<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 07:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 07:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ก่อตั้งพรรคสามัคคีไทยชี้ม็อบเยาวชนเป็นผลของอดีตสะท้อนปัจจุบันแนะทางออกนำปรองดองสู่ประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
21 ส.ค.63 - นายธนชาติ ไชยทองพันธ์ ผู้ก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย โพสต์ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลของอดีตสะท้อนปัจจุบันเป็นอมตะวาจาเสมอจากเหตุชุมนุนน้องนักเรียนหน้ากระทรวงศึกษาเราจะเห็นปรากฎการณ์หลายอย่างในการชุมนุม มีประชาชนบ้างส่วนมีความเห็นทำนองอคติต่อมวลชนนักเรียน แต่สำหรับผมนั้นดูด้วยความเข้าใจครับเพราะเด็กๆเหล่านี้เติมโตมากับปัญหาในประเทศนี้ พฤติกรรมตามที่แสดงออกมาล้วนเป็นพฤติกรรมที่ผู้ใหญ่แสดงไว้ในอดีตทั้งสิ้น เริ่มต้นที่พันธมิตรตามด้วย นปช.และจบลงที่ กปปส. จึงไม่แปลกที่ตลอดระยะเวลายาวนานตั้งแต่ปี49&amp;nbsp; มาจบที่57&amp;nbsp; จึงเกิดการซึมซับโดยไม่รู้ตัวแต่อีกประการหนึ่งที่สำคัญคือหลังปี57 จนถึงขณะนี้เราได้นายกชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เล่นบทกวนเชิงข่มขุ่และบางครั้งถึงขั้นฉุนเฉียวเจ้าอารมย์เด็กเหล่านี้จึงได้ดูการแสดงบทลีลากระชากเส้นประสาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการจะโทษเด็กฝ่ายเดียวคงไม่ได้เพราะเป็นผลพวงของเราๆท่านๆ&amp;nbsp; ทำจะไปโทษใครได้นอกจากทำใจรับผลของมัน ส่วนในวันข้างหน้าบรรยายกาศการเมืองจะเป็นเช่นไรก็ขึ้นกับความจริงใจของแต่ฝ่ายโดยเฉพาะรัฐบาลที่เป็นผู้ผูกปมไว้ตั้งแต่ รธน.60เพื่อให้อยู่ในอำนาจด้วยเหตุผลความมั่นคงเป็นหลักจนทำให้วิธีปฎิบัติบิดเบี้ยวและละเลยหลักการที่ถูกต้องจนเป็นช่องว่างที่ทำให้เกิดม็อบเด็กไทยวันนี้รวมผสมถึงมีผู้เอาสถานการณ์มาสร้างเงื่อนไขที่เกินกว่าคนส่วนใหญ่จะรับได้เพราะมีความเชื่อที่ขาดความรอบด้านและตัดตอนประวัติศาสตร์ชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นก่อนเหตุการจะลุกลามบานปลายจนยากจะแก้ไข ผมจึงขอเสนอทางออกที่เป็นรูปธรรมที่จะนำพาปรองดองมาสู่ประเทศนี้ได้ด้วยการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับกระทำผิดกฎหมายตั้งแต่ปี49จนถึงปัจจุบันเพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิที่ควรได้เพราะฝ่ายกองทัพได้รับไปแล้วก่อนหน้านี้นั้นคือการรัฐประหารในปี49และ57 ต่อจากนั้นก็ให้สภาผู้แทนได้แสดงวุฒิภาวะในฐานะตัวแทนประชาชนในการแก้ รธน.ในมาตราที่เห็นว่าเขียนขึ้นเพื่อขยายอำนาจของ คสช.ในอดีตอย่างน้อยเพื่อขจัดข้อครหาเรื่องสืบทอดอำนาจลงได้เพราะสมควรแก่เวลาที่กลับไปสู่จุดปกติอันเป็นความสมดุลทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าทำในสองอย่างที่ผมนำเสนอผมเชื่อว่าบ้านเมืองของเราจะไปต่อได้และทุกภาคส่วนก็จะรับได้หากแต่จะมีพวกที่ยังคิดว่ายังจะดันทุรังสร้างความขัดแย้งต่อก็คงไม่ได้รับการตอบสนองจากประชาชนเองครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75096</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเยาวชนปลดแอก, ความปรองดอง, นายธนชาติ ไชยทองพันธ์, ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e869ae14c0c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พรรคน้องใหม่เตือน&#039;บิ๊กตู่&#039;หลังโควิด-19 