<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97083</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘กทม.’เปิดกฎสงกรานต์ยุคนิวนอร์มอล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.2564 - เพจผู้ว่าฯ อัศวิน ของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโพสต์รูปและอินโฟกราฟฟิกในหัวข้อ &amp;ldquo;สงกรานต์ &amp;rsquo;64 กทม. งดกิจกรรมเสี่ยงการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;ldquo; ระบุว่า สงกรานต์ปีนี้ การจัดงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครระหว่างวันที่ 10-15 เม.ย.64 &amp;nbsp;ขอความร่วมมือ งดจัดกิจกรรมที่รวมตัวกันของคนจำนวนมาก ที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ได้แก่ งดสาดน้ำ งดประแป้ง งดจัดคอนเสิร์ต และงดปาร์ตี้โฟม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกิจกรรมที่สามารถจัดได้ เพื่อส่งเสริมประเพณีอันดีงาม และพิธีทางศาสนา ได้แก่ จัดพิธีสรงน้ำพระ พิธีรดน้ำดำหัว ไหว้พระขอพร &amp;nbsp;แต่การจัดกิจกรรมทุกประเภท ขอให้มีระยะห่างทางสังคม หากมีผู้ร่วมงานเกินกว่า 100 คน ต้องขออนุญาตจากสำนักงานเขต เพื่อตรวจสอบมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างรัดกุมและเข้มงวด ป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง &amp;nbsp;ในส่วนของการเดินทางท่องเที่ยวต่างจังหวัดหรือกลับภูมิลำเนาสามารถทำได้ทุกพื้นที่ ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดประกาศกรุงเทพมหานครเรื่องมาตรการเฝ้าระวังโควิดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตามลิงก์นี้ http://www.prbangkok.com/.../MDY1cDBzNnM0NHIyb3Ezc3E2NnEy... #สู้โควิดไปด้วยกัน #BkkCovid &amp;nbsp;#โควิดกทม #covid19 #โควิด19&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97083</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, สงกรานต์, อินโฟกราฟฟิก, เพจผู้ว่าฯ อัศวิน, โควิด-19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605a99710612b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2020 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2020 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถนนเลียบคลองประปาหัวทิ่ม!ศาลปกครองกลางสั่งคุ้มครองให้หยุดเวนคืนที่ดิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.2563 - &amp;nbsp;ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ 1915/2563 ระหว่างนายศักดิ์ณรงค์ ทยาเศรษฐ์ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 กับพวกรวม 6 คน กับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 กับพวกรวม 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ขณะเวลาที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (กรุงเทพมหานคร) โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกประกาศรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในโครงการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อก่อสร้างถนนเลียบคลองประปาฝั่งตะวันออกเชื่อมระหว่างถนนแจ้งวัฒนะกับถนนสรงประภา ปรากฏว่าในช่วงเวลานั้นมีการใช้บังคับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2562 แล้ว ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มิได้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน เพื่อให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ในการเข้าไปสำรวจทรัพย์สินและตกลงซื้อขายกับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตามขั้นตอนและวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติฯ แต่กลับตกลงซื้อขายกับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์โดยใช้วิธีปรองดองตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 250 ซึ่งเป็นเพียงแนวทางปฏิบัติแก่หน่วยงานราชการ จึงเป็นกรณีที่อาจมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหากปล่อยให้มีการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามโครงการฯ โดยใช้วิธีปรองดองตามมติคณะรัฐมนตรีต่อไป ย่อมทำให้ผู้ฟ้องคดีทั้งหกซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเดือดร้อนเสียหายในระหว่างพิจารณาคดีของศาลและยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้งหกจึงมีมูลและมีเหตุเพียงพอที่จะนำมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษามาใช้ อีกทั้งการที่ศาลมีคำสั่งให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ระงับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์โดยการใช้วิธีปรองดองตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2500 ในโครงการฯ ไว้ก่อน ย่อมทำให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1&amp;nbsp;ได้มีโอกาสพิจารณาปรับปรุงแผนการดำเนินงานตามโครงการฯ รวมทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อเป็นเงินค่าทดแทนที่จะต้องนำไปจ่ายให้แก่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด อันจะเป็นผลดีแก่การบริหารราชการของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จึงเห็นได้ว่ามิได้ก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคแก่การจัดทำบริการสาธารณะของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลจึงมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ระงับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อก่อสร้างถนนเลียบคลองประปาฝั่งตะวันออกเชื่อมระหว่างถนนแจ้งวัฒนะกับถนนสรงประภาโดยการใช้วิธีปรองดองตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2500 ไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77586</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถนนเลียบคลองประปา, ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, วิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษา, ศักดิ์ณรงค์ ทยาเศรษฐ์, ศาลปกครองกลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd2aecfc1e0b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2019 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2019 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้องอ่าน!&#039;ไฟไหม้-น้ำท่วม&#039;คนกรุงเทพฯจะได้รับเงินช่วยเหลือจากกทม.เท่าไหร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.2562 - &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกระเบียบกรุงเทพมหานคร
ว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ลงในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 18 ก.ย.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเนื้อหาสำคัยของระเบียบดังกล่าว คือ การยกเลิกความในข้อ 6 แห่งระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย พ.ศ.2537 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการสงเคราะห์
ผู้ประสบสาธารณภัย (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2555 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อ 6 การให้ความช่วยเหลือ อาจจะให้เป็นเงิน วัสดุสิ่งของหรือบริการ โดยพิจารณาตามความเหมาะสมและจำเป็น ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์และอัตรา ดังต่อไปนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก. ประเภทการเงิน 1.ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต รายละไม่เกิน 25,000 บาท 2.ค่ารักษาพยาบาล ในกรณีบาดเจ็บจากการประสบสาธารณภัยให้ความช่วยเหลือตามความจำเป็น ดังนี้ 2.1 ค่ารักษาพยาบาล เท่าที่จ่ายจริงคนละไม่เกิน 1,000 บาท 2.2 กรณีบาดเจ็บต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลให้ช่วยเหลือเป็นเงินค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงคนละไม่เกิน 3,000 บาท ในกรณีที่เป็นสาธารณภัยรายใหญ่หรือรุนแรงเป็นที่สะเทือนขวัญของประชาชนทั่วไปให้จ่ายเงินปลอบขวัญคนละไม่เกิน 2,000 บาท 2.3กรณีบาดเจ็บสาหัสหรือพิการไม่สามารถประกอบอาชีพตามปกติได้และเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือเป็นผู้หารายได้เลี้ยงครอบครัว ให้ช่วยเหลือเป็นเงินค่าครองชีพคนละไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ค่าที่พักอาศัยชั่วคราวหรือค่าเช่าบ้าน หากผู้ประสบสาธารณภัยพักอาศัยในบ้านหรือที่พักอาศัยอื่นซึ่งต้องเสียค่าที่พักอาศัยชั่วคราวหรือค่าเช่าบ้าน ให้ช่วยเหลือทั้งนี้ครอบครัวละไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน เป็นเวลาไม่เกิน 2 เดือน นับแต่วันที่ประสบสาธารณภัย ในกรณีหน่วยงานจัดทาหรือจัดหาที่พักอาศัยชั่วคราวเพื่อให้ผู้ประสบสาธารณภัยได้พักอาศัยได้ไม่เกิน 2 เดือนนับแต่วันที่ประสบสาธารณภัย โดยให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เงินทุนประกอบอาชีพ ครอบครัวละไม่เกิน 11,000 บาท 5.เงินทุนฝึกอาชีพ เฉพาะผู้ประสบสาธารณภัยที่ได้รับอันตราย เป็นเหตุให้ไม่สามารถประกอบอาชีพเดิมได้ต้องได้รับการฝึกอาชีพใหม่ ในวงเงินคนละไม่เกิน 5,000 บาท 6.ค่าพาหนะในการส่งกลับภูมิลำเนาเดิม สำหรับผู้ประสบสาธารณภัยที่มีภูมิลำเนาเดิมอยู่นอกเขตกรุงเทพมหานครแต่มาอาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและมีความประสงค์จะอพยพกลับภูมิลำเนาเดิมในวงเงินเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 1,000 บาท ต่อหนึ่งคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.ค่าพาหนะในการขนส่งสิ่งของเครื่องใช้ไปยังที่พักแห่งใหม่ในเขตกรุงเทพมหานครให้จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 1,000 บาท ต่อหนึ่งครอบครัว 8.เงินสมทบจัดซื้อสัตว์เลี้ยงหรือพืชพันธุ์อื่น ๆ รวมถึงปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืช ในกรณีที่ผู้ประสบสาธารณภัยมีอาชีพในการทำเกษตรกรรมหรือเลี้ยงสัตว์เป็นอาชีพไม่เกิน 11,000 บาทต่อหนึ่งครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข. ประเภทสิ่งของ 1.วัสดุสมทบสร้างหรือซ่อมแซมบ้านเรือนหรือที่อยู่อาศัย ซึ่ง ผู้ประสบสาธารณภัยเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองในกรณีที่เจ้าของยินยอมหรือกรณีที่ไม่สามารถจ่ายให้แก่เจ้าของได้โดยจะให้ความช่วยเหลือค่าวัสดุซ่อมแซมหรือก่อสร้างที่อยู่อาศัยประจำ ซึ่งผู้ประสบภัยเป็นเจ้าของที่ได้รับความเสียหายเท่าที่จ่ายจริงหลังละไม่เกิน 33,000 บาท 2.วัสดุสมทบสร้างหรือซ่อมแซม วัด มัสยิด โบสถ์ สานักสงฆ์หรือศาสนสถาน ที่ได้รับความเสียหายเท่าที่เสียหายจริง ทั้งนี้ไม่เกิน 33,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เครื่องอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค เครื่องครัว เครื่องมือประกอบอาชีพ และเครื่องใช้อื่น ๆ ที่จำเป็นแก่ครอบครัว 3.1เครื่องอุปโภคบริโภค เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องกระป๋อง มูลค่ารวมคนละไม่เกิน 500 บาท 3.2 ยารักษาโรค มูลค่าครอบครัวละไม่เกิน 200 &amp;nbsp;บาท 3.3 เครื่องครัว และอุปกรณ์ในการประกอบอาหาร มูลค่าครอบครัวละไม่เกิน 3,500 บาท 3.4 เครื่องมือประกอบอาชีพ มูลค่าครอบครัวละไม่เกิน 10,000 บาท ในกรณีที่ไม่ได้รับเงินทุนประกอบอาชีพ 3.5 เครื่องใช้อื่น ๆ ที่จำเป็นแก่ครอบครัว (1) เครื่องนุ่งห่ม คนละไม่เกิน 2 ชุด มูลค่าไม่เกิน 1,000 บาท (2) &amp;nbsp;เครื่องนอน คนละ 1ชุด มูลค่าไม่เกิน 500 &amp;nbsp;บาท (3) สบู่ ผงซักฟอก ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ถังน้า เป็นต้น มูลค่าครอบครัวละไม่เกิน 300 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เครื่องแบบนักเรียน หนังสือและอุปกรณ์การเรียน 4.1 เครื่องแบบนักเรียนคนละ 2 ชุด มูลค่าไม่เกิน 1,000 บาท 4.2 หนังสือและอุปกรณ์การเรียนคนละ 1 ชุด มูลค่าไม่เกิน 1,000 บาทการให้ความช่วยเหลือตามข้อนี้ กรุงเทพมหานครอาจให้ความช่วยเหลือเป็นประเภทการเงินเท่าที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดด้วยก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค. ประเภทบริการ 1.ค่าอาหารจัดเลี้ยงวันละไม่เกิน 3 มื้อ มื้อละไม่เกิน 30 บาท ต่อคน 2.ค่าจัดสร้างหรือดัดแปลงสถานที่พักชั่วคราว ซึ่งรวมทั้งการจัดน้าดื่มและใช้สอย ห้องน้ำ ห้องส้วมโรงครัว และสิ่งจำเป็นอื่น ๆ เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น ครอบครัวละไม่เกิน 4,000 บาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45978</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ประสบสาธารณภัย ราชกิจจานุเบกษา, ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, ระเบียบกรุงเทพมหานคร, สงเคราะห์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รับมือฝุ่นพิษหวนซํ้า‘กทม.’ สั่งปิดปรับปรุง600โรงงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฝุ่นพิษเพิ่มเกินมาตรฐาน 1 จุด คาด 6-8, 13-15 ก.พ. วิกฤติซ้ำ กทม.-หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งเตรียมแผนรับมือ ครม.คลอด 3 มาตรการแก้ปัญหา นายกฯ วอนอย่าตื่นตระหนก-ให้ร้ายกัน สั่งปิดโรงงาน 600 แห่ง ศธ.บี้พื้นที่เสี่ยง นร.