<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯ กยท. แจงขั้นตอน หลังออกประกาศใหม่ขออนุญาตโค่นต้นยางพารา ย้ำง่าย เพียงยื่นเอกสารฯ ก่อนโค่น ตรวจสอบเข้าเกณฑ์อนุมัติ รับ16,000 บาทเช่นเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่า&amp;nbsp;กยท. แจงขั้นตอนหลังออกประกาศการอนุญาตให้เจ้าของสวนยางโค่นต้นยางพาราก่อนได้รับอนุมัติการปลูกแทน ปี 64 มีผลตั้งแต่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;ให้ยื่นแจ้ง&amp;nbsp;กยท.ในพื้นที่ก่อน
เพื่อตรวจสอบ&amp;nbsp;พร้อมเปิด 2 ทางเลือกสร้างเงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ย้ำได้ประโยชน์เต็มเช่นเดิมไร่ละ 16,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณกรณ์&amp;nbsp;ตรรกวิรพัท&amp;nbsp;ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;(กยท.)เปิดเผยว่า ขณะนี้&amp;nbsp;กยท.ออกประกาศ เรื่อง การอนุญาตให้เจ้าของสวนยางโค่นต้นยางพาราก่อนได้รับอนุมัติการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทน พ.ศ. 2564 โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเป็นการปรับหลักเกณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในการเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรชาวสวนยางมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการโค่นไม้ยางพาราซึ่งกำลังมีราคาดีในขณะนี้ อีกทั้งเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบกิจการไม้ยางพารา&amp;nbsp;ให้มีวัตถุดิบไม้ยางเพียงพอสำหรับแปรรูปไม้ในสถานการณ์ที่ตลาดมีความต้องการ ซึ่งเป็นอีกนโยบายที่&amp;nbsp;กยท.ได้ดำเนินการเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีวัตถุดิบไม้ยางเพียงพอต่อความต้องการ ดังจะเห็นได้จากนโยบายการผลักดันให้อุตสาหกรรมไม้ยางของไทยมีความก้าวหน้าและเติบโต&amp;nbsp;เช่น โครงการสนับสนุนสินเชื่อผู้ประกอบการผลิตผลิตภัณฑ์ยาง วงเงินสินเชื่อ 25,000 ล้านบาท มีเป้าหมายสนับสนุนผู้ประกอบกิจการยาง ขั้นปลายน้ำ ในการขยายกำลังการผลิต ปรับเปลี่ยนเครื่องจักรการผลิต ซึ่งหมดเขตรับสมัครในเดือนธันวาคม 2564 นี้ เป็นต้น รวมถึงการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบไม้ยางพารา ภายใต้นโยบายลดพื้นที่การปลูกยาง&amp;nbsp;จากเดิมที่จำนวน&amp;nbsp;200,000 ไร่ต่อปี&amp;nbsp;เป็น 400,000 ไร่ต่อปี&amp;nbsp;เพื่อให้ปริมาณไม้ยางมีเพียงพอต่อความต้องการใช้&amp;nbsp;ในส่วนของไม้ยางและไม้วู๊ดพาเลท&amp;nbsp;สำหรับในปี 2564 นี้มีเกษตรกรชาวสวนยางต้องการโค่นต้นยางพารา จำนวน&amp;nbsp;470,000ไร่ ซึ่งพื้นที่&amp;nbsp;70,000ไร่ที่เกินมา&amp;nbsp;กยท.&amp;nbsp;จะจัดสรรการสงเคราะห์ตามลำดับ&amp;nbsp;หากเกินเป้าของงบประมาณในปีนี้ เกษตรกรจะได้รับเงินสงเคราะห์ในปีงบประมาณ&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์ของอุตสาหกรรมไม้ยางพาราในขณะนี้มีการปรับตัวที่ดีขึ้น หนึ่งในปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญคือ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะ ประเทศจีน ซึ่ง&amp;nbsp;กยท.ได้คาดการณ์ว่า ในช่วงปี 2564 -2565&amp;nbsp;อุตสาหกรรมไม้ยางพาราจะมีแนวโน้มเติบโตขึ้นกว่า 10&amp;nbsp;เปอร์เซนต์&amp;nbsp;ด้วยปัจจัยดังกล่าว จึงส่งผลให้มีความต้องการไม้ยางเพิ่มมากขึ้นและนำมาซึ่งการปรับราคารับซื้อไม้ยางพาราสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน เกษตรกรชาวสวนยางพาราจึงใช้โอกาสนี้โค่นต้นยางจำหน่าย ซึ่งทางกยท.มีความเข้าใจและเห็นด้วยที่จะใช้โอกาสนี้ในการสร้างประโยชน์ด้านรายได้ทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการ ทั้งหมดจึงเป็นเหตุผลสำคัญในการออกประกาศดังกล่าว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณกรณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวต่อไปว่า สำหรับการปรับหลักเกณฑ์ใหม่ตามประกาศของ&amp;nbsp;กยท. จะมีขั้นตอนที่แตกต่างจากเดิม&amp;nbsp;และง่ายต่อการปฏิบัติคือ กำหนดให้เกษตรกรเจ้าของสวนยางห้ามโค่นยางก่อนได้รับอนุมัติ โดยแนวทางปฏิบัตินั้นเกษตรกรที่มีความประสงค์จะโค่นต้นยางต้องยื่นคำร้องรับการปลูกแทนฯ ที่การยางแห่งประเทศไทยจังหวัด หรือการยางแห่งประเทศไทยสาขา ที่สวนยางของเกษตรกรตั้งอยู่ หลังจากที่การยางแห่งประเทศไทยจังหวัด หรือการยางแห่งประเทศไทยสาขา ได้รับคำร้องแล้ว จะมีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกไปทำการสำรวจรังวัด เพื่อตรวจสภาพพื้นที่แปลงปลูก หากสวนยางเข้าหลักเกณฑ์ ตามมาตรา 4 มาตรา 37พระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 และระเบียบการยางแห่ง ประเทศไทย ว่าด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทน พ.