<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ลุยถกบีทีเอสร่วมทุนสายสีเขียวส่วนต่อขยาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กทม.เซ็นเอ็มโอยูรับโอนส่วนต่อขยายโครงการถไฟฟ้าสายสีเขียวจาก รฟม. เดินหน้าเตรียมเสนอร่วมทุน บีทีเอส คาดได้ข้อสรุปกลางเดือนเม.ย.ฟุ้งเก็บค่าโดยสารไม่เกิน65 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากรุงเทพมหานคร(กทม.)เปิดเผยภายหลังลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการจำหน่ายทรัพย์สินและโอนภาระทางการเงินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง &amp;ndash; สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต &amp;ndash; สะพานใหม่ &amp;ndash; คูคต ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่า กทม.เตรียมเสนอโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวในรูปแบบให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) ต่อคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) หลังจากนั้นจะเจรจากับ&amp;nbsp; บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTSC)หรือบีทีเอสในฐานะผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียว เบื้องต้นคาดว่าจะสรุปการเจรจาและเซ็นสัญญาก่อนช่วงกลางเดือน เม.ย.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเงื่อนไขสำคัญของในการเจรจาจะให้ บีทีเอส เก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งเส้นทาง โดยรวมเส้นทางที่ได้รับสัมปทานเดิม เส้นทางที่รับจ้าง กทม.เดินรถ รวมทั้งส่วนต่อขยาย ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต รวมแล้วจะเก็บค่าโดยสารไม่เกิน 65 บาทต่อคนต่อเที่ยว ซึ่งจะเริ่มใช้อัตราค่าโดยสารใหม่ดังกล่าวในวันที่ 16 เม.ย.62 ส่วนการเดินรถในส่วนต่อขยายสายสีเขียวใต้ให้เปิดเดินรถฟรีไปก่อนในช่วงวันที่ 6 ธ.ค.61-15 เม.ย.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่าเงื่อนไขการเจรจายังมีเรื่องให้ บีทีเอสรับภาระหนี้และดอกเบี้ยของ กทม.ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จำนวนประมาณ 8 หมื่นล้านบาทด้วย พร้อมทั้งลงทุนระบบอาณัติสัญญาณอีกประมาณกว่า 2 หมื่นล้านบาท รวมเป็นเงินราว 1 แสนล้านบาท โดยกำหนดให้ บีทีเอส จ่ายชำระภายใน 10 ปีแรกของสัญญาหรือภายในปี 2572 หลังจากนั้น กทม.กำหนดให้ บีทีเอส จ่ายค่าตอบแทนในปีที่ 11 จนถึงสิ้นสุดสัญญา หรือจนถึงปี 2585 ดังนั้นจะมีสัญญา 2 ฉบับที่จะทำกับบีทีเอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการลงนามบันทึกข้อตกลงดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องจากการดำเนินงานตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวงคมนาคม, รฟม. และ กทม.ว่าด้วยแนวทางการดำเนินงานตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2558 เรื่อง การมอบหมายให้ กทม. เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ซึ่งได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงฯ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2559 และจากการประสานความร่วมมือกันของทุกฝ่ายส่งผลให้กระทรวงคมนาคม, รฟม. และ กทม.สามารถบรรลุวัตถุประสงค์และนำมาสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ในครั้งนี้ เพื่อให้ กทม.สามารถบริหารจัดการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ได้ในระหว่างที่กระบวนการโอนกรรมสิทธิ์ยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23415</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ผู้ร่วมลงทุน, รถไฟฟ้าสายสีเขียว, รฟม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afa9656db06f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 22:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชานุสาวรีย์ร.9 สร้างหลังส่งคืนพื้นที่สนามม้านางเลิ้งให้ประชาชนสักการะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เตรียมแผนสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ &amp;quot;ในหลวงรัชกาลที่ 9&amp;quot; หลังสำนักงานทรัพย์สินฯ ได้พื้นที่ &amp;quot;สนามม้านางเลิ้ง&amp;quot; คืน ปรับเป็นสถานที่พักผ่อน-ออกกำลังกายของประชาชน ขณะที่บอร์ดราชตฤณมัยฯ นัดหารือวางแผนรองรับหลังแบกหนี้บานตะไท 1.3 พันล้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 เม.ย. มีรายงานว่าคณะกรรมการราชตฤณมัยสมาคมฯ จะประชุมคณะกรรมการบริหาร เพื่อหาแนวทางในการดำเนินการ หลังจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยนายอนันต์ ไววิทยะ หัวหน้าฝ่ายอาวุโส ฝ่ายกฎหมาย ได้ส่งหนังสือถึง ประธานกรรมการอำนวยการราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ บอกเลิกสัญญาเช่า และขอให้ส่งมอบพื้นที่คืนภายใน 180 วัน หลังจากสัญญาเช่าทั้งสามฉบับ (พื้นที่ อาคาร และที่จอดรถ) ได้ครบกำหนดอายุสัญญาเช่ามานานแล้ว โดยเลื่อนจากกำหนดการเดิมวันที่ 22 เม.ย. มาเป็นวันที่ 18 เม.ย.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ รองประธานคณะกรรมการฯ กล่าวว่า พล.อ.วัธนชัย ฉายเหมือนวงศ์ &amp;nbsp;ประธานคณะกรรมการฯ ได้เรียกประชุมกรรมการฯ เพื่อหาแนวทางว่าจะเดินหน้าในการดำเนินกิจการสนามม้าต่อไปหรือไม่ โดยต้องดูจากมติที่ประชุมกรรมการบริหาร และความพร้อมของผู้ร่วมลงทุน ซึ่งที่ผ่านมาเอกชนเข้ามาร่วมบริหารภายใต้ชื่อบริษัท บางกอก จ๊อกกี้ คลับ จำกัด (Bangkok Jockey Club Co.Ltd.) ก็เริ่มเข้ามาบุกเบิก พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องภาวะขาดทุนสะสม ตัวเลขกว่า 1,300 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการผ่อนชำระกับรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ปัญหาขาดทุนเกิดจากหลายปัจจัย แต่หลักๆ คือการส่งภาษีเข้ารัฐจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำหนังสือขอให้มีการลดภาษีดังกล่าวลง แต่รัฐไม่อนุญาต ทางราชตฤณมัยสมาคมฯ ก็ต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยนำเอกชนเข้ามาบริหารพื้นที่ส่วนอื่นเพื่อหารายได้เพิ่มเติม ทั้งร้านอาหาร สถานที่จัดเลี้ยง และสปอร์ตคลับ ที่กำลังจะมีการปรับปรุงให้ได้มาตรฐานกว่าเดิม ขณะที่พื้นที่สนามม้าซึ่งเป็นพื้นที่หลัก ปรากฏว่าช่วง 5 ปีหลังผู้ที่สนใจเข้ามาดูม้าแข่งก็ลดลง เนื่องจากคนรุ่นใหม่ไม่สนใจ สมาชิกและคนที่เข้ามาในสนามม้าจะเป็นคนที่อายุ 40 ขึ้นไป นับวันก็จะแก่ลง คนรุ่นใหม่ก็ไม่มีใครมาดูเพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บอร์ดเขาก็ต้องพิจารณาว่าการหาพื้นที่ใหม่สร้างสนามม้า ลงทุนใหม่ จะคุ้มทุนหรือไม่ แล้วหนี้ค้างเก่าที่ต้องบริหารจัดการจะทำอย่างไรต่อไป คงต้องมีการคุยกันก่อน ต้องนำทุกอย่างมาพิจารณาว่าจะไปต่อ หรือจะหยุด ตรงไหนคุ้มค่ากว่ากัน&amp;quot; พล.อ.บุญเลิศกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า หลังจากที่มีการส่งคืนพื้นที่สนามม้านางเลิ้งให้ทางสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แล้ว จะมีการจัดทำพื้นที่ดังกล่าวเพื่อเตรียมการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อให้ประชาชนเข้าถวายสักการะ พร้อมทั้งเป็นพื้นที่สวนสาธารณะให้ประชาชนได้มาพักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7028</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการบริหาร, การส่งภาษีเข้ารัฐ, นายอนันต์ ไววิทย, บริษัท บางกอก จ๊อกกี้ คลับ จำกัด, ผู้ร่วมลงทุน, พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์, สถานที่พักผ่อน, สนามม้านางเลิ้ง, สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5acf758d8a888.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
