<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114716</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;แจ้งไทม์ไลน์&#039;ไทยภักดี&#039; ก.ย.เริ่มเปิดรับสมาชิก-ผู้สมัครส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค. 64 - นพ.วรงค์ เดขกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;ไทม์ไลน์พรรคไทยภักดี&amp;quot; ว่า ผมต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ที่สนับสนุนพรรคไทยภักดี เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศ ในหลายมิติ ซึ่งต้องแก้ไขด้วยพลังที่ซื่อสัตย์สุจริตต่อแผ่นดิน จึงจะดำเนินการได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายท่านอยากสมัครสมาชิกพรรค และร่วมงานการเมืองกับเรา ผมขอแจ้งไทม์ไลน์คร่าวๆ เพื่อให้ทุกท่านเตรียมความพร้อมครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. รับหนังสือรับรองจัดตั้งพรรคไทยภักดี คาดว่าสัปดาห์หน้า จะได้รับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. นำเอกสารรับรองจาก กกต. ไปเปิดบัญชีพรรคไทยภักดีกับธนาคาร ต้นเดือนกันยายน 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เมื่อมีบัญชีธนาคาร จึงจะเปิดรับสมัครสมาชิกพรรคได้อย่างเป็นทางการ คาดว่าทุกอย่างจบภายในสัปดาห์ที่สองของเดือนกันยายน 2564 (ต้องชำระค่าสมาชิกผ่านธนาคาร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เมื่อรับสมาชิกพรรคได้ พร้อมที่จะเปิดรับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทั้งเขตและบัญชีรายชื่อในช่วงเวลาเดียวกัน (เริ่มได้ต้องสมัครสมาชิกพรรคก่อน)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. จัดตั้งสาขาพรรคสี่ภาค ภายในเดือนกันยายน 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ประกาศทีมบริหาร วิสัยทัศน์ในการนำพาประเทศของพรรคไทยภักดี เดือนตุลาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ&amp;nbsp; พี่น้องประชาชน ที่เป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยภักดี กกต. ถือว่ายังไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ต้องสมัครสมาชิกพรรคใหม่ทุกท่านครับ ตามกฎระเบียบของ กกต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114716</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม, ผู้สมัครส.ส., รับสมัครสมาชิก, ไทม์ไลน์, ไทยภักดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128822d2d5d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;จรุงวิทย์&#039;ลั่นฟันผูัสมัครส.ส.ถือหุ้นสื่อตามคำพิพากษาศาลทุกราย คุก10ปี ตัดสิทธิ20ปี ปรับ2แสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.62- &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ &amp;nbsp; ภุมมา เลขาธิการกกต. &amp;nbsp;กล่าวถึงการเตรียมดำเนินคดีกับผู้สมัครส.ส.ที่ถูกศาลฎีกา สั่งถอนชื่อออกจากการสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากถือหุ้นในกิจการสื่อฯว่าสำนักงานกกต.จะเสนอให้กกต.พิจารณา เพื่อดำเนินคดีอาญาทุกรายที่ศาลมีคำสั่งแล้ว ไม่เพียงเฉพาะกรณีของผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ จ.สกลนคร &amp;nbsp;ที่ศาลฎีกามีคำสั่งไปเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่ผ่านมาเท่านั้น กรณีนี้เข้าข่ายฐานความผิด ตามมาตรา 151 ของกฎหมายเลือกตั้งส.ส. หากรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติ แต่ยังฝ่าฝืนมาลงสมัครอีก จะมีโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 20 ปี และ ปรับสูงสุด 200,000บาท
&amp;nbsp;
