<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือน’ชาวขอนแก่น’เตรียมรับน้ำจากชัยภูมิในอีก 2 วัน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;ที่ศาลากลาง จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบปริมาณน้ำล่าสุดพบว่า เขื่อนอุบลรัตน์มีปริมาณน้ำไหลเข้าพื้นที่วันเดียวมากถึง 74 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ขณะนี้ระดับน้ำในความจุอ่างมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นและมวลน้ำจากลุ่มน้ำพรม-เชิญ ที่มีการระบายน้ำจากเขื่อนจุฬาภรณ์ ผ่าน อ.ชุมแพ-หนองเรือและไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์ตามแผนการบริหารจัดการน้ำและการระบายน้ำนั้นมีระดับที่เพิ่มขึ้นประกอบกับน้ำค้างทุ่งได้ไหลมาตามลำน้ำและเส้นทางน้ำอย่างต่อเนื่องจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาตลอดทั้งช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้จังหวัดดั่งการให้มีการตรวจความมั่นคงแข็งแรง ทั้งในส่วนของประตูระบายน้ำ อ่างเก็บน้ำ รวมไปถึงเขื่อนกั้นริมตลิ่งต่างๆ ซึ่งล่าสุดมีรายงานจากโยธาธิการจังหวัดว่า เขื่อนกั้นริมตลิ่งของแนวแม่น้ำพอง ที่ ต.บึงเนียม ทรุดตัวลง 1 จุด ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการเสริมคันดินและแก้ไขสถานการณ์จนแล้วเสร็จและพร้อมรับมือมวลน้ำที่จะไหลผ่านพื้นที่ จ.ขอนแก่นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จังหวัดยังคงเน้นย้ำ 3 มาตรการสำคัญ คือการเน้นหนักในเรื่องของการคมนาคมขนส่ง โดยเฉพาะ ถ.มิตรภาพ และ ถ.มะลิวัลย์ ที่หากมีสถานการณ์น้ำท่วม พื้นที่อำเภอที่รับผิดชอบจะต้องเร่งกู้ถนนให้กลับคืนมาเป็นสิ่งเร่งด่วน ซึ่งจะต้องทำแนวกั้นน้ำ หรือการเจาะเกาะกลางถนนหรือการผันน้ำไปในจุดใดก็สามารถดำเนินการได้ทันที ตามด้วยเส้นทางถนนสายรอง ที่หากประเมินแล้วสามารถกู้คืนกลับมาได้ก็ขอให้ทำทันที แต่ประเด็นที่พบคือการระบายน้ำผ่านที่ดินส่วนบุคคลส่วนใหญ่เจ้าของทีไม่ยินยอม ทำให้การดำเนินงานต้องหยุดชะงักซึ่งมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วที่ อ.ชุมแพ ขณะเดียวกันการกำหนดพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงโดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง คนสูงอายุ ที่จะต้องอพยพออกมาไว้ในจุดที่อำเภอและจังหวัดได้จัดเตรียมไว้ทันทีเราจะให้เกิดการสูญเสียกับคนขอนแก่นไม่ได้ ซึ่งขณะนี้พื้นที่อำเภอที่เกิดน้ำท่วมขังโดยเฉพาะ อ.มัญจาคีรี ได้มีการจัดตั้งโรงครัวสภากาชาดไทยในการให้บริการอาหารกับผู้ประสบภัยทั้ง 3 มื้อแล้วและสุดท้ายคือพื้นที่ทางการเกษตรที่จะต้องเร่งสำรวจและตรวจสอบความเสียหายหากจะต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตก็ให้ประสานขอรับการสนับสนุนกำลังพลจากหน่วยงานของรัฐได้โดยทันทีเช่นกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า อ.มัญจาคีรี ที่ขณะนี้ยังคงเกิดน้ำท่วมจังในเขตเมืองและขยายตัวเป็นวงกว้างซึ่งมีผลมาจากน้ำในแม่น้ำชีที่สูงขึ้น ประกอบกับน้ำค้างทุ่งและมวลน้ำที่ไหลลงมาจากเทือกเขาซึ่งได้ไหลมาบรรจบกัน ทำให้ขณะนี้การบริหารจัดการเหตุการณ์ได้ส่งเรือท้องแบน 8 ลำ และรถบรรทุกจาก มทบ.23 รวม 2 คันประจำการในพื้นที่ตลอดทั้ง 24 ชม.เพื่อเร่งอพยพประชาชนออกมาไว้ในจุดที่ปลอดภัยพร้อมกันกับการจัดสายตรวจทางน้ำคอยรักษาความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ตลอดทั้ง 24 ชม. อย่างไรก็ตามจากกาคาดการณ์พบว่ามวลน้ำก้อนใหญ่จาก จ.ชัยภูมิ ที่จะไหลเข้าสู่ขอนแก่น ตามเส้นทางการระบายน้ำต้นทางจากชัยภูมิผ่านขอนแก่นเข้ามหาสารคาม-ร้อยเอ็ด และไหลลงแม่น้ำมูล ที่ จ.ยโสธร และ ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่ จ.