<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2020 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2020 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเก็ตออกประกาศขอความร่วมมือไม่ออกจากที่พัก &#039;2 ทุ่ม - ตี 3&#039; ยันไม่ใช่เคอร์ฟิว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.63 - นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตได้ออกประกาศทั้งฉบับภาษาไทยและอังกฤษ ขอความร่วมมือไม่ให้ออกจากบ้านหรือที่พักอาศัย โดยสาระสำคัญของประกาศฉบับที่ 7/2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอความร่วมมือ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาพำนักอาศัยในโรงแรม คอนโด อาคารชุด สถานที่พัก บ้านพักอาศัย หรือที่พำนักอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน และประชาชนทั่วไปให้ชะลอหรืองดหรือมิให้ออกนอกเคหสถานหรือบริเวณสถานที่พำนักของตน เพื่อป้องกันตนเองจากการติดเชื้อจากสภาพแวดล้อมภายนอก ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ถึงเวลา 03.00 น. ของวันรุ่งขึ้น คือวันนี้ 28 มีนาคม 2563&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกเว้นกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนตามข้อ 8 วรรค 2 และกรณีที่มีความจำเป็นต้องเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด ต้องได้รับการคัดกรองและปฏิบัติตามมาตรการที่ทางราชการกำหนด เพื่อประโยชน์ในการติดตามตัวมารับการตรวจอาการหรือกักกันตัว ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประกาศนี้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมนี้ ไปต้นไปจนกว่าจะมีประกาศเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ ประกาศฉบับดังกล่าว มิใช่เป็นการประกาศเคอร์ฟิวแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดภูเก็ต พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รวมแล้ว 47 คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61251</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดภูเก็ต, ผู้ว่าฯภูเก็ต, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200328/image_big_5e7f195a4e9b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯภูเก็ต ปัดเอี่ยวเรียกรับ 10 ล้าน สั่งไม่ฟ้องรุกที่อุทยาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้ว่าฯภูเก็ต&amp;quot;&amp;nbsp;ปฏิเสธไม่มีเอี่ยวเรียกรับ10ล้านบาท กรณีสั่งไม่ฟ้องบุกรุกที่อุทยาน&amp;nbsp;พร้อมติดตามกรณี &amp;quot;สส.สิระ&amp;quot; ยื่นเรื่องตรวจสอบก่อสร้างคอนโดฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.62 - นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าตามที่เพิ่งปรากฏเป็นข่าวว่า มีคลิปเสียงของเอกชนคุยกับบางหน่วยงานโดยอ้างอิงจะนำทรัพย์สินมาให้ผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯภูเก็ต โดยเอ่ยชื่อด้วย และได้รับทราบเรื่องตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม 2562 ดังนั้นเพื่อความบริสุทธิ์ใจได้มอบหมายให้นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าฯภูเก็ต ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2562 โดยมี พ.ต.ต.อัครเดช พงศ์พรหม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เป็นผู้ลงบันทึกประจำวัน&amp;nbsp;และทางจังหวัดภูเก็ตได้รายงานเรื่องนี้ให้กับผู้บังคับบัญชารับทราบเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภัคพงศ์ กล่าวว่าขอยืนยันว่าตนเองและรองผู้ว่าฯไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง คงเป็นกรณีบางหน่วยงานที่จะเรียกรับผลประโยชน์โดยแอบอ้างตำแหน่งชื่อผู้ว่าฯและรองผู้ว่าฯเพื่อไปเรียกรับผลประโยชน์ในกรณีดังกล่าว&amp;nbsp;ซึ่งต้องรอผลการสอบสวนของส่วนราชการที่ปรากฏในคลิปเสียงว่าจะดำเนินการอย่างไร&amp;nbsp;ทางเราได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว&amp;nbsp;กรณีที่เกิดขึ้นยังไม่เคยรับรู้มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องยังไม่ถึงทางจังหวัดเป็นเรื่องเดิมที่ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2556 เป็นกรณีแผ้วถางบุกรุกที่ของอุทยานฯ ซึ่งขณะนั้นนายอำเภอถลางมีความเห็นสั่งฟ้องเรื่องเสนอไปชั้นอัยการ และ สั่งไม่ฟ้อง เรื่องเสนอไปที่ตำรวจภูธรภาค 8 สั่งฟ้อง และเสนอไปที่อัยการสูงสุดเพื่อวินิจฉัย ปรากฏว่า ตรวจสอบสำนวนแล้วพบว่าไม่ใช่อำนาจของตำรวจ จึงส่งกลับมาให้ทางอัยการจังหวัดเสนอผู้ว่าฯภูเก็ต ในฐานะเป็นผู้มีอำนาจ&amp;nbsp;แต่เรื่องยังไม่มาถึงจังหวัดเลย มีการไปเจรจาในการเรียกรับผลประโยชน์โดยแอบอ้างว่าได้พบได้คุยกับตนแล้วนั้น ขอเรียนว่า ไม่เคยพูดคุยเลยว่ามีคดีนี้เกิดขึ้น ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง&amp;quot; นายภัคพงศ์ กล่าวและว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกคดีที่เกิดขึ้นในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เราดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา และขอฝากว่าหากมีผู้แอบอ้างนำตำแหน่งไปเรียกรับผลประโยชน์ขอให้แจ้งตรงมาที่ตน อย่างเช่นกรณีนี้เช่นเดียวกัน เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทางผู้ที่เสียหายนำคลิปมาเปิดให้ฟัง และ ขอทราบข้อเท็จจริง จึงได้แจ้งความดำเนินคดีไว้แล้วว่าแอบอ้างชื่อทำให้เราเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภัคพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณี นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.