ส่วนที่นายศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นเรื่องขอให้ กกต. ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ 11 คน ถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชนนั้น พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า เรื่องอยู่ระหว่างส่งคำร้องให้กลุ่มงานสอบสวนไปพิจารณาว่ามีมูลเพียงพอหรือไม่ หากมีมูลก็จะเสนอให้กกต. ตั้งกรรมการไต่สวนขึ้นมาดำเนินการตามขั้นตอน โดยเป็นอำนาจของกรรมการไต่สวนที่จะพิจารณาหลักฐานและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอต่อกรรมการ กกต. และส่งเรื่องให้ศาลดำเนินคดีต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34781</URL_LINK>
                <HASHTAG>จรุงวิทย์ ภุมมา, ผู้สมัครส.ส., หุ้นสื่อ, เลขาธิการกกต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181221/image_big_5c1c6377de856.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2019 08:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2019 08:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.ปรับแผนหาเสียงโค้งสุดท้ายนัดผู้สมัครส.ส.ทั่วปท.ติวเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.62- ในเวลา &amp;nbsp;10.00 น. พรรคเพื่อไทย จะเรียกประชุมผู้สมัครส.ส.ทั่วประเทศ เพื่อสรุปและรับฟังเรื่องราวปัญหาอุปสรรคต่างๆในการหาเสียงเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่ &amp;nbsp;รวมทั้งคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย (พท.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะบรรยายในการหาเสียงโค้งสุดท้ายด้วยแนวทาง&amp;rdquo;ลดหนี้..เติมเงิน..ลดภาษีสร้างเศรษฐีใหม่..&amp;rdquo; เน้นไปที่การแก้ไขปัญหาการทำงานในแผนระยะสั้นก่อน หากเลือกเพื่อไทยเราจะทำทันที เพื่อแก้ไขปัญหาในทุกๆด้านตามด้วยแผนระยะกลางและระยะยาว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย ก็จะบรรยายในประเด็นถึงเวลาประเทศไทยกลับมายิ่งใหญ่ในเวทีโลก เพื่อให้ผู้สมัครนำไปบอกกับประชาชน ถึงแนวนโยบายในการแก้ไขปัญหาของประเทศที่หมักหมมและสะสมมานานกว่า5ปีในแผนระยะสั้นที่เรียกว่า&amp;rdquo; 100 วันแก้ไขได้ทันที..&amp;rdquo;เพื่อจะนำพาประเทศไทยให้หลุดพ้นจากกับดักเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30405</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลือกตั้ง, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์, ผู้สมัครส.ส., พรรคเพื่อไทย, หาเสียง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190225/image_big_5c73746d26b9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 07:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กางคำสั่งศาลเตือนกองเชียร์-ขบวนแห่ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องระวัง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.พ. 62 - &amp;nbsp;พ.ต.อ. จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) แจ้งว่า ในระหว่างวันจันทร์ที่ 4 ถึงวันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 &amp;nbsp;จะมีการเปิดรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการประจำเขตเลือกตั้งกำหนด และจะมีการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ รวมทั้งพรรคการเมืองที่ประสงค์จะแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองมีมติจะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี ณ ห้องประชุม 201-203 ชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองจัดเตรียมเอกสารและหลักฐานการสมัครรับเลือกตั้งให้ครบถ้วน เพื่อความสะดวกในการสมัครรับเลือกตั้ง โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.ect.go.th หรือโทรสายด่วน กกต. 1444&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการกกต. &amp;nbsp;เน้นย้ำว่าผู้สมัครรับเลือกตั้ง พรรคการเมือง และบุคคลที่เกี่ยวข้องว่า หากมีการจัดขบวนหรือกองเชียร์ที่แสดงการสนับสนุนหรือให้กำลังใจแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองในวันรับสมัครเลือกตั้ง ขอให้พึงระมัดระวังอย่ากระทำการใดก่อนและหลังการสมัครรับเลือกตั้งอันอาจเข้าข้อห้ามตามมาตรา 73 (3) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ทั้งนี้ ตามนัยคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 คดีหมายเลขแดงที่ 3437/2551 และคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 คดีหมายเลขแดงที่ 929/2552.