<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2020 07:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2020 07:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!ผลสำรวจผู้สูงวัยไทยนิยมเล่นพนันเมินเข้าวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;08 ก.ค.2563 - &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพลร่วมกับศูนย์วิจัยสังคมสูงอายุ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็น เรื่อง &amp;ldquo;ผู้สูงวัยไทยใส่ใจสังคมมากน้อยแค่ไหน&amp;rdquo; ซึ่งทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8, 14-15, 29 พฤษภาคม และ 4-5 มิถุนายน 2563 จากผู้สูงอายุไทยที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับสถานการณ์ในชีวิตประจำวันของผู้สูงวัยไทยในช่วง 3 เดือนก่อนที่มีการประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจากการระบาดของเชื้อไวรัส &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด - 19)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงพฤติกรรมของผู้สูงวัยต่อกิจกรรม พบว่ากิจกรรมที่ผู้สูงวัยไม่เคยทำในชีวิตประจำวัน เกินกว่าครึ่ง ได้แก่ 65.36% ระบุว่า กิจกรรมนอกบ้านกับครอบครัว (เช่น ดูหนัง ทานข้าว) และ 54.08% ระบุว่า งานอดิเรกที่อาจมีการพนันขันต่อ (เช่น ชนไก่ แข่งนกขัน เล่นหวย/ซื้อสลากกินแบ่ง) ส่วนกิจกรรมที่ผู้สูงวัยทำทุกวันในชีวิตประจำวัน เกินกว่าครึ่ง ได้แก่ 80.96% ระบุว่า กิจกรรมภายในบ้านที่ไม่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายมากนัก (เช่น ฟังวิทยุ ดูทีวี อ่านหนังสือพิมพ์/หนังสือ) รองลงมา 74.96% ระบุว่า กิจกรรมในบ้านที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกาย &amp;nbsp;(เช่น ทำความสะอาดบ้าน ทำอาหาร &amp;nbsp;ทำสวนครัว/สวนดอกไม้) และ 64.64% ระบุว่า ออกกำลังกาย (เช่น การเดิน โยคะ แอโรบิก ว่ายน้ำ เต้นรำ/รำไทย)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการเป็นสมาชิกของกลุ่ม/องค์กรของผู้สูงวัย พบว่า ส่วนใหญ่ 76.32% ระบุบว่า ไม่เป็นสมาชิกของกลุ่ม/องค์กรใด ในขณะที่ &amp;nbsp;23.68% ระบุว่า เป็นสมาชิกของกลุ่ม/องค์กร โดยผู้สูงวัยที่ระบุว่า เป็นสมาชิกของกลุ่ม/องค์กร พบว่า ส่วนใหญ่ 52.70% เป็นสมาชิกขององค์กรของผู้สูงอายุหรือผู้เกษียณ (เช่น สมาคมผู้สูงอายุ ชมรมผู้สูงอายุ องค์การทหารผ่านศึก เป็นต้น) รองลงมา 46.28% เป็นสมาชิกขององค์กรทางวิชาชีพ (เช่น สหกรณ์ สมาคมแพทย์ เป็นต้น) 5.07% องค์กรทางสังคม หรือทางนันทนาการ (เช่น โรตารี่ ไลอ้อนส์ ซอนต้า เป็นต้น) 3.04% องค์กรทางการเมือง (เช่น พรรคการเมือง) และ 1.35% องค์กรด้านชาติพันธุ์/เชื้อชาติ (เช่น หอการค้าไทย-จีน สมาคมแต้จิ๋ว สมาคมปักษ์ใต้ เป็นต้น)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเข้าร่วมทำงานอาสาสมัครในวัด/ศาสนสถาน หรือในชุมชนของผู้สูงวัย พบว่า ส่วนใหญ่ 83.52% ระบุว่า ไม่เข้าร่วมทำงานอาสาสมัครในวัด/ศาสนสถาน หรือในชุมชน ในขณะที่ 16.48% ระบุว่า เข้าร่วม ทำงานอาสาสมัครในวัด/ศาสนสถาน หรือในชุมชน โดยผู้สูงวัยที่ระบุว่า เข้าร่วมทำงานอาสาสมัครในวัด/ศาสนสถาน หรือในชุมชน พบว่า ส่วนใหญ่ 49.03% เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) รองลงมา 40.29% เป็นกรรมการวัด/ศาสนสถาน/โบสถ์ ร้อยละ 11.17 เป็นอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุ (อผส.) และ 6.80% ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อาสาสมัครตำรวจบ้าน กรรมการหมู่บ้าน อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน สำหรับ การเป็นอาสาสมัครโครงการธนาคารเวลา มีเพียง 0.49% ของผู้สูงวัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สูงวัยส่วนมากไม่ใช้สื่อทางสังคม (Social Media) แต่ทุกคนใช้โทรศัพท์มือถือ เพื่อติดต่อสื่อสาร สำหรับการใช้สื่อทางสังคม (Social Media) ของผู้สูงวัย พบว่า ผู้สูงวัยส่วนใหญ่ 44.72% ระบุว่า ใช้ Line รองลงมา 30.56% &amp;nbsp;ระบุว่า ใช้ Facebook 29.60% ระบุว่า ใช้ YouTube 4.80% ระบุว่า ใช้ Instagram และ 3.44% ระบุว่า ใช้ Twitter ด้านการมีเครื่องมือการสื่อสารของผู้สูงวัย พบว่า ผู้สูงวัยส่วนใหญ่ 6.56% มี Notebook ใช้ รองลงมา 6.24% มี คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (PC) ใช้ และ 6% มี Tablet ใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดสำหรับบุคคลที่ช่วยเหลือผู้สูงวัยในการใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร พบว่า 30.64% ระบุว่า ไม่มีใคร รองลงมา 28% ระบุว่า บุตรสาว 25.04% ระบุว่าหลาน (ลูกของบุตร) 21.36% ระบุว่า บุตรชาย 9.20% ระบุว่า เพื่อน 3.04% ระบุว่า คู่สมรส 1.76% ระบุว่า ญาติ 1.52% ระบุว่า บุตรสะใภ้ 1.36% ระบุว่า น้องสาว 1.20% ระบุว่า บุตรเขย 0.88% ระบุว่า อื่น ๆ ได้แก่ เพื่อนบ้าน พนักงานร้านขาย - ซ่อม โทรศัพท์ และ 0.56% ระบุว่า น้องชาย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70813</URL_LINK>
                <HASHTAG>การพนัน, นิด้า, นิด้าโพล, ผู้สูงวัย, ศูนย์วิจัยสังคมสูงอายุ, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200708/image_big_5f050d275c292.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2020 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส. เสนอจัดเวลาให้ผู้สูงวัย-คนพิการซื้อของลดเสี่ยงติดเชื้อโควิด19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สสส.-เครือข่ายผู้สูงอายุ-คนพิการเสนอมาตรการจัดเวลาพิเศษให้ผู้สูงอายุ-คนพิการใน กทม.เกือบ 2 ล้านคน ซื้อของจำเป็นในซูเปอร์มาร์เก็ต ลดโอกาสเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ย้ำหากออกจากบ้านต้องเตรียมตัวให้พร้อมซื้อแล้วรีบไปรีบกลับห่างไกลเชื้อโรค &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส (Covid-19) ว่า สสส.