เตรียมรับศึกหนักต้องเจอสารพัดม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.63- &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองและความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐขณะนี้ ว่า รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังเผชิญกับศึกรอบด้านทั้งภายใน และภายนอก ซึ่งหลังวิกฤตโควิด-19 จะเป็นความท้าทายและบทพิสูจน์ความเป็นผู้นำของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะต้องเจอกับสารพัดปัญหา และสารพัดแรงกดดันอย่างแท้จริง ดังนั้น หากรัฐบาลต้องการไปต่อ ตนมีข้อแนะนำฝากไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ 3 ข้อ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.รัฐบาลต้องกำหนดโรดแมป และมีไทม์ไลม์ที่ชัดเจนในการบริหารประเทศ จากนั้นต้องประกาศโรดแมปดังกล่าวว่ารัฐบาลจะทำอะไรบ้างจากนี้ไป ไม่ว่าจะเป็นแผนฟื้นฟูประเทศหลังวิกฤตโควิด-19 ระยะเวลาที่จะใช้นานแค่ไหน กำหนดให้มีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ รวมถึงเงินกู้จำนวนมหาศาลที่รัฐบาลนำมาใช้ ก็ต้องตรวจสอบได้ มีที่มาที่ไปชัดเจน ประชาชนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ ไม่เอื้อกลุ่มนายทุน และเมื่อกำหนดระยะเวลาการบริหารประเทศได้ชัดเจน แรงกดดันที่มีต่อรัฐบาลก็จะเบาบางลง ไม่เช่นนั้นหลังยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อไหร่ รัฐบาลคงต้องเตรียมรับศึกหนักจากสารพัดม็อบ สารพัดปัญหารอบด้านแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.รัฐบาลต้องปรับคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่ ดึงคนดี เก่ง มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และเป็นที่ยอมรับของสังคมส่วนใหญ่เข้ามาบริหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือกระทรวงด้านเศรษฐกิจ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างเด็ดขาดในการตัดสินใจ ไม่เช่นนั้นรัฐบาลจะพังเอง เพราะที่ผ่านมาก็พิสูจน์แล้วว่ารัฐบาลล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ แม้จะไม่มีปัญหาโควิด-19 ก็ตาม ดังนั้น การปรับ ครม.เศรษฐกิจครั้งนี้ จึงถือเป็นตัวเลือกและตัวช่วยสุดท้ายของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เปลี่ยนคณะทำงานด้านการสื่อสารทางการเมืองของรัฐบาล และ พรรคพลังประชารัฐ เพราะที่ผ่านมาการสื่อสารของรัฐบาลไปสู่ประชาชน ยังเป็นลักษณะเชิงรับ ไม่ทันต่อสถานการณ์ ประชาชนเกิดความสับสนในข้อมูลต่างๆ ที่สื่อสารออกไป ความเชื่อมั่นที่มีต่อรัฐบาลก็ลดน้อยถอยลง อะไรที่เป็นผลงาน หรือเป็นประโยชน์กับส่วนรวมก็ควรสื่อสารเชิงรุก ผิดพลาดไม่ได้ยิ่งในสภาวะวิกฤตด้วยแล้ว รวมถึงโฆษกพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล ควรมีท่าทีที่เป็นมิตรกับทุกฝ่าย ไม่ควรมุ่งที่จะปกป้องผลประโยชน์ของพรรคเพียงอย่างเดียว แต่ควรทำให้พรรคเป็นศูนย์กลางความร่วมมือ ดังนั้น นับจากนี้ไปการสื่อสารจึงถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างยิ่งของรัฐบาลที่จะผิดพลาดไม่ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.รยุศด์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ข้อเสนอแนะดังกล่าวของตนถือเป็นความหวังดี และห่วงใยต่อบ้านเมือง เพราะตนและพรรคสามัคคีไทย ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกระบวนการทางการเมือง ไม่มี ส.ส.ในสภาฯ ไม่ได้เป็นตัวแปรสำคัญอะไร เพียงแค่ต้องการทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงและสะท้อนปัญหา ความต้องการของพี่น้องประชาชนเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67599</URL_LINK>