ต้องใส่หน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พื้นที่กรุงเทพฯ พบว่า มีพื้นที่ที่มีค่าเพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อวันที่ 5 ก.พ. เกินเกณฑ์มาตรฐาน 1 พื้นที่ อยู่ในระดับสีส้ม คือ บริเวณเขตบางเขน มีค่า 55 ไมโครกรัม (มคก.)/ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) และอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีฟ้าจำนวน 3 เขต สีเขียวจำนวน 17 เขต และสีเหลืองจำนวน 3 เขต ผลการตรวจวัดและคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่า ลมสงบ มีเมฆบางส่วน และคาดการณ์ปริมาณ PM 2.5 ของกรมควบคุมมลพิษ คาดว่าในวันที่ 6 ก.พ. ปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มลดลงในหลายพื้นที่ ประกอบกับการดำเนินมาตรการลดฝุ่นละอองของทุกหน่วยงานอย่างเข้มข้น จะส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละอองลดลงได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหาร กทม. ในการติดตามแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) แจ้งว่า ช่วงวันที่ 6-8 ก.พ. และ 13-15 ก.พ. ฝุ่นละอองอาจมีแนวโน้มรุนแรง เนื่องจากสภาพอากาศจะปิด ซึ่งศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของ กทม.และปริมณฑล จะติดตามสถานการณ์และเตรียมแผนปฏิบัติการลดฝุ่นร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยตลอดช่วงที่มีอากาศปิด กทม.จะประสานไปยังโรงเรียนการบินกรุงเทพอีกครั้ง เพื่อนำเครื่องบินเล็กฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศทุกชั่วโมง และบินให้ครอบคลุมพื้นที่ค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมชาย จึงมีโชค ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กทม. กล่าวว่า จะมีการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ดูแลสุขภาพและให้คำปรึกษาการดูแลสุขภาพแก่ประชาชนทุก 5 เขต ทุกเสาร์-อาทิตย์ ตลอดเดือน ก.พ.-มี.ค. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายสมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รักษาราชการแทน รมว.อุตสาหกรรมและคณะ เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อนำเสนอเครื่องต้นแบบ &amp;ldquo;ระบบขจัดมลพิษทางอากาศแบบเคลื่อนที่&amp;rdquo; โดยนายกฯ กล่าวว่า หลายคนอย่าไปหัวเราะ ขอให้ช่วยกันคนละอย่างสองอย่าง หากไม่ร่วมมือกันก็จะไม่สำเร็จ และขอให้นำเครื่องดังกล่าวไปหาจุดติดตั้ง โดยเฉพาะจุดที่มีรถติดมากๆ เช่น ศูนย์การค้าและบริเวณหน้าโรงเรียน ทั้งนี้ รัฐบาลพยายามขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ โดยมีข้อมูลเรื่องฝุ่นให้ประชาชนรับรู้ทั้งปี ไม่ใช่แค่ต้นปีและปลายปี และขอให้ไปทำความเข้าใจกับประชาชนว่าอย่าตื่นตระหนก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายกฯ ได้ชมอุโมงค์พ่นละอองน้ำแรงดันสูง และแผงพ่นละอองน้ำแรงดันสูง ซึ่งนายกฯ ได้ขอให้มาสำรวจพื้นที่เพื่อติดตั้งแผงพ่นละอองน้ำแรงดันสูง บริเวณทำเนียบรัฐบาล นอกจากนี้ได้ลองสวมหน้ากากอนามัย พร้อมสั่งผู้ที่เกี่ยวข้องไปคิดและผลิตหน้ากากอนามัยที่สามารถกันฝุ่น PM 2.5 ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังการประชุม ครม. ถึงการแก้ปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานในกรุงเทพฯ และปริมณฑลว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยมีทั้งมาตรการระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมจะมีการปิดโรงงานบางเวลา หากมีความจำเป็นจริงๆ เพราะจากการตรวจโรงงาน จาก 100,000 โรงงาน พบว่ามีความเสี่ยงประมาณ 1,700 โรงงาน โดยสั่งการให้หยุดปรับปรุงประมาณ 600 โรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงงานที่ต้องใช้ความร้อนด้วยการต้มน้ำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้มองว่าการฉีดน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาเป็นเรื่องตลก เพราะถือเป็นการช่วยเหลือของภาคประชาชนด้วยกัน อย่างน้อยสามารถแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดใหญ่ได้ ทั้งนี้ ค่าฝุ่นละออง PM 2.5-PM 10 ส่วนใหญ่แล้วมาจากการใช้รถยนต์บนท้องถนนที่มีกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ โดยตั้งเป้าว่าจะต้องลดลงให้เหลือ 35 เปอร์เซ็นต์ให้ได้ นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมสำรวจว่ารถยนต์ที่ใช้ตามท้องถนนได้ติดตั้งเครื่องลดมลพิษหรือไม่ ส่วนการรณรงค์ให้ใช้รถพลังงานไฟฟ้านั้น รัฐบาลได้ลดภาษีของรถพลังงานไฟฟ้าลงแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่แถลงข่าว นายกฯได้พกเครื่องวัดค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ไว้ด้วย และคอยดูเป็นระยะๆ โดยบอกด้วยว่า &amp;quot;ในห้องนี้วัดได้ประมาณ 30 แต่ให้ช่วยกันดู อย่าไปตื่นตระหนก ไม่ควรให้ร้ายกัน เพราะปัญหาไม่ได้เพิ่งเกิดปีนี้ แต่เกิดกับทุกเมืองใหญ่ๆ เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง แต่ผมไม่โทษใครทั้งนั้น เพราะเป็นหน้าที่รัฐบาลต้องแก้ไขปัญหาต่อไป ซึ่งวันนี้สถานการณ์ก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ครม.มีมติรับทราบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอเรื่องแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในกรุงเทพฯปริมณฑล และในพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างอากาศดี เพื่อคนไทยและผู้มาเยือน มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 11 หน่วยงาน แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ 1.มาตรการระยะเร่งด่วน ได้กำหนดระดับความเข้มข้นของมาตรการตามความรุนแรงของสถานการณ์ฝุ่นละออง เป็น 4 ระดับ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับที่ 1 เป็นระดับที่ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5 ) มีค่าไม่เกิน 50 มคก.ต่อ ลบ.ม. ให้ส่วนราชการทุกหน่วยต้องดำเนินการตามภารกิจ อำนาจหน้าที่ และกฎหมายที่มีอยู่ให้ครบถ้วนตามสภาวการณ์ปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับที่ 2 เป็นระดับที่ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก มีค่ามากกว่า 50 มคก.ต่อ ลบ.ม. ให้ทุกส่วนราชการต้องดำเนินการเพิ่มและยกระดับมาตรการต่างๆ ให้เข้มงวดขึ้น โดยผู้ว่าฯ กทม.และผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีปัญหาฝุ่น PM 2.5 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่รับผิดชอบ อาทิ เข้มงวดตรวจจับรถควันดำ งดเว้นกิจกรรมที่ส่งผลทำให้เกิดฝุ่น ห้ามเผาในที่โล่งเด็ดขาด ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวด เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับที่ 3 เป็นระดับที่ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก ยังไม่ลดลงและมีแนวโน้มสูงขึ้น ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของผู้ว่าฯ กทม.และผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีปัญหาฝุ่นละออง ใช้กฎหมายที่มีอยู่เข้าไปควบคุมพื้นที่เพื่อยับยั้งสถานการณ์ และระดับที่ 4 เป็นระดับที่ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก ยังไม่ลดลง และมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง กำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเป็นกรณีเร่งด่วนพิเศษ โดยจะต้องนำเสนอนายกฯ เป็นการเร่งด่วน เพื่อสั่งการแนวทางหรือมาตรการลดมลพิษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.มาตรการระยะกลาง (พ.ศ.2562-2564) ลดการระบายมลพิษและลดจำนวนแหล่งกำเนิด พิจารณาปรับวิธีการและปรับลดอายุรถที่เข้ารับการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี พิจารณาการเพิ่มภาษีรถยนต์เก่า การลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มพื้นที่สีเขียว เป็นต้น และ 3.มาตรการระยะยาว (พ.ศ.2565-2567) ปรับปรุงมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ใหม่ให้เป็นไปตามมาตรฐานยูโร 6 กำหนดให้เจ้าของและผู้ประกอบการที่มีการเผาในที่โล่งเป็นความผิดอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ให้จังหวัดจัดตั้งศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าฯกทม.และผู้ว่าฯ จังหวัดนั้นเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
