<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2021 17:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 17:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯฝาก&#039;ผู้ว่าฯ-กระทรวง&#039;ดูแลนโยบายที่ส.ส.เสนอมาด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.64-ที่สะพานยกระดับสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และคณะเดินทางมาตรวจความพร้อมแผนป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ โดยจุดแรกนายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมและรับฟังรายงานการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จ.สมุทรปราการและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ชลประทาน จากนั้นขึ้นเยี่ยมชมจุดสูบน้ำบนสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นการตรวจระบบแรงดันน้ำครั้งแรกของเราตั้งแต่ปี 57 เป็นต้นมา เพราะก่อนหน้านั้นมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมอยู่หลายพื้นที่ ซึ่งคงไม่ได้ไปโทษใครอะไร เพราะมันผ่านมาแล้ว วันนี้ มา จ.สมุทรปราการ สองวาระด้วยกัน วาระแรกคือ ตรวจเยี่ยมสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยมีการหารือเรื่องเวชกรรมต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการผลิตแพทย์ พยาบาล และถือว่าที่นี่เป็นองค์การขนาดใหญ่และมีผลงานเป็นที่ปรากฏ วันนี้ต้องขอบคุณที่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ซึ่งช่วยได้มาก จากผู้ป่วยพันหลายพันก็ลดลงไปเรื่อยๆ ผู้ที่อาการหนักที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจก็ลดลง นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เรายังไม่นิ่งนอนใจ วันนี้เราจำเป็นต้องสร้างความมั่นคงทางด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งเทคโนโลยีและด้านดิจิทัลต่างๆ ถ้ามีอะไรต่างๆ เสนอมา ตนก็จะเพิ่มเติมให้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับสะพานส่งน้ำ สถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ เป็นที่ระบายน้ำหลัก วันนี้ได้คุยกับ สนทช. กรมชลประทาน ถือว่าสถานีระบายน้ำแห่งนี้ยังสามารถแก้ปัญหาเรื่องป้องกันและแก้ไขน้ำท่วมได้มากพอสมควรในระดับหนึ่ง ส่วนกาลข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องบริหารพื้นที่ไป นอกจากนี้ จะต้องดูว่ามีเครื่องกีดขวางในการระบายน้ำอย่างไร และต้องวางแผนกับ สนทช.ในการบริหารจัดการเรื่องน้ำ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีระบบหมุนน้ำดีเพียงพอเท่าไรก็ตาม มันขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย เพราะหลายประเทศก็เกิดปัญหาน้ำท่วม ประเทศที่มีรายได้สูงก็มีปัญหาเรื่องน้ำท่วม จึงกำชับไปว่าขอให้ระวังและมองอนาคตไว้ด้วย ถ้าวันหน้ามันมากกว่านี้ด้วยสถานการณ์ภูมิอากาศโลกมากขึ้น อย่างเรื่องโลกร้อน น้ำแข็งละลาย ปริมาณน้ำในทะเลสูงขึ้น จึงต้องมองปัญหาในระยะยาว และร่วมมือกันไว้กับหลายประเทศ หลายภูมิภาค
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายกฯกล่าวว่า ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างรัฐบาล ท้องถิ่น และส.ส.ในพื้นที่ ยืนยันว่าตนต้องดูแลคนทั้งประเทศ ไม่ว่าที่ไหนจะเป็นพื้นที่ของใครก็แล้วแต่ ตนก็จะมาให้ทุกที่ วันหน้าจะปรับแผนงานของตนให้ลงพื้นที่ให้ได้ และจะรับฟังความคิดเห็นจากบรรดา ส.ส.