                <HASHTAG>-นายรยุศด์ บุญทัน, ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย, หลังโควิดเจอม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2d32372d2cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สามัคคีไทย&#039;ชี้ New Normal อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายแนะสิ่งท้าทายคือการปรับตัวรับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.2563 &amp;nbsp;นายอลงกรณ์ สังข์สิงห์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย ได้แสดงความเห็นผ่านเพจพรรคสามัคคีไทยว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมจากวิกฤติโควิด-19 เป็นจุดก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตัวเราต่อสังคม และเศรษฐกิจอนาคตในรูปแบบใหม่ หรือที่เรียกว่า New Normal ซึ่งแน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่จะทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปในทิศทางที่ไม่เหมือนเคย เพราะทุกวิกฤติย่อมทิ้งร่องรอยไว้เสมอ ในบางสิ่งใหม่ที่ดีก็ควรนำมาใช้ ในบางสิ่งเดิมที่ไม่ดีก็ควรนำมาปรับปรุง &amp;ldquo;New Normal ย่อมไม่สมบูรณ์แบบเสมอไป&amp;rdquo; ตนจึงอยากแลกเปลี่ยนและชี้ให้เห็นถึง 3 สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นทั้งในและหลังสถานการณ์โควิด-19 ที่ตนมักจะเรียกว่า &amp;ldquo;3 Gig&amp;rdquo; ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สังคมจะต้องปรับตัว เพื่อเข้าสู่โลกยุคอนาคต ที่ New Normal อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายอย่างที่หลายคนคิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. Gig lifestyle - การรักษาระยะห่างเพื่อป้องกันการระบาด &amp;ldquo;Social Distancing&amp;rdquo; จะไม่ได้เกิดขึ้นเสมอไป ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน จากกรณีที่ผู้คนขึ้นรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า BTS ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้คนก็ต่างต้องกลับมาใช้ชีวิตปกติ จึงทำให้คำว่า &amp;ldquo;เวลาและความเร่งรีบ&amp;rdquo; เข้ามาทดแทนการเว้นระยะห่าง (Distancing) จนทำให้ความระมัดระวังที่ว่านั้นเจือจางลง หรือเราอาจจะเรียกว่าเป็น &amp;nbsp;&amp;ldquo;Gig lifestyle&amp;rdquo; ที่หมายถึงความบกพร่องในการตระหนักถึงการใช้ชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตามเมื่อความคืบหน้าของวัคซีนที่ยังไม่มีความชัดเจน การคุมเข้มมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมเพื่อให้การเดินทางของผู้คนมีความปลอดภัย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐต้องกระทำเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสรอบสองที่อาจจะรุนแรงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. Gig Workers - อัตราการจ้างงานจะลดลงในระยะสั้นเนื่องจากวิกฤติโควิด-19 โดยบริษัทส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การใช้เทคโนโลยี การบริหารข้ามสายงาน และใช้บุคลากรชำนาญเฉพาะด้าน ให้เข้ามามีบทบาทในการบริหารมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุให้แรงงานในปัจจุบันที่มีความจำเป็นน้อยลง เราจึงต้องผลักดันให้บุคคลากรที่ตกงานเข้าสู่สองช่วงหลักๆคือ 