<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88375</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 11:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ลำปาง&#039;ปิดสถานบันเทิง-งดงานปีใหม่แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง &amp;nbsp;ได้ออกหนังสือด่วนเรื่องการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ covid19 โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 28 ธันวาคมช่วงเย็น พบชายชาวจังหวัดลำปาง ที่ไปทำงานบริษัทเอกชนที่จังหวัดระยองแล้วกลับมาเยี่ยมบ้านที่ลำปาง &amp;nbsp; ปรากฏว่าชายคนดังกล่าวนั้นมีอาการไข้มาก่อนหน้านี้แล้วก่อนมา จ.ลำปาง &amp;nbsp;แต่ไม่ไปรักษาตัว ได้แต่ซื้อยามารับประทานเอง แล้วอาการดีขึ้น ก่อนจะขึ้นเครื่องบิน จากอู่ตะเภา มาลงเครื่อง ที่ จ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;พักค้างคืนที่เชียงใหม่ 1 คืน และเดินทางมาลำปาง &amp;nbsp;ไปร่วมงานแต่งงาน ไปสังสรรค์กับเพื่อนในงาน &amp;nbsp;และ วันที่ 28 ธ.ค.2563 &amp;nbsp;มีอาการไข้ จึงตัดสินใจ ไปตรวจ รพ.ลำปาง แพทย์ รพ.ลำปาง ตรวจและเก็บ สารคัดหลั่ง ปรากฏว่า ผลตรวจเป็นโควิด 19 จากนั้นเจ้าหน้าที่ รพ.ปาง จึงรับตัวไปรักษาที่ รพ.ลำปาง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากการสอบสวนโรคจึงทราบว่าเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ชายคนดังกล่าวนั้นยังไปร่วมงานแต่งงานที่ จัดขึ้นภายในหมู่บ้านห้วยทราย ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยมีผู้ร่วมงานที่ใกล้ชิดไม่มีการสวมใส่หน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม &amp;nbsp;ในการปฏิบัติหน้าที่การบริหารราชการพระราชบัญญัติโรคติดต่อ 2558 ทางจังหวัดลำปาง &amp;nbsp;มีคำสั่งให้บุคคลที่เดินทางมาจากพื้นที่ ให้เฝ้าระวังอย่างสูงและเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด และขณะนี้ได้ประสานกำนันผู้ใหญ่บ้าน &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ลำปาง เข้าไปคัดกรองชาวบ้านในพื้นที่ &amp;nbsp;ต ต้นธงชัยแล้ว &amp;nbsp;ซึ่งมีการคัดกรองและตรวจเชื้อโรค ชาวบ้านไปมากกว่า 300 คน เป็นชาวบ้านจาก 13 หมู่บ้าน &amp;nbsp;ในเขตพื้นที่ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมืองจังหวัดลำปางที่ไปร่วมงานแต่งงานดังกล่าว ทั้งหมด ขอความร่วมมือ ช่วง 14 วันนี้ ขอให้กักตัวในหมู่บ้าน งดเว้นออก ไปร่วมกิจกรรมต่างๆ &amp;nbsp; เช่นกิจกรรมงานเลี้ยงปีใหม่ &amp;nbsp;กิจกรรมสังสรรค์ หรือกิจกรรมต่างๆ ที่ พบว่า มี ผู้คนเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;เพราะถือว่ามีโอกาสเสี่ยง ในการแพร่กระจายเชื้อโรค &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง &amp;nbsp;ยังลงนามเห็นชอบ ของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลำปาง มีคำสั่งให้ปิดสถานที่เสี่ยง ซึ่งมีโอกาสเป็นโรคและการแพร่เชื้อโรคเป็นการชั่วคราว ไปจนถึงวันที่ 4 มกราคม 2564 &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ปิดสนามชนโคสนามชนไก่สนามกัดปลาหรือ สนามแข่งขันที่มีลักษณะเดียวกัน 2.สถานที่ออกกำลังกายฟิตเนส บิลเลียด สนุกเกอร์ หรือสถานที่ซึ่งมีลักษณะเดียวกัน 3.สถานบันเทิงและร้านคาราโอเกะ 4.ร้านเกมส์และร้านอินเตอร์เน็ต 5.โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ นอกจากนี้เทศบาลนครลำปางยังออกคำสั่งยกเลิกการจัดงานเฉลิมฉลองปีใหม่บริเวณห้าแยกหอนาฬิกา ยกเลิกกิจกรรมการทำบุญตักบาตรปีใหม่ ยกเลิกสถานที่ท่องเที่ยวถนนคนเดินกาดกองต้า ถนนสายวัฒนธรรม ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ขอให้ประชาชนชาวลำปางทุกอำเภอ &amp;nbsp;สวมใส่หน้ากากอนามัย ขณะออกจากบ้านเพื่อเป็นการเฝ้าระวังโรคติดต่อและความเสี่ยงที่จะเกิดโรค covid 19 แพร่ระบาดในจังหวัดลำปางต่อไป แนะนำเกี่ยวในการป้องกันตนเอง ด้วยหลัก D M H T D distancing รักษาระยะห่าง M mask สวมหน้ากากอนามัย H hand wash ล้างมือ และ T test and tracking หากมีอาการให้พบแพทย์ทันที
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88375</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง, แพร่ระบาด, โรคติดเชื้อ covid19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc70c00478dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2020 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2020 10:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯลำปางขอประชาชนอย่าตื่นย้ำยังคงเข้มมาตรการเฝ้าระวังโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางยืนยันกับผู้สื่อข่าวถึงมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดลำปางว่า แม้ในขณะนี้ภาคเหนือซึ่งเป็นเพื่อนบ้านโดยรอบจังหวัดลำปางพบผู้ติดเชื้อโควิด แต่ต้องทำความเข้าใจและยืนยันก่อนว่าผู้ที่ติดนั้นมาจากต่างประเทศ ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อภายในประเทศ ซึ่งในจังหวัดลำปางคณะกรรมการควบคุมโรคและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ยังคงวางมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดเช่นเดิม โดยเฉพาะการให้เจ้าหน้าที่ออกตรวจสถานประกอบการ หรือ สถานที่ ที่ประชาชนเข้าไปใช้บริการเยอะๆ ก็ยังคงสุ่มออกตรวจและกำชับให้มีการเฝ้าระวังเข้มงวด คือต้องมีเจลแอลกอฮอล์ในการล้างมือ การวัดอุณหภูมิ และหากพบว่าผู้มาใช้บริการไม่สวมหน้ากากก็จะต้องจัดหาหน้ากากอนามัยให้สวมใส่ก่อนเข้าไปใช้บริการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ล่าสุดได้สั่งพักสถานประกอบการ 2 แห่งเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ปรับปรุงระบบการเฝ้าระวังแล้ว ส่วนพื้นที่ปิด หรือห้องประชุมที่ไม่มีอากาศถ่ายเท ก็ขอความร่วมมือให้สวมใส่หน้ากาก100% &amp;nbsp;ส่วนบริเวณพื้นที่อากาศถ่ายเทได้สะดวกหรือที่โล่ง ก็อาจจะดูตามความเหมาะสม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจัดงานต่างๆ ต้องมีการแจ้งให้จังหวัดทราบ เพื่อทางเจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปตรวจสอบระบบการเฝ้าระวัง หากพบจุดบกพร่องก็จะได้แจ้งให้ดำเนินการเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ได้แจ้งไปยังสำนักงานสาธารณสุขเพื่อตรวจสอบจำนวนหน้ากากอนามัยว่ายังมีเพียงพอเพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมงานต่างๆ ที่ไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่ เพราะจากการสำรวจพบว่ามีประชาชนสวมหน้ากากอนามัยลดลงประมาณ 30% ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว จึงอยากขอความร่วมมือประชาชนให้สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้านหรือไปในที่สาธารณะเพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสถานประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าวในลำปางมีประมาณ 600 แห่งมีแรงงานต่างด้าวประมาณ 2,000 คน ก็ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจเยี่ยมพร้อมให้สำรวจว่ามีแรงงานต่างด้าวคนไหนที่ลาหยุดยาว หรือ สงสัยว่าจะหนีกลับบ้านหรือไม่ให้ทำการเข้มงวดตรวจสอบในเรื่องนี้ด้วย ดังนั้นจึงอยากบอกกับประชาชนและนักท่องเที่ยวว่าอย่าแตกตื่น เพราะจังหวัดลำปางยังคงมีความปลอดภัยและอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดลำปางในช่วงฤดูหนาวนี้ได้อย่างสบายใจ แค่เราสวมหน้ากากอนามัยให้ครบ100% เท่านั้นโอกาสติดก็แทบจะไม่มีเลย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85697</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง, เฝ้าระวัง, แพร่ระบาด, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201202/image_big_5fc70c00478dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62074</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2020 18:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2020 18:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้ว่าฯลำปาง&#039; ยืนยันพบผู้ติดโควิด 3 ราย กักตัวแพทย์อีก 8 ตำหนิคนนอกพื้นที่เข้ามาแพร่เชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.63 - นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายก่อพงษ์ โกมลรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง นายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง และส่วนที่เกี่ยวข้องแถลงข่าวยืนยันพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของจังหวัดลำปางจำนวน&amp;nbsp;3 ราย พร้อมกักตัวทีมแพทย์และพยาบาลอีก 8 คนที่เคยสัมผัสกับผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าฯลำปาง เปิดเผยว่าขณะนี้ลำปางมีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์ 42 ราย เมื่อวานนี้ตรวจ 2 ราย และพบ 1 ราย จึงต้องเข้าไปในพื้นที่เมื่อวานนี้และนำตัวผู้ที่ใกล้ชิดรวม 11 ราย มาตรวจพบว่ามีผู้ติดเชื้อ 3 ราย ส่วนผู้ที่ใกล้ชิด 8 ราย ผลเป็นลบแต่ก็ต้องเฝ้าระวัง 14 วัน ส่วนผู้ป่วยติดเชื้อรายนี้อยู่ในร้านขายของชำในพื้นที่บ้านดง หมู่ที่ 7 ตำบลหลวงใต้ อำเภองาว จังหวัดลำปาง ติดจากลูกสาวซึ่งอยู่ในพื้นที่เสี่ยง 3 กรณีคือ 1.มีเพื่อนร่วมงานหรือคนใกล้ชิดเป็นชาวญี่ปุ่นที่เดินทางมาจากญี่ปุ่นและกลับไปแล้ว ซึ่งได้เจอกันเมื่อต้นเดือนมีนาคมคือประมาณ 7-10 มีนาคม ซึ่งเพื่อนญี่ปุ่นไม่มีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นก็พักที่คอนโดในช่วงวันที่ 10-16 มี.ค.ก็ไม่มีอาการอะไร จากการตรวจสอบไปที่ กทม. พบความเสี่ยงที่ 2 คือ คอนโดที่พักมีสองตึก ซึ่งอีกตึกมีผู้ติดเชื้อแต่ตึกที่ลูกสาวพักไม่มีผู้ติดเชื้อ และ 3.ลูกสาวทำงานค้าขายอยู่ตลาดรถไฟ ซึ่งก่อนหน้านั้นเคยพบผู้ติดเชื้อในตลาดรถไฟ ซึ่งมีคนต่างชาติจำนวนมาก ต่อมา 17 มี.ค.มีอาการเจ็บคอ ปวดศีรษะ และวันที่ 20 มี.ค.ได้ขึ้นเครื่องบินจากสุวรรณภูมิโดยสายการบินไทยสมายล์มาลงที่แม่ฟ้าหลวง เชียงราย โดยสารรถตู้จากเชียงรายไปแพร่และมาลงที่อำเภองาวในวันที่ 22 มี.ค. ขณะนี้ทางลำปางได้ติดตามขอรายชื่อทั้งหมดของผู้โดยสารจากสายการบินไทยสมายล์เพื่อประสานต่อไปยังจังหวัดอื่น รวมถึงได้ตามหาตัวผู้ที่ขับรถตู้ในวันนั้นและพบตัวแล้ว ซึ่งในรถตู้มีคนนั่งมาด้วย 5 คน กำลังติดตามตัวเพื่อทำการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับลูกสาวที่เป็นผู้นำเชื้อเข้ามาอายุ 42 ปี เมื่อมาถึงบ้านก็มีการกักตัวอยู่ที่บ้านโดยพักอยู่ชั้นสองของบ้านคนเดียว แต่แม่เป็นคนทำอาหารและเอาอาหารขึ้นไปให้ และตัวลูกสาวเริ่มมีอาการไอจาม เมื่อตีสี่ครึ่งของวันที่ 22 มี.ค.&amp;nbsp;รอยต่อวันจันทร์ ก็ไปที่ รพ.งาว แต่ด้วยเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจเป็นโรคเฉพาะจึงแนะนำให้กลับมาพบหมออีกครั้งในวันจันทร์ แต่ลูกสาวไม่ไปพบแพทย์ ซึ่งหากไปพบก็อาจจะรู้เร็วกว่านี้ เมื่อได้ยาไปกิน อาการก็ดีขึ้น และกลับมาพบหมออีกครั้งในวันที่ 26 มี.ค. จึงได้ตรวจแต่ไม่เข้าเกณฑ์ จึงไม่ได้ตรวจเชื้อโควิดแต่มีอาการอีกครั้งปลายเดือนมี.ค.แต่ก็หาย แต่ด้วยแม่มีอายุมากและมีโรคเกี่ยวกับปอดอยู่แล้วก็เริ่มแสดงอาการในวันที่ 31 มี.ค.&amp;nbsp;และได้เข้าตรวจที่ รพ.งาว วันที่ 2 เม.ย. อาการน่าจะวิกฤตจึงตรวจหาเชื้อและทราบผลวันที่ 3 เม.ย. พอรู้ผลจึงมีการล็อคทั้งบ้าน ซึ่งบ้านมีสองหลัง คือบ้านเลขที่ 137 และ 101 รวม 11 รายตรวจทั้งหมดแล้ว และพบ 3 รายคือ ตัวลูกสาว อายุ 42 ปี แม่อายุ 58 ปี และ ป้าอายุ 64 ปี และปิดหมู่บ้านไม่ให้มีกาเข้าออกหมู่บ้านตั้งแต่เมื่อคืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนอยากฝากว่าขณะนี้นโยบายของรัฐบาลไม่ให้มีการเคลื่อนที่ ทุกคนต้องเคารพและปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด ตราบใดที่เรายังมีการเคลื่อนที่ก็ยังมีความเสี่ยง ซึ่งไม่เสี่ยงแค่ตัวเองแต่เสี่ยงต่อคนอื่นด้วย ตราบใดที่ตนเองมีความเสี่ยงแต่ไม่เก็บตัวยังไปสร้างความเสี่ยงให้กับเพื่อนร่วมชุมชน เพื่อร่วมชาติ มันร้าย ตนเองไม่รู้จะพูดยังไง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเคสนี้หากเขาไม่กลับมา อยู่ในคอนโดดีๆอยู่แล้วอีกอาทิตย์เดียวก็จะครบแล้วค่อยกลับมาทีหลังก็ได้ ซึ่งพอกลับมาก็มาทำให้แม่ป่วย ป้าป่วย ซึ่งทั้งคู่เป็นผู้สูงอายุและต้องดูต่อไปว่าอาการจะเป็นอย่างไร ซึ่งหากเขาอยู่ในที่ตั้งคือคอนโดและไม่ออกมาไม่มีความเสี่ยงเลย ความเสี่ยงเกิดขึ้นทันทีทั้งคนที่นั่งมากับรถตู้ คนนั่งเครื่องบินไทยสมายล์ หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านต้องถูกสั่งปิด คนเดือดร้อนเป็นพันคน และที่น่าเป็นห่วงคือ ทีมงานจังหวัดต้องเสียบุคลากรทางการแพทย์ไปเพราะไปสัมผัสถึง 8 คนก็ต้องดูแลพิเศษคือ กักตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม เมื่ออยู่คอนโดดีอยู่แล้วแต่ทำไมต้องกลับมาสร้างความเสี่ยงให้กับคนอื่นทั้งๆที่อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้วน่าจะมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ ทั้งๆที่ทุกคนในจังหวัดลำปางทำงานกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อนและเราทำได้ดีมากๆไม่ว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทุกคน และพี่น้องชาวลำปางตลอดเวลาที่ผ่านมาจะเห็นว่าช่วง 2vสัปดาห์ที่ผ่านมาสวมหน้ากากกันเกือบ 95% ให้ความร่วมมือในการอยู่บ้าน ปิดร้านค้า ปิดร้านขาย พวกเราเป็นคนดีมาโดยตลอด แต่พอเราพลาดครั้งเดียวในครั้งนี้เราต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ไม่เฉพาะที่งาว แต่ทุกพื้นที่ก็ต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวอีกว่าอยากราบวิงวอนพี่น้องท่านอื่นหากไม่จำเป็นอย่าเคลื่อนย้ายเลย โดยเฉพาะจากจังหวัดที่เสี่ยงอย่าเพิ่งกลับมาเลย เพราะหากท่านกลับมา ท่านก็จะมาสร้างความเสี่ยงให้กับญาติ พี่น้อง ชุมชนของท่าน และสร้างความเหน็ดเหนื่อยให้กับเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่น้อยอยู่แล้ว และเมื่อมีผู้ติดเชื้อแล้วทางจังหวัดก็จะต้องมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้นไปอีกเพื่อให้พี่น้องเกิดความปลอดภัยให้มากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62074</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, จังหวัดลำปาง, ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200328/image_big_5e7f6b3492a66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2020 22:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2020 22:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์&#039; วอนทุกคนอดทนอยู่บ้าน &#039;เจ็บแต่จบ&#039; นึกถึง &#039;ทีมหมูป่า&#039; ติดถ้ำยังรอดวิกฤตได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.63 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;เทศบาลนครลำปาง เว็บเพจ&amp;quot; ได้โพสต์ภาพนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมระบุข้อความว่า ข้อคิดดีๆ​ จากผู้ว่าฯ​ หมูป่า..สู่ผู้ว่าฯ​ COVID -19..ถึงประชาชน นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯลำปาง กล่าวไว้ตอนหนึ่งขณะทำงานในพื้นที่จังหวัดลำปาง ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่ลำปาง กล่าวไว้ว่า...ก่อนที่จะนอนหลับในคืนนี้และทุกๆคืนต่อๆไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอยากจะให้ทุกคนนึกถึง 13 หมูป่า ที่ติดถ้ำ 17 วันสุดมืดมิด ทั้งชีวิต ไร้หนทาง วันที่ปราศจากน้ำกินดีๆ ไม่มีมาม่าให้ต้ม ไม่มีไฟ ไม่มีอินเตอร์เน็ต ไม่มีอะไรให้ดู ไม่มีแสงส่องสว่างมีแต่ความมืด และความหวาดกลัวหวาดระแวง ความหิวโหย ความทรมานอดจนลำไส้บิดผอมไร้เรี่ยวแรง เวลาฆ่าพวกเขาได้ตลอด ขณะที่น้ำจะสูงขึ้นฆ่าชีวิตได้ทุกนาที ทุกๆนาทีมีเสียงร้องไห้ของเพื่อน ของน้อง ของพี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมถามกลับกันว่า วันนี้คุณจะหยุดอยู่บ้านเพียง 14 วัน มีทั้งของกิน มีทั้งไฟฟ้า มีทั้งอินเทอร์เน็ต มีทั้งพัดลมมีทั้งผ้าห่ม มีทั้งหมอน มีทั้งคนรัก มีทั้งคนกอด มีทุกๆอย่างที่จะทำให้คุณไม่ลำบาก คุณหยุดให้ประเทศไทยได้ไหม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้ทุกคน &amp;quot;อดทนเจ็บแต่จบ&amp;quot; เราจะผ่านมันไปโดยเร็ว ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีเสียงชื่นชมผู้ว่าฯลำปางต่อการปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์แพร่เชื้อโรคโควิด-19 จนถึงขณะนี้จังหวัดลำปางยังไม่มีผู้ติดเชื้อแม้แต่รายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61284</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร, ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง, ผู้ว่าหมูป่า, อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200328/image_big_5e7f6b3492a66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 19:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งไล่ออก! &#039;ผญบ.สบเติ๋น&#039; ยักยอกเงินหลวง-ลากยาว 11 ปีเพิ่งลงโทษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดนแล้ว! ผู้ใหญ่บ้านแอบยักยอกเงินโครงการ &amp;quot;กข.คจ&amp;quot; ไปใช้ส่วนตัวแต่ถูกจับได้ ก่อนนำเงินคืนคิดว่าจบแต่ถูกร้องเรียนจนถูกตั้งกรรมการสอบยาวนาน 11 ปี ล่าสุดผู้ว่าฯลำปางลงนามคำสั่งประพฤติชั่วร้ายแรงไล่ออกจากราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.62 - จากกรณีที่พระอาจารย์สาธิต ธีรปัญโญ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมาภิวัฒน์ เครือข่ายพระนักพัฒนา ได้นำเอกสารเข้าร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางผ่านทางศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบผู้ใหญ่บ้านที่มีพฤติกรรมตนไม่เหมาะสม ขอให้มีการรื้อฟื้นและตรวจสอบการร้องเรียนผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นกรณียักยอกเงินโครงการ กขคจ. ไปใช้ในธุรกิจส่วนตัว&amp;nbsp;ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่เป็นความผิด ขอให้มีการปลดผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้ลงนามในคำสั่งที่ ลป.0018.1/388 เรื่องข้อเท็จจริงที่จะเป็นเหตุผลในการออกคำสั่งทางปกครองถึงนายชนะชัย วราชัยกุล ผู้ใหญ่บ้าน บ้านสบเติ๋น ทุจริตต่อหน้าที่ราชการและกระทำการอันได้ชื่อว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ให้ลงโทษไล่ออกจากราชการเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องจากมีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานภาครัฐหลายแห่งว่า นายชนะชัย วราชัยกุล ผู้ใหญ่บ้าน บ้านสบเติ๋น หมู่ 2 ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ซึ่งเมื่อปี 2551 ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนหมู่บ้าน (กข.คจ) ซึ่งรับมอบจากอดีตผู้ใหญ่บ้านคือ นายประชัญ เปี้ยสืบ พร้อมกับบัญชีเงินฝาก ชื่อบัญชี &amp;ldquo;โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนบ้านสบเติ๋น ม.2&amp;rdquo; มียอดเงินรวม 213,304 บาท พร้อมมีลูกหนี้ 11 ราย รวมยอดหนี้ 71,900 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2551 นายชนะชัยและนางพัชรี ได้เบิกเงินออกจากบัญชีโครงการฯ จำนวน 200,000 บาท วันที่ 3 มิ.ย.2551 ถอนจำนวน 10,000 บาท โดยนางพัชรีรับเงินไป 20,000 บาท และนายชนะชัยรับเงินไป 190,000 บาท เพื่อนำไปลงทุนทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์โดยไม่ได้ทำสัญญาเงินกู้ยืม ไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกนรรมการฯ และไม่มีการรายงานนายอำเภอทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 19 ม.ค.2553 นายพัชรี นำเงิน 20,000 บาท คืนแก่นายชนะชัย และนำเงินเข้าบัญชีโครงการฯ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงลายมือชื่อผู้มีอำนาจเบิกถอนเงิน เป็น 1.นายชนะชัย วราชัยกุล 2.นางจันทร์ศรี วงศ์อ้าย 3.นางสุจินดา แก้วหน่อ วันที่ 24 พ.ค.2553 นายชนะชัยพร้อมนางจันทร์ศรี ได้เบิกเงินออกจากบัญชีธนาคารไปใช้ส่วนตัวจำนวน 20,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายประชัญ เปี้ยสืบ อดีตผู้ใหญ่บ้านเกิดความสงสัยจึงขอตรวจสอบบัญชีโครงการฯ จึงพบว่าเงินเหลือเพียง 4,000 บาท จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ และมีการประชุมร่วมกัน กระทั่งนายชนะชัยยอมรับสารภาพว่า ตนเองนำเงินของโครงการไปใช้ส่วนตัวจริงเป็นเงิน 210,000 บาท โดยขอผ่อนผันกับทางเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนฯว่าจะขอคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้เสร็จภายใน 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งมีการคืนเงินจนครบแต่ก็มิได้มีการลงโทษ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนให้ตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้งเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากเมื่อครบวาระนายชนะชัยยังคงได้รับเลือกเข้ามาทำหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านเช่นเดิมโดยไม่มีการลงโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นงทางอำเภอ จังหวัด ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเวลาล่วงเลยมา 11 ปี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าฯลำปาง ลงนามคำสั่งหลังคณะกรรมการสอบสวนสรุปผลการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วพิจารณาและเห็นว่านายชนะชัยได้กระทำผิดทางละเมิด โดยเบิกถอนเงินจากบัญชีโครงการฯไปใช้ส่วนตัว&amp;nbsp;เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้รับความเสียหายจึงออกคำสั่งให้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายและปัจจุบันได้ชดใช้ครบถ้วนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดพิจารณาแล้วเห็นว่านายชนะชัยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการหมู่บ้านและประธานคณะกรรมการโครงการฯ มีหน้าที่ในการบริหารจัดการโครงการให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่กลับร่วมกับพวก เบิกถอนเงินงบประมาณไปใช้ส่วนตัว โดยมีเจตนาจะไม่ปฎิบัติให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่กำหนด เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการและกระทำการอันได้ชื่อว่าประพฤติชั่วร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 ประกอบมาตรา 61 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติปกครองท่องที่ พ.ศ.2457 และแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่ง ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2536 ให้ลงโทษผู้กระทำผิดวินัยฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการไล่ออกจากราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากประสงค์โต้แย้งหรือแสดงพยานหลักฐานใด สามารถยื่นต่อผู้ว่าฯลำปางได้ภายในวันที่ 30 ก.ย.2562 หากไม่ประสงค์จะโต้แย้งหรือแสดงพยานหลักฐาน ผู้ว่าฯลำปางจะได้พิจารณาออกคำสั่งไล่ออกจากตำแหน่งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46516</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, ทุจริตเงินหลวง, ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง, ผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋น, ไล่ออกจากราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d8a075e36a8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