ของท่านในการดูแลประชาชน และเราต้องคำนึงถึงจังหวัดอื่นๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย รัฐบาลทำหน้าที่แบบนี้ ในวันนี้รับฟังหลายช่องทางอยู่แล้ว ทั้งช่องทางผู้ว่าราชการจังหวัด ในสภา และรัฐบาลจำเป็นต้องมีแผนงานที่รัฐจะต้องทำในโครงการที่มันใหญ่หน่อย ในส่วนที่เล็กกว่านั้นก็จะเป็นเรื่องของผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะต้องบริหารในระดับพื้นที่ ยืนยันว่าตนดูแลทุกพรรคการเมือง เพราะตนดูแลประชาชนเป็นรัฐบาลของประชาชนขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วยว่าสิ่งใดๆก็ตามที่เสนอมาตนก็รับไว้ และไปดูว่าคุณจะทำอย่างไร แค่ไหนอย่างไร ทำได้หรือไม่ได้ กฎหมายว่าอย่างไร งบประมาณมีหรือไม่ ตนอาจผิดหรือไม่ ทำเองก็ให้มันสุจริต โปร่งใส รัฐบาลต้องทำให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ฝากไปถึงผู้ว่าฯและทุกกระทรวงขอให้ดูแลนโยบายที่นำเสนอมาโดย ส.ส.ที่อยู่ในคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ต้องรับแผนงานของ ส.ส.มาบริหารด้วย ในพื้นที่ไม่ว่าของใครก็ตามให้ความเป็นธรรมในพื้นที่ เพราะว่ามันเป็นคำตอบให้กับประชาชนในพื้นที่ถูกต้องไหม เนอะก็น่าจะคิดไม่ผิด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116460</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน, ผู้ว่าฯ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ส.ส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210912/image_big_613dd02275b47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104661</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2021 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2021 14:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ศบค.กำชับผู้ว่าฯระวังการข้ามพื้นที่จากกทม.ไปตจว.กระจายเชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.64- พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4,528 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,599 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 1,397 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,202 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 1,902 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 27 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 154,307 ราย หายป่วยสะสม 105,244 ราย เฉพาะวันนี้หายป่วย 2,933 ราย อยู่ระหว่างรักษา 48,051 ราย อาการหนัก 1,209 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 389 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 24 ราย เป็นชาย 11 หญิง 13 ราย อยู่ใน กทม. 14 ราย นนทบุรี 3 ราย ชลบุรี 2 ราย เชียงใหม่ สมุทรปราการ สมุทรสาคร สุพรรณบุรี นครศรีธรรมราช จังหวัดละ 1 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 1,012 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 170,626,190 ราย เสียชีวิตสะสม 3,548,593 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก ได้มีการพูดถึงจำนวนผู้ติดเชื้อในเรือนจำที่มีสูงขึ้น โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ถึงปัจจุบัน มีถึง 15,616 ราย ซึ่งการดูแลรักษาผู้ป่วยระดับสีเขียว สีเหลือง สีแดง เบ็ดเสร็จในเรือนจำ ศบค.ชุดเล็กมีความเป็นห่วงตรงนี้ จึงเน้นย้ำให้ดูแลอย่างมีเหมาะสมและมีคุณภาพ ขณะที่ผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศวันที่ 30 พ.ค. มี 1 ราย ที่เดินทางจากกัมพูชาผ่านทางช่องทางธรรมชาติ และจากมาเลเซีย 2 ราย โดยวันเดียวกันทางมาเลเซียมีการประกาศล็อคดาวน์เต็มรูปแบบหลังมีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูง จึงเป็นห่วงว่าคนไทยอาจหาช่องทางกลับบ้านตามแนวชายแดน เราไม่ปฏิเสธแต่ขอให้กลับมาในช่องทางที่ถูกต้อง ภาครัฐจะให้การดูแล โดยได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ยะลา นราธิวาส และสตูล บูรณาการเฝ้าระวังตรงส่วนนี้ไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 5 จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อสูงสุดวันที่ 30 พ.