นร.พื้นที่เสี่ยงใส่หน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ในฐานะโฆษก ศธ. เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. ที่มี พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศธ. เป็นประธาน ว่า พล.อ.สุรเชษฐ์ได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบว่า นายกฯ ได้กำชับให้ ศธ.ดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด โดยภาพรวมสถานการณ์ฝุ่นนั้นถือว่าดีขึ้น ซึ่งวันที่ 5 ก.พ. ยังมีโรงเรียนปิดอยู่ 6 แห่ง และวันที่ 6 ก.พ. มี โรงเรียนปิดอยู่ 2 แห่ง โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ศธ.ได้ตั้งคณะกรรมการศูนย์ประสานงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งมีปลัด ศธ. เป็นประธาน เพื่อติดตามวิกฤติฝุ่นของโรงเรียนในพื้นที่เสี่ยงทุกวัน และจะให้โรงเรียนรายงานสถานการณ์ฝุ่นไม่เกิน 15.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการเร่งด่วน สถานศึกษาใดที่อยู่ในพื้นที่วิกฤติจะต้องให้เด็กใส่หน้ากากอนามัยทุกคน หากหน้ากากไม่เพียงพอ ให้ประสานมายังสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นอกจากนี้ ให้ สอศ.ผลิตเครื่องพ่นละอองน้ำ จำนวน 750 ชุด และให้บริการติดตั้งเครื่องพ่นละอองน้ำในพื้นที่คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพ จัดตั้งศูนย์อาชีวะอาสาลดควัน ลดฝุ่น Fix It Center 100 ศูนย์บริการประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร รวมถึงผลิตหน้ากากอนามัยจำนวน 100,000 ชิ้น แจกจ่ายให้สถานศึกษาและประชาชนที่ศูนย์อาชีวะอาสาลดควัน&amp;quot; &amp;nbsp;นายชลำระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมาตรการระยะยาว ให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องลดการจัดกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้ผู้คนจำนวนมาก รวมถึงรณรงค์สร้างความรับรู้ให้นักเรียนถึงวิกฤติฝุ่นไม่ว่าจะเป็นสื่อการเรียนการสอน ผลิตสื่อแอนิเมชั่นในรูปแบบที่เข้าใจง่าย นอกจากนี้จะต้องมีการสร้างเครือข่ายในโรงเรียนให้เกิดโครงการ &amp;quot;พิทักษ์ฝุ่น PM 2.5&amp;quot; ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28420</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 มาตรการแก้ปัญหา, PM 2.5, ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ฝุ่นพิษ, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190205/image_big_5c59a1de32fb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.จ่อประกาศใช้ยาแรง!ควบคุมฝุ่นพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.62 - มีรายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เตรียมออกประกาศกรุงเทพมหานคร กำหนดพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ โดยสืบเนื่องจากปัญหาสถานการณ์มลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่ก่อตัวบริเวณกว้างจนก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 28/1 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดย พ.ร.บ.การสาธารณสุข ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560 ประกอบข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประกาศพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ พ.ศ. 2561 เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกประกาศไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครได้กำหนดแหล่งที่ก่อเหตุรำคาญในพื้นที่ คือ รถยนต์ดีเซลที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐาน การเผาในที่โล่งได้แก่ การเผาหญ้า เผาตอซังข้าว และเผาขยะ และกิจกรรมการก่อสร้าง โดยห้ามไม่ให้นำรถเครื่องยนต์ดีเซลที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานมาวิ่งใช้งานบนท้องถนน ห้ามเผาในที่โล่งทุกประเภทในพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ ต้องปฏิบัติตามมาตรการลดฝุ่นละอองจากกิจกรรมการก่อสร้างอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะต้องรายงานผลการดำเนินงานตามประกาศพื้นที่ควบคุมให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบภายใน 3 วัน และหากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ประกาศไว้ในที่เปิดเผยที่สำนักงานเขต และบริเวณที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญและเมื่อได้แจ้งให้ผู้ก่อเหตุรำคาญรับทราบแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27868</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, กรุงเทพฯ, ตรวจวัดสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก, ประกาศกทม., ปิดโรงเรียนหนีฝุ่น, ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ผู้ว่าฯกทม., พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, เมืองหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c5138059a7ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
