<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2019 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2019 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ยสท.” ครวญภาษีใหม่ฉุดยอดขายบุหรี่ลดฮวบ 50% แน่นอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลไม่ขยายเวลาการปรับเพิ่มภาษีบุหรี่ตามมูลค่าเป็น 40% ในวันที่ 1 ต.ค. 2562 ออกไป นอกจากทำให้ ยสท. ต้องปรับราคาขายบุหรี่ที่ราคาซองละไม่เกิน 60 บาท เป็นซองละมากกว่า 90 บาท แล้ว ทาง ยสท. ยังไม่สามารถรับซื้อใบยาสูบจากเกษตรกรผู้ปลูกใบยาได้ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไปอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยสท.ยังไม่มีแผนที่จะซื้อใบยาสูบจากชาวไร่ยาสูบตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป เพราะตอนนี้สต็อกใบยาสูบใช้ได้ถึงปี 2566 หากซื้อใบยาสูบจากชาวไร่มาเพิ่มอีกก็เท่ากับซื้อมาทิ้ง&amp;quot; น.ส.ดาวน้อย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ดาวน้อย กล่าวอีกว่า การขึ้นภาษีบุหรี่เป็น 40% จะทำให้ยอดขายบุหรี่ของ ยสท. ลดลงอีก 50% จากที่ขายอยู่ได้ 1.8 หมื่นล้านมวนต่อปี จะเหลือ 8.5 พันล้านมวนต่อปี ยังไม่รวมกระทบกับกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขเรื่องบุหรี่ซองเรียบ และการห้ามผลิตบุหรี่รสเมนทอล ที่จะมีผลบังคับไม่ช้านี้ จะส่งผลกระทบยอดขายบุหรี่ของ ยสท. มากขึ้น เพราะปัจจุบัน ยสท. ผลิตบุหรี่ที่มีส่วนผสมของเมนทอลขายอยู่ในตลาดถึง 40%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการรับซื้อใบยาสูบจากชาวไร่ในฤดูกาลผลิต ปี 2561 ได้มีการรับซื้อไปแล้ว 50% จากที่เคยซื้อก่อนหน้า และได้มีการจ่ายเงินชดเชยให้บางส่วน เพื่อลดผลกระทบ สำหรับฤดูกาลผลิตปี 2562 เป็นต้นจะไม่รับซื้อจากกว่าสต็อกจะลดลง ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี เป็นอย่างน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ดาวน้อย กล่าวอีกว่า ตอนนี้ ยสท. ได้เร่งขายใบยาสูบในสต็อกให้กับผู้ผลิตบุหรี่ต่างประเทศ แต่มีปัญหาราคาใบยาสูบที่อยู่ในสต็อกของ ยสท. ราคาสูงกว่าตลาดปกติทั่วไปประมาณกิโลกรัมละ 24 บาท ทำให้การขายใบยาสูบทำได้ยากมาก เพราะ ยสท. เป็นหน่วยงานของรัฐไม่สามารถขายสินค้าต่ำกว่าราคาทุนได้ ซึ่งหากสามารถขายใบยาสูบในสต็อกก็จะสามารช่วยรับซื้อใบยาสูบจากชาวไร่ได้เพิ่มบางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยสท. และผู้นำเข้าบุหรี่ต่างประเทศเห็นตรงกันว่ารัฐบาลควรขยายเวลาการขึ้นภาษีบุหรี่ตามมูลค่าที่ 40% ออกไปก่อน เพราะไม่เช่นนั้นจะกระทบทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงชาวไร่ที่ปลูกใบยาสูบซึ่งเป็นเกษตรที่มีรายได้น้อยด้วย&amp;quot; น.ส.ดาวน้อย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ในปีงบประมาณ 2561 ยสท. มียอดจำหน่ายบุหรี่ทั้งสิ้น 1.85 หมื่นล้านมวน ลดลงจากปีงบประมาณ 2560 ซึ่งมียอดจำหน่ายบุหรี่ 2.88 หมื่นล้านมวน หรือลดลง 1.03 &amp;nbsp;หมื่นล้านมวน คิดเป็นลดลง 35.75% &amp;nbsp;แต่ยังสูงกว่าประมาณการ ปีงบประมาณ 2561 จำนวน 1.47 พันล้านมวน หรือคิดเป็น 8.68 %&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่มูลค่าการจำหน่ายบุหรี่ในปีงบประมาณ 2561 มีรายได้จากการจำหน่ายบุหรี่กว่า 5.64 &amp;nbsp;หมื่นล้านบาท ลดลงจากปีงบประมาณ 2560 ซึ่งมีรายได้ 7.54 หมื่นล้านบาท หรือลดลง 1.89 หมื่นล้านบาท หรือลดลง 25.15 % แต่ยังสูงกว่าประมาณการปีงบประมาณ 2561 &amp;nbsp;จำนวน 4.37 พันล้านบาท หรือคิดเป็น 8.4 %&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในปีงบประมาณ 2561 ยสท. ยังคงมีกำไรสุทธิจำนวน 908 ล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะประสบภาวะขาดทุน แต่เนื่องจากมูลค่าการจำหน่ายสามารถทำได้สูงกว่า 8.4 % และ ยสท.