และเครือข่ายผู้สูงอายุ และคนพิการ ได้แก่ เครือข่ายสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย เครือข่ายผู้สูงอายุ Young Happy เครือข่ายขับเคลื่อนนโยบายรองรับสังคมสูงวัย มูลนิธิพระมหาไถ่การพัฒนาคนพิการ เครือข่าย COVID-19 Fighter เพื่อคนพิการและผู้สูงอายุ เครือข่ายบริษัท กล่องดินสอ จำกัด เห็นตรงกันว่าหลายพื้นที่โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครมีการปิดศูนย์การค้า และเปิดให้บริการซูเปอร์มาร์เก็ต บางช่วงมีผู้เข้าไปซื้อของจำนวนมาก อาจมีความเสี่ยงรับเชื้อโควิด-19 ได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุใน กทม. ราว 1.1 ล้านคน ในจำนวนนี้มี 1 แสนคน หรือร้อยละ 10.8 ที่อาศัยอยู่คนเดียวตามลำพัง หรืออยู่ลำพังกับคู่สมรส รวมถึงผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 70 ปี ที่อาจไม่สะดวกในการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้ รวมถึงคนพิการ 88,000 คน ใน กทม.ที่มีความจำเป็นต้องซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตเช่นกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;จึงอยากขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ พิจารณาจัดช่วงเวลาให้บริการพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ และคนพิการก่อนเวลาทำการปกติ รวมถึงช่องทางอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากความแออัดของผู้ใช้บริการทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;อย่างออสเตรเลีย เปิดให้บริการผู้สูงอายุและคนพิการเข้ามาจับจ่ายซื้อของได้ในช่วงเวลาพิเศษ ตั้งแต่เวลา 07.00-08.00 น. หรือในสหรัฐอเมริกาห้าง Costco เปิดให้บริการผู้สูงอายุเข้าไปซื้อของได้ตั้งแต่เวลา 08.00-10.00 น. ทุกวันอังคารกับวันพฤหัสบดี ก่อนที่จะเปิดบริการให้คนทั่วไปตั้งแต่ 10.00 น. อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุ และคนพิการควรพิจารณาถึงความจำเป็น รีบซื้อรีบกลับบ้านและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขในการป้องกันตัวเองจากเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัดด้วย&amp;rdquo; ภรณีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ธิดา ศรีไพพรรณ์ เลขาธิการสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ กล่าวว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรมีการเปิดช่วงเวลาพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ โดยหาช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุในการออกมาซื้อสิ่งของ อาจจะเป็นก่อนห้างเปิดปกติ เช่น ห้างเปิดเวลา 10.00 น. ก็ควรเปิดให้ผู้สูงอายุมาซื้อของในเวลา 09.00 น. เพราะคนจะน้อยกว่าเวลาปกติ และต้องช่วยเหลือ ดูแล ผู้สูงอายุให้มีความรวดเร็วมากขึ้น นอกจากนี้ต้องย้ำกำหนดเวลาให้ผู้สูงอายุทราบให้ชัดเจน เพื่อให้ซื้อสินค้าเสร็จก่อนห้างเปิดตามเวลาปกติ เพื่อลดเวลาผู้สูงอายุในการอยู่รวมกับคนทั่วไป สิ่งสำคัญคือ ผู้สูงอายุต้องเข้าใจในเรื่องของการป้องกันตนเอง เพราะส่วนมากจะมีโรคประจำตัว ทำให้ติดกันง่ายและหายยาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กาญจนา พันธุเตชะ เจ้าของเพจ ป้าแบ็กแพ็ก หรือป้าแป๋ว อดีตข้าราชการ วัย 67 ปี กล่าวว่า แม้ว่าปกติตนเองจะสามารถไปใช้บริการซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตในช่วงเวลาปกติได้ แต่หากซูเปอร์มาร์เก็ตพิจารณาเพิ่มช่วงเวลาพิเศษเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ คนพิการที่มีความจำเป็นต้องไปเลือกซื้อของเอง ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการต้องไปเจอคนจำนวนมาก&amp;nbsp; รวมถึงหากมีบริการส่งของให้สำหรับผู้สูงอายุ คนพิการได้ด้วยก็จะช่วยเหลือผู้สูงอายุและคนพิการได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ผู้สูงอายุและคนพิการที่ต้องมีการป้องกันสุขภาพตัวเองโดยสวมหน้ากาก และใช้แอลกอฮอล์ล้างมือ หรือล้างมือบ่อยๆ ตามคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะรับผิดชอบคนที่ได้รับความเหลื่อมล้ำในสังคม ไม่ว่าจะเป็นคนไร้บ้าน คนสูงอายุ แรงงานนอกระบบ แรงงานข้ามชาติ มุสลิม คนไร้สถานะ ผู้หญิง ผู้ต้องขัง คนพิการ ประชากรกลุ่มเฉพาะก็คือกลุ่มคนที่ต้องประสบกับภาวะความไร้ตัวตนในสังคม ถูกมองข้าม ละเลย เข้าไม่ถึงทรัพยากร ถูกผลักภาระให้รับผิดชอบชีวิตและชะตากรรมไปตามที่ต้องประสบ มีความเสี่ยงในการใช้ชีวิตสูง โดยเฉพาะความเสี่ยงทางด้านสุขภาพ ขาดอำนาจในการต่อรอง ทำให้จิตสำนึกที่จำยอม หรือต้องยอมจำนนให้กับความไม่เที่ยงธรรม หรือตามคำนิยามของสำนัก 9&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประชากรกลุ่มเฉพาะ&amp;rdquo; คือประชากรบางกลุ่มที่มีทั้งความเปราะบาง มีความเสี่ยง หรือต้องการกระบวนการพิเศษในการเข้าถึงการสร้างเสริมสุขภาพ สุขภาวะอันเป็นปัจจัยทางสังคมที่กำหนดสุขภาพที่ทำให้สูญเสียงสุขภาวะ เข้าไม่ถึงบริการ และไม่ได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมสุขภาพตามนโยบายในภาพรวม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประชาชนกลุ่มเฉพาะหรือกลุ่มคนชายขอบคือบุคคลหรือกลุ่มคนส่วนน้อยซึ่งสังคมไม่รับรู้ ไม่สนใจ เป็นผู้ที่ถูกทำให้มีความสำคัญ และมีชีวิตอยู่ตามชายแดน หรือริมขอบของพื้นที่ในสังคม ทั้งพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ การเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ชาติพันธุ์ ศาสนา การศึกษา ภาษา วิถีชีวิตทางเพศ การจัดสรรทรัพยากร รวมทั้งการเท่าทันกระแสความทันสมัยในยุคโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความเป็นธรรมแล้ว คนชายขอบยิ่งอยู่ห่างไกลจากสิ่งที่เรียกว่าความเป็นธรรม ไม่ถูกนับรวมไว้เป็นพวกเดียวกันกับคนส่วนใหญ่ของสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;สถานการณ์ประชากรโลกปี 2558 จำนวน 7,349 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุ 901 ล้านคน หรือร้อยละ 12 ของประชากรทั้งหมด อายุ 60 ปีขึ้นไป 901 ล้านคน หรือ 12% อายุ 15-19 ปี 4,533 ล้านคน (62%) อายุ 0-14 ปี 1,916 ล้านคน หรือ 26% ทั้งนี้ประชากรผู้สูงวัยในอาเซียนในปี 2558 อาเซียนมีประชากรทั้งหมด 633 ล้านคน ในจำนวนนี้มีผู้สุงอายุ 59 ล้านคน (ร้อยละ 9) จำนวน 3 ประเทศที่เข้าเกณฑ์สังคมผู้สูงวัยคือ 1.ประเทศสิงคโปร์ 18% 2.ประเทศไทย 16% 3.