<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้ว!บุรีรัมย์สั่งปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทุกแห่ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.64 - &amp;nbsp;นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ และผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกคำสั่งจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 5267/2564 ลงวันที่ 19 ก.ค.2564 เรื่อง สั่งปิดสถานที่ และงดกิจกรรมเสี่ยงต่อการแพร่ของโรคติดต่ออันตรายเป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 4) ซึ่งมีเนื้อหา ระบุว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดกว้างขวางในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และจังหวัดในปริมณฑลอย่างรวดเร็ว ทำให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด- 19 (ศบค ) ได้ออกข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 28) ลงวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ.2564 มุ่งสกัดกั้นการระบาดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยยกระดับความเข้มข้น ของมาตรการและการบังคับใช้อย่างจริงจังเพิ่มเติม เพื่อการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มเสี่ยงต่างๆ แม้จะมีมาตรการสกัดการเดินทางกลับภูมิลำเนาของผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ดังกล่าว แต่ก็ยังมีการเดินทางกลับ และส่งผลให้เกิดการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พบการติดเชื้อจากกลุ่มผู้เดินทางกลับ และระบาดลงสู่บุคคลในครอบครัว ชุมชน หมู่บ้าน และสถานศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22(7) และมาตรา 35(1) แห่งพระราชบัญญัติ โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ประกอบประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แต่งตั้งเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2563 ข้อ 6(1) ลงวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2563 และ ข้อ 7(1) ของข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พ.ศ. 2558 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2563 ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 32/2564 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 จึงมีคำสั่งให้ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคเป็นการชั่วคราว ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และสถานที่รับเลี้ยงเด็กเอกชน ทุกแห่งในท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์ เว้นแต่เป็นการใช้อาคารหรือสถานที่ เพื่อจัดกิจกรรมของทางราชการหรือกิจกรรม เพื่อประโยชน์ในการป้องกันควบคุมโรค โดยได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ มีโทษตามนัยมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110569</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธัชกร หัตถาธยากูล, ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์, ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, ศูนย์รับเลี้ยงเด็ก, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7c434dc697.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2018 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2018 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เตือนชาวนาระวังแก๊งมิจฉาชีพหลอกซื้อข้าวให้ราคาสูงเกินจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.61 -&amp;nbsp;นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ด้วยขณะนี้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ระหว่างเตรียมการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเปลือก ปีการผลิต 2561/62 โดยจะเริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 เป็นต้นไป ประกอบกับรัฐได้มีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวด้านการตลาด จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร , โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวนาปีและการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว , โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวนการเก็บสต็อก และโครงการสินเชื่อเพื่อสร้างยุ้งฉางให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ซึ่งอาจมีกลุ่มบุคคลหรือกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาสหลอกลวงเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยมีพฤติกรรมในการชักจูงว่าจะรับซื้อข้าวเปลือกของเกษตรกรในราคาสูงกว่าท้องตลาดปกติ ด้วยวิธีการหรือข้อเสนอต่างๆ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรหลงเชื่อ ซึ่งอาจทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนดังกล่าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกษตรกรถูกหลอกลวง ทางจังหวัดบุรีรัมย์ จึงออกประกาศแจ้งเตือนให้เกษตรกรระมัดระวังไม่ให้ถูกหลอกลวงจากการขายข้าวเปลือก หากมีผู้รับซื้อมาชักจูงให้ราคารับซื้อที่สูงผิดปกติกว่าราคาตลาดทั่วไป หรือจ่ายเงินบางส่วนหรือจ่ายเงินเชื่อ อาจทำให้เกษตรกรถูกฉ้อโกงได้ ดังนั้น เกษตรกรที่จะขายข้าวเปลือกโปรดตรวจสอบราคารับซื้อข้าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจขาย และควรขายข้าวเปลือกที่ได้เป็นเงินสด หรือสามารถรับเงินได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้ หากพบเห็นว่ามีการหลอกลวงเกษตรกร โปรดแจ้งสถานีตำรวจท้องที่ หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ โทร 044-621185 , 044-613363 หรือสายด่วน 1569 เพื่อจะได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายธีรวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20689</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ, ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, ระวังแก๊งหลอกซื้อข้าว, ฤดูเก็บเกี่ยวข้าวเปลือก, สำนักงานพาณิชย์จังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd13e084b208.