อุบลราชธานี นั้นพบว่า มวลน้ำก้อนใหญ่จะมาถึงขอนแก่นในอีก 2 วันต่อจากนี้จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เส้นทางน้ำและตามแนวแม่น้ำชีเตรียมการรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์ในระยะนี้อย่างเข้มงวดด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118190</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์  จังตระกุล, ปริมาณน้ำ, ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, เขื่อนอุบลรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210929/image_big_6153dc582a57b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 12:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ขอนแก่น’เกาะติดสภาพน้ำในพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.2564 - นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า จากพายุฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุฤดูร้อนโกนเซิน ส่งผลให้ภาพรวมของ จ.ขอนแก่น มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ทำให้ปริมาณน้ำเก็บกักในพื้นที่ต่างๆ มีปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่ความจุอ่างอย่างต่อเนื่องทุกวัน ในขณะที่เขื่อนอุบลรัตน์ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัด ยังคงสามารถรับปริมาณน้ำได้อีกว่า 1,500 ล้าน ลบ.ม.ทำให้ขณะนี้การบริหารจัดการน้ำรับมือมวลน้ำหนุน และน้ำจากพื้นที่ต่างๆ ที่จะไหลเข้าพื้นที่ขอนแก่น โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอทางตอนบนของจังหวัดที่การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำพรมและเชิญ เขตพื้นที่ อ.ชุมแพ-ภูผาม่าน-หนองเรือ และไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์จึงต้องทำทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราได้มีการติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่รอยต่อของขอนแก่นกับ จ.เลย อย่างใกล้ชิด ทั้งมวลน้ำที่ไหลท่วมในพื้นที่ อ.หล่มสักและหล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ซึ่งมวลน้ำก่อนนี้จะไหลลง จ.เลย ไม่ไหลมาที่ขอนแก่น แต่มวลน้ำในก้อนที่ติดกับ อ.ภูกระดึง ที่ล่าสุดไหลท่วมถนน เส้นทางผานกเค้าในช่วงค่ำของเมื่อวานที่ผ่านมา รวมทั้งการจับตาน้ำก้อนของ อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งทั้ง 2 จุดจัดเป็นมวลน้ำที่คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดจะต้องจัดการจราจรทางย้ำและกำหนดแผนงานเพื่อไม่ใฟ้เกิดผลกระทบพื้นที่ในภาพรวมอย่างเข้มงวด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้การเก็บกักของเขื่อนจุฬาภรณ์ จ.ชัยภูมิ มีปริมาณน้ำในความจุอ่าง อยู่ที่ 87% ดังนั้นการระบายน้ำเพื่อรองรับมวลน้ำที่จะไหลลงสู่ความจุอ่างเป็นสิ่งที่คณะทำงานจะต้องวางแผนรับมือและระบายน้ำ เพื่อให้มวลน้ำทุกสายนั้นลงสู่ แม่น้ำพอง และแม่น้ำชี รวมไปถึงการเก็บกักในอ่างเก็บน้ำทุกแห่งตามการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมที่จังหวัดกำหนด ควบคู่กับการประกาศแจ้งเตือนและการให้ความช่วยเหลือที่จะต้องทำทันทีแบบคู่ขนานไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตามในช่วงปลายสัปดาห์นี้ กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงเฝ้าติดตามพายุอีก 1 ลูกที่ขณะนี้เริ่มมีการรวมตัวกันแล้ว ซึ่งทางจังหวัดจะได้เตรียมการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นโดยเฉพาะกับภาวะน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงทุกจุดอย่าเข้มงวดและตลอดทั้ง 24 ชม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116776</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์ จังตระกุล, ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, อิทธิพลของพายุฤดูร้อน, โกนเซิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_61417dad617f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นผวา!