พยายามควบคุมเรื่องค่าใช้จ่ายและการบริหารได้ในระดับดี รวมถึงการรักษาต้นทุนวัตถุดิบ และมียอดการจำหน่ายเพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังสามารถจำหน่ายใบยาสูบได้จำนวนหนึ่ง จึงทำให้ยังมีกำไร 908 ล้านบาท แต่หากเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิในปีงบประมาณ2560 ซึ่งมีกำไร 9.34 พันล้านบาท พบว่า กำไรลดลงถึง 8.43 พันล้านบาท หรือลดลงคิดเป็น 90.23 %&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลจากการที่บุหรี่ต่างชาติมีการปรับราคาใกล้เคียงบุหรี่ไทย ทำให้มีผู้สูบบุหรี่จำนวนหนึ่งหันไปบริโภคบุหรี่ต่างประเทศแทน ส่งผลให้ยอดจำหน่ายบุหรี่ต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยในปีงบประมาณ2561 ส่วนแบ่งทางการตลาดของบุหรี่ ยสท. ลดลงจาก 79.06% ในปีงบประมาณ 2560 ลดลงเหลือ 59.62%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28357</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์, ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย, ภาษีใหม่ฉุดยอดขายร่วง 50%, ยสท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180304/image_big_5a9b7ea58c346.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2018 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2018 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยาสูบแจงยิบย้ายโรงงานใหม่ยันงบมาจากรายได้ของหน่วยงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กยท. เต้นแจงยิบย้ายโรงงานใหม่ เป็นเพียงการย้ายฐานการผลิต ไม่ได้เพิ่มปริมาณการผลิต ชี้ตลาดนักสูบไทย-โลกเล็กลงต่อเนื่องทุกปี ยืนยันชัดงบก่อสร้างมาจากรายได้และกำไรตัวเอง ไม่ใช่งบประมาณแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่ารัฐบาลทุ่มงบประมาณ 4 พันล้านบาท สร้างโรงงานผลิตยาสูบแห่งใหม่ เพื่อขยายฐานการผลิต จนทำให้มีหลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นดังกล่าว ว่า การย้ายโรงงานผลิตยาสูบแห่งใหม่เป็นเพียงการย้ายฐานการผลิต จากเดิมที่ตั้งอยู่บริเวณคลองเตย จำนวน 3 โรงงาน ไปรวมเป็นหนึ่งโรงงาน ที่โรงงานผลิตยาสูบ 6 สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนพื้นที่โรงงานยาสูบเดิมที่คลองเตยนั้น ได้ทูลเกล้าถวายฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 จำนวนเกือบ 500 ไร่ เพื่อจัดสร้างเป็นสวนน้ำและสวนป่าใจกลางเมืองให้กับคนกรุงเทพฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างการทยอยย้ายเครื่องจักรและพนักงานไปปฏิบัติงานที่โรงงานผลิตยาสูบแห่งใหม่ โดยคาดว่าจะย้ายครบทั้งหมดภายในปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่าการย้ายโรงงานยาสูบแห่งใหม่นี้ เป็นเพียงการย้ายฐานการผลิตเท่านั้น ไม่ได้เพิ่มกำลังการผลิตอย่างที่มีการวิพากษ์วิจารณ์แต่อย่างใด &amp;nbsp;โดยสถานการณ์ผู้สูบบุหรี่ในตลาดโลกมีค่าเฉลี่ยลดลงปีละ 4% สำหรับประเทศไทย มีค่าเฉลี่ยลดลงมากกว่า 10% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ยอดผู้สูบบุหรี่ถูกกฎหมายปัจจุบันมีไม่ถึง 3 หมื่นล้านมวน ถือได้ว่าตลาดบุหรี่มีขนาดเล็กลงมาก&amp;rdquo; นางสาวดาวน้อย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงบประมาณในการก่อสร้างโรงงานผลิตยาสูบแห่งใหม่ วงเงิน 4 พันล้านบาทนั้น งบประมาณดังกล่าวไม่ใช่งบประมาณใหม่ แต่เป็นงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่ในอดีต และไม่ใช่งบประมาณของแผ่นดิน แต่เป็นงบประมาณจากรายได้และกำไรของ กยท. เอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16551</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยท., ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์, ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย, สวนอุตสาหกรรมโรจนะ, โรงงานยาสูบแห่งใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180304/image_big_5a9b7ea58c346.