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28112</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ผู้สมัครรับเลือกตั้ง, ผู้สมัครส.ส., พ.ต.อ. จรุงวิทย์ ภุมมา, หลักฐานการสมัครส.ส., เปิดรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180828/image_big_5b853d71b8dcc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2019 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2019 09:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาอบรมชุดใหญ่นักเลือกตั้งโอดครวญยื่นหลักฐานเสียภาษีย้อนหลัง3ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.62 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่า.....ข่าวคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. กำหนดให้ผู้จะสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ ส.ส. ต้องยื่นหลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาย้อนหลัง ๓ ปี คือปี ๒๕๕๙,๒๕๖๐ และ ๒๕๖๑ ในวันยื่นใบสมัครด้วย
.....ปรากฎว่ามีพรรคการเมืองบางพรรคออกมาให้ความเห็นว่า หลักฐานการเสียภาษีปี ๒๕๖๑ ครบกำหนดชำระในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๒ จึงเกรงว่าจะไม่อาจนำหลักฐานการเสียภาษีมายื่นในวันรับสมัครผู้สมัครรับเลือกเป็น ส.ส. ได้
.....พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑&amp;nbsp;
.....มาตรา ๔๕ บัญญัติว่า ในการสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ผู้สมัครยื่นสมัครรับเลือกตั้ง ตามที่กําหนดตามมาตรา ๔๔ ภายในระยะเวลาการรับสมัคร โดยมีเอกสารและหลักฐาน ดังต่อไปนี้
.....(๑) ฯลฯ
.....(๒) หลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเวลาติดต่อกันสามปีนับถึงปีที่สมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัคร เว้นแต่เป็นผู้ไม่ได้เสียภาษีเงินได้ให้ทําหนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษีพร้อมทั้งสาเหตุแห่งการไม่ได้เสียภาษี
.....พระราชบัญญัติฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๑ นับถึงวันนี้ก็เป็นเวลา ๔ เดือนเศษแล้ว
.....พรรคการเมืองหรือนักการเมืองผู้ที่ตั้งใจสมัครรับเลือกตั้งทั้งหลาย ที่ออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วถึงกับบางรายให้บริวารออกมาชุมนุมเพื่อไม่ให้มีการเลื่อนการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
.....แต่เมื่อต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งเป็นกฎหมายที่พรรคการเมืองทุกพรรคและผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้งทุกคนต้องรู้กัน กลับอ้างว่ามีระยะเวลาน้อยเกินไปในการที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
.....การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ๒๕๖๑ มีเวลาให้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๒ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๒
.....เวลาที่ผ่านมาแล้ว ๒๐ วันเศษ ที่ยื่นเสียภาษีได้แล้วเหตุใดจึงไม่ยื่น หรือเวลาที่เหลืออีก ๑๐ วันเศษเป็นเวลาที่ยาวนานไม่พอที่จะดำเนินการกรอกแบบแสดงรายการเสียภาษีหรือ รายได้มากมายจนเวลา ๑๐ วันเศษไม่สามารถกรอกแบบแสดงการเสียภาษีให้เสร็จได้ทันเชียวหรือ
.....กรณีที่เป็นเช่นนี้แสดงให้เห็นว่า ทั้งพรรคการเมืองและผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้งไม่สนใจที่อ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายเลือกตั้ง ทั้งๆ ที่เป็นกฎหมายที่พรรคการเมืองและผู้สมัครรับเลือกตั้งทุกคนต้องรู้และเข้าใจ แต่กลับละเลยไม่สนใจ
.....สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรเป็นฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าหลักคือการออกกฎหมายเพื่อใช้บังคับแก่ประชาชน แต่กลับไม่สนใจในการศึกษาหาความรู้กฎหมายที่ตนเองควรต้องรู้