ค. ได้แก่ กทม. 754 ราย เพชรบุรี 754 ราย สมุทรปราการ 264 ราย นนทบุรี 139 ราย และชลบุรี 90 ราย จะเห็นว่า บริเวณ กทม. ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียงมีการเคลื่อนย้ายของประชากร ถ้าเราลดการติดเชื้อใน กทม. จะส่งผลไปยังจังหวัดปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียงด้วย ส่วนวันเดียวกัน มีจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ 22 จังหวัด จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อไม่ถึง 10 ราย 34 จังหวัด บางจังหวัดเริ่มกลับมามีรายงานผู้ติดเชื้อ แม้มีเพียงไม่กี่คน แต่ทำให้เห็นถึงการทำงานเชิงรุก เราขอเน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เฝ้าระวังตรวจสอบบุคคลที่เดินทางเข้าพื้นที่ เนื่องจากการข้ามพื้นที่เป็นปัจจัยหลักของการแพร่ระบาดเชื้อในระยะนี้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์พื้นที่ กทม.แม้กราฟเหมือนจะปักหัวลง แต่ตัวเลขยังคงค่อนข้างสูง ทั้งนี้ ไม่พบคลัสเตอร์ใหม่ การระบาดที่เป็นคลัสเตอร์ยังอยู่ที่ 47 คลัสเตอร์ 28 เขต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับจำนวนตลาดใน กทม.ที่มีการขึ้นทะเบียนกับ กทม.มีถึง 486 แห่ง ทำการตรวจเชิงรุกในตลาดไปแล้ว 34 แห่ง เจอผู้ติดเชื้อสะสม 106 ราย หลังจากนี้จะมีการระดมตรวจเชิงรุกให้ครบ 486 แห่ง ตามแผนต้องทำให้ได้ 30,300 ราย และขอให้ผู้นำชุมชนและผู้จัดการตลาดทำการประเมินตลาดของตัวเองด้วยว่าทำตามมาตรการสาธารณสุขหรือไม่ ขณะที่แคมป์คนงานใน กทม. มีทั้งสิ้น 409 แห่ง มีบริษัทที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักการโยธา กทม. 134 บริษัท โดยผู้อำนวยการสำนักงานเขตจะลงพื้นที่แจ้งต่อผู้ประกอบถึงมาตรการต่างๆ และสำนักการโยธาจะเรียกทั้ง 134 บริษัทมาขอความร่วมมือถึงการดูแลสภาพแวดล้อมในแคมป์คนงานให้ปลอดภัย รวมถึงกำชับการงดการเคลื่อนย้ายคนงานการข้ามเขต หากจะเคลื่อนย้ายต้องขออนุญาต และให้นำมาตรการบับเบิลแอนด์ซีลมาใช้ มาตรการต่างๆ หลายแคมป์ทำได้ดีมาก แต่มีหลายแคมป์ที่ทำไม่ได้ ถ้าทำผิดซ้ำอาจต้องทบทวนบทลงโทษ โดยวันที่ 1-10 มิ.ย. จะมีการลงตรวจเชิงรุกและดูสภาพแวดล้อมในแคมป์คนงาน 30 แห่งนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ในส่วนของแรงงานต่างๆ ที่อยู่ในประเทศ เมื่อเจ็บป่วยควรได้รับการรักษาตามมาตรฐาน แม้บางคนไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกกฎหมาย แต่ด้วยหลักมนุษยธรรมเขาควรได้รับการดูแล เพราะถ้าเขาไม่ได้รับการรักษาชุมชนจะไม่ปลอดภัยเช่นเดียวกัน โดยกระทรวงแรงงานได้รายงานว่าตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ.เป็นต้นมา มีแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายมาขึ้นทะเบียนถึง 416,769 ราย และยังตกค้างอยู่ประมาณสองแสนราย เฉพาะ กทม.มีถึง 7 หมื่นราย ถ้าเป็นไปได้ขอความร่วมมือนายจ้างให้นำแรงงานเหล่านี้มาขึ้นทะเบียน ให้เขาได้รับการดูแลสุขภาพและเข้าสู่ระบบการดูแลสุขภาพที่ควรจะได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104661</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ว่าฯ, ศบค., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608fad8b70450.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2020 08:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2020 08:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.มท.สั่งผู้ว่าฯใช้กลไกท้องถิ่นสกัดลอบเข้าเมือง ห้ามขรก.รู้เห็นเป็นใจ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ธ.