ประเทศเวียดนาม 10% ส่วนประเทศที่มีแนวโน้มสังคมผู้สูงวัย มาเลเซีย, เมียนมา 9% บรูไน อินโดนีเซีย 8% ฟิลิปปินส์ ติมอร์เลสเต กัมพูชา 7% ลาว 6%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประชากรสูงวัยในประเทศไทยปี 2548 ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมสูงวัย โดยมีสัดส่วนประชากรผู้สูงวัยถึงร้อยละ 10 ปี 2558 ประเทศไทยมีประชากรทั้งหมด 65.1 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุ 11 ล้านคน หรือร้อยละ 16 ปี 2564ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ 20%&amp;nbsp; ปี 2574 ประเทศไทยจะกลายเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอด 28% &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62526</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), นางภรณี ภู่ประเสริฐ, ผู้สูงวัย, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8d819cf3fab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2019 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2019 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นการเป็นงาน!โฆษกปชป.ลงพื้นที่กทม.จับฐานคนแก่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.62- &amp;nbsp;นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าเมื่อเร็วๆ นี้ได้เดินทางไปที่ สำนักงานเขตราชเทวี เพื่อพบปะ ให้ความรู้กฎหมายเบื้องต้น และระบอบประชาธิปไตย โดยเน้นเรื่องระบบงานรัฐสภา รวมถึงบทบาทหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับการแก้ไขปัญหาเป็นปากเสียงให้กับพี่น้องประชาชน พร้อมทั้งเปิดคลินิกกฎหมายให้คำปรึกษาด้านกฎหมายอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศกล่าวอีกว่าการทำหน้าที่โฆษกพรรคนั้น ตัวเองยืนยันที่จะเป็นตัวแทน เป็นปาก เป็นเสียงให้กับพี่น้องประชาชน และที่ผ่านมาก็ได้เดินทางไปพบประชาชนมาแล้วทุกกลุ่มวัย แม้ในการพบปะครั้งนี้จะเป็นผู้สูงอายุ แต่ทุกท่านก็ยังแข็งแรงดีมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื้อหาในการพบปะพูดคุยดังกล่าว เป็นเรื่องใกล้ตัวของผู้สูงวัย รวมถึงการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย พร้อมตอบข้อซักถาม ข้อสงสัยในเรื่องสิทธิต่างๆ ของผู้สูงอายุ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและรอยยิ้ม นายราเมศกล่าวเพิ่มเติมว่า จะกลับมาอีกครั้งในเดือนหน้า เพื่อให้ทุกท่านจดรวบรวมเรื่องที่ต้องการจะซักถามแล้วมาร่วมพูดคุยกันในคลินิกกฎหมาย ทั้งนี้ทีมงานในพื้นที่ขอขอบคุณสำนักงานเขตราชเทวีที่ให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์มาแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านกฎหมายในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ ได้กล่าวย้ำถึงบทบาทและหน้าที่ของพรรคการเมืองกับนโยบายที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคได้ให้ความสำคัญตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มต้นคิดและทำเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุ การจัดตั้งกองทุนชุมชนสำหรับผู้สูงอายุ การส่งเสริมเรื่องการออมเงินและวินัยการออมเงินก่อนเข้าสู่วัยชรา ส่งเสริมให้มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ ส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มผู้สูงอายุในชุมชน ส่งเสริมการรักษาพยาบาล และการดูแลสุขภาพ ส่งเสริมการมีงานทำของผู้สูงอายุตามความเหมาะสม พร้อมทั้งการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการรับผู้สูงอายุเข้าทำงาน ซึ่งการรับฟังแลกเปลี่ยนกับผู้สูงอายุในครั้งนี้จะได้นำไปสู่การขับเคลื่อนนโยบายอย่างเป็นระบบต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48057</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายราเมศ รัตนะเชวง, ประชาธิปัตย์, ผู้สูงวัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191015/image_big_5da522727fb81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2019 06:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.Young Happy สถานทูตญี่ปุ่น จัดความรู้วัยทอง:Stay With Me</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สถานทูตญี่ปุ่นไฟเขียว สสส.จับมือ Young Happy เชิญอาจารย์มหาวิทยาลัย 3 ชาติ ญี่ปุ่น-เกาหลี-ไทย พลิกแฟ้มสูงวัยอย่างมีพลังในโลกยุคดิจิทัล ภรณี ภู่ประเสริฐ ผอ.สำนัก 9 เผยคนไทย 40% ไม่พร้อมเป็นผู้สูงวัยในอนาคตทั้งสุขภาพ-รายได้ หลายประเทศยึดแดนอาทิตย์อุทัยเป็นต้นตำรับวัยทองคุณภาพ ศ.ดร.วรเวศม์ สุวรรณระดา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ฯ แจงรัฐบาลแบกผู้สูงวัยใส่บ่า มีหนี้สาธารณะ GDP สูงถึง 200% Dr.Keiichiro Oizumi ยอมรับ 18 ปีก่อนมาเมืองไทย ลูกดูแลพ่อแม่ งานวิจัยชี้วันนี้วัฒนธรรมเปลี่ยน Dr.Kim Sung-Won The University of Tokyo สังคมผู้สูงอายุในแดนซามูไรและแดนโสมไม่ได้ร่าเริงอย่างในภาพยนตร์ เรื่องจริงชาววัยทองเป็นสังคมที่หม่นหมอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ธนากร พรหมยศ (แก๊พ) ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มธุรกิจเพื่อสังคม Young Happy The Sasakawa Peace Foundation ร่วมจัดรายการสูงวัยอย่างมีพลังในโลกยุคดิจิทัล Dialogue for Our Future Digital and Active Aging in Japan and Thailand in Future โดย ศ.ดร.วรเวศม์ สุวรรณระดา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Dr.Keiichiro Oizumi Assoc. Prof.Dr.Kim Sung-Won ท่ามกลางบรรยากาศภายใน ห้องประชุม 201 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ด้วยเสียงเพลง I don&amp;rsquo;t like to sleep alone พอล แองคา ขับร้อง Bobby Gosh ผู้แต่งเพลง ค่ายเพลงวอร์เนอร์ /Chappell Music .Inc ในระหว่างการลงทะเบียน ผู้เข้าร่วมงานเต็มห้องประชุมการจัดงานครั้งนี้ สนับสนุนโดย สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย Japanese Association in Thailand&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;I don&amp;rsquo;t like to sleep alone Stay with me Don&amp;rsquo;t go Talk with me for just a while So much of you to know Reaching out touching you Leaving all the worries behind Loving you My mouth on yours and yours on mine Marry me Let me live with you Nothing&amp;rsquo;s wrong and love is right Like a man says in his song&amp;nbsp; Help me make it through the night Loneliness can get you down When you get to thinking no one cares Lean on me And I&amp;rsquo;ll lean on you Together we will see it through &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;วัฒนา อ่อนพานิช เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการศูนย์ญี่ปุ่นศึกษาJapan Foundation กล่าวแนะนำหน่วยงาน Japan Foundation ก่อตั้งโดย กระทรวงการต่างประเทศประเทศญี่ปุ่น เน้นเรื่องวิชาการ ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างไทย-ญี่ปุ่น เพื่อให้สังคมผู้สูงวัยไทย-ญี่ปุ่นมีความสมบูรณ์ในอนาคต ครั้งนี้ได้วิทยากรที่มีชื่อเสียงของคนไทย ภัทราวดี มีชูธน ผู้ก่อตั้งและประธานคณะกรรมการบริหาร รร.