.....ถ้าเพียงการยื่นหลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเวลาติดต่อกันสามปีนับถึงปีที่สมัคร ยังมีปัญหาเพราะไม่เคยสนใจศึกษาบทบัญญัติของกฎหมายเลือกตั้งก็อย่าสมัครรับเลือกเป็น ส.ส. เลยครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27540</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, นักเลือกตั้ง, ผู้สมัครส.ส., ยื่นภาษีย้อนหลัง3ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a5754d98ee5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.คุมยิบ!กดไลค์ใส่ร้ายเจอใบแดง แจกซองงานศพเสี่ยงซื้อเสียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค. 62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ชี้แจงกรณีราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งส.ส.และประกาศกกต. จำนวน 9 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการเลือกตั้งว่า ระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งมีผลใช้บังคับ ทั้งนี้การออกระเบียบดังกล่าว กกต.คำนึงถึงเรื่องการที่กฎหมายกำหนดให้การหาเสียงของผู้สมัครและพรรคการเมืองต้องเป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน อีกทั้งกฎหมายยังกำหนดให้รัฐสนับสนุนการหาเสียงให้พรรคการเมือง จึงทำให้กกต.กำหนดค่าใช้จ่ายแบบแบ่งเขตไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และแบบบัญชีรายชื่อไม่เกิน 35 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรายละเอียดของวิธีหาเสียงที่น่าสนใจ &amp;nbsp;ในเรื่องโซเชียลมีเดียกำหนดให้ผู้สมัครหาเสียงได้ทั้งในเฟซบุ๊ก ไลน์และแอพพลิเคชั่นต่างๆ โดยคิดเป็นค่าใช้จ่ายซึ่งผู้สมัครต้องแจ้งต่อ กกต. ก่อนการหาเสียง เพื่อป้องกันการแอบอ้าง อวตาร หรือการสวมรอยสวมชื่อเฟซบุ๊กแล้วนำไปใช้หาเสียงโจมตีผู้อื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประเด็นโซเชียลมีเดีย ประธานให้ความสำคัญจะลงมาดูแลเอง สำนักงาน กกต.จะตั้งวอร์รูมตรวจสอบ และทำความตกลงกับเจ้าของเว็บไซต์ เว็บเพจ เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูป เมื่อพบมีการโพสต์ข้อความไม่ถูกต้อง ใส่ร้ายป้ายสีจะประสานให้ผู้โพสต์ลบทิ้ง หากไม่ลบจะประสานให้กระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดำเนินการ กรณีเป็นการโพสต์มาจากต่างประเทศจะประสานตัวแทนในประเทศไทยให้ลบ หากเป็นเว็บใต้ดินหาที่มาไม่ได้ก็จะลบเลย แต่จะเตือนไปยังผู้สมัครให้ระวังการกดแชร์ กดไลค์ &amp;nbsp;กองเชียร์ กองแช่งมีเยอะ เพราะถ้าเป็นการกดแชร์หรือไลค์ข้อความใส่ร้าย นอกจะผิดอาญาข้อหาหมิ่นประมาทแล้ว ยังจะมีความพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และผิดกฎหมายเลือกตั้ง มีโทษใบแดง&amp;rdquo;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงนายทักษิณ ชินวัตร จะจัดรายการ &amp;ldquo;กู๊ดมันเดย์&amp;rdquo; ซึ่งอาจมีเนื้อหาช่วยหาเสียงให้กับบางพรรคสามารถทำได้หรือไม่ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ หลีกเลี่ยงที่จะตอบโดยอ้างว่า ถ้าเป็นเรื่องของการกระทำว่าอย่างนี้แล้วผิดหรือไม่ มันขึ้นอยู่กับการตีความจะให้มาตอบในขณะนี้คงไม่ได้ ยกเว้นเป็นคดีขึ้นมาเราก็จะไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการติดป้ายประกาศหาเสียงเลือกตั้ง &amp;nbsp;ผู้สมัครสามารถจัดทำป้ายขนาดเอ 3 &amp;nbsp;จำนวนไม่เกิน 10 เท่าของหน่วยเลือกตั้ง หรือประมาณ 270 &amp;nbsp;ต่อเขตเลือกตั้ง &amp;nbsp;ส่วนป้ายขนาด 130 X 245 ซม. &amp;nbsp;ติดได้ไม่เกิน 2 เท่าของหน่วยเลือกตั้ง หรือ 540 แผ่นต่อเขตเลือกตั้ง ซึ่งป้ายทั้ง 2 แบบดังกล่าวจะติดได้ในสถานที่ที่ผอ.กกต.