ค. 63 -&amp;nbsp; ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า ด้วยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีบัญชาให้ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ให้เพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากประเทศเพื่อนบ้าน โดยให้จังหวัดแจ้งหน่วยปฏิบัติ กลไกผู้ปกครองท้องที่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เน้นความเข้มข้นในการสกัดกั้นและติดตามผู้ลักลอบเข้าเมืองตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามบัญชาของนายกรัฐมนตรีข้างต้น นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด/ประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ดำเนินการ 3 มาตรการ ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) ประสานแจ้งหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ เช่น ตำรวจภูธร ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ทหาร และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข บูรณาการสกัดกั้นและติดตามการลักลอบเข้าเมืองที่ไม่ผ่านกระบวนการคัดกรองโรค โดยเฉพาะการลักลอบเข้าประเทศทางช่องทางธรรมชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอาสาสมัครในพื้นที่ เฝ้าระวังสังเกต และใช้มาตรการทางการข่าว โดยวางข่ายข่าว จัดตั้งแหล่งข่าว และอาจกำหนดให้มีการตั้งด่านคัดกรองโรคสำหรับบุคคลที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ให้สอดคล้องกับมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยหากตรวจพบให้ดำเนินการตามระเบียบกฎหมาย มาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และรายงานผู้รับผิดชอบตามกฎหมายคนเข้าเมืองให้ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ 3) ชี้แจงทำความเข้าใจกับข้าราชการ บุคลากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ห้ามมิให้ปล่อยปละละเลยหรือรู้เห็นเป็นใจในพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้องกับนโยบายและมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86149</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ผู้ว่าฯ, ลอบเข้าเมือง, ศบค.มท., โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201207/image_big_5fcd7e23ab72e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66252</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 15:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 15:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.สมชาย&#039;ผวาโควิดระบาดคนแห่แน่นห้าง แนะศบค.พบหย่อนมาตรการสั่งปิดทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 63 - นายสมชาย แสวงการ&amp;nbsp; สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;คนไทยเริ่มการ์ดตกระวังโควิดอาจระบาดรอบ 2 ขอเสนอไปยัง ศบค. กทม. และผู้ว่าราชการจังหวัดว่า ถ้าพบการติดเชื้อระบาดในห้างสรรพสินค้าใดที่อาจทำให้เกิด super spreader ในการระบาดรอบ 2 ที่อาจจะมีขึ้น เพราะเห็นได้ว่าคนไทยอาจมีอาการการ์ดเริ่มตกบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถิติตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศนั้นเป็นศูนย์มาหลายครั้งเพราะคนไทยร่วมมือกัน ตัวเลขที่ติดเชื้อนั้นส่วนใหญ่มาจากการกักตัวการรับคนไทยกลับประเทศและตรวจเชื้อจึงพบว่าติดเชื้อกลับมา ดังนั้นถ้าทุกฝ่ายร่วมมือร่วมใจป้องกันมิให้มาตรการผ่อนคลายกลายเป็นการเร่งการระบาดรอบ 2 ได้จะดีที่สุด แต่ถ้าเกิดการเริ่มระบาดจากภายในประเทศเองอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค. ผู้ว่าฯ กทม ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ต้องมีมาตรการเร่งด่วนและเด็ดขาดเพื่อตัดไฟแต่ต้นลมมิให้ระบาดรอบ 2 เกิดขึ้นในประเทศไทยและอาจรุนแรงกว่ารอบแรกดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) สั่งปิดห้างสรรพสินค้าที่หย่อนมาตรการนั้นทันทีไปตลอดจนกว่าประเทศจะผ่านวิกฤติโควิดรอบ 