<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!ททท.แจ้งความเอาผิด312โรงแรม202ร้านค้าโกงเราเที่ยวด้วยกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.2563 &amp;nbsp;- &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินทางเข้ายื่นหนังสือเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ กรณีพบความผิดปกติของธุรกรรมทางการเงินส่อทุจริตในโครงการ &amp;ldquo;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo; กับ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธศักดิ์เปิดเผยว่า ททท. ตรวจพบธุรกรรมที่ต้องสงสัยมีแนวโน้มไปในทางฉ้อโกงหลายรูปแบบ ซึ่งมีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นโรงแรม ร้านค้า และประชาชนที่ร่วมขบวนการ พบว่า มีโรงแรมที่เข้าข่ายพฤติกรรมต้องสงสัยจำนวน 312 แห่ง ร้านค้า 202 ราย แต่ผู้ที่ใช้สิทธิตามโครงการยังคงสามารถเข้าพักหรือใช้สิทธิต่างๆ ตามเงื่อนไขได้เช่นเดิม โดยการยื่นหนังสือเพื่อดำเนินคดีการทุจริตครั้งนี้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและป้องกันการกระทำผิด
ในส่วนของการขยายจำนวนและเวลาการใช้สิทธิของโครงการนี้ในเฟส 2 ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวิธีการทุจริตในโครงการ &amp;ldquo;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo;ในการวิเคราะห์ข้อมูลการทำธุรกรรมในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา พบว่าทั้งในส่วนของผู้ประกอบการโรงแรม และร้านค้าที่รับชำระผ่านคูปองใช้จ่าย โดยรูปการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้น ได้แก่ 1.เข้าเช็กอินในโรงแรมราคาถูก แต่ไม่ได้เข้าพักจริง ซึ่งจะได้ประโยชน์ในการใช้สิทธิคูปองใช้จ่ายวันธรรมดา 900 บาท วันเสาร์-อาทิตย์ 600 บาท 2.โรงแรมขึ้นราคาค่าห้องพัก โดยร่วมมือกับร้านอาหาร หรือร้านค้าที่รับชำระคูปอง ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นการซื้อขายสิทธิการใช้ห้องพัก แต่ไม่ได้เกิดการเดินทางจริง ซึ่งสาเหตุที่ก่อให้สามารถกระทำลักษณะดังกล่าวได้ เป็นเพราะที่ผ่านมามีการปลดล็อกเงื่อนไขให้สามารถใช้สิทธิเดินทางท่องเที่ยวได้ในภูมิลำเนาของตนเอง โดยเป็นการกระทำในแบบผู้ได้สิทธิร่วมมือกับโรงแรม ส่งเลขบัตรประชาชน 4 หลักสุดท้าย และเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งสามารถใช้รับรหัสโอทีพียืนยัน ถือเป็นการโอนสิทธิได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.จองแล้วยังไม่ได้เช็กอิน และยังไม่ชำระเงิน 4.มีการใช้ส่วนต่างของคูปองเพื่อรับส่วนต่างเต็มจำนวนกรณีร้านค้าเพิ่มราคาอาหารไปมากกว่ามูลค่าอาหาร 5.มีการเข้าพักจริง แต่เข้าพักแบบเป็นกรุ๊ปเหมา โดยตั้งราคาห้องพักในระดับสูง และสามารถรับเงินส่วนต่างที่ตกลงกันไว้ เป็นการร่วมมือกันระหว่างโรงแรมและผู้เข้าพัก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกรณีที่จองตรงกับโรงแรม และ 6.