1. ในระยะสั้นที่เรียกว่า &amp;ldquo;Gig Workers&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการทำงานในรูปแบบสัญญาจ้างระยะสั้นที่สามารถเลือกปริมาณงานเองได้ ซึ่งจะมีบริษัททำหน้าที่เป็นตลาดเชื่อมต่อระหว่างผู้ทำงานและผู้ใช้บริการโดยตรงและ 2. ในส่วนของระยะยาวเราจำเป็นต้องเข้าสู่ &amp;ldquo;วิสาหกิจชุมชน&amp;rdquo; ซึ่งคือการสร้างรายได้จากภายในชุมชนที่มาจากภายในประเทศมากกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแรงที่จะก้าวไปสู่การเติบโตของภูมิปัญญาและองค์ความรู้ที่จะต่อยอดได้ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. Gig Economy - พฤติกรรมของผู้บริโภคเกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อผู้คนหันมาสั่งอาหารและสินค้าออนไลน์มากขึ้นหลายเท่าตัว และหากสถานการณ์ยังไม่กลับสู่สภาวะปกติ ผู้ประกอบการรายย่อยจำเป็นต้องปรับตัวโดยให้ระบบ Delivery Application เข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามร้านค้าที่เข้าระบบจะถูกหักค่าธรรมเนียมประมาณ 25%-30% จากรายได้ ซึ่งไม่เหมาะกับร้านเล็กๆ ที่มีผลกำไรไม่มากนัก ดังนั้น จึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวเพื่อเข้าสู่ช่วง &amp;ldquo;Gig Economy&amp;rdquo; ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจแบบเสรีที่มีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจเดิม มาเป็นแบบออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้คนสามารถเข้าไปทำงานในรูปแบบสัญญาระยะสั้นและยังสามารถกำหนดระยะเวลาการทำงานในรูปแบบนี้ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า การเตรียมตัวรับมือกับความปกติในรูปแบบใหม่ (New Normal) เป็นเรื่องที่ทั้งรัฐบาล ผู้ประกอบการ พนักงาน และประชาชนทุกคนต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดไปด้วยกัน และจำต้องเปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญา ด้วยการวิเคราะห์พฤติกรรมของสังคมที่ ณ ตอนนี้ได้เริ่มเข้าสู่ &amp;ldquo;เศรษฐกิจยุคดิจิทัล&amp;rdquo; ที่จะกลายเป็น Cashless Society ซึ่งคือการเป็นสังคมไร้เงินสด แต่สิ่งสำคัญจะต้องได้รับการผลักดันจากรัฐบาลและผู้นำประเทศยุคใหม่ ที่มีความคิดหัวก้าวหน้า เข้ามาบริหารจัดการโดยสร้างการเชื่อมโยงระหว่างทุกองค์กร ภายใต้ระบบบริการสาธารณะ และรูปแบบการชำระเงินที่สะดวกทันสมัยมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การสร้าง &amp;rdquo;บัตรเงินสดสาธารณะ&amp;rdquo; ในรูปแบบ Contactless ที่เชื่อมโยงสาธารณูปโภคหลายอย่างเข้าด้วยกันเช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า ร้านค้า และบริการต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนภายในประเทศมากขึ้น ซึ่งในระยะยาวเราจะไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางจากต่างชาติที่ทำให้ประเทศสูญเสียรายได้เป็นอย่างมาก ดังนั้นการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสังคมสู่ &amp;ldquo;เศรษฐกิจยุคดิจิทัล&amp;rdquo; และรองรับการเป็น &amp;ldquo;Smart City&amp;rdquo; ของประเทศในอนาคต จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65520</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย, อลงกรณ์ สังข์สิงห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb794ebdb261.