ภัทราวดี หัวหิน และ ประสาน อิงคนันท์ ผู้ก่อตั้งบริษัท บุญมีฤทธิ์ จำกัด และผู้ผลิตรายการ &amp;ldquo;ลุยไม่รู้โรย สูงวัยดี๊ดี&amp;rdquo; และวิทยากรจากต่างประเทศโดยเครือข่าย Young Happy ดำเนินการ&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ภรณี ภู่ประเสริฐ ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) สสส. กล่าวว่า สถานการณ์ผู้สูงอายุในปี 2560 มีผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 11.8 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 17.1 ซึ่งคาดว่าประเทศไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ในปี 2564 ในช่วง 3 ปี โดยจะมีประชากรสูงอายุมีถึง 1 ใน 5 และในปี 2547 จะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าประชากรไทยก่อนวัยสูงอายุกว่าร้อย 40 ยังไม่ได้เตรียมความพร้อมเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพในอนาคต ทั้งด้านสุขภาพและความมั่นคงทางรายได้&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผู้สูงอายุส่วนหนึ่งเจ็บป่วยมีโรคประจำตัว โรคไม่ติดต่อ NCD เพิ่มมากขึ้น 1 ใน 3 อายุมากกว่า 65 ปี เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ผู้สูงอายุจำนวนมากที่มีเงินออมไม่เพียงพอสำหรับใช้ในวัยหลังเกษียณอายุ สะท้อนถึงความไม่พร้อม ดังนั้นจำเป็นต้องให้ข้อมูลเพื่อการเตรียมพร้อมสำหรับผู้ที่จะย่างเข้าสู่วัยสูงอายุ ในช่วงสิบปี สสส.ให้ความสำคัญกับงานวิจัย มีการลงทุนสนับสนุนให้ทบทวนสถานการณ์ทางวิชาการ ส่งเสริมพัฒนาผู้สูงอายุในสังคมไทย อีก 3 ปีจัดทำแผนผู้สูงอายุฉบับที่ 3 พบช่องว่างถึง 8 เรื่อง การจัดทำคู่มือดูแลผู้สูงวัยให้กับคนไทย การบริหารจัดการ รร.ผู้สูงอายุ หนุนเสริมความเข้มแข็ง พัฒนาพื้นที่ 2,000 แห่งหนุนเสริมความเข้มแข็ง การถอดบทเรียนผู้สูงอายุให้กับชุมชนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2,000 ตำบล&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ผู้สูงวัยมีปัญหาในการเดินทางไปโรงพยาบาล ไปธนาคาร อยากให้ลูกหลานรับ-ส่ง บางครั้งลูกหลานก็ไม่มีเวลาจึงต้องมีการประสานกับ Grab Taxi การกำหนดให้มีธนาคารเวลาคือมี Give และ Take ในเวลาเดียวกันที่ไม่เหมือนกับจิตอาสาทั่วไป ธนาคารเวลาที่ สสส.ได้ร่วมมือกับกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) ดำเนินการในพื้นที่นำร่องของ กทม.และพื้นที่นำร่อง 42 พื้นที่ใน 28 จังหวัด เป็นนวัตกรรมทางสังคมที่เป็นประโยชน์ สามารถประยุกต์ใช้ตามบริบทของสังคมไทย ขณะนี้ 15 ประเทศให้ความสำคัญกับเรื่องภาษี ญี่ปุ่นเป็นต้นตำรับขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเครื่องมือในทางเลือก มีธนาคารต้นไม้ ทำความดีแลกรับเป็นของใช้กลับมาด้วย สิ่งเหล่านี้เหมาะสมกับการนำมาปรับใช้ในเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;Dr.Keiichiro Oizumi the Japan Research Institute Inc. ผู้อำนวยการของสมาคมเอเชียศึกษา และสมาคมไทยศึกษาแห่งประเทศญี่ปุ่น บรรยายพิเศษในหัวข้อ &amp;ldquo;ความเหมือนและความต่างของนโยบายและมาตรการต่างๆ ในการเตรียมพร้อมสำหรับสังคมสูงวัยในญี่ปุ่นและไทย&amp;rdquo; เรื่องของมูลนิธิญี่ปุ่นเป็นองค์กรในกระทรวงการต่างประเทศ หนุนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไทยและญี่ปุ่น ปัญหาสังคมผู้สูงวัยเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง 18 ปีก่อน ตนได้ถูกส่งมาประจำอยู่ที่เมืองไทย ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนคนไทย ว่าสังคมไทยจะให้ลูกดูแลผู้สูงวัย ปัจจุบันนี้สังคมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เมื่อศึกษาดูงานวิจัยและข้อมูลข่าวสารจากสื่อมวลชน แต่ละประเทศมีการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมที่ต่างกัน การจัดการแก้ไขปัญหา การรับฟังปัญหาที่ต่างกัน เพื่อนำมาใช้กับวัฒนธรรมของตนเอง การบรรยายพิเศษครั้งนี้มีการนำเสนอวัฒนธรรมของ 3 ชาติ ญี่ปุ่น&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง เกาหลี และไทย สังคมในยุคดิจิทัลมีงานวิจัยมากมายมุ่งสู่อนาคต เพื่อเน้นย้ำหัวข้อจะพัฒนาสังคมนั้นต้องร่วมกันคิดและแก้ไขปัญหาด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ศ.ดร.วรเวศม์ สุวรรณระดา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ผู้รับฟังครั้งนี้เป็นกลุ่มผู้สูงวัย Active ตื่นเช้าฝ่ารถติดเพื่อมาให้ทันงานลงทะเบียนการเสวนา เพราะอยากรู้เรื่องผู้สูงวัยของประเทศไทยและของโลก ประเทศญี่ปุ่นถือได้ว่าเป็นผู้นำเรื่องผู้สูงวัยและก้าวหน้าในระดับโลกที่เราจะต้องเรียนรู้จากเขาเป็นอย่างมาก คนญี่ปุ่นคลุกคลีอยู่กับสังคมไทย ตลอดระยะเวลา 30 ปีของความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ถึงวันนี้ทั้งสองสังคมก้าวสู่ผู้สูงวัย เด็กเกิดน้อยผู้ใหญ่ตายช้าลง แม้แต่ในภาคอีสานที่สมัยก่อนเราเจอเด็กเยอะมาก แต่ปัจจุบันจำนวนเด็กลดน้อยลงกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;TRF สำรวจผู้หญิงมีลูกได้มากน้อยแค่ไหนตลอดชีวิตเมื่อเปรียบเทียบระหว่างญี่ปุ่นและไทยมีความไม่แตกต่างกัน คือเมื่อก่อนมีลูกเฉลี่ย 6 คน แต่ปัจจุบันอัตราการเกิดลดลง อัตราการเกิดของเด็กใหม่ย่อมสัมพันธ์กับรายได้ รายได้มากจะมีบุตรน้อย อัตราถัวเฉลี่ยการเกิด 2.5 ในอนาคตเราจะรับมืออย่างไรเมื่ออัตราการเกิดใหม่ในเมืองไทยจะไม่สูงไปกว่านี้ ภาวะสังคมสูงวัยแทรกซึมไปทั่วทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;การมีลูกน้อยส่งผลต่อการสนับสนุนให้มีการศึกษาสูงๆ เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยก็ต้องมีค่าใช้จ่ายที่ติดตามมา จึงเป็นเหตุผลทำให้คนไม่อยากมีลูก ผู้หญิงผู้ชายอายุ 50 ปียังไม่แต่งงานมีจำนวนสูงมาก สังคมคนรุ่นใหม่ถ้าไม่ได้ youtube อยู่ไม่ได้ ในขณะที่การไม่ได้เจอแฟนเป็นเรื่องที่อยู่ได้ ในบทความของญี่ปุ่น ผู้ชาย 60% ตอบว่าอยากแต่งงานกับ AI (หุ่นยนต์) หรือปัญญาประดิษฐ์ จำนวนการมีลูกลดลง อายุขัยเฉลี่ยคนญี่ปุ่น 80 ปี ในขณะที่คนไทยอายุถัวเฉลี่ย 70 ปี เราจะก้าวข้ามและรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร ขณะนี้พีระมิดประชากรบิดเบี้ยว สมัยก่อนในช่วงปี 1950 พีระมิดประชากรเกิดจากการที่เรามีประชากรคนหนุ่มสาวค้ำจุนสังคม ทุกวันนี้โครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก วัยเด็กลดจำนวนลงมาก ผู้สูงวัยมีจำนวนมากยิ่งขึ้น ในเมืองไทยนิยามผู้สูงอายุวัย 60 ปีขึ้นไป ทำให้มีสัดส่วนผู้สูงอายุเร็วขึ้น ในการเตรียมการรองรับหรือแก้ปัญหาสังคมผู้สูงวัยนั้น ญี่ปุ่นอาจจะไม่ได้เป็นตัวอย่างที่ดีนักและกำลังประสบปัญหาเช่นกัน แต่อยากให้มีการนำบางส่วนมาปรับใช้ ในภาคประชาสังคมมีการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ดูแลผู้สูงอายุ เป็นการให้บริการดูแลผู้สูงอายุผ่านแอปพลิเคชัน อำนวยการความสะดวกในการส่งผู้เข้ามาดูแลเป็นเพื่อน รวมถึงการซื้อของด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ญี่ปุ่นเป็นผู้นำในสังคมผู้สูงวัย เกาหลีใต้มีผู้สูงวัยเพิ่มจำนวนรวดเร็วกว่าญี่ปุ่น ประชากรชาวญี่ปุ่นคนรุ่นใหม่มีธุรกิจอยู่ที่โตเกียว โอซากา ตามหัวเมืองใหญ่มีประชากรสูงขึ้น เช่นเดียวกับเมืองไทย คนจะไหลเข้ามาอยู่ที่กรุงเทพฯ และหัวเมืองสำคัญ สังคมยุคเบบี้บูม อายุ 40 ปีขึ้นไป ในภาคอีสานเป็นสังคมผู้สูงอายุ เราจะสร้างสังคมสูงวัยที่มีพลัง สิ่งที่ต้องหนุนเสริมค้ำจุนให้มีหลักประกันทางสังคมและชุมชน การเตรียมการ support สังคมสูงวัย ญี่ปุ่นมีหนี้สาธารณะที่ต้องแบกรับงบประมาณในการดูแลผู้สุงวัย ดังนั้นญี่ปุ่นจึงไม่ใช่ครูที่ดี เพราะมีหนี้สาธารณะ GDP สูงถึง 200% หรือ 2.5 เท่า เท่ากับประเทศกรีซ เราต้องเปลี่ยนวิธีคิด Active Aging กำหนดคนอายุ 65 ปีเป็นผู้สูงอายุ การกำหนดในสหประชาชาติดูพื้นฐานอายุขัยในประเทศพัฒนาแล้ว ขณะนี้คนสูงวัยของญี่ปุ่นวัย 70 ปียังแข็งแรง มีความ Active สูง ภาคชุมชนเมื่อ 8 ปีก่อนมี Great Earth Quake การฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยมาได้มาจากสายใยสัมพันธ์กับคนในชุมชน ประเทศไทยมีคนจำนวน 3 ล้านคนที่เล่าให้คนญี่ปุ่นรับฟัง ทำให้มีอาสาสมัคร ปัจจัยชุมชน สายใยสัมพันธ์สร้างสังคมสูงวัยด้วยพลังโลกดิจิทัล มีหลักประกันทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ในประเทศกลุ่มเอเชีย ปี 2000-2015 กราฟพุ่งปรี๊ด คุณตาคุณยายในชนบทใช้ Smart phone เป็นการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีดิจิทัลในเรื่องสิทธิประโยชน์ แต่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งมีความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี เมื่อมีนิวไฟเบอร์ออปติก โทรศัพท์มือถือ Smart Phone เข้าถึง Digital Dividends สิทธิประโยชน์ได้เวลานี้เราพูดคุยทาง Smart Phone สามารถเห็นหน้าตาคุณตาคุณยายในต่างจังหวัดได้ สามารถขอความช่วยเหลือในขณะอยู่ที่บ้านได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ขอให้เข้ามาช่วยดูแลตามความประสงค์ หรือให้เข้ามาช่วยซื้อของไปเป็นเพื่อน เป็นอูเบอร์ แคริ่ง เซอร์วิส เรามีเทคโนโลยีดิจิทัลใช้งานอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้สูงวัยมีพลังในสังคมมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;Dr.Kim Sung-Won The University of Tokyo กล่าวในหัวข้อ &amp;ldquo;สถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตของสังคมสูงวัยในเกาหลีใต้&amp;rdquo; บรรยายเป็นภาษาญี่ปุ่น &amp;ldquo;ผมมาเมืองไทยเป็นครั้งที่ 2 เพื่อพูดสัมมนา ทุกวันนี้ทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่น มีคนเกาหลีครึ่งหนึ่งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น เกือบจะกลายเป็นคนญี่ปุ่นแล้ว ผมรู้สึกทึ่งมากที่คนไทยนิยมดารา K-Pop J-Pop ทั้งเพลงและซีรีส์ ละครซีรีส์เกาหลีและญี่ปุ่นสวยหรูดูดี แต่แท้จริงแล้วสังคมเกาหลีและญี่ปุ่นไม่ได้เป็นสังคมสวยหรูดูดีแต่อย่างใด สังคมผู้สูงอายุไม่ได้ร่าเริงอย่างในภาพยนตร์เป็นสังคมที่หม่นหมอง เมืองไทยจะต้องเรียนรู้การเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยจากเกาหลีและญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ข้อที่น่าสังเกตถึงการที่แต่ละประเทศก้าวเดินสู่สังคมผู้สูงวัยแตกต่างกัน ประเทศอังกฤษใช้เวลาถึง 46 ปี ประเทศเยอรมนีใช้เวลา 42 ปี ประเทศฝรั่งเศสใช้เวลา 114 ปี ประเทศสวีเดนใช้เวลา 82 ปี ญี่ปุ่นใช้เวลา 25 ปี ประเทศเกาหลีทำให้ทั้งโลกตกใจใช้เวลา 18 ปี ส่วนประเทศไทยและเวียดนามใช้เวลา 18 ปี ก้าวจาก 7-14% รวดเร็วมาก มีความหมายว่าการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุรวดเร็วมาก การเตรียมการรับมือในสังคมไทยใช้เวลา 18 ปี ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีการพัฒนาเศรษฐกิจรวดเร็วมาก ในขณะที่ประเทศเกาหลีใต้ ฮ่องกง ไต้หวัน เติบโต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ญี่ปุ่นเป็นรุ่นพี่ที่มีผู้สูงวัยเป็นแบบอย่าง ขณะนี้ประเทศเกาหลีใต้กำลังก้าวเดินตามแบบอย่างญี่ปุ่นด้วยการสร้างระบบบำนาญสำหรับประชาชน การรักษาพยาบาล สร้างระบบประกันในการดูแลสุขภาพ แต่สภาพความเป็นจริงในญี่ปุ่นนั้นลำบาก การที่เกาหลีใต้มาเลียนแบบญี่ปุ่นไม่ใช่เรื่องดี การที่ประเทศไทยและประเทศอื่นๆ เลียนแบบประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยความพยายามในการทำสิ่งใหม่ๆ ที่แตกต่างกว่าที่ญี่ปุ่นได้ทำขึ้นมาด้วยบำนาญภาคประชาชน ญี่ปุ่นใช้ระบบ pension บำนาญประกันสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ในปี 2549 มีการจัดตั้งศูนย์สวัสดิการสังคมในชุมชนขึ้น 4 แห่ง เพื่อทำงานขับเคลื่อนสังคมเป็นตัวกลางในการเชื่อมประสานระหว่างผู้สูงอายุและชุมชน ศูนย์สวัสดิการสังคมในชุมชนจึงเป็นทั้งโรงอาหาร ส่งอาหาร ตรวจสุขภาพ จัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และยังมีเจ้าหน้าที่คอยประสานกับภาคเอกชนหรือร้านค้าในชุมชน ให้บริจาคเป็นบริการต่างๆ ตัดผม รับประทานอาหารในร้าน มีร้านคาราโอเกะ โดยการใช้คูปองในปี 2558 จึงมีศูนย์สวัสดิการสังคมในชุมชน 454 แห่ง ถือเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุเป็นผลสำเร็จ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สสส.