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2018 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2018 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยาสูบผลิตบุหรี่รับนักท่องเที่ยวจีน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;06 มิ.ย.2561 - น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า การยาสูบฯ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) โครงการบุหรี่นักท่องเที่ยวจีนระหว่าง ยสท. กับบริษัท Shaanxi Jinye Science Education Group Co., Ltd. (Jinye) และบริษัท Yunnan Reascend Tobacco Technology (Group) Co.,Ltd. (Reascend) ซึ่งเป็นความร่วมมือในอุตสาหกรรมยาสูบของไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน เน้นเจาะตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ดาวน้อยกล่าวว่า ในระยะแรกจะเป็นความร่วมมือในการรับจ้างผลิตและเมื่อมีปริมาณความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจร่วมลงทุนในอนาคต สำหรับความร่วมมือดังกล่าวยังช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรชาวไร่ยาสูบมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการร่วมกันวิจัยและพัฒนาเพื่อใช้ใบยาสูบที่ปลูกในประเทศไทยมาผลิตบุหรี่ รวมทั้งในอนาคตจะมีการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากโครงการนี้ และขยายตลาดออกสู่ต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่า ยสท.กล่าวอีกว่า ไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวจีน เนื่องจากมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ และผลิตภัณฑ์บุหรี่ของไทยก็ยังเป็นของขวัญพิเศษที่ชาวจีนนิยมซื้อกลับไปเป็นของฝากของที่ระลึก บริษัท Jinye และ Reascend เป็นบริษัทของจีนที่แข็งแกร่ง มีประสบการณ์ ศักยภาพและองค์ความรู้ในด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์บุหรี่ ทั้งวัตถุดิบ รสชาติ บรรจุภัณฑ์ และทราบถึงความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนเป็นอย่างดี สามารถนำผลการวิจัยอันยอดเยี่ยม และข้อได้เปรียบในการทำการตลาดและการส่งเสริมการขายในจีนมาใช้ ซึ่งจะทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยสท.ในฐานะผู้ผลิตบุหรี่แต่เพียงผู้เดียวในไทย จะผลิตบุหรี่ที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของนักท่องเที่ยวจีน โดยขยายตราสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในกลุ่มนักท่องเที่ยว รวมไปถึงการสอดแทรกและนำเสนอวัฒนธรรมความเป็นไทยผ่านผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมสินค้าไทยและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10817</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์, บันทึกความเข้าใจ, ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย, ยสท., เอ็มโอยู, โครงการบุหรี่นักท่องเที่ยวจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180304/image_big_5a9b7ea58c346.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