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60129</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2020 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2020 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตเด็กจตุพร&#039;สับ&#039;ลุงตู่&#039;ล้มเหลวแก้โควิดก่อนแนะลดอัตตาปิดประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของไวรัส โควิด 19 ว่าตนเองและหลายฝ่ายต่างได้แสดงความเห็น เสนอแนะแนวทาง เกี่ยวกับสถานการณ์นี้มาแล้วหลายครั้งหลายคราว แต่การรับมือสถานการณ์ของรัฐบาลก็ยังคงล้มเหลว ไม่มีการวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ใดๆ การออกมาตรการรับมือก็ล้วนแล้วแต่ช้ากว่าปัญหา เดินตามหลังปัญหา ประชาชนต้องพึ่งตนเองป้องกันตัวเอง หน้ากากอนามัยที่รัฐบาลประกาศว่ามีเพียงพอ อยากให้ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลองลงพื้นที่ไปสำรวจด้วยตนเองก็จะรู้คำตอบ ส่วนข่าวสารใดๆ ที่ออกมาจากหน่วยงานของรัฐ หลายครั้งก็มักจะย้อนแย้งกันไปคนละทิศละทาง ขาดเอกภาพ สร้างความสับสนให้กับประชาชน ส่วนการสื่อสารของผู้นำประเทศแทนที่จะเรียกความเชื่อมั่น ตรงกันข้ามกลับทำให้ประชาชนสิ้นหวัง หมดหวัง และสร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชนมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.รยุศด์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลนี้ได้แสดงเป็นที่ประจักษ์อย่างที่ไม่มีข้อสงสัยแล้วว่า ไร้ความสามารถในการบริหารประเทศล้มละลายทางความน่าเชื่อถือ ก่อให้เกิดวิกฤตกับประเทศ อย่างไม่น่าให้อภัย ตอนนี้มีทางเดียวที่จะแก้วิกฤตต่างๆ ของประเทศได้ คือ ผู้มีอำนาจในประเทศทุกคนต้องยอมรับความจริง อย่างไม่ต้องอาย ระดมผู้มีความรู้ความสามารถ วางแผนรับมือวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ยอมเจ็บเพื่อให้จบโดยเร็วที่สุด เสียหายน้อยที่สุดก่อนจะสายเกินแก้ ด้วยการปิดประเทศห้ามคนเข้าออกจะ 14 วัน หรือ 21 วัน ก็ขอให้ผู้เชี่ยวชาญร่วมกันประเมินและตัดสินใจ เพื่อเร่งหาผู้ติดเชื้อให้มากที่สุด เพื่อจำกัดการแพร่กระจายเชื้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าเปรียบประเทศไทยเป็นบ้าน แล้วบ้านยังคงเปิดประตูอยู่ การทำความสะอาด หรือการฆ่าเชื้อในบ้านจะมีวันหมดไปได้อย่างไร ในเมื่อยังมีช่องทางให้เชื้อใหม่เข้ามาเติมได้ตลอด จึงฝากประเด็นนี้ไว้ให้ทุกฝ่ายได้ช่วยกันขบคิด อย่างไรก็ตามในส่วนของงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นงบฉุกเฉิน งบลับ งบกลางมากมาย ก็ต้องระดมนำมาช่วยประชาชนก่อน เปิดให้ตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด 19 ฟรี ขณะเดียวกันก็ต้องออกมาตรการช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน ประกาศเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติให้คนไทยร่วมมือกันฝ่าวิกฤตไวรัสนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.รยุศด์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หวังว่านายกรัฐมนตรีและผู้มีอำนาจทั้งหลาย จะยอมลดอัตตา เห็นแก่ประชาชน และประเทศชาติบ้านเมือง ยอมรับข้อเสนอแนะจากหลายๆฝ่าย เปลี่ยนการทำงานจากที่เคยก้าวตามหลังประชาชน และก้าวตามหลังปัญหามาตลอดมายืนนำหน้า พาประชาชนออกจากวิกฤตนี้ไปด้วยกัน อย่าให้คนไทยต้องมาเจ็บป่วยหรือล้มตายจากการตัดสินใจที่ล่าช้าของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาไวรัสนี้อีกเลย เพราะที่ผ่านมาคนก็ฆ่าตัวตายจากพิษเศรษฐกิจมามากพออยู่แล้ว ดังนั้นจึงขอแนะนำและเตือนรัฐบาลด้วยความหวังดี
