<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯพิษณุโลกยกระดับคุมโควิด ห้ามขรก.เดินทางออกนอกจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค. 64 - นางรุจาภา&amp;nbsp; &amp;nbsp;หอมจันทร์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานพิษณุโลก&amp;nbsp; ได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยและดับเพลิงของท่าอากาศยานพิษณุโลก&amp;nbsp; ดำเนินการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัส COVID-19 บริเวณห้องประชุม ห้องที่ทำการท่าอากาศยาน ห้องผู้โดยสารขาเข้า, ขาออก ห้องรับรองพิเศษ ห้องน้ำ ห้องโถงและบริเวณโดยรอบอาคารที่พักผู้โดยสารท่าอากาศยานพิษณุโลก ตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ของกรมท่าอากาศยาน โดยใช้น้ำยาพ่นที่ได้มาตรฐานตามกระทรวงสาธารณสุขกำหนด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเสริมความปลอดภัยในสุขอนามัยของเจ้าหน้าที่ และผู้โดยสารและผู้มาใช้บริการเป็นประจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ท่าอากาศยานพิษณุโลก มีสายการบิน 2 สายการบินบริการผู้โดยสารทุกวัน จากสนามบินดอนเมือง ทำให้ท่าอากาศยานพิษณุโลก ต้องมีเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้ยกระดับมาตรการเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 10 ม.ค. ได้ออกคำสั่งแจ้งข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และบุคลากรของรัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดพิษณุโลก ดังนี้ 1.งด-ลด-ชะลอการเดินทางข้ามจังหวัด มีเว้นแต่มีเหตุจำเป็น 2.งดการเดินทางไปยังพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และพื้นที่ควบคุมสูงสุด หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดต้องเดินทางไป ให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ ศบค. กำหนดอย่างเคร่งครัด และให้กักตัวเองเพื่อสังเกตอาการให้ครบ 14 วัน จนปลอดภัยจากเชื้อโรคฯ จึงกลับมาปฏิบัติงานตามปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ศึกษาและสร้างการรับรู้ สร้างความเข้าใจ ในมาตรการ คำสั่ง ข้อกำหนดต่างๆ ของ ศบค.แก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และบุคลากรในสังกัด เพื่อขยายผลไปสู่ประชาชน และปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างแก่ประชาชน ตามมาตรการของ ศบค. โดยเฉพาะมาตรการ D/M/H/T/T อย่างเคร่งครัด และ4.พิจารณาปรับการทำงานในลักษณะการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (Work From Home) ตามความจำเป็นและเหมาะสมกับลักษณะงานและการเดินทางของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และบุคลากรในสังกัด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89427</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขรก., ผู้ว่าฯพิษณุโลก, รณชัย จิตรวิเศษ, รุจาภา หอมจันทร์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffbca0cbd0db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกใครไม่สำคัญ! &#039;ผู้ว่าฯพิษณุโลก&#039;ให้ลงโทษลูกสาวฝ่าเคอร์ฟิวตามกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย. 63 - จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจมุกดาหารได้จับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 การห้ามออกจากเคหสถานเวลาที่กฎหมายกำหนด ในช่วงดึกวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่จุดตรวจ 4 แยกไฟแดงเมืองใหม่ โดยพบ น.ส.อภิญญา ขำสุภาพ อายุ 19 ปี และ น.ส.เปรมประภา เอกภาพันธ์ อายุ 29ปี ขับรถ BMW สีดำ หมายเลขทะเบียน 5 กธ 1986 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นคนขับมีอาการคล้ายคนเมาสุราโวยวายด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พอใจที่ตำรวจตรวจสอบ โดยอ้างว่าตนเองเป็นลูกของผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 2 รายฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันนี้ นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจประชุมมอบนโยบายส่วนราชการ สถานการณ์โควิด19 ได้โพสต์ชี้แจงผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ใจความว่า &amp;quot;ลูกของใครไม่สำคัญ ลูกชาวบ้าน ลูกกำนัน #ลูกผู้ว่า ถ้าผิดกฏเคอร์ฟิว # ให้ลงโทษตามกระบวนการยุติธรรมอย่างถึงที่สุดไม่มีข้อยกเว้นครับ #กฎหมายต้องเป็นกฎหมายไม่มีข้อยกเว้นสำหรับใครครับ&amp;quot; ซึ่งก็มีประชาชนเข้ามาโพสต์แสดงความเห็นใจ และให้กำลังใจผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเป็นจำนวนมาก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62417</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ว่าฯพิษณุโลก, ฝ่าเคอร์ฟิว, มุกดาหาร, ลูกสาวผู้ว่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c5dc9c61a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2019 08:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/03/2019 08:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;เตรียมร้อง&#039;ผู้ว่าฯพิษณุโลก&#039;ชงตัดถนนผ่าสวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มี.ค.62- นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ตามที่ผู้ว่าฯพิษณุโลก ได้ใช้อำนาจผนวกเอาสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 บริเวณสามแยกเรือนแพ นำไปเป็นส่วนหนึ่งของโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่หนองตาเหี่ยน ทั้งๆที่สวนสาธารณะดังกล่าวชาวพิษณุโลกได้ช่วยกันพัฒนาและใช้ประโยชน์ในการออกกำลังกาย และจัดกิจกรรมสันทนาการ ร่วมกับเทศบาลนครพิษณุโลกมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การใช้อำนาจดังกล่าวเป็นการใช้กลไกทางกฎหมายที่เป็นกลเล่ห์ของผู้ว่าฯ ร่วมกับโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด โดยการเอื้อประโยชน์ของเทศบาลนครพิษณุโลกและเทศบาลเมืองอรัญญิก ในความพยายามฮุบที่ดินของสวน ร.9 มาทำถนนเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับโครงการจัดรูปที่ดินในที่ดินตาบอด ที่มีกลุ่มทุนไปกว๊านซื้อมาเตรียมการไว้แล้ว รวมทั้งเอื้อโรงแรมของนายทุนใหญ่ใกล้สวนสาธารณะดังกล่าว โดยไม่มีการเปิดเวทีสาธารณะรับฟังเสียงของประชาชนเสียก่อนตามที่กฎหมายกำหนด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ หรือสวน ร.9 เป็นสัญลักษณ์ที่คนพิษณุโลกช่วยกันสร้างและทะนุบำรุงรักษาเพื่อน้อมถวายในหลวง ร.9 เมื่อครั้งครบพระชนม์อายุ 80 พรรษา แต่ทว่าผู้ว่าฯ โยธาธิการฯจังหวัดและเทศบาลกลับมาใช้อำนาจโดยพละการตัดถนนผ่าสวนดังกล่าว ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตาม ป.อ.112 ด้วย &amp;nbsp;ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนจึงได้ร่วมมือกับชาวพิษณุโลก เพื่อเดินทางไปยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองพิษณุโลก ถ.พิษณุโลก-นครสวรรค์ ต.ท่าทอง อ.เมืองพิษณุโลก ในวันอังคารที่ 12 มีนาคม 2562 เวลา 10.00 น. เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ระงับการก่อสร้างถนนดังกล่าว และเพิกถอนการใช้อำนาจของผู้ว่าฯต่อไป และหลังจากนี้จะไปร้อง ป.ป.ช.เอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31006</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศรีสุวรรณ จรรยา, ป.ป.ช., ผู้ว่าฯพิษณุโลก, สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร. 9, โครงการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่หนองตาเหี่ยน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c85b567e0e89.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