จับมือกล่องดินสอ เปิดพื้นที่ &amp;quot;เปิดใจ...ให้โดยเฉพาะ&amp;quot; เรียนรู้ เข้าใจ &amp;quot;ประชากรกลุ่มเฉพาะ&amp;quot; คนพิการ ผู้สูงอายุ คนไร้บ้าน เด็กในสถานสงเคราะห์ ผู้ต้องขัง จากผู้รับ...สู่ผู้ให้ ผ่านกิจกรรมศิลปะสองวัยอ่านหนังสือเสียง ฝึกอาชีพ สร้างพลเมืองจิตอาสา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับบริษัท กล่องดินสอ จำกัด เปิดตัวโครงการ &amp;ldquo;เปิดใจ...ให้โดยเฉพาะ&amp;rdquo; กิจกรรมส่งต่อการให้ของ &amp;quot;ประชากรกลุ่มเฉพาะ&amp;quot; โดยนางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า สสส.สนับสนุนภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมจิตอาสาสำหรับประชากรกลุ่มเฉพาะที่ยังขาดโอกาสหรือถูกละเลย โดยได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ในการจัดกิจกรรมสำหรับคนทั่วไปที่ต้องการเป็นจิตอาสาให้สำหรับคนกลุ่มนี้ เช่น การสนับสนุนกิจกรรมจิตอาสาสำหรับผู้สูงอายุใน กทม. ดูแล เยี่ยมเยือน รับฟัง ให้คำปรึกษา หรือการทำกิจกรรมศิลปะสองวัย และส่วนที่ละเอียดอ่อนกว่าคือ การสนับสนุนให้ประชากรกลุ่มเฉพาะหรือคนชายขอบเปลี่ยนแปลงตัวเองจากผู้รับเป็นผู้ให้ เช่น การสนับสนุนให้ผู้ต้องขังอ่านหนังสือเสียงจากในเรือนจำและส่งให้คนตาบอด เป็นการทำให้ผู้ต้องขังรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า มีความภูมิใจว่าตนเองสามารถทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นต่อได้ และยังเป็นการสร้างมุมมองใหม่ๆ ให้สังคมเห็นคุณค่า และเสริมสร้างศักยภาพของกลุ่มคนชายขอบอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายฉัตรชัย อภิบาลพูนผล ผู้จัดตั้ง บริษัท กล่องดินสอ จำกัด ผู้จัดทำโครงการ ให้...โดยเฉพาะ กล่าวว่า โดยปกติแล้วประชากรกลุ่มนี้มักจะเป็นผู้รับ หรือมีอาสาสมัครจากบุคคลกลุ่มต่างๆ ในสังคมทำกิจกรรม หรือนำสิ่งของมามอบให้เท่านั้น สำหรับโครงการนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้รับได้เป็นผู้ให้ผ่าน 7 กิจกรรม อาทิ อ่านหนังสือเสียงของผู้ต้องขังเพื่อส่งมอบให้คนพิการทางสายตา มีผู้ต้องขังและนักเรียน นิทานหุ่นมือ จัดแสดงละครหุ่นมือ กิจกรรมเรียนรู้การดูแลสิ่งแวดล้อม การแยกขยะ กิจกรรมศิลปะ สองวัย และผู้สูงอายุฝึกอาชีพให้กับคนไร้ที่พึ่ง รวมผู้เข้าร่วมจากทุกกิจกรรมจำนวน 590 คน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม คนไร้ที่พึ่ง ทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ให้กับหน่วยงาน ชุมชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เพราะเราเชื่อมั่นว่า การให้ไม่มีสิ้นสุด และไม่ถูกจำกัดด้วย สถานะบุคคลใดๆ วงจรแห่งการให้ที่ส่งต่อมากกว่าสิ่งของ แต่ส่งต่อความรู้สึก น้ำใจ ความภาคภูมิใจของผู้ให้ และความสุขใจของผู้รับ&amp;rdquo; นายฉัตรชัยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับ งานเปิดใจ...ให้โดยเฉพาะ จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22-23 มีนาคม 2562 เริ่มกิจกรรมตั้งแต่เวลา 10.00-16.00 น. ณ สวนครูองุ่น ซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 55) บรรยากาศในงานมีการเปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของประชากรกลุ่มเฉพาะ ตลอดทั้ง 2 วัน มีภาคีเข้าร่วมจัดแสดงและเข้าร่วมวงเสวนาจากองค์กรต่างๆ อาทิ ทัณฑสถานหญิงธนบุรี, กลุ่มผู้สูงอายุ Young Happy, สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งชาย/หญิงธัญบุรี, กลุ่มละครพระจันทร์เสี้ยว, Art by Heart Bangkok, สถานแรกรับเด็กหญิงบ้านธัญพร, ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานี รวมทั้งการแสดงกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยกลุ่มอาสาคนพิการ การแสดงกิจกรรมนิทานหุ่นมือจากอาสาสมัครในโครงการ วงดนตรีสานใจคอรัส (กลุ่มนักดนตรีผู้สูงอายุ) นวดออฟฟิศซินโดรม คอ บ่า ไหล่ โดยทัณฑสถานหญิงธนบุรี.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33427</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.), ผู้สูงวัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190411/image_big_5caec7bc74428.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สารพัดภัยหน้าร้อน ตัวก่อกวนใจวัยเก๋า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากปัญหาสุขภาพจิตอย่างภาวะหงุดหงิดง่ายของคนวัยเก๋า ที่มักมีอารมณ์ขึ้น-ลงจากวัยที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงอากาศบ้านเราเริ่มร้อนระอุ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของผู้สูงวัย เรียกได้ว่าสารพัดปัญหาสุขอนามัยตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าที่พบได้บ่อยๆ ทั้งนี้ ลูกหลานหลายคนอาจจะเคยสังเกตเห็นและมองข้ามไป เพราะคิดว่าเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้คงไม่ส่งผลร้ายแรงต่อคนวัยเกษียณ แต่ทว่าการมีข้อมูลเกี่ยวกับดูแลสุขภาพของผู้สูงวัยที่รอบด้าน ย่อมทำให้การปรนนิบัติคุณตาคุณยายเป็นไปด้วยความเข้าใจมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ผอ.พรหมมินทร์ กัณธิยะ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผอ.พรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) บอกว่า &amp;ldquo;การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในช่วงหน้าร้อนเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ลูกหลานควรให้ความใส่ใจ เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่สามารถทำให้คนวัยเก๋าเจ็บป่วยได้อย่างง่ายดาย เริ่มตั้งแต่เรื่องพื้นฐานอย่างสมรรถภาพของคนวัยนี้ที่เริ่มลดลง ทำให้ภูมิต้านทานโรคทำงานได้ไม่ดี ยิ่งในช่วงหน้าร้อนก็พบว่าผู้สูงอายุจะมีปัญหา &amp;ldquo;ผิวแห้ง&amp;rdquo; จากการที่ขาดน้ำ และพฤติกรรมที่มักจะไม่ค่อยชอบดื่มน้ำ เพราะเป็นกังวลที่จะต้องปัสสาวะบ่อยๆ รวมไปจนถึง &amp;ldquo;อาการอ่อนเพลีย&amp;rdquo; จากการที่ออกไปตากแดดและเสียเหงื่อ ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นลม หน้ามืด สิ่งเหล่านี้หากปล่อยปละละเลยก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการช็อกหมดสติ เสียชีวิตได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุปืนบันได, เดินที่แคบ เสี่ยงต่อการหกล้มกระดูกหัก หรือตกน้ำโดยที่ไม่มีคนเห็นและช่วยเหลือ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือแม้การที่ผู้สูงอายุยืนในที่สูง เช่น การปืนบันได หรือการเดินในห้องมืด และยืนอยู่ในที่แคบๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการ &amp;ldquo;หกล้ม&amp;rdquo; ไล่ไปจนถึงเรื่องของอาหารการกินที่เสี่ยงต่อระบบขับถ่ายไม่ย่อย เช่น การที่ท่านคุ้นชินกับการบริโภคอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ใหญ่ที่มีไขมันปนอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น หมูสามชั้น เมื่อกินเข้าไปในปริมาณที่มาก ประกอบกับการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการย่อยยาก หรือแม้การที่คนวัยหลัก 6 ต้องการที่จะขับรถยนต์เอง ตรงนี้ลูกหลานหรือผู้ดูแลควรร่วมประเมินเรื่องสายตาและการได้ยินของผู้สูงอายุว่ายังดีอยู่หรือไม่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุป่วยโรคลมบ้าหมู และต้อง &amp;ldquo;ขับรถยนต์ส่วนตัวเอง อาจเสียต่ออันตรายทั้งตัวเองและผู้อื่น&amp;rdquo; ตรงนี้ควรเป็นหน้าที่ของบุตรหลานในการทำหน้ารับคุณตาคุณยายก็จะเหมาะสมกว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(การข้ามถนนถือเป็นปัญหาสุขภาพของผู้สูงวัยที่ลูกหลานควรเอาใจใส่ เพราะเสี่ยงต่อการถูกรถยนต์เฉี่ยวชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้ การที่ผู้สูงอายุ &amp;ldquo;ข้ามถนนเพียงลำพัง&amp;rdquo; ก็กลายเป็นปัญหาสุขภาพได้เช่นกัน เพราะจากเดิมที่เคยก้าวเท้าอย่างกระฉับกระเฉง ประกอบเลนส์ถนนในปัจจุบันก็เพิ่มขึ้น ทำให้รถยนต์ส่วนมากขับเร็วขึ้น รวมถึงเรื่องสายตาและประสาทหูของผู้สูงวัยอาจทำงานได้ลดลง ดังนั้นเพียงแค่การข้ามถนนก็ถือเป็นอุปสรรคและเป็นภัยอย่างหนึ่งที่ลูกหลานควรตระหนัก หรือพาผู้สูงอายุข้ามถนน หรือหากไม่จำเป็นก็ไม่ควรให้ท่านออกไปทำธุระนอกบ้านเอง ไม่จะไปทำบุญที่วัด ซึ่งท่านขึ้นลุกและ &amp;ldquo;เซหกล้ม&amp;rdquo; หรือไปจ่ายกับข้าวที่ตลาดที่สุ่มเสี่ยงต่อการข้ามถนนเพียงลำพัง ประกอบกับอาจเกิดอาการหูแว่ว อาจเกิดอันตรายจากการถูกรถยนต์เฉี่ยวชน ถ้าเป็นไปได้ลูกหลานควรรับหน้าที่ดังกล่าวแทนท่าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ &amp;ldquo;สิ่งแวดล้อม&amp;rdquo; ที่ผู้สูงอายุอยู่อาศัยก็สามารถเป็นตัวการของปัญหาสุขภาพในช่วงร้อนได้เช่นกัน เช่น ในพื้นที่ภาคเหนือมักจะมีปัญหาเรื่องของหมอกและควันไฟ รวมถึงวัฒนธรรมที่ถือเป็นกิจวัตรประจำวันของคนสูงวัยทางภาคเหนือ ที่มักชอบกวาดใบไม้และจุดไฟเผาใบไม้ จึงทำให้มีความเคยชินกับฝุ่นละออง แนะนำว่าควรเลิกกิจวัตรประจำวันดังกล่าว เพราะการสูดดมทั้งฝุ่นละอองจากพื้นดินและควันไฟดังกล่าว อาจทำให้ป่วยเป็น &amp;ldquo;โรคถุงลมโป่งพอง&amp;rdquo; หรือกระตุ้น &amp;ldquo;โรคปอด&amp;rdquo; ในรายที่ผู้เป็นโรคเรื้อรังดังกล่าวอยู่ก่อนหน้าแล้ว แนะนำว่าควรเปลี่ยนมาเป็นการนำเศษใบไม้มาหมักให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์จะดีที่สุด และในช่วงเวลากลางวัน หากผู้สูงอายุกำลังเก็บกวาดเศษวัชพืชดังกล่าว ก็ควรหมั่นจิบน้ำเปล่าบ่อยๆ เพื่อป้องกันอาการขาดน้ำในช่วงหน้าร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;อีกปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการที่คนสูงวัยสูดควันพิษจากการเผาเศษวัชพืชอย่าง ฟางข้าว ตรงนี้การปรับมาไถกลบแทน แม้ว่าจะค่อนข้างมีต้นทุนสูง แต่การที่ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนและเอาจริงเอาจัง เช่น การจัดหาเครื่องสำหรับย่อยเศษวัชพืชเหล่านี้ให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพื่อสำหรับใช้เป็นปุ๋ยคลุมดินให้กับประชาชนได้ซื้อหามาใช้ในราคาที่ถูกลง ก็ถือเป็นช่วยดูแลสุขภาพของคนสูงวัยที่ประกอบอาชีพเกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30098</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ผอ.พรหมมินทร์ กัณธิยะ, ผู้สูงวัย, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190227/image_big_5c768771abb30.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;มิติใหม่&quot;ที่อยู่อาศัย&quot;ผู้สูงอายุ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นความท้าทายสังคมไทยอย่างมากกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คาดว่าในปี 2563-2573 ประเทศไทยจะมีประชากรผู้สูงอายุ 11 ล้านคน หรือคิดเป็น 17% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ สวนทางกับอัตราเพิ่มของเด็กเกิดใหม่และคนวัยแรงงานที่ลดลง และไม่เพียงเป็นประเทศที่จะมีประชากรสูงวัยขึ้นเท่านั้น แต่ประชากรที่สูงอายุอยู่แล้วก็จะกลายเป็นสูงวัยมาก หรือเข้าสู่ภาวะชราภาพขึ้นไปด้วย ซึ่งหมายถึงโอกาสการเจ็บป่วย หรือมีภาวะทุพพลภาพก็จะมากขึ้นตามไปด้วย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเชิงวิชาการมีหลายสถาบันการศึกษา กำลังศึกษา คิดหาแผนรับมือกับสังคมสูงวัยของประเทศ แต่ในแง่ของตัวบุคคล ว่ากันตามจริง สถานการณ์ การหาทางหนีทีไล่ และเตรียมตัวรับสังคมผู้สูงอายุ ยังตื่นตัวและกระจุกอยู่ที่ผู้ที่กำลังเข้าสู่ภาวะสูงวัย หรือเข้าสู่ช่วงสูงวัยแล้วจริงๆ เท่านั้น แต่สำหรับผู้อยู่ในวัย 30 กว่าๆ ในวันนี้ ส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยคิดเรื่องการเตรียมการรับมือกับสภาพสูงวัยของตนเองในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ชีวิตสูงวัยมีความซับซ้อนที่เรื่องราวมากมายที่ต้องบริหารจัดการ เพราะชีวิตสูงวัยก็เหมือนการเข้าสู่วงรอบใหม่ของวัฏจักรชีวิต เหมือนเราก้าวพ้นจากวัยเด็กเป็นวัยรุ่น จากวัยรุ่นเป็นวัยหนุ่มสาว จากวัยหนุ่มสาวเป็นวัยทำงาน