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60129</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.รยุศด์ บุญทัน, ปิดประเทศ, ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย, สถานการณ์, โควิด 19, ไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e717d64ddc4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2020 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2020 10:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตเด็กจตุพรแนะ&#039;บิ๊กตู่&#039;กล้าตัดเนื้อร้าย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.2563- &amp;nbsp;ดร.รยุศด์ บุญทัน ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย แสดงความเห็นต่อสถานการณ์ทางการเมือง ว่า ขณะนี้รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำลังเผชิญกับวิกฤตศรัทธาจากประชาชนอย่างหนัก อันเป็นผลมาจากการบริหารราชการแผ่นดินที่สร้างความสงสัยให้กับสังคมในหลายเรื่อง ซึ่งหนึ่งในนั้นที่ปฏิเสธไม่ได้คือภาพลักษณ์ด้านลบของรัฐมนตรี รวมไปถึง ส.ส.และผู้เกี่ยวข้องในรัฐบาลบางคนที่ทำตัวมีอภิสิทธิ์เหนือกฎหมาย ไม่เคารพต่อความรู้สึกของประชาชน จนทำให้ผู้คนส่วนใหญ่รู้สึกเอือมระอา เหนื่อยหน่าย และสิ้นหวัง ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะฝ่ายตรงข้าม แม้แต่ฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาลเองก็เริ่มมีปรากฏให้เห็นมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.รยุศด์ กล่าวต่อว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการนำพารัฐบาลไปต่อ ท่านต้องเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของประชาชนให้ได้ เพราะผู้นำที่ดีต้องเข้าใจถึงความรู้สึกและรับรู้ถึงความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน อะไรที่เป็นความไม่สบายใจของประชาชนและสังคมส่วนใหญ่ ท่านต้องใช้ภาวะความเป็นผู้นำกล้าตัดสินใจ ยอมเสียสละส่วนน้อยที่มีปัญหา เพื่อรักษาส่วนใหญ่ไว้ ซึ่งนั่นหมายความว่าหากมีรัฐมนตรี ส.ส. หรือผู้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลคนใดมีพฤติกรรมส่อว่ากระทำความผิด หรือไม่สามารถอธิบายให้สังคมหายข้อสงสัยได้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องกล้าตัดเนื้อร้ายที่อยู่รอบตัวของท่านเหล่านี้ออกไปให้ได้ ก่อนที่จะทำให้รัฐบาลของท่านต้องพังลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมคงไม่เรียกร้องให้ท่านลาออกหรือยุบสภาอีกแล้ว เพราะถึงอย่างไรท่านก็คงไม่ทำ และก็คงมีประโยชน์อะไร แต่ผมอยากขอให้ท่านใช้เวลาที่มีอยู่ทบทวนสิ่งต่างๆ ที่ท่านได้ทำตลอดระยะเวลาที่บริหารประเทศมาว่า ท่านได้ทำทุกอย่างถูกต้องเหมาะสมหรือไม่อย่างไร ประชาชนมีความสุข หรือทุกข์ยากเดือดร้อนหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่ท่านต้องคิด ทบทวน ไตร่ตรองและตอบคำถามด้วยตัวท่านเองให้ได้ เพราะวันหนึ่งข้างหน้าท่านจะได้ไม่ต้องเสียใจ เพราะเวลามันจะย้อนกลับมาไม่ได้อีก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59435</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นายกรัฐมนตรี, ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รยุศด์ บุญทัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200311/image_big_5e685a71d5243.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