โควิดคุกผู้ว่าฯสั่งดูแลเข้มงวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.2564 - นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ในพื้นที่ 26 อำเภอของจังหวัด มีพื้นที่ที่คุมขังผู้ต้องหาและสถานพินิจฯ รวมไปถึงศูนย์ฝึกอบรม ฯ ในสังกัดกระทรวงยุติธรรม รวมทั้งหมด 5 แห่ง มีผู้ที่ถูกคุมขังกว่า 7,000 คน ซึ่งขณะนี้ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น, ผู้บัญชาการทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น, ผู้บัญชาการเรือนจำ อ.พล, ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองและเด็กและเยาวชนขอแก่นและศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ขอนแก่น ได้สรุปรายงานมาตรการคุมเข้มจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อให้คณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อได้รับทราบแล้ว และที่สำคัญคณะทำงานได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามและเน้นย้ำในทุกมาตรการที่การ์ดห้ามตกแม้แต่วินาทีเดียวและให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด ซึ่งพบว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานอยู่ภายใน 5 หน่วยงานได้รับวัคซีนไปแล้วมากกว่าร้อยละ 80 และมีการปฎิบัติตามมาตรการป้องกันย่างเข้มงวด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากการระบาดของกลุ่มคัสเตอร์ที่คุมขังนักโทษในหลายจังหวัด ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นพื้นที่ที่มีคนอยู่ร่วมกันจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงของการพักผ่อนยามค่ำคืนที่นอนชิดติดกันเนื่องจากสภาพพื้นที่ที่จำกัด ขณะที่พื้นที่ขอนแก่น มีผู้ที่ถูกคุมขังและถูกควบคุมตัวรวมกว่า 7,000 คน ดังนั้นมาตรการป้องกันและควบคุม ทุกแห่งมีการดำเนินการอย่างเข้มงวด มีการออกคำสั่งให้สวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา, การเยี่ยมผ่านระบบวิดีโอคอลหรือระบบไลน์ รถส่งสินค้าจากภายนอก จะต้องทำความสะอาดรถด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทั้งเข้าและออกภายในเรือนจำทุกครั้ง โดยไม่อนุญาตให้คนขับจากภายนอกขับรถเข้าไปภายในเด็ดขาดเพื่อป้องกันการนำเชื้อโรคเข้าไปภายในเรือนจำ และที่สำคัญคือนักโทษแรกรับ จะต้องได้รับการตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด ตามระเบียบที่กรมราชทัณฑ์กำหนดและมีการกักตัวจากเดิม 14 วันเป็น 21 วันตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า มาตรฐานด้านสุขอนามัยในพื้นที่คุมขัง และสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ ภายในเรือนจำและสถานที่ควบคุมทั้ง 5 แห่ง ได้เน้นย้ำในเรื่องของความสะอาดและการจัดจุดบริการแอลกอฮอล์ล้างมือและจุดล้างมือ ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ขณะที่แผนเผชิญเหตุรับมือหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นคณะทำงานได้กำหนดแนวทางรับ-ส่งผู้ป่วยแบบเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลใกล้กับสถานที่ควบคุมเป็นจุดแรก รวมทั้งการจัดเตรียม รพ.สนาม แห่งที่ 2 พุทธมณฑลอีสานสำหรับการรับมือกับผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มใหญ่ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามแม้ขณะนี้ยังคงไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในเรือนจำและสถานที่ควบคุมภายในจังหวัด แต่การป้องกันและควบคุมยังคงเป็นไปอย่างรัดกุมและมีการจัดสรรวัคซีนให้กับกลุ่มผู้ที่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำที่ขณะนี้เริ่มทยอยฉีดวัคซีนไปแล้วบางส่วนอีกด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103390</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์  จังตระกุล, ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, พื้นที่ที่คุมขัง, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a475f759951.