<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>34545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2019 21:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2019 21:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;เด้ง&#039;สุชาติ&#039;ว่าฯกทพ.ปมชดเชยคดีทางด่วนกับบีอีเอ็ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.62 - รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า เมื่อวันที่ 24 เม.ย. 2562 ที่ผ่าน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 10/2562 เรื่องให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐไปปฎิบัติหน้าที่ในสำนักนายกรัฐมนตรี ใจความว่า ตามที่ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 68/2559 เรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราวลงวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 โดยให้มีกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักนายกรัฐมนตรี สำหรับรองรับการบรรจุและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งไม่เป็นข้าราชการเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของงาน และแก้ไขข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐอันจะเป็นประโยชน์ในการปฏิรูปราชการแผ่นดินนั้น

เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลและหน้าที่ความรับผิดชอบให้เกิดประสิทธิภาพของงานและแก้ไขข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย อาศัยอำนาจตามความในข้อ 2 ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 68/2559 เรื่องมาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราวลงวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งให้ นายสุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์ ผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ไปปฎิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรีตามกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ ในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี โดยรับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์จากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และยังไม่ผลจากตำแหน่งเดิมจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นประการอื่น ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้คาดว่าสาเหตุที่นายสุชาติ ถูกคำสั่งโยกย้าย ดังกล่าว น่าจะมาจากปัญหาความล่าช้าการแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางด่วน ตามคำสั่งศาล ซึ่งมีแนวทางในการเจรจาค่าชดเชย โดย ขยายอายุสัมปทานระบบทางด่วนขั้นที่ 2 ระหว่างบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (BEM)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34545</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., ผู้ว่าการ กทพ., สุชาติ ชลศักดิ์พิพัฒน์, เด้งฟ้าผ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190426/image_big_5cc313f87bad7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2018 22:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2018 06:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้มติเลิกจ้าง’ผู้ว่าการกทพ.’ลับๆล่อๆ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กพท.) มีมติให้นายณรงค์ เขียดเดช ผู้ว่าการ กทพ. พ้นจากตำแหน่งว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวจากบอร์ด กทพ. ซึ่งปกติเป็นอำนาจของบอร์ดอยู่แล้วที่จะพิจารณาดำเนินการ แต่หลังจากนี้อาจจะมีการเชิญบอร์ดมาสอบถามถึงเรื่องดังกล่าวต่อไป ซึ่งตามหลักการแล้ว หากมีการสอบสวนข้อเท็จจริง และมีผลสรุปออกมา หน่วยงานต้นสังกัดต้องนำผลมารายงานให้กระทรวงคมนาคมรับทราบ ก่อนที่จะมีมติใดๆ ออกไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านแหล่งข่าว กทพ. กล่าวว่า ภายหลังที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลงนามในคำสั่งย้ายนายณรงค์ ไปปฎิบัติหน้าที่สำนักนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. 2560 เป็นต้นไปนั้น พร้อมกับมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งจากกการประชุม 5 ครั้งที่ผ่านมานั้น ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันยังได้เชิญกรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าชี้แจงในประเด็นดังกล่าว ซึ่งได้รับหนังสือยืนยันต่อคณะกรรมการฯ ว่า &amp;ldquo;กรมส่งเสริมสหกรณ์&amp;rdquo; ไม่ใช่องค์กรที่แสวงหากำไร จึงมองว่า มติเลิกจ้างนายณรงค์นั้น ไม่เป็นธรรม และเชื่อว่านายณรงค์ จะดำเนินการฟ้องร้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;มติของบอร์ด กทพ.ในการเลิกจ้างนั้น รู้สึกว่าแปลกๆ เพราะหากที่ประชุมมีติอย่างไร ควรจะรายงานเรื่อง พร้อมแนบความเห็นมาให้กระทรวงคมนาคม เพื่อที่กระทรวงคมนาคมจะได้สรุปเรื่องส่งไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะแทงเรื่องกลับมาว่าเป็นยังไง บอร์ด กทพ. ถึงจะค่อยไปดำเนินการต่อไป แต่ครั้งนี้ เงียบ และไม่มีการรายงาน พร้อมทั้งมีมติในการประชุมลับเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 2561 ที่ผ่านมา&amp;rdquo; แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3552</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, ณรงค์ เขียดเดช, ผู้ว่าการ กทพ., ไพรินทร์ ชูโชติถาวร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8c42b568053.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