และจากวัยทำงานก็จะเป็นวัยของผู้สูงวัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำว่า &amp;quot;สูงวัย&amp;quot; ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ความเสื่อมถดถอยทางร่างกายเท่านั้น หรือความสามารถบางอย่างที่เคยมีในวัยหนุ่มสาวจะหดหายไป โดยเฉพาะความสามารถในการช่วยเหลือตัวเอง ทั้งการเดินเหิน การออกท่องเที่ยวเดินทาง ที่จะไม่เหมือนเดิม แต่ยังหมายถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม สังคมรอบตัวอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในแง่กายภาพ &amp;quot;บ้าน&amp;quot; ที่เคยอยู่อาศัยมา 30-40 ปี อาจไม่สามารถตอบโจทย์กับชีวิตในวัยนี้ ยิ่งถ้าเจ็บป่วยถึงขั้นเดินเหินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็น ประตู ทางเดิน หรือห้องน้ำของบ้านเดิมที่เคยอยู่ อาจกลายเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตประจำวันได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาการขาดคนดูแลที่หายากขึ้นทุกวันอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จึงมีภาคธุรกิจหลายรายหันมาจับโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุมากขึ้น และจิณณ์ เวล บีอิ้ง เคาน์ตี้ (Jin Wellbeing County ที่เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ผุดโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุ &amp;quot;ภายใต้คอนเซ็ปต์&amp;quot; เมืองแนวคิดใหม่เพื่อคนวัยเกษียณ&amp;quot; ซึ่งจะมีทั้งที่พักอาศัยที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุโดยตรง บนเนื้อที่กว่า 140 ไร่ ริมถนนพหลโยธิน รังสิต จ.ปทุมธานี พร้อมกับศูนย์สุขภาพ คอมมูนิตี้มอลล์ โรงพยาบาลขนาดใหญ่ 2 แห่งในพื้นที่โครงการเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เตียงสูงระดับเข่า เหมาะแก่การลุกนั่งหรือยืนของผู้สูงอายุ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตัวโครงการมีทั้งหมด 1,380 ยูนิต เฟสแรกที่มีประมาณ 500 ยูนิต ก่อสร้างเสร็จในเดือน พ.ย.ปีนี้ ขนาดของห้องแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ 43 ตารางเมตร และ 67ตารางเมตร ขณะนี้มีผู้จองเข้ามาแล้วประมาณกว่า 100 ยูนิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการออกแบบจิณณ์ เวล บีอิ้งฯ ได้รับรางวัล EFA หรือ Enviroment Design Showcase 2018 จากสหรัฐอเมริกา หนึ่งเดียวในเอเชีย แม้แต่ประเทศญี่ปุ่นที่ถือว่ามีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุยังไม่เข้าเกณฑ์ เนื่องจากที่นี่มีการแบ่งพื้นที่ให้กับสภาพแวดล้อมธรรมชาติถึง 50% ความสะดวกและประโยชน์ใช้สอยแต่ละห้องยึดหลัก Universal Design มีประโยชน์กับคนทุกวัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประตูห้องของเรากว้างไม่ต่ำกว่า 90 ซม. เผื่อไว้สำหรับการให้ผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นสามารถเข็นเข้า-ออกได้สะดวก นอกจากนี้ พื้นที่ในห้องจุดที่เคลื่อนตัวยังกว้างไม่ต่ำกว่า 1.50 เมตร เพื่อให้รถวีลแชร์สามารถหมุนกลับตัวได้&amp;quot; นพ.ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ รองประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) THG กล่าวแนะนำในโอกาสพาสื่อมวลชนทัวร์ห้องตัวอย่างของโครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นพ.ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ กำลังอธิบายขนาดความกว้างของประตูห้องที่ต้องมีไม่น้อยกว่า 90 ซม.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณหมอธนาธิปยังชี้ชวนให้ดูแต่ละจุดอีกว่า ในส่วนของห้องน้ำยังกว้างกว่าคอนโดมิเนียมทั่วไป มีพื้นที่พอที่รถวีลแชร์เข็นเข้าไปได้ ตำแหน่งที่วางของอ่างล้างมือและชักโครกที่มีราวจับข้างๆ ยังเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ใช้รถเข็นอีกด้วย นอกจากนี้ ความสูงของเตียงที่มีการคิดมาอย่างละเอียดแล้ว ยังไม่สูงเท่าเตียงโรงแรม หรือเตี้ยเกินไป ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุลุกจากเตียงได้ยาก แต่ความสูงประมาณเข่าของผู้สูงอายุทำให้ลุกจากเตียงได้ง่าย ส่วนพื้นก็ใช้วัสดุที่มีความนุ่มในตัวเล็กน้อย ไม่แข็งเกินไป เพื่อรองรับกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด หากเกิดอุบัติเหตุหกล้มก็จะไม่ได้รับบาดเจ็บมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกอย่างเราคิดไว้แล้ว เรื่องมาตรฐานเพื่อผู้สูงอายุ จะเห็นได้ว่าพื้นห้องจะไม่มีพื้นต่างระดับ เพื่อที่ว่ารถเข็นจะได้เข็นไปได้ทั่ว ซึ่งเราจะทำยังไง ถ้ามีญาติผู้ใหญ่ในบ้านต้องนั่งรถเข็นไปอีก 10-20 ปี ก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยนบ้าน ทำห้องน้ำใหม่ เพื่อไม่มีพื้นต่างระดับ ประตูก็ต้องกว้างกว่าเดิม ไม่ต่ำกว่า 90 ซม. มีพื้นที่รถหมุนวงเลี้ยว 1.50 ซม.ได้โดยไม่ต้องมีคนช่วย แต่ที่นี่เรามีให้ครบครัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่จิณณ์ เวล บีอิ้งฯ ยังมีระบบ Tracking System หรือระบบติดตามตัวผู้สูงอายุที่อยู่อาศัยในโครงการทุกคน รองรับเหตุไม่คาดฝัน ผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว หากเกิดหกล้มภายในห้องพักก็จะมีสัญญาณเตือนภัยไปยังหน่วยพยาบาลฉุกเฉินที่มีอยู่ในโครงการตลอด 24 ชั่วโมง ให้รีบรุดมาดูแล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เคยได้ยินมั้ยคะว่า ผู้สูงอายุบางคนนอนๆ อยู่แล้วไม่หายใจ คนนอนข้างๆ ก็ไม่รู้ แต่ถ้าใส่ Tracking System ระบบจะเตือนไปที่หน่วยฉุกเฉินทันที หากหัวใจหยุดเต้น หรือหัวใจเต้นอ่อนกว่าที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ ระบบติดตามตัวนี้จะเป็นเหมือนผู้ดูแลสุขภาพไปในตัว เช่น ถ้าเป็นโรคความดัน ก็จะมีระบบเตือนว่าไม่ควรออกกำลังกายประเภทใด หรือมีโรคประจำตัวอื่นๆ เป็นเบาหวาน ระบบก็จะเตือนไม่ให้กินน้ำตาลเกินกี่ช้อน ซึ่งข้อมูลสุขภาพของแต่ละคนจะเป็นความลับ และแทรกกิ้งนี้ยังใส่ได้ตลอดแม้เวลาอาบน้ำ&amp;quot; ฐิตารัตน์ อยู่วิทยา ผู้จัดการด้านการตลาดของโครงการ จิณณ์ เวล บีอิ้งฯ ให้ข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ห้องน้ำที่กว้างพอกับการหมุนของวงล้อรถวีลแชร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะคลายