<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีป้า - จังหวัดอุบลราชธานี ปักหมุดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล สร้างระบบนิเวศกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล พัฒนากำลังคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;17 กันยายน 2564, อุบลราชธานี &amp;ndash; ดีป้า จับมือ จังหวัดอุบลราชธานี เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ปักหมุดพื้นที่ศาลากลางจังหวัด จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคอีสานตอนล่าง และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center หวังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาระบบนิเวศด้านดิจิทัล รวมถึงศูนย์สั่งการและบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ ช่วยยกระดับเมืองด้วยฐานของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ กระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล และพัฒนากำลังคนดิจิทัลในพื้นที่ คาดพร้อมให้บริการหน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปปลายปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า พร้อมผู้บริหารและพนักงาน ร่วมพิธีเปิดป้ายอาคารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคอีสานตอนล่าง และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center บนพื้นที่ 3 ไร่ บริเวณศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี โดยได้รับเกียรติจาก นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธาน ซึ่งมีคณะผู้บริหาร รวมถึงพนักงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีกันโดยพร้อมเพรียง โดยทั้งหมดปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โดย นายสฤษดิ์ กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีสำหรับการปักหลักของ ดีป้า และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center ในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ณ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นหมุดหมายสำคัญในการเชื่อมโยงและส่งเสริมเส้นทางเพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ของอุบลราชธานี และกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียง และขอแสดงความยินดีกับ ดีป้า ภายใต้การนำของ ดร.ณัฐพล รวมไปถึงคณะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน อีกทั้งขออำนวยพรให้การดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงานสาขาฯ ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และสามารถดำเนินภารกิจอันเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ด้าน ดร.ณัฐพล กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ดีป้า บูรณาการการทำงานกับจังหวัดอุบลราชธานีอย่างต่อเนื่องในการสำรวจและวางแผนความร่วมมือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยมุ่งหวังที่จะขับเคลื่อนอุบลราชธานีสู่การเป็นศูนย์กลางการให้บริการด้านดิจิทัลในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ก่อนพัฒนาไปสู่การเป็น ASEAN Digital Hub ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;อาคารสำนักงาน ดีป้า สาขาภาคอีสานตอนล่าง และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center จะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในการพัฒนาระบบนิเวศด้านดิจิทัล (Digital Ecosystem) ที่กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล โดยตั้งใจให้เป็นพื้นที่ที่ประชาชนเข้าใช้งานได้อย่างสะดวก เหมาะกับการคิดค้นสิ่งใหม่ต่อยอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มี Co-working Space รองรับการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการประชุม เป็นศูนย์สั่งการและบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ (City Data Platform) ที่จะช่วยยกระดับการพัฒนาเมืองด้วยฐานของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถให้บริการภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป รวมถึงชาวต่างชาติ อีกทั้งมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล ควบคู่ไปกับการพัฒนากำลังคนดิจิทัลในพื้นที่ โดยคาดว่า การก่อสร้างจะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการช่วงปลายปี 2565&amp;rdquo; ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ ดีป้า และ จังหวัดอุบลราชธานี เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบ (Smart Economy Showcase) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภาคอุตสาหกรรมการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารในจังหวัดอุบลราชธานี และพื้นที่ใกล้เคียงที่สนใจสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีคุณภาพจากเครือข่ายดิจิทัลสตาร์ทอัพสัญชาติไทย ซึ่งผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการจัดกิจกรรม Smart Economy Showcase ได้ทาง Facebook Page: depa Thailand&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117026</URL_LINK>
                <HASHTAG>ASEAN Digital Hub, City Data Platform, co-working space, Smart City, Smart Economy Showcase, ขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบ, จังหวัดอุบลราชธานี, ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์, ดีป้า, นายสฤษดิ์ วิฑูรย์, บริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ, ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี, ศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล, อุบลราชธานี, เมืองอัจฉริยะ, โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_6144528f49379.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2019 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่สน! ผู้ว่าฯอุบลสั่งห้ามประชาชนเผาตอซังข้าว แต่ อปท.กลับเผาขยะก่อมลพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีปัญหาฝุ่นพิษที่เกิดขึ้นอย่างรุ่นแรงในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่และอาจจะลุกลามไปในพื้นที่ต่างๆของประเทศ ส่งผลให้นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เปิดปฏิบัติการป้องกันผลกระทบและลดปัญหามลภาวะในพื้นที่ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานได้ร่วมกันเตรียมอุปกรณ์และเครื่องมือ บุคลากรและจัดทำแผนปฏิบัติงานตามภารกิจ ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจวัดควันดำรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล ตรวจสอบการก่อสร้างถนน อาคารที่อาจจะก่อมลภาวะ เฝ้าระวังการเผาหญ้า ตอซังข้าว โดยนำเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ใช้เครื่องฉีดน้ำที่บริเวณทุ่งศรีเมือง และศาลากลางหลังใหม่ เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองในอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าฯอุบลราชธานี กล่าวว่าเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์ เครื่องมือ และบุคลากร ตามแผนควบคุมและป้องกันปัญหามลภาวะของจังหวัด และเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเตรียมการป้องกัน ซึ่งขณะนี้ทุกพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี ยังไม่มีปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 แต่อย่างใด และมอบนโยบายให้มีการตรวจสภาพรถของหน่วยงานราชการจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้เป็นแบบอย่างของประชาชน &amp;nbsp;สำหรับรถยนต์ของประชาชน และรถรับจ้างหากตรวจพบค่าควันดำเกินค่ามาตรฐานกำหนด จะให้หยุดใช้รถชั่วคราว เพื่อนำไปแก้ไขและนำกลับมาตรวจสภาพใหม่จากสำนักงานขนส่งจังหวัด หากผ่านการตรวจสภาพก็จะสามารถใช้รถได้ตามปกติ ส่วนมาตรการด้านการเฝ้าระวัง มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรม สำรวจพื้นที่ที่มีสภาพจราจรหนาแน่นและเกิดปัญหาควันดำจากรถยนต์ &amp;nbsp;รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนไม่เผาตอซังข้าว หรือพืชทางการเกษตรและให้มีส่วนร่วมในการป้องกันไฟป่า ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาหมอกควันและมลภาวะ ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และนักท่องเที่ยวที่ที่เดินทางมาท่องเที่ยวอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่มีประเด็นดราม่าเกิดขึ้นในห้วงที่ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับในเรื่องนี้ ได้มีการเผาขยะในบ่อขยะในพื้นที่ตำบลช่องเม็ก ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยยอดมน เนื้อที่กว่า 2 ไร่ ซึ่งมีควันจากการเผาขยะลอบโชยเต็มพื้นที่ ซึ่งบ่อขยะแห่งนี้เป็นบ่อที่มีหน่วยงานราชการ 2 แห่งนำมาทิ้ง คือขยะจากเทศบาลตำบลช่องเม็ก และ อบต.