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดอกมะลิราคาพุ่งกิโลกรัมละ400บาทรับช่วงสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวสวนมะลิยิ้มรับสงกรานต์ ราคาพุ่งกิโลกรัมละ400บาท เก็บส่งขายมีรายได้เฉลี่ยวันละ2พัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกษตรกรบ้านโคกเขา หมู่ 11 ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ที่หันมายึดอาชีพปลูกดอกมะลิขาย ได้เร่งเก็บผลผลิตส่งขายตามร้านดอกไม้ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่อนำไปร้อยพวงมาลัยขายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้ เนื่องจากช่วงนี้ดอกมะลิมีราคาพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 400 บาท อีกทั้งแม่ค้าสั่งรับไม่อั้นด้วย จึงทำให้เกษตรกรต้องเร่งเก็บผลผลิตส่งขายให้ทันในช่วงนี้เพื่อไม่ให้เสียโอกาสที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่หากสิ้นสุดเทศกาลไปแล้วราคาจะปรับลดลงเหลือกิโลกรัมละ 200-300 บาทเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมะลิ สภาสุวรรณ อายุ 51 ปี เกษตรกรปลูกมะลิ ชาวบุรีรัมย์ บอกว่า ตนและสามีได้ยึดอาชีพปลูกดอกมะลิเป็นเวลากว่า 6 ปีแล้ว โดยใช้พื้นที่ว่างเปล่าบริเวณข้างบ้านประมาณ 1 ไร่ ปลูกมะลิ 300 ต้น ใช้ระยะเวลาปลูกเพียง 7 เดือน สามารถเก็บผลผลิตได้แล้ว ทั้งยังเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อยดูแลง่ายไม่ยุ่งยากและทนต่อสภาพความแห้งแล้งได้ สามารถเก็บขายได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่ออกดอกมากที่สุดคือ เดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลสงกรานต์พอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะสามารถเก็บดอกมะลิส่งขายได้ประมาณวันละ 4- 5 กิโลกรัม ทำให้มีรายได้เฉลี่ยวันละ 1,500-2,000 บาท สามารถเลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6512</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอกมะลิราคาพุ่ง, ผู้ปลูกดอกมะลิบุรีรัมย์, ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, พวงมาลัยดอกมะลิ, เทศกาลสงกรานต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac58f5720bd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2018 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2018 11:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชวนชมปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตูปราสาทหินพนมรุ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.2561 - &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า ขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยชาวต่างชาติ เดินทางขึ้นมาชมปรากฏการณ์มหัศจรรย์ ดวงอาทิตย์ขึ้นตรง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้งบนอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ในวันที่ 3-5 เม.ย.2561 ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.55 น. ถึงเวลา 06.20 น. ตามที่นักดาราศาสตร์ได้คำนวณและคาดการณ์ไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาชมได้ยาก ในหนึ่งปีจะมีให้ชมเพียง 4 &amp;nbsp;ครั้งเท่านั้น โดยดวงอาทิตย์จะตกตรง 2 ครั้ง ระหว่างวันที่ 5-7 มี.ค. และ 6-8 ต.ค. และจะขึ้นตรงอีก 2 ครั้ง ในวันที่ 3-5 เม.ย. และวันที่ 9-11 ก.ย.ของทุกปี &amp;nbsp;จึงเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว มาเฝ้ารอชมปรากฏการณ์มหัศจรรย์และรับพลังแสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่าน 15 ช่องประตู เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตนเองในวันเวลาดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปราสาทพนมรุ้ง เป็นเทวสถานในศิลปกรรมขอมแห่งเดียวในโลกที่มีสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นการผสมผสานภูมิปัญญาด้านสถาปัตยกรรม ที่มีการก่อสร้างปราสาทให้แสงอาทิตย์ส่องตรง 15 ช่องประตู ผ่านศิวลึงค์ที่เปรียบเสมือนองค์พระศิวะ ซึ่งตั้งอยู่ภายในปรางค์ประธานของปราสาทพนมรุ้ง ที่เปรียบเสมือนเขาไกรลาสบนสรวงสวรรค์&amp;rdquo; นายอนุสรณ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6209</URL_LINK>
                <HASHTAG>3-5 เม.ย., ปราสาทหินพนมรุ้ง, ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, พระอาทิตย์, ศิวลึงค์, อนุสรณ์ แก้วกังวาน, เขาไกรลาส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180401/image_big_5ac0653255e11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