เขต กำหนดเท่านั้น ส่วนแผ่นป้ายหาเสียง ขนาด 400 X 750 ซม. ติดได้ที่หน้าที่ทำการพรรคหรือสาขาพรรค เขตเลือกตั้งละ 1 ป้าย และขอให้พึงระวัง อย่าพิมพ์หรือติดป้ายเกินเพราะมีโทษอาญา ซึ่งอาจถูกคู่แข่งไปแจ้งความ เนื่องจากมีโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับป้ายติดรถหาเสียงและเวทีหาเสียงจะถูกควบคุมด้วยค่าใช้จ่าย สำหรับเนื้อหาและรูปภาพในป้ายหาเสียง เช่น คำขวัญ นโยบาย รูปของผู้สมัคร กรรมการบริหารพรรค และผู้ได้รับเสนอชื่อเป็นนายกฯ หัวหน้าและสมาชิกพรรคเท่านั้น ส่วนใบปลิวและวีดิทัศน์ห้ามโปรยห้ามวาง ต้องแจกกับมือผู้มีสิทธิเลือกตั้งเท่านั้น &amp;nbsp;ขณะที่ผู้ช่วยหาเสียงหรือคนเดินแจกใบปลิว ตามระเบียบให้ผู้สมัครแบบแบ่งเขตมีผู้ช่วยหาเสียงได้ไม่เกิน 20 คน พรรคการเมืองละไม่เกิน 10 เท่าของเขตเลือกตั้งที่ส่งผู้สมัคร อนุญาตให้เปลี่ยนได้ไม่เกิน 3 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 ใน 3 &amp;nbsp;เพราะผู้ช่วยหาเสียงต้องรับค่าแรง กฎหมายจึงต้องป้องกันการเอาเงินค่าซื้อเสียงไปแบ่งให้ผู้ช่วยหาเสียง และป้องกันคนที่มีทุนเยอะ มีเงินจ้างผู้ช่วยหาเสียงได้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการกกต. กล่าวด้วยว่า ส่วนการหาเสียงทางวิทยุ และโทรทัศน์ ผู้สมัครจะดำเนินการเองไม่ได้ &amp;nbsp;โดยกกต.จะจัดสรรเวลาออกอากาศให้ พรรคละไม่เกิน 10 นาที นอกจากนี้กฎหมายยังเพิ่มเติมการดีเบตนโยบายหรือประชันนโยบายของพรรคการเมือง โดยจัดเป็นกลุ่มพรรคการเมือง 3 กลุ่ม &amp;nbsp;กลุ่มแรกเป็นพรรคที่ส่งผู้สมัครตั้งแต่ 300-350 เขต &amp;nbsp;กลุ่มที่ 2 ส่งผู้สมัครตั้งแต่ 200-299 เขต และกลุ่มที่ 3 ส่งผู้สมัครตั้งแต่ 199 เขตลงมา &amp;nbsp;ซึ่งในส่วนของสถาบันการศึกษาหรือองค์กรวิชาชีพต่าง ๆ ก็สามารถจัดดีเบตได้ แต่ต้องยึดหลักความเท่าเทียมกันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีบางพรรคการเมืองมีเครือข่ายเป็นเจ้าของสื่อโทรทัศน์ จะให้น้ำหนักในการนำเสนอข่าวให้กับบางพรรค พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า หากมีการร้องเข้ามา กกต.ต้องไปตรวจสอบ สำหรับเจ้าของสื่อกฎหมายเขียนห้ามไว้แล้ว การนำเสนอข่าวต้องเท่าเทียมกันทุกพรรคการเมือง ทำข่าวได้ หาเสียงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงห้ามผู้สมัคร ห้ามผู้สมัครพรรคการเมืองใช้ผู้ประกอบอาชีพ เจ้าของกิจการวิทยุโทรทัศน์ สื่อมวลชน สื่อโฆษณา เอื้อประโยชน์ในการหาเสียงให้กับตน เว้นแต่ถ้าบุคคลนั้นเป็นผู้สมัครสามารถใช้ความรู้ความสามารถทางศิลปะของตนเองในการหาเสียงได้ แต่ต้องไม่ใช้อุปกรณ์ในการแสดง กรณีการช่วยซองงานบุญ งานบวช หรืองานศพ แม้จะเป็นงานตามประเพณีนิยมหรือเป็นจารีตประเพณีปกติ ก็ไม่สามารถทำได้ แม้แต่การวางพวงหรีดก็ทำไม่ได้เพราะเป็นทรัพย์สินที่ตีเป็นมูลค่าได้ อาจเข้าลักษณะหาเสียง และเป็นพฤติการณ์ที่สุ่มเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวถึงเรื่องการขอใช้สถานที่ราชการในการหาเสียงของพรรคการเมืองว่า สามารถทำได้ แต่เจ้าของสถานที่ต้องคำนึงถึงเรื่องความเท่าเทียมกันหรือให้ทุกพรรคสามารถใช้สถานที่ได้อย่างเท่าเทียม และเจ้าของสถานที่ยังต้องวางตัวเป็นกลาง และมีจิตสำนึกว่าตัวเองเป็นข้าราชการ ต้องวางตัวเป็นกลาง ไม่ใช่ไปเดินช่วยแจกใบปลิวหรือขึ้นเวทีหาเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จะเชิญกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่น มาเตรียมความพร้อมในเรื่องการจัดการเลือกตั้ง เลขาธิการกกต. กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่ากอ.รมน. ได้ประสานมายังกกต.หรือไม่ แต่กกต.ไม่มีอำนาจจะเข้าไปดูตรงนี้ และโดยปกติกกต.เองก็มีหน้าที่จัดอบรมให้ความรู้กับหน่วยงานต่างๆอยู่แล้ว แต่ลักษณะดังกล่าวจะเป็นกอ.รมน. กกต.ก็มีการให้ความรู้กับหลายหน่วยงานอยู่แล้ว ส่วนจะเป็นการใช้อำนาจหน้าที่จูงใจให้เลือกพรรคใดพรรคหนึ่งหรือไม่ ก็ต้องติดตามดูกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณากำหนดวันเลือกตั้งว่า ขณะนี้กกต.ยังรอการประกาศพ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีเมื่อไร ซึ่งรัฐบาลยังไม่ได้ประสานมา มีเพียงการประสานถึงงานพระราชพิธีว่าจะมีในวันใดบ้าง ในส่วนของกกต.