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ผ้าลายขอเจ้าฟ้าฯ” สร้างมูลค่าหลายพันล้านให้ชุมชน โดยฝีมือศิลปินช่างทอผ้าของไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้สนองแนวพระดำริ ผ่าน &amp;ldquo;โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก&amp;rdquo; จัดกิจกรรมโครงการประกวดผ้าลายขอพระราชทานฯ และจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ 8 ครั้ง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานการทอผ้า รวมทั้งสร้างศิลปินช่างทอผ้ารุ่นใหม่ของไทย โดยนำทีมกรรมการและที่ปรึกษาโครงการฯลงพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2564 นายวิฑูรย์ นวลนุกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร นำทีมที่ปรึกษาและกรรมการโครงการฯ พบปะศิลปินช่างทอผ้าจาก 3 จังหวัดอีสานตอนกลาง ได้แก่ สกลนคร นครพนม และกาฬสินธุ์ โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ ศาลากลางจังหวัดสกลนคร มีนายศิริชัย ทหรานนท์ นักออกแบบและประธานกรรมการการตัดสินในระดับภูมิภาค นายอัครชญ แก้วอาภรณ์ กรรมการที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ ได้ร่วมชี้แจง กติกาสำคัญ รางวัล และกำหนดการโครงการประกวดผ้าลายพระราชทานฯ ตลอดจนมีการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง &amp;ldquo;การย้อมสีธรรมชาติไหมไทยพันธุ์พื้นบ้าน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;การเข็นฝ้ายแบบโบราณ&amp;rdquo; โดยเจ้าหน้าที่กรมหม่อนไหม ในการอบรมยังมีศิลปินช่างทอผ้ารุ่นเก่าของสกลนคร ที่ส่วนใหญ่มาจากหมู่บ้านย้อมสีธรรมชาติและผลิตผ้าครามได้เข้าร่วมอบรม ศิลปินช่างทอผ้าจากบ้านท่าเรือ อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสถานที่แรกที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทอดพระเนตรเห็นชาวบ้านนุ่งผ้าไหมมัดหมี่ ขณะเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมราษฎรในปี 2513 ซึ่งศิลปินช่างทอผ้าของบ้านท่าเรือที่เคยเป็นผู้ชนะเลิศโครงการประกวดทอผ้าของโครงการศิลปาชีพฯ ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ให้กับผู้เข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการ พร้อมกับแสดงความดีใจที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงฟื้นฟูโครงการประกวดผ้าขึ้นมาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ครั้งที่ 2 จัดขึ้น เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2564 มีนายวรงค์ แสงเมือง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน นายอัครชญ แก้วอาภรณ์ กรรมการที่ปรึกษาโครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก และคณะกรรมการได้เดินทางไปพบศิลปินช่างทอผ้าที่บ้านโคกล่าม อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม กิจกรรมนี้ได้รับความสนใจจากศิลปินช่างทอผ้าในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด สุรินทร์ ชัยภูมิ สกลนคร ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ มีกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง &amp;ldquo;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&amp;rdquo; โดยนายกุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหาร นิตยสารโว้กประเทศไทย เรื่อง &amp;ldquo;คอลเลคชั่นผ้าไทยร่วมสมัย&amp;rdquo; โดยนายพลพัฒน์ อัศวะประภา นักออกแบบและผู้ก่อตั้ง ASAVA Group และนายสธน ตันตราภรณ์&amp;nbsp; ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น เรื่อง &amp;ldquo;คุณภาพเส้นใย ไหมพันธุ์ไทย ฝ้ายพื้นเมือง&amp;rdquo; โดยนายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข นักออกแบบและผู้ก่อตั้งแบรนด์ WISHARAWISH&amp;nbsp; และเรื่อง &amp;ldquo;การสร้าง Story Telling และ Packaging&amp;rdquo; โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รวิเทพ มุสิกะปาน และ ดร.กรกลด คำสุข จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สำหรับบ้านโคกล่ามเป็นหมู่บ้านย้อมสีธรรมชาติที่ยังใช้ไม้มงคลในการย้อมผ้าอย่างขนุน คูน ยอ ซึ่งในการอบรมครั้งนี้ มีศิลปินช่างทอผ้าเข้ามาร่วมรับฟังจากหลายจังหวัด ดังนั้นคณะกรรมการโครงการประกวดฯ จึงเห็นความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะมองหาศิลปินช่างทอผ้ารุ่นใหม่ที่สืบสานองค์ความรู้การทอผ้าไทยสืบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการอบรมครั้งที่ 3 จัดขึ้นที่ บ้านหัวฝาย อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น ซึ่งนายสมศักดิ์ จังตระกูล&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด มีศิลปินช่างทอผ้าจากจังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี และชัยภูมิเข้าร่วม สำหรับจังหวัดขอนแก่นได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของการทอผ้าในประเทศไทย ที่สร้างมูลค่าให้แก่การทอผ้าได้หลายพันล้านบาทต่อปี มีผู้เชี่ยวชาญและศิลปินช่างทอฝีมือดีหลายคนที่เคยส่งผ้าเข้าประกวดในโครงการศิลปาชีพฯ ซึ่งบางคนได้เลิกทอผ้าไปแล้วในปัจจุบัน แต่มีความกระตือรือร้นที่จะกลับมาทอผ้าส่งเข้าประกวดอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การอบรมทั้ง 3 ครั้ง ได้รับความสนใจอย่างมาก มีการตั้งคำถามและนำผ้าทอตัวอย่างมาให้ชม พร้อมทั้งเล่าถึงความตั้งใจในการทอผ้าเพื่อส่งเข้าประกวด ศิลปินช่างทอผ้าหลายคนมีความมุ่งหวังที่จะคว้ารางวัลชนะเลิศเมื่อทราบว่า รางวัลชนะเลิศเป็นเหรียญทองที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จะพระราชทานแก่ผู้ชนะการประกวดในพิธีเปิดงาน OTOP CITY ประจำปีนี้ และออกแบบโดยนายศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี ศิลปินวาดภาพผู้มีชื่อเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ​ทั้งนี้ผู้สนใจส่งผ้าลายพระราชทานเข้าประกวด สามารถส่งใบสมัครได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดทั่วประเทศ ภายในวันที่ 30 เมษายน 2564 และสามารถส่งผ้าเข้าประกวดได้ภายในวันที่ 12 พฤษภาคม 2564 โดยโครงการประกวดผ้าลายพระราชทานฯ จะดำเนินการตัดสินตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการประกวดผ้าลายพระราชทานฯ ติดต่อได้ที่สำนักงานพัฒนาชุมชน ทุกจังหวัด หรือที่กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย หรือติดต่อได้ที่เพจ &amp;ldquo;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&amp;rdquo; โดยหากมีคำถามหรือต้องการจะแสดงรูปผลงานผ้าทอ โปรดใส่แฮชแท็ก #ผ้าไทยใส่ให้สนุก #phathaisaihaisanook นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มช่องทางติดต่อทาง LINE Official Account &amp;ldquo;@saihaisanook&amp;rdquo; และทาง QR Code ที่เห็นนี้ด้วยเช่นกัน สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งต่อไป จะจัดขึ้นที่ จังหวัดลำพูน อุทัยธานี สุราษฎร์ธานี นครราชสีมา บุรีรัมย์ ผู้ที่สนใจจะร่วมกิจกรรมสามารถติดตามข้อมูลได้จากเพจดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99911</URL_LINK>