ช่องเม็ก และบ่อขยะดังกล่าวอยู่ในเขตความรับผิดชอบของ อบต.ช่องเม็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าวจึงทำให้ประชาชนเกิดความสับสนว่ามาตรการและการสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดห้ามให้ประชาชนมีการเผาหญ้า และตอซังข้าวนั้น แต่กลับมีหน่วยงานราชการทำการเผาขยะเอง แล้วการเผาทำได้หรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28284</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหาฝุ่นละออง, ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี, ฝุ่นพิษ, มลพิษ, เผาขยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190204/image_big_5c57e96dac6e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 11:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 11:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จอนนี่จะไม่ทน! ขอซื้อคืนรถดับเพลิงโบราณ รักษาสมบัติบ้านเกิด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จอนนี่มือปราบอินดี้ ประกาศจุดยืนขอซื้อคืนรถดับเพลิงโบราณ ระบุเป็นสมบัติทางประวัติศาสตร์และคุณค่าทางจิตใจ ชาวพิบูลมังสาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10ก.ย.61-ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่ผู้บริหารเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ได้นำรถดับเพลิงโบราณ จำนวน 2 คัน ออกไปขายทอดตลาดด้วยวิธีการประมูลปากเปล่า โดยล่าสุดเมื่อเย็นของวันที่ 9 ก.ย. ผู้ที่ชนะการประมูลรถดับเพลิงโบราณ ซึ่งได้ประมูลไปในมูลค่าคันละ 190,000 บาท ได้นำรถบรรทุกมาเคลื่อนย้ายรถดับเพลิงโบราณออกไปแล้วท่วมกลางสายตาที่หวงแหนของประชาชน ที่ไม่อยากจะสูญเสียสิ่งของเก่าแก่อันมีค่าที่เป็นสมบัติทางจิตใจของประชาชนคนเมืองพิบูลมังสาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ด.ต.ยุทธพล ศรีสมพงษ์ &amp;nbsp;ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. หรือรู้จักกันในนามจอนนี่มือปราบอินดี้ ที่โด่งดังในโลกออนไลน์ ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเครือข่ายออนไลน์ว่า &amp;ldquo;คนซื้อไป ผมไล่เช็คไล่สืบดูแล้ว สุดท้ายก็คนที่ผมรู้จัก ผมจะไปขอซื้อคืน ผมจะนำมามอบคืนให้กับพี่น้องชาวอำเภอบ้านเกิดผม (ถ้าเขาขายให้ผมนะ)&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการแสดงความเห็นของคนดังที่เป็นชาวอำเภอพิบูลมังสาหาร ที่รู้สึกเสียดาย ที่ต้องสูญเสียสิ่งของอันมีค่าและเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของเมืองพิบูลมังสาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายมงคล ศรีแสง สมาชิกสภาเทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร ได้โพสต์ข้อความระบุว่า &amp;ldquo;ตามที่ผมและพี่น้องประชาชนชาวเมืองพิบูลฯ ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลฯโดยผ่านนายอำเภอพิบูลฯ เมื่อ7 กันยายน 2561 เพื่อยับยั้งการขายทอดตลาดรถดับเพลิง 2 คัน ที่ตั้งแสดงไว้หน้าสำนักงานเทศบาลฯ เพื่อไว้ให้ลูกๆ หลานๆ และคนรุ่นหลังๆ ได้ดูและภาคภูมิใจในอดีต เพราะนี่คือสมบัติและทรัพย์สินของพ่อเรา แต่เสียดายครับนายกเทศมนตรีเมืองพิบูลฯ ไม่เห็นความสำคัญ ไม่เคารพเสียงเรียกร้อง ความต้องการของพี่น้องประชาชนแม้แต่นิดเดียว เมื่อวานอาทิตย์ที่ &amp;nbsp;9 กันยายน 2561 ตอนเย็นๆ รถดับเพลิง 2 คันของพวกเรา ได้ถูกผู้ที่ประมูลได้นำออกจากเมืองพิบูลฯ ของเราเรียบร้อยแล้ว ผมในฐานะสมาชิกสภาฯ ซึ่งเป็นตัวของพี่น้องประชาชนที่ท่านเลือกผมเข้ามา แต่ไม่มีความสามารถปกป้องและรักษาสมบัติและทรัพย์สินที่พี่น้องหวงแหนเพื่ออนุรักษ์ไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานสืบต่อไปได้ ผมต้องขอโทษและขอแสดงความเสียใจต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่งครับ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีประชาชนออกมาคัดค้านและเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้ยับยั้งไม่ให้มีการยกเลิกสัญญาที่ได้ประมูลไป และนำรถดับเพลิงโบราณกลับมา แต่ไม่พบว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ได้แสดงความเป็นห่วงเป็นใยอย่างไรในเรื่องนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17197</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอนนี่มือปราบอินดี้, ประมูล, ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี, ยกเลิกสัญญา, รถดับเพลิงโบราณ, เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b95f13361933.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2018 10:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชาวบ้านร้องผวจ.อุบลฯช่วยจับคนรุกที่สาธารณะ906ไร่ โวยจนท.เกียร์ว่างสร้างปัญหาเรื้องรัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 มิ.ย. 61- ที่บ้านตุงลุง หมู่ 5 ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี นายสมบัติ องค์แก้ว ประธานคณะกรรมการหมู่บ้านตุงลุง &amp;nbsp;ได้นัดสมาชิกคณะกรรมการหมู่บ้านตุงลุง รวมตัวกันหารือเกี่ยวกับกรณีมีบุคคลบุกรุกพื้นที่สาธารณะประโยชน์ของชุมชน ที่ใช้เป็นทำเลเลี้ยงสัตว์ของ 4 ชุมชน คือ บ้านตุงลุง ม.5 บ้านปากห้วยแคน ม.6 บ้านหัวเห่ว ม.11 และชุมชนโนนสูง ซึ่งการบุกรุกดังกล่าวทำให้พื้นที่สาธารณะที่ทุกคนมีสิทธิใช้ประโยชน์ร่วมกันถูกยึดถือไปเป็นของส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสมบัติ &amp;nbsp;กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างว่าได้ถือครองกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกินบนพื้นที่สาธารณะประโยชน์แห่งนี้ และได้กระทำนี้การบุกรุกแผ้วถาง พร้อมทั้งนำเครื่องยนต์จักรกลและนำรถไถ มาไถปรับพื้นที่เพื่อยกร่องปลูกมันสำปะหลัง เป็นพื้นที่บริเวณกว้าง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตของที่ดินสาธารณะ บริเวณหมายเลข 36 ตามรูปแผนที่หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงแปลงเลขที่ อบ 4760 ซึ่งในเวลาขณะนั้นได้มีนายปรมินทร์ เชื่องดี ได้เป็นผู้ขับรถไถปรับพื้นที่อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ต่อมาได้มีนายอาคม ผลเพิ่ม ผู้ใหญ่บ้านบ้านตุงลุง พร้อมด้วยนายสมบัติ องค์แก้ว ประธานคณะกรรมการหมู่บ้าน ได้เข้ามาห้ามปรามเพื่อไม่ให้ดำเนินการใดๆ ในพื้นที่สาธารณะประโยชน์นี้ แต่นายปรมินทร์ กลับไม่สนใจและทำการไถปรับพื้นที่ต่อ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่กี่วันชาวบ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านได้ไปห้ามปรามอยู่หลายครั้ง แต่นายปรมินทร์ ก็ยังดำเนินการบุกรุกอยู่เช่นเคย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ชาวบ้านได้เคยแจ้งทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอโขงเจียม ทหารและตำรวจ สภ.โขงเจียม เข้าดำเนินการจับกุม เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาในพื้นที่ นายปรมินทร์ ก็พยามขับรถไถเพื่อที่จะหลบหนีแต่ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้ล้อมไว้เพื่อที่จะนำนายปรมินทร์ มาพูดคุยให้หยุดการกระทำดังกล่าว พร้อมทั้งได้นำป้ายประกาศมาติดให้ชาวบ้านทั้งหมด อพยพออกจากทำเลเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์บ้านตุงลุง ตามหนังสือสำคัญที่หลวง ลงวันที่ 6 ต.ค.51 แปลงหมายเลข อบ 7460 บนเนื้อที่ 906 ไร่ 25 ตารางวา ซึ่งเป็นทรัพย์สินส่วนรวมประชาชนให้ใช้ร่วมกัน ห้ามบุกรุก จับจอง หรือครอบครอง เพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่ก็ไม่เป็นผล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;กลุ่มผู้บุกรุกก็ไม่ได้เกรงกลัวและทำการบุกรุกต่อเนื่อง แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆอีกเลย &amp;nbsp;และไม่มีความคืบหน้าว่าจะแก้ปัญหาอย่าไร ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในชุมชนลายเป็นปัญหาเรื้อรัง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายสมบัติ กล่าวอีกว่า วันนี้ชาวบ้านได้เดินทางไปยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือจากนายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ให้มีคำสั่งการในการแก้ไขปัญหาลงมายังพื้นที่และดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มผู้บุกรุก เพราะเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10456</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมบัติ องค์แก้ว, นายสฤษดิ์ วิฑูรย์, บุกรุกที่สาธารณะ, ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี, หมู่บ้านตุงลุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b10c0b5ecd70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