โรงแรมที่เปิดขายห้องพักเกินจำนวนจริงที่มี อาทิ มีห้องพักจริง 100 ห้อง แต่เปิดขาย 300 ห้อง ซึ่งจำนวนห้องที่เกินมาจะนำไปขายต่อให้กับโรงแรมอื่น เพื่อรับประโยชน์จากเงินส่วนต่าง ธุรกรรมที่ต้องสงสัยมีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นโรงแรม และร้านค้า จากข้อมูลที่มีพบว่า มีโรงแรมที่เข้าข่ายพฤติกรรมต้องสงสัยจำนวนประมาณ 312 ราย ร้านค้ามีประมาณ 202 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้มารับหนังสือ โดยทราบว่าโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ได้รับความนิยมจากประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยทางเจ้าของแอพพลิเคชั่น รวมถึงสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบการกระทำความผิดที่เข้าข่ายฉ้อโกงเงินของรัฐบาล จึงได้ส่งเอกสารมาให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบผู้เข้าข่ายกระทำความผิด เบื้องต้นพบว่ามีหลายโรงแรม ร้านค้าๆ เข้าข่ายกระทำความผิด ทั้งนี้ทาง ตร. จะมอบหมายให้กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) เป็นผู้รับผิดชอบคดี และเสนอให้ ผบ.ตร. ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนในนาม ตร. เพื่อให้พนักงานสอบสวนทั่วประเทศ ทุกพื้นที่ที่มีร้านค้าหรือโรงแรมที่เกี่ยวข้อง ได้เป็นพนักงานสอบสวนร่วมในการดำเนินคดี ซึ่งตำรวจจะเร่งทำการตรวจสอบและนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า เป็นเรื่องที่ตำรวจต้องดำเนินคดีอาญา เราพยายามทำให้เร็วที่สุด เนื่องจากไม่อยากให้โครงการเฟสใหม่ชะลอลงไป และไม่อยากให้มีการทุจริตเกิดขึ้นอีก ทั้งนี้ฝากเตือนผู้ประกอบการร้านค้า และประชาชน ที่อาจกระทำโดยเจตนาหรือไม่เจตนา เพราะตำรวจมีวิธีการสืบสวนสอบสวน ซึ่งท่านจะหนีไม่พ้นความผิด ทั้งนี้โรงแรมหรือร้านค้าใด ต้องการเข้ามาพูดคุยเป็นการส่วนตัว ตนก็ยินดี สามารถทำได้ เนื่องจากเป็นความผิดฐานฉ้อโกง เป็นความผิดส่วนตัว แต่รัฐเป็นผู้เสียหาย หากผู้เสียหายยินยอม อาจจะถอนคำร้องทุกข์ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ททท., ทุจริต, นายยุทธศักดิ์ สุภสร, ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, โครงการเราเที่ยวด้วยกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201216/image_big_5fd99986ed47e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2020 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2020 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้วลงทะเบียน&#039;เราเที่ยวด้วยกัน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.2563 - เริ่มแล้วตั้งแต่อรุณรุ่ง 06.00 น. สำหรับการเปิดให้ลงทะเบียน ในมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ &amp;quot;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;quot; เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ที่เปิดโอกาสให้ประชาชน ลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ &amp;nbsp;www.เราเที่ยวด้วยกัน.com ที่จะลงทะเบียนได้ถึงเวลา 21.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยว&amp;rdquo;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo; ดังกล่าว &amp;nbsp;เป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ที่รัฐบาลออกมา เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากที่สุดกลุ่มหนึ่งจากวิกฤตโควิด-19 ที่มีการปิดน่านฟ้า-ล็อกดาวน์ประเทศไทย ทำให้รัฐบาล อัดฉีดเงินงบประมาณเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวผ่านโครงการดังกล่าว ภายใต้แคมเปญ เราเที่ยวด้วยกัน ตลอดสี่เดือนนี้ คือ กรกฎาคม ถึง ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประชาชนที่ลงทะเบียนสำเร็จ จะได้สิทธิ์ เป็นการรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวเช่น ค่าที่พัก จะได้ส่วนลดที่พัก 40% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท ต่อห้องต่อคืน ใช้สิทธิ์ใช้ได้สูงสุดไม่เกิน 5 คืน ที่สรุปก็คือ ประชาชนจะจ่ายเพียงแค่ 60 เปอร์เซ็นต์ของค่าที่พัก-โรงแรม &amp;nbsp;หรือค่าตั๋วเครื่องบิน ประชาชนก็จ่ายแค่ 60 เปอร์เซ็นต์ของค่าตั๋วเครื่องบินเท่านั้น เพราะจะมีการคืนเงินค่าตั๋วเครื่องบิน 40% แต่ไม่เกิน 1,000 บาทต่อที่นั่ง &amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธศักดิ์ สุภสร &amp;nbsp;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า โครงการ&amp;quot;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;quot;เป็นแพ็คเกจที่จริง ๆแล้วรัฐบาลต้องการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยผ่านการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ รัฐบาลต้องการกระตุ้นในเรื่องการข้ามจังหวัด -การพักค้าง -การใช้จ่าย และเพิ่มความถี่ในการเดินทาง จึงมีการจัดสรรงบประมาณลงมา &amp;nbsp;เช่น การให้ประชาชนไปจองโรงแรมที่พัก พอจองแล้ว ค่าห้องพัก 60% ประชาชนต้องจ่ายไปก่อน โดยจ่ายไปที่ผู้ประกอบการ พอเข้าไปพัก แล้วเช็กเอาต์ออกจากที่พัก จากนั้นรัฐบาลโอนเงินส่วนที่เหลืออีก 40% ของค่าห้องพัก โดยโอนไปที่ผู้ประกอบการ เท่ากับผู้ประกอบการได้ 100% ไม่มีขาดเหลือ หรือเวลาเดินทางโดยซื้อตั๋วเครื่องบิน ตอนจองซื้อตั๋ว ประชาชนก็จ่ายไปก่อนให้ผู้ประกอบการ จากนั้นถึงค่อยมาทำเรื่องคืน รวมถึงค่าอาหารก็เช่นกัน ก็ 60-40 ประชาชนที่ร่วมโครงการจ่ายแค่ 40% ไปกินอาหารมื้อละ 200 บาท เราจ่ายเอง 120 บาท จากนั้น จะมีการไปตัดจาก แอพพลิเคชั่นเป๋าตังอีก 80 บาท โดยจ่ายไปที่ผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ความคาดหวังก็คือ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เป็นอุตสาหกรรมแรก ๆที่ได้รับผลกระทบเนื่องจากมีการ Lockdown ที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวตายสนิทเลย แต่ว่ามาตราการในการช่วยเหลือของรัฐตรงๆ ไม่ใช่ว่าไม่มี ก็มี แต่ว่ามันอาจน้อยเกินไป เช่น Soft loan ก็ไม่ได้ เพราะติดเงื่อนไขต่างๆ มากมาย โครงการนี้จึงเป็นวิธีการที่จะกระตุ้นภายในประเทศ และสุดท้ายผลประโยชน์ก็จะไปที่ผู้ประกอบการ ซึ่งสิ่งที่เราคาดหวังก็คือว่า โครงการดังกล่าวที่มีระยะเวลาดำเนินการคือ กรกฎาคมถึงตุลาคม เราก็หวังว่า หลังจากนั้น มันน่าจะมีการเปิดประเทศในสักระดับหนึ่ง จนทำให้พอที่จะมีกำลังซื้อเข้ามาเติมในช่วงปลายปีที่เป็นช่วงไฮซีซั่น ก็จะทำให้ผู้ประกอบการพออยู่รอดได้ไปสักระยะหนึ่ง &amp;quot;ผู้ว่าฯททท.ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมา ททท. เราทำสิ่งที่เรียกว่า ประมาณการจุดวิกฤตในอุตสาหกรรมในธุรกิจโรงแรม คล้าย ๆกับที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย ทำตอนช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ทาง ททท.เราก็ทำ ทำให้เราได้ทราบว่า โรงแรมทั้งประเทศ อัตราการเข้าพัก ที่จะทำให้ธุรกิจโรงแรมอยู่ไม่ได้ก็คือ ถ้าต่ำกว่าประมาณ 27-28% ก็คือธุรกิจไปต่อไม่ได้ ก็ต้องปิดกิจการ ก็เหมือนที่แบงก์ชาติ ทำประมาณการของสถาบันการเงินว่า หากหลุดจากจุดไหน แบงก์จะล้ม อันนี้ก็เหมือนกัน คือมันไม่มีกำไรแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ช่วงโควิด -19 ที่ผ่านมา อัตราการเข้าพักโรงแรมภายในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 0-5% สิ่งที่มีการทำทั้งนโยบายของรัฐบาล และแพ็คเกจต่างๆ ที่ออกมากระตุ้น พูดง่ายๆว่า คือการดึงผู้ประกอบการให้พ้นจากปากเหวก่อน คือทั้งประเทศต้องมีอัตราการเข้าพักโรงแรมไม่ต่ำกว่า 28 หรือ 30% เราก็หวังว่า โครงการเราเที่ยวด้วยกัน &amp;nbsp;นอกจากจะช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการแล้ว จะเข้าไปทำให้ผู้ประกอบการพ้นจากจุดวิกฤต เพราะไม่อย่างนั้น ก็จะเกิดปัญหาเลิกจ้าง ธุรกิจล้ม ปัญหาหนี้เสียเอ็นพีแอล &amp;quot;ผู้ว่าฯททท.ย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงว่า หากถึงเดือนตุลาคมแล้ว สถานการณ์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ยังไม่ดีขึ้น ทางททท.จะมีการผลักดันแพ็กเกจหรือนโยบายใหม่ๆ อะไรไปกระตุ้นการท่องเที่ยวอีกหรือไม่ นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เราก็พูดคุยกันอยู่ว่าการกระตุ้นการท่องเที่ยวต้องทำอย่างต่อเนื่อง แต่การกระตุ้นหากมีกำลังซื้อก็จะเป็นสิ่งที่ดี แต่อย่างโครงการเราเที่ยวด้วยกันไม่ใช่การแจกเงิน แต่เราเที่ยวด้วยกันรวมถึงโครงการกำลังใจ (โครงการที่รัฐบาลสนับสนุนค่าเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวและศึกษาดูงานต่างจังหวัด ให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรืออสม. และเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน1.2ล้านคน รายละไม่เกิน 2,000 บาท โดยใช้บริการบริษัทนำเที่ยว แพคเกจ 2 วัน 1คืน ) ที่เราให้กับ อสม. เพื่อเป็นการขอบคุณการทำงานของอสม. &amp;nbsp;แต่ขอให้บริษัทนำเที่ยวเป็นคนพาไป แล้วบริษัทนำเที่ยวจะได้เงิน โดยที่ผ่านมา ธุรกิจนำเที่ยวในประเทศโดยเฉพาะพวกSME ที่ผ่านมาการเข้าถึงการช่วยเหลือค่อนข้างจำกัด การช่วยเหลือบริษัทนำเที่ยว จึงทำให้ มัคคุเทศก์ก็ได้ บริษัทรถทัวร์ก็ได้ ส่วนหนึ่ง &amp;nbsp;ประเด็นก็คือ ตอนนี้เรากระตุ้นกับคนที่พอมีเงินให้ออกมา เป็นเงินต่อเงิน ทางเศรษฐศาสตร์เรียกว่า ตัวทวีคูณ เพื่อให้เงินหมุนไปเรื่อยๆ เพราะเรารู้ดีว่า ก็มีประชาขนกลุ่มหนึ่ง ที่ถึงจะกระตุ้นอย่างไร เขาก็ไม่เข้ามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น เราก็คิดว่าหลังจากที่เราประเมินจนถึงเดือนตุลาคมปีนี้แล้ว ถ้ากระตุ้นแล้วยังไม่ออกมาอีก ก็ต้องกระตุ้นอีกรอบ โดยเฉพาะกลุ่มไทยเที่ยวนอก เพราะตอนนี้คนยังตั้งความหวังอยู่ว่า ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ จะเปิดให้เข้าไป ถ้าเป็นแบบนั้น เราก็ต้องมาโฟกัสประชาชนกลุ่มนี้อีกครั้งหนึ่ง ถ้าโครงการ กำลังใจ เป็นโครงการที่รัฐบาลให้กับอสม. โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ก็เป็นโครงการที่รัฐบาลอยากให้กับพี่น้องคนไทยเหมือนกัน เพราะจากที่เคยขอความร่วมมือประชาชนให้หยุดกิจกรรม หยุดอยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติ &amp;quot;ผู้ว่าฯททท.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่งก่อนหน้านี้ ทางกระทรวงการคลังและธนาคารกรุงไทย ยืนยันว่ามีความพร้อมในการรองรับการลงทะเบียน โดยแม้หากมีคนมาลงทะเบียนถึง &amp;nbsp;1 ล้านคนในวันเดียว &amp;nbsp;ระบบก็สามารถรองรับได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71477</URL_LINK>
                <HASHTAG>ททท., ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ยุทธศักดิ์ สุภสร, เราเที่ยวด้วยกัน, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0e5d5a3c6c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