2โดยทันที พร้อมเข้าควบคุมทำความสะอาดฆ่าเชื้อทั้งหมดโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ดำเนินมาตรการกักตัวเพื่อเฝ้าระวังโรค State Quarantine และ Local Quarantine เพื่อกักตัว 14 วัน กับทุกคนที่ลงทะเบียนเข้าไปในห้างตามวันและเวลาที่มีผู้แพร่ระบาดทันทีไม่มีข้อยกเว้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) ศบค. ควรสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขตรวจเชื้อเชิงรุกทันทีทั่วประเทศ เพราะจากข้อมูลที่ประเทศไทยตรวจหาเชื้อในรอบแรกไปแล้ว 328,079 คน จากประชากร 66.6 ล้านคน เพียงแค่ 0.92% นั้น อาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องอาศัยช่วงที่การระบาดรอบแรกที่น่าจะใกล้ยุติแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้ห้องปฏิบัติการณ์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 167 แห่งทั่วประเทศ ร่วมมือกับ รพ.รัฐ และ รพ.เอกชน เร่งระดมตรวจเชื้อเชิงรุกเพิ่มขึ้นอย่างเร่งด่วนต่อไป&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66252</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ว่าฯ, ระบาดรอบ2, ศบค., สมชาย แสวงการ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200501/image_big_5eabd0f18cdd0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สบายดีหรือเปล่า! กระทุ้งผู้ว่าฯเพชรบูรณ์-นอภ.ปล่อยขยะล้นเขาค้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค. 63 - นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้เดินทางไปตรวจสอบ เชิงลึกและเก็บข้อมูลโรงแรมเถื่อน ที่ไม่มีใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรงแรม 2547 ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาโปลกหล่น ต.ทุ่งสมอ พื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาปางก่อและป่าวังชมภู เขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยน้ำโจนแบะป่าวังสาร เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำป่าสักฝั่งซ้าย เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยทินและป่าคลองตีบ ฯลฯ แลป่าสงวนแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติเข้าค้อ ซึ่งมีกว่า 600 โรงแรมพบว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมามีการนำขยะมาทิ้งเรี่ยราดหลายจุด หลายพื้นที่ในที่รกร้างว่างเปล่า ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำ หรือพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ โดยไม่มีมาตรการการจัดเก็บและนำไปกำจัดตามหลักสุขาภิบาล (Sanitary Landfill)ให้หมดแต่อย่างใด ชี้ให้เห็นถึงการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองท้องถิ่นในพื้นที่เป็นอย่างดี และบางจุดมีการลักลอบเผาขยะจนก่อให้เกิดฝุ่นควันแพร่กระจายในวงกว้างด้วย ทำให้นึกถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ นายอำเภอเขาค้อ และผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ขึ้นมาจับใจ ว่าท่านเหล่านี้ยังสุขสบายดีกันอยู่หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มูลเหตุสำคัญน่าจะมาจากการปล่อยให้มีโรงแรมเถื่อน รีสอร์ท บังกะโลเถื่อนเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากโดยไม่มีมาตรการควบคุมและจัดการที่ดีพอ ทำให้ขยะจากนักท่องเที่ยวที่แห่กันมาพักผ่อนและเที่ยวชมพื้นที่เขาค้อ ซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติ และบางส่วนเป็นอุทยานแห่งชาติเขาค้อจนล้นศักยภาพของพื้นที่ที่จะรองรับได้ (Carrying