแพงเพชร ส่วนเสาตอม่ออีก 2 ต้นนั้นจะอยู่ลนพื้นที่ว่างระว่างถนนกำแพงเพชร 6 และ กำแพงเพชร 2 ซึ่งบริเวณดังกล่าวทับซ้อนกับแนวเส้นทางก่อสร้างรถไฟสายสีแดง อย่างไรก็ตามยืนยันว่าการก่อสร้างดังกล่าวจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาจราจรเนื่องจากเป็นการก่อสร้างนอกพื้นที่เส้นทางสัญจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกทพ.กล่าวต่อว่าความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางด่วนช่วงกระทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต ระยะทาง 3.98 กม. วงเงิน 1.3 หมื่นล้านบาทนั้นขณะนี้ได้ส่งรายละเอียดการปรับเงื่อนไขโครงการให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาเพราะต้องมีการขยายอายุสัมปทานเป็น 35 ปีและกำหนดค่าผ่านทางในอัตราใหม่เพื่อให้โครงการมีความเหมาะด้านตัวเลขผลตอบแทนการเงิน(FIRR) มากขึ้น ส่วนรูปแบบการลงทุนนั้นรัฐบาลจะเป็นผู้ลงทุนจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินราว6-7พันล้านบาท ขณะที่เอกชนลงทุนงานโยธา งานระบบและงานบริหารพร้อมรับความเสี่ยงโครงการทั้งหมด โดยมีข้อกำหนดว่าตลอดอายุสัมปทานรายได้เกือบทั้งหมดจะตกเป็นของเอกชนโดยจัดสรรบางส่วนจ่ายให้แก่รัฐตามที่ตกลงกัน โดยรัฐจะคัดเลือกเอกชนที่ยื่นข้อเสนอดีที่สุด ส่วนจะเป็นการเปิดให้เอกชนร่วมทุนนั้นจะมาในรูปแบบ PPP Net Cost หรือไม่นั้นต้องทบทวนรายละเอียดอีกครั้งแต่ทั้งนี้หากรัฐต้องเข้าไปร่วมทุนอาจจะใช้แนวทางร่วมทุนค่าก่อสร้างแล้วให้เอกชนบริหารโครงการก่อนคืนทั้งหมดให้แก่รัฐเมื่ออายุสัมปทานสิ้นสุดลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17917</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, ผู้รับเหมา, มิสซิ่งลิงก์, โครงการทางเชื่อมโครงข่ายทางยกระดับ อุตราภิมุขและทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180919/image_big_5ba1b7175522a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2018 22:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ขวัญ อุษามณี&#039; ขึ้นศาลลุยเรื่องบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากมีปัญหากับผู้รับเหมาที่ว่าจ้างมาตกแต่งบ้านหลังใหม่ราคากว่า 40 ล้านบาทจนเละไม่เป็นท่า และได้มีการเคลียร์กันแต่ไม่ลงตัว จนสุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดได้จบลงที่การฟ้องร้อง และวันนี้ ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์ ก็พร้อมลุยผู้รับเหมาที่ทำบ้านเธอพัง โดยนางเอกคนดังได้ไปขึ้นศาลเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เป็นครั้งแรกในชีวิตที่จะได้ขึ้นศาล วันนี้เราจะต้องไปเบิกความด้วยตัวเองเป็นคดีเรื่องบ้าน จากครั้งก่อนได้ไปอะไรกันเรียบร้อยเขาก็ต่อสู้ว่าเขาไม่ผิด เราอยากให้เคสนี้เป็นกรณีตัวอย่าง อยากบอกว่ารู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ เราก็ต้องไปเช็คด้วยตัวของเราเอง อย่าไปเชื่อคำพูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่รู้สึกอะไรแค่อยากทำให้เข็ด ไม่อยากให้เขาไปทำกับใครอีก สิ่งที่เราทำไป ถ้าในวันที่ไกล่เกลี่ย เขาขอโทษหรือว่าสำนึกผิด เราก็จะไม่ดำเนินเรื่องต่อ เรื่องเงินที่เราเสียไปมันก็ส่วนหนึ่งเราก็อยากเดินไปข้างหน้า แต่ถ้าเกิดเขาทำอย่างนี้กับคนอื่น เงินจำนวนนี้มันคือบ้านของคน ไม่ควรทำโดยเอาผลประโยชน์เข้าตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แค่อยากให้เขาสำนึกผิดค่ะ และไม่อยากให้เขาไปทำกับคนอื่นอีก เงินที่ขวัญเรียกร้องไป ไม่เท่ากับครึ่งหนึ่งที่ขวัญได้สูญเสียไป แต่ไม่ขอพูดถึงจำนวนเงิน ที่รุนแรงมันคือความรู้สึกของเรา ที่เราไว้ใจให้เขามาทำในที่ที่ปลอดภัยของเรานั่นคือบ้าน บวกกับไม่มีความรับผิดชอบใดใดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นคดีแพ่งค่ะ ทุกอย่างให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลแล้วกัน เพราะเราได้เตรียมหลักฐานทุกอย่างไปพร้อมหมดแล้ว ขวัญอยากให้คนที่เป็นลูกค้าหลังจากขวัญให้ทุกคนไปดูแลบ้านที่คนผู้นี้เป็นผู้รับเหมา อย่าทำผิดพลาดเหมือนอย่างขวัญ นี่ 2 ปีแล้วยังไม่ได้อยู่บ้านเลย การสร้างใหม่ไม่ยากเท่ากับการซ่อมแซม แล้วช่างก็ไม่มีใครอยากไปทำเพราะมันคืองานแก้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้แม่ไปกับเพื่อน ให้แม่อยู่ข้างหลังวันนี้เราต้องมาเป็นกำบังให้กับคุณแม่ของเราแล้วหลังจากนี้ก็คงมีการสืบพยานกันต่อไป ถามว่าวันนี้จะจบไหมขวัญว่าเขาคงบินไปเรื่อยๆ ก็ไม่เป็นไร เราก็ทำทุกอย่างเป็นไปตามเนื้อเรื่องให้มันถูกต้อง ตอนนี้การซ่อมแซมก็คืบหน้าไปเรื่อยๆ แต่ว่าพอซ่อมแซมไปเรื่อยๆ มันก็ไปเจอเรื่องอย่างล่าสุดเจอสายไฟที่ไม่ตรงสเป็คทำเสร็จก็ต้องรื้อใหม่หมดทั้งหลัง มันเป็นเรื่องบันเทิงแล้วค่ะ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9362</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขวัญ อุษามณี, ขึ้นศาล, ช่อง 7, นักแสดง, บ้านพังยับ, ผู้รับเหมา, ฟ้องร้อง, ละคร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afc47b9ddbad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2018 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2018 08:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์เตือนคู่รักสร้างเรือนหอ ชี้บิ๊กโปรเจคทำวัสดุก่อสร้างแพง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาวัสดุก่อสร้างในประเทศมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกรายการ ทั้งปูนซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์คอนกรีต เหล็กและผลิตภัณฑ์ รวมถึงวัสดุก่อสร้างอื่นๆ เช่น ดินลูกรัง ทรายถมที่ ทรายหยาบ ทรายละเอียด หินคลุก หินย่อย ยางมะตอย โดยราคาปรับตัวสูงขึ้นมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพราะผู้รับเหมาได้แย่งกันซื้อ เพื่อนำไปก่อสร้างโครงการต่างๆ ที่มีจำนวนมากทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากการสำรวจราคาวัสดุก่อสร้างในจังหวัดต่างๆ พบว่า ในภาคอีสาน และ 3 จังหวัดในพื้นที่อีอีซี ราคาสูงขึ้นมาตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว เพราะผู้รับเหมาเร่งซื้อเพื่อกักตุนไว้รองรับการก่อสร้างในโครงการลงทุน ทั้งของภาครัฐ และภาคเอกชน ประกอบกับวัสดุก่อสร้างหลายรายการ เริ่มขาดแคลนจากการหมดอายุสัมปทาน เช่น หิน ทราย กว่าจะได้ต่ออายุต้องใช้เวลาสักระยะ ผู้รับเหมาเกรงจะเกิดการขาดแคลนมากขึ้น จึงต้องเร่งซื้อของเอาไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ปีนี้คาดว่า ราคาน่าจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะมีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ เช่น อีอีซี โครงการด้านคมนาคมขนาดใหญ่ ขณะที่ภาคเอกชนที่เชื่อมั่นเศรษฐกิจดีขึ้น จึงมีการลงทุนในด้านอสังหาริมทรัพย์เพิ่มมากขึ้น ล้วนแต่เป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาสูงขึ้น ดังนั้น ใครที่คิดจะสร้างบ้าน สร้างเรือนหอ ก็ให้รีบทำตั้งแต่ตอนนี้ เดี๋ยวราคาขึ้นจะสร้างไม่ได้ เป็นห่วงคนที่กำลังจะมีคู่&amp;rdquo;&amp;rdquo;น.ส.พิมพ์ชนกกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า จากการสำรวจดัชนีวัสดุก่อสร้างเดือนม.ค.2561 พบว่า ดัชนีอยู่ที่ระดับ 107.5 เพิ่มขึ้น 2.8% จากเดือนม.ค.2560 ซึ่งมาจากการสูงขึ้นของดัชนีราคาหมวดไม้และผลิตภัณฑ์ 3.9% , หมวดซีเมนต์ 4.0% , หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต 2.9% , หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์ 8.1% และหมวดวัสดุก่อสร้างอื่นๆ (ดินลูกรัง ทรายถมที่ ทรายหยาบ ทรายละเอียด หินคลุก หินย่อย ยางมะตอย) 1.2% ขณะที่หมวดอื่นๆ ดัชนีราคาลดลง เช่น หมวดกระเบื้อง ลดลง 0.5% , หมวดวัสดุฉาบผิว ลดลง 0.1% , หมวดสุขภัณฑ์ ลดลง 0.6% และหมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา ลดลง 2.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับดัชนีราคาหมวดไม้และผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น ทั้งไม้ฝา ไม้คาน ไม้โครงคร่าว วงกบประตู-หน้าต่าง บานประตู-หน้าต่าง มาจากราคาไม้ที่เริ่มสูงขึ้นมาตั้งแต่เดือนมี.ค.2560 , หมวดซีเมนต์ สูงขึ้นทั้งปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม และปูนซีเมนต์ขาว จากสถานการณ์ปูนล้นตลาดก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการปรับลดปริมาณการผลิต แต่ความต้องการใช้เริ่มกลับมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2560 แต่กำลังการผลิตยังไม่เพิ่ม เพราะต้นทุนการผลิตด้านเชื้อเพลิงสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่หมวดวัสดุก่อสร้างอื่นๆ (ดินลูกรัง ทรายถมที่ ทรายหยาบ ทรายละเอียด หินคลุก หินย่อย) ปริมาณการผลิตไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ เพราะเป็นวัสดุธรรมชาติ ที่เริ่มลดน้อยลง ส่วนยางมะตอย ราคาสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2386</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ผู้รับเหมา, วัสดุก่อสร้่าง, เมกะโปรเจค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180204/image_big_5a77116fa2870.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