ศ. 2558 จึงจะอนุญาตให้โค่นต้นยางได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณกรณ์&amp;nbsp;กล่าวต่อไปว่า โดยหลังจากได้รับการอนุมัติ และเกษตรกรได้ดำเนินการโค่นต้นยางแล้ว ในส่วนทางเลือกของเกษตรกรนั้น ผู้ว่าการ&amp;nbsp;กยท. กล่าวว่า เกษตรกรสามารถเลือกได้ 2 &amp;nbsp;แนวทางคือ หนึ่ง กรณีเกษตรกรเจ้าของสวนยางที่รอการปลูกยางหรือไม้ยืนต้นไปถึงปีที่ได้รับอนุมัติให้การปลูกแทน กรณีนี้เกษตรกรเจ้าของสวนยางจะได้รับการปลูกแทนตามปกติ คือที่อัตราไร่ละ 16,000 บาท และสอง กรณีเจ้าของสวนยางต้องการใช้ประโยชน์ของที่ดินเพื่อการอื่นไปก่อนในช่วงระหว่างรอเวลาการปลูกทดแทน&amp;nbsp;กยท. พร้อมให้การสนับสนุนทางด้านอาชีพเสริมและให้บริการทางด้านวิชาการ เช่น การใช้ประโยชน์จากพื้นที่สวนยางพาราในการปลูกพืชล้มลุกพืชระยะสั้น หรือการทำเกษตรผสมผสาน ซึ่งเป็นรูปแบบการประกอบอาชีพที่&amp;nbsp;กยท.กำลังดำเนินการเร่งส่งเสริมและสนับสนุน และเมื่อถึงกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติการปลูกแทนในปีใดตามที่กยท.กำหนด เกษตรกรเจ้าของสวนยางก็จะได้รับการปลูกแทนตามปกติ ในอัตรา ไร่ละ 16,000 บาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การสนับสนุนส่งเสริมเกษตรกรและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไม้ยาง คือเป้าหมายสำคัญของ&amp;nbsp;กยท. ซึ่งการออกประกาศ การอนุญาตให้เจ้าของสวนยางโค่นต้นยางก่อนได้รับอนุมัติการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทน พ.ศ. 2564 &amp;nbsp;ครั้งนี้ เป็นอีกการส่งเสริมและสนับสนุนเหมือนกับมาตรการและนโยบายอื่นๆ ที่&amp;nbsp;กยท.ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;กยท.พยายามดูแลอย่างครบวงจรทั้งในส่วนของเกษตรกรและผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เพราะไม้ยางพารานั้น ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่เรียกว่า&amp;nbsp;กรีน&amp;nbsp;อินดัสเตรียล ที่รัฐบาล และ&amp;nbsp;กยท.กำลังดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนอย่างเต็มที่ทั้งในวันนี้และในอนาคต&amp;rdquo;นายณกรณ์&amp;nbsp;กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104503</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยท., ณกรณ์  ตรรกวิรพัท, ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0c107ae1f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2018 19:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2018 19:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายยางฯ หวังรักษาการ กยท.แก้ปัญหาได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย.2561 - &amp;nbsp;เครือข่ายยางพาราภาคกลางและตะวันออกได้มีประชุมก่อนออกแถลงการณ์ระบุว่า ขอแสดงความยินดีกับนายเยี่ยม ถาวโรฤิทธิ์ รักษาการผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ที่เข้ามารับตำแหน่ง โดยหวังว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาต่างๆ ได้ เพราะมาจากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะนำพาวิธีแก้ปัญหามิติใหม่ๆ มาช่วยประเทศชาติและเกษตรกร เช่น ผลักดันโครงการประชารัฐต่างๆ ส่งเสริมการแปรรูป สร้างความร่วมมือภาคเอกชน รวมทั้งควรประสานกับนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าฯ กยท. ที่ทำงานใกล้ชิดเกษตรกร เข้าใจปัญหาและแนวคิดเรื่องประชารัฐอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากให้ท่านเยี่ยมช่วยจับตาการประมูลปุ๋ยรอบที่ผ่านมาว่ามีความผิดปกติในทีโอโออาร์ส่วนไหนหรือไม่ รวมทั้งปัญหาหมอนปลอมที่ระบาดจากจีนเข้ามาตีตราในไทยแล้วส่งกลับไปขายต่อ&amp;rdquo;แถลงการณ์ระบุและว่า ช่วยหามาตรการส่งเสริมให้กับผู้ประกอบการไทยเช่นมาตรการส่งเสริมการลงทุน อัตราภาษีพิเศษต่างๆ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7507</URL_LINK>
                <HASHTAG>กยท., ณกรณ์ ตรรกวิรพัท, ผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย, เครือข่ายยางพาราภาคกลางตะวันออก, เยี่ยม ถาวโรฤิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9e05b73cb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