ได้พูดคุยกันว่าจะจัดการเลือกตั้งและประกาศผลภายใน 150 วัน นับแต่พรป.เลือกตั้งส.ส.ใช้บังคับ ภายใน 9 พ.ค. ส่วนถ้ามีการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. ระยะเวลาการประกาศผลก่อนวันที่ 9 พ.ค. หรือรวมแล้ว 45 วัน ก็น่าเชื่อว่า กกต.สามารถทำได้ แม้ว่าระยะเวลาดังกล่าวค่อนข้างจะบีบและกฎหมายยังกำหนดให้กกต.ต้องรับฟังความเห็นของผู้ตรวจการเลือกตั้ง ว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตหรือไม่ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26717</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คุมเข้มหาเสียง, ป้ายหาเสียง, ผู้สมัครส.ส., พ.ต.อ.จรุงวิทย์, วอร์รูมคุมโซเชียล, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3ecc864f54a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26450</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2019 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2019 19:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> พปชร.บุกเชียงรายเปิดตัวผู้สมัคร7เขต โวกวาดเหนือ40ที่นั่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค. 62 - ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติ จังหวัดเชียงราย พรรคพลังประชารัฐ นำโดย นายอุตตม &amp;nbsp;สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ &amp;nbsp;สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส &amp;nbsp;พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ ได้จัดสัมมนาและสมัครสมาชิกพรรค พร้อมทั้งแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัครทั้ง 7 เขตของจังหวัดเชียงราย ได้แก่ เขต 1 นางรัตนา &amp;nbsp;จงสุทธานามณี เขต2 พ.ต.อ.รัฐพล &amp;nbsp;น้อยช่างคิด เขต 3 นายบุญถิ่น &amp;nbsp;นวลใหม่ &amp;nbsp; เขต 4 นายเสงี่ยม แสนพิช เขต 5 นายบัวสอน &amp;nbsp;ประชามอญ เขต 6 นายศักดิ์ชัย &amp;nbsp;จงสุทธนามณี เขต 7 นายผจญ &amp;nbsp;ใจกล้า โดยมีสมาชิกและประชาชนใน จ.เชียงราย มาร่วมกว่า 10,000 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมี พ.ต.ท.ไวพจน์ &amp;nbsp;อาภรณ์รัตน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กำแพงเพชร นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ กรรมการรณรงค์เลือกตั้ง และนายภาคิน &amp;nbsp;สมมิตรธนกุล ผู้อำนวยการยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือตอนบน เข้าร่วมสัมมนาและพบปะสมาชิกพรรค โดยเน้นการชี้แจงอุดมการณ์ จุดยืนก้าวข้ามความขัดแย้ง และนโยบายสร้าง-เสริม-ปรับ-เปลี่ยน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง การสร้างรัฐสวัสดิการให้ครอบคลุมประชาชนทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงกรณีการใช้ศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงรายเป็นสถานที่ทำกิจกรรมของพรรคในวันนี้ว่า ศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงรายเป็นสถานที่ราชการที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ ทางพรรคได้ขอเช่าอย่างถูกต้องกับทางเทศบาลนครเชียงรายแล้ว และคนละกรณีกับที่พรรคเพื่อไทยถูกสั่งห้ามใช้สนามขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา ซึ่งพรรคเพื่อไทยลองไปขอเช่าสนามกีฬา 700 ปีเชียงใหม่และที่ศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงรายดูจะรู้ว่าเช่าได้ พร้อมกล่าวถึงความมั่นใจในการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งในครั้งนี้ในพื้นที่ภาคเหนือว่าตามโพลล์ที่สำรวจระบุว่า ผู้สมัครของพรรคน่าจะได้ที่นั่งมากกว่า 40 ที่นั่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26450</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้สมัครส.ส., พปชร., ภาคเหนือ, ร.อ.ธรรมนัส, เชียงราย, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190113/image_big_5c3b2f5fc0007.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