Capacity) และที่สำคัญเหตุใดกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงไม่บังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดเฉกเช่นเดียวกันกับกรณีที่กรมป่าไม้ไปจัดการรีสอร์ทเถื่อนที่ม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่ ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนจะนำข้อมูลโรงแรม รีสอร์ท บังกะโลเถื่อนทั้งหมดที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติเขาค้อ ไปร้องเรียนอธิบดีกรมป่าไม้ และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ให้บังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัดในสัปดาห์หน้าต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55003</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยะล้น, ผู้ว่าฯ, ศรีสุวรรณ, อธิบดีป่าไม้, อุทยานฯ, เขาค้อ, เพชรบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d2fbf3da713f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 12:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 12:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ฮึ่มงัดคำสั่งคสช.ปราบฝุ่นพิษ ขู่ฟันผวจ.-ผอ.เขต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;30 ม.ค. 62 - ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงานและแสดงปาฐกถาพิเศษในงานมหกรรมยุทธศาสตร์ชาติ &amp;ldquo;อนาคตไทย อนาคตเรา&amp;rdquo; our country our future ตอนหนึ่งว่า วันนี้เรามีปัญหาเรื่องฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นมา ทั้ง pm2.5 และ pm10 ปัญหาเหล่านี้มาจากหลายภาคส่วน ตนไม่ได้พูดหรือโจมตี หรือตัดรอนเกษตรกรอย่างที่มีคนกล่าวหา เพียงแต่บอกว่าการเผาวัชพืชหรือตอซังข้าว ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดฝุ่นละออง ตนไม่ได้คิดไปรังแกใคร แต่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหามากขึ้นอีก ซึ่งเราต้องรู้ที่มาของปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้มีการนำเรื่องฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน มาหาเสียงโจมตีรัฐบาล ที่ผ่านมาเราพยายามทำทุกอย่าง ตอนนี้มาตรการระยะสั้นคือใช้น้ำแก้ปัญหา ให้ข้อมูลประชาชน มีการจัดหาหน้ากากให้ แต่ยังมีคนบ่นว่าถ้าเด็กทำหน้ากากหลุด แล้วจะทำอย่างไร จึงต้องถามกลับไปว่า แล้วตนจะต้องไปใส่หน้ากากให้เด็กหรืออย่างไร นี่คือคนที่เขียนตามโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ต่างๆ ถามว่าเป็นหน้าที่ตนหรือไม่ ที่จะต้องไปใส่หน้ากากให้เด็ก เพราะทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าว ได้สั่งการแล้ว ว่าให้มีการแจ้งเตือนประชาชนในเขตพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ซึ่งในกรุงเทพมหานคร (กทม.) พื้นที่ใดไม่ได้รับการแก้ไขเลย และไม่มีคำชี้แจงว่าได้ดำเนินการไปแล้วอย่างไรบ้าง จะสั่งลงโทษผู้อำนวยการเขต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมควบคุมมลพิษ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในด้านการจราจร ต้องมีการตรวจรถควันดำ แต่เมื่อตรวจมากก็จะโดนด่า หาว่าทำให้รถติด ทั้งที่เจ้าของรถจะต้องมีจิตสำนึก ต้องรู้อยู่แล้วว่ารถตัวเองเป็นอย่างไร ถ้าก่อมลพิษก็อย่าขับออกมา ซึ่งสามารถตรวจเช็คสภาพรถจากศูนย์ได้อยู่แล้ว ดังนั้นรถดีเซล ไม่ว่าจะเป็น รถเมล์ รถบัส ต้องตรวจเช็คสภาพรถจากอู่มา ต่อไปถ้ายังเป็นอย่างนี้อยู่ เจอผิดตรงไหน ต้องจอดตรงนั้น แล้วให้หาคนมารับเอง ถ้าทุกคนต้องการให้ผมเข้มงวด ผมจะทำให้ ควันดำตรงไหนจอดตรงนั้น ลากเอาไปเก็บจนกว่าจะปรับปรุงแล้วค่อยวิ่งได้ ผมจะสั่งแบบนี้นะ ถ้ายังแก้ไม่ได้ ดูซิจะเดือดร้อนกันหรือไม่ ผมไม่ได้ต้องการให้เดือดร้อน แต่อยากให้ทุกคนมีจิตสำนึก และต่อไปรถที่วิ่งเข้ามาในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ถ้าแก้ไขยังไม่ได้ ผมจะให้วิ่งรถเป็นวันคู่ วันคี่ และต่อไปจะห้ามไม่ให้รถดีเซล วิ่งบนถนนเส้นเหล่านี้ มันจะมีปัญหากันอีกหรือไม่ เมื่อทุกคนบอกว่า ผมอ่อนเกินไปในเรื่องนี้ ไม่เข้มงวดจริงจัง แต่ความจริง ผมพร้อมทำทุกอย่าง ซึ่งทุกคนต้องร่วมมือกัน รีบไปแก้เสียในวันนี้&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในต่างจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร ต้องทำให้ค่าฝุ่นละอองลดลงให้ได้ ส่วนภาคอุตสาหกรรม โรงงานอุตสากรรมอาจต้องปิดโรงงานในช่วงเช้า บ่าย หรือเย็น หรือช่วงที่ค่าฝุ่นละอองสูง ขอให้เตรียมตัวไว้ และจะมาบอกว่านายกฯไม่เอาใจใส่อีกไม่ได้ คอยดูก็แล้วกัน ว่าจะมีอะไรกลับมาหรือไม่ จะยอมเสียสละกันหรือไม่ วันนี้จะขอให้รณรงค์กัน โรงงานหยุดทำการในช่วงเช้าหรือเย็นได้หรือไม่ วันละ 1 ชั่วโมงก็ยังดี แล้วจะต้องตรวจโรงงาน โดยใช้อำนาจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน.แต่ละจังหวัดเข้าไปตรวจสอบทุกโรงงาน &amp;nbsp;ซึ่งวันนี้ได้ออกคำสั่งแล้ว เพื่อให้ดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป &amp;nbsp;หากโรงงานใดไม่ได้รับการดูแล จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องรับผิดชอบ ไปชี้เป้ามา เรามีหน่วยตรวจสอบอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ความจริงทุกโรงงานต่างมีระบบการตรวจสอบของตัวเองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหามลพิษ การขจัดน้ำเสีย แต่โรงงานเก่ากลับไม่ค่อยแก้ไขปัญหา ซึ่งวันนี้ต้องปรับปรุง ความจริงแล้ว ควรจะมีกฎหมายรวมว่างานอุตสาหกรรม การจราจรการเกษตร ทั้งหมดควรทำอย่างไร เพราะการเผาวัชพืชต่างๆนั้น มีกฎหมายกำกับดูแลอยู่แล้ว จึงต้องควรเอาจริงเอาจังในกฎหมายเหล่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เดี๋ยวผมจะออกคำสั่ง คสช. แต่ไม่ใช้มาตรา 44 เพราะมาตรา 44 นั้น มีอำนาจอยู่แล้ว พอใจหรือไม่ ที่ผมประกาศแบบนี้ ต่อไปนั่งรถคนเดียวไม่ได้ ต้องมีเพื่อนนั่งรถไปด้วย 2-3 คน เอากันสิครับ ด่าผมดีนัก ว่าอย่างนี้ทำหรือไม่ทำ เด็กไอจะเป็นเลือดอยู่แล้ว ซึ่งวันนี้ผมจะทำให้ ต่อไปนี้ไปไหนต้องชวนเพื่อนไปด้วย จะนั่งแท็กซี่คนเดียวไม่ได้ ต้องลากคนขึ้นไปด้วย 2-3 ที่หมาย ถ้าไม่แก้กันผมจะทำแบบนี้ เดี๋ยวจะทบทวนว่าจะทำอะไรได้บ้าง แต่วันนี้จะออกคำสั่งไปก่อน กอ.รมน. และทหารทุกคน ต้องเข้าไปตรวจทุกโรงงาน น้ำเสีย ขยะ ใครทำสารพิษ ไปจี้ไปดู แล้วรายงานให้ผม ผมจะลงโทษหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งกรุงเทพฯ และทุกจังหวัด 76 จังหวัด จะมีใครคัดค้านผมบ้าง ใครไม่เห็นชอบให้บอกมา เงียบแสดงว่าทุกคนเห็นชอบร่วมกับผม หากมีอะไรสะท้อนกลับมาก็ช่วยกันรับผิดชอบด้วย ยุให้นายกฯทำดีนัก แต่พอมีเรื่อง กูไปก่อน&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้ต้องการทำให้เกิดความขัดแย้ง หรือเดือดร้อน เพราะนี่ถือเป็นเรื่องยากในการบริหารราชการ ยิ่งช่วงนี้อยู่ในช่วงกระแสการเลือกตั้ง ยิ่งไปกันใหญ่ เดิมทีมีการโจมตีนโยบายต่างๆ แต่วันนี้กับทุกพรรคมีนโยบายร่วมกันคือโจมตีรัฐบาล ซึ่งแปลกดีเหมือนกัน แต่ไม่เป็นไร สู้ได้ วันนี้เสียดายที่มีรัฐมนตรีลาออกไป4 คน ทั้ง 4 คนต่างมีผลงาน แต่เมื่อไม่ได้ทำงานกับรัฐบาล ก็ปล่อยเขาไป เพราะอย่าลืมว่าประเทศชาติเป็นของเรา อนาคตก็เป็นของเรา ถ้าไม่ช่วยกันทำ ก็จะเป็นของคนอื่น พวกเราก็ไม่ดีขึ้น ทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลงด้วยตัวเรา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27866</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำสั่งคสช., นายกฯ, บิ๊กตู่, ผอ.เขต, ผู้ว่าฯ, ฝุ่น, โรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c51376540aa6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