&amp;nbsp;พรรคพลังประชารัฐให้ดำเนินการตรวจสอบการก่อสร้างคอนโดฯเดอะพีค&amp;nbsp;เรสซิเดนท์&amp;nbsp;ที่กะตะน้อย นั้น ต้องรอกระบวนการของศาลปกครองสูงสุดนครศรีธรรมราช คงใช้เวลาไม่นาน จะต้องทราบผลของศาลพิจารณา ซึ่งมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องในประมวลกฏหมายที่ดิน ความชอบหรือไม่ชอบในที่ดินแปลงนี้เรื่องอยู่ที่ศาลปกครองสูงสุด ทางกรมที่ดินต้องอุทธรณ์คำสั่งไปยังศาลปกครองสูงสุดทุกกรณี ถัดมาเป็น พรบ.ควบคุมอาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการที่ผู้ประกอบการเสนอขอก่อสร้างอาคาร ไม่จำเป็นต้องเป็นโฉนด มี นส.3 สามารถขอได้ เมื่อได้รับใบอนุญาตไปก่อสร้างปกติ และภูเก็ต มีประกาศคุ้มครองสิ่งแวดล้อมต้องทำอีไอเอ ผ่านคณะกรรมการระดับจังหวัดเสนอไปกระทรวงทรัพยากรฯเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมความสูงระยะห่างตามระเบียบที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนนี้ต้องรอคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดจะชี้ประเด็นใด ทางส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะมาแก้ไขปัญหาตามนั้น&amp;nbsp;การที่ส.ส.ลงมาตรวจสอบเดอะพีค เรสซิเดนท์&amp;nbsp;ก่อนหน้านี้มีหลายชุดลงมาตรวจสอบเช่นกัน&amp;nbsp;ซึ่งต้องรอฟังคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ส่วนความเสียหายในการซื้อคอนโดฯนี้หากมีการโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ ทางจังหวัดต้องเชิญเจ้าของกิจการมาชี้แจงว่ามีผลกระทบอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ทางจังหวัดประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างอาคารชุดเดอะพีค เรสซิเดนท์ ครั้งที่ 2/2562 ที่ประชุมมีความเห็นให้เจ้าของโรงแรมชี้แจงการถมคลองสาธารณะ ซึ่งทางคณะกรรมการจะลงตรวจสอบพื้นที่ตรงนี้ เนื่องจากทางที่ดินจังหวัดมีคำสั่งให้เอกชนชี้แจงภายใน 25 สิงหาคมนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43867</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดภูเก็ต, บุกรุกที่อุทยาน, ผู้ว่าฯภูเก็ต, ภัคพงศ์ ทวิพัฒน์, สภ.เมืองภูเก็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bb8aff0a80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15767</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2018 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2018 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศรีสุวรรณมาแล้ว! ยื่นป.ป.ช.สอบบิ๊กป๊อก คุ้ยผลประโยชน์โรงไฟฟ้าขยะ3แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศรีสุวรรณ ยื่น ป.ป.ช.สอบ บิ๊กป๊อก เอี่ยวผลประโยชน์สร้างโรงไฟฟ้าขยะ หลังลูกชายดอดพบผู้ว่าฯภูเก็ต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20ส.ค.61- เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กระทำการใช้อำนาจรัฐมนตรีอาจเข้าข่ายการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา184&amp;nbsp;กรณีออกประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการบริหารจัดการขยะมูลฝอยปี 2560 กำหนดให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นรวมกลุ่มพื้นที่ในการจัดการขยะมูลฝอย 324แห่ง &amp;nbsp;เพื่อนำไปสู่โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้ากำจัดขยะในแต่ละพื้นที่ ทำให้มีเอกชนวิ่งเข้าหาผู้ว่าราชการจังหวัด เอื้อประโยชน์ในการจัดตั้งโรงไฟฟ้าจำกัดขยะ โดยโรงไฟฟ้ากำจัดขยะแต่ละแห่งมีมูลค่า 1,000 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งหมด300,000 กว่าล้านบาท ที่ผ่านมามีกำหนดการของบุตรชายพล.อ.อนุพงษ์เข้าพบผวจ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2561 เพื่อพูดคุยเรื่องการบริหารจัดการขยะในพื้นที่จ.ภูเก็ต ถือเป็นเรื่องไม่ปกติ เพราะไม่ใช่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ทำให้ถูกวิจารณ์ว่าเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องการได้มาซึ่งผลประโยชน์อะไรหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังพบมีพฤติการณ์น่าสงสัยในลักษณะเดียวกันที่จ.นครราชสีมา ที่มีบริษัทต่างๆร่วม100 บริษัท ไปร่วมประมูลบริหารจัดการขยะในพื้นที่ โดยมีบุคคลระดับสูงในรัฐบาลเข้าไปพูดคุยกับผวจ.นครราชสีมา เพื่อให้โครงการนี้แก่คนใกล้ชิดกับรัฐบาล จึงอยากให้ตรวจสอบด้วย เพราะที่ผ่านมาพล.อ.อนุพงษ์ระบุชัดเจนถ้ามีข้อสงสัยอะไรให้ไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบได้ จึงมายื่นเรื่องต่อป.ป.ช.ให้ดำเนินการตรวจสอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15767</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรวจสอบ, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ป.ป.ช., ผู้ว่าฯภูเก็ต, ม.184, โรงไฟฟ้าขยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180820/image_big_5b7a50a74258a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