                <HASHTAG>ASAVA Group, OTOP CITY, phathaisaihaisanook, WISHARAWISH, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, การย้อมสีธรรมชาติไหมไทยพันธุ์พื้นบ้าน, การเข็นฝ้ายแบบโบราณ, จังหวัดสกลนคร, นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี, นายพลพัฒน์ อัศวะประภา, นายวรงค์ แสงเมือง, นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข, นายวิฑูรย์ นวลนุกูล, นายศิริชัย ทหรานนท์, นายสธน ตันตราภรณ์, นายสมศักดิ์ จังตระกูล, นายอัครชญ แก้วอาภรณ์, นิตยสารโว้กประเทศไทย, ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา, สำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจชุมชน, โครงการผ้าไทยใส่ให้สนุก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607cf4ce6b295.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98617</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ขอนแก่น’ประเดิมฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแล้วเชื่อ3วันแล้วเสร็จ5พันโดส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.2564 &amp;nbsp;- ห้องประชุมจำลอง มุ่งการดี ชั้น 4 อาคารสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รพ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 7 เป็นประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการคิกออฟฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเขตพื้นที่ จ.ขอนแก่น ตามการได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลชุดแรกจำนวน 10,000 โดส ที่จะเริ่มทำการฉีดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์กล่าวว่าขอนแก่นเป็น 1 ใน 8 จังหวัดที่ได้รับจัดสรรวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำมาฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะที่ 1 รอบเดือน เม.ย. 2564 จำนวน 10,000 โดส เป็นยี่ห้อ ซิโนแวคจากประเทศจีน โดยผู้ที่จะได้รับการฉีดวัคซีนนั้ย 1 ราย ต่อ 2 โดส ทำให้ในรอบนี้จะทำการฉีดวัคซีนทั้งสิ้น จำนวน 5,000 ราย โดยกำหนดให้หน่วยบริการที่มีความพร้อมดำเนินการฉีดกลุ่มเป้าหมายให้แล้วเสร็จ 9 แห่ง ในระหว่างวันที่ 7 - 9 เม.ย. 2564 ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด คือที่ โรงพยาบาลขอนแก่น, โรงพยาบาลศรีนครินทร์, โรงพยาบาลชุมแพ ,โรงพยาบาลสิรินธร , โรงพยาบาลพล ,โรงพยาบาลบ้านไผ่ . โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกระนวน อละ โรงพยาบาลน้ำพอง โดยที่กลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับวัคซีนชุดแรก คือ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าที่มีความเสี่ยงสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนในเดือน มิ.ย. 2564 ขอนแก่นจะได้รับวัคซีนอีกจำนวน 200,000 โดส เป็นวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า โดยระยะที่ 2 จะนำมาฉีดให้แก่กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งจะเน้นฉีดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีการสำรวจและขึ้นทะเบียนไว้แล้วตามความสมัครใจ และประชาชนตามลำดับกลุ่มเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยทั้งนี้สำหรับขั้นตอนการฉีดวัคซีนในวันนี้ ใช้ระบบเดียวกับที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กำหนดไว้ &amp;nbsp;8 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นตอนที่ 1 การลงทะเบียน (ทำบัตร) ขั้นตอนที่ 2 การชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต ขั้นตอนที่ 3 การคัดกรอง ซักประวัติประเมินความเสี่ยง และลงนามในใบยินยอมการรับวัคซีน ขั้นตอนที่ 4 รอฉีดวัคซีน ขั้นตอนที่ 5 ฉีดวัคซีน ขั้นตอนที่ 6 พักสังเกตอาการ 30 นาที สแกนไลน์ &amp;quot;หมอพร้อม&amp;quot; ขั้นตอนที่ 7 ตรวจสอบก่อนกลับพร้อมรับเอกสารคำแนะนำการปฏิบัติตัวหลังการฉีดวัคซีน และขั้นตอนที่ 8 ประเมินความครอบคลุมการฉีดวัคซีนและอาการไม่พึงประสงค์ และในการฉีดวัคซีนครั้งนี้จะใช้เวลาตั้งแต่เริ่มกระบวนการลงทะเบียนขั้นตอนการฉีดวัคซีนประมาณ 5-7 นาทีต่อคน พักสังเกตอาการอีก 30 นาที ในระหว่างการสังเกตอาการจะมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ สังเกต และสอบถามอาการผู้ได้รับวัคซีนเป็นระยะ ส่วนการประเมินผลหลังการฉีดวัคซีน แบ่งเป็นหลังการฉีดวัคซีนทันที และประเมินผลที่ระยะเวลา 1 วัน 7 วัน และ 30 วัน หลังการได้รับวัคซีน โดยบันทึกการประเมินในไลน์ หมอพร้อมอีกด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ภายหลังจากทางจังหวัดขอนแก่นพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้น 2 ราย ทางคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดขอนแก่นก็ได้มีการประชุมและมีมติที่ประชุมออกประกาศคำสั่งฉบับที่ 30 เรื่องมาตรการ การเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยมีคำสั่ง 2 เรื่องประกอบด้วย 1.ให้งดการจัดคอนเสิร์ตในทุกสถานที่และทุกเขตพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่วันที่ 6 - 18 เม.ย.2564 และ2.เป็นเรื่องของการบังคับใช้มาตรการป้องกันโรค ให้เจ้าของ ผู้ประกอบการ หรือผู้ดูแลรับผิดชอบสถานที่กิจกรรมและกิจการต่างๆ จัดให้มีมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด และให้ผู้ใช้บริการหรือเข้าไปยังสถานที่หรือร่วมทำกิจกรรมเช่นว่านั้น ถือปฏิบัติ 6 ข้อ ประกอบด้วย การจัดบริการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย หรือคัดกรองอาการป่วยในระบบทางเดินหายใจ การให้ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า การอำนวยความสะดวกในการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อยหนึ่งเมตร และจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมมิให้แออัด หากมีการจัดกิจกรรมให้พิจารณาตามสัดส่วนของพื้นที่ กับผู้ร่วมกิจกรรมในพื้นที่ปิดขนาด 5 ตารางเมตรต่อคน ในพื้นที่เปิดขนาด 4 ตารางเมตรต่อคน การจัดให้มีที่ล้างมือด้วยสบู่ แอลกอฮอล์ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค การจัดให้มีการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสของสถานที่ที่เกี่ยวข้องก่อนการทำกิจกรรม รวมทั้งระหว่าง และภายหลังการทำกิจกรรมด้วย และจัดให้มีการลงทะเบียนแพลตฟอร์มไทยชนะ หรือแพลตฟอร์มหมอชนะ ในการเข้าออกสถานที่สาธารณะ และสแกน QR Code รายงานตัวของจังหวัดขอนแก่น เมื่อเข้ามาในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในส่วนการตรวจบุคลาการในคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลศรีนครินทร์ รวมทั้งผู้ที่เข้ามาใช้บริการในสถานบันเทิงมาเจนต้า ผลออกมาเป็นลบ ซึ่งจะต้องมีการตรวจซ้ำเป็นรอบที่ 2 อีกครั้ง โดยทั้งหมดจะต้องมีการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน เพื่อจะมาตรวจรอบที่ 2 ต่อไป รวมทั้งจะมีการเรียกสถานประกอบการทุกแห่งในจังหวัด ได้มาทำความเข้าใจ หลังจังหวัดขอนแก่นได้ประกาศฉบับที่ 30 ออกไป เพื่อจะได้ไม่ให้มีการจัดคอนเสิร์ต รวมทั้งมาตรการป้องกันโควิด-19 ที่เข้มข้นและรัดกุม&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98617</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน, นายสมศักดิ์ จังตระกุล, ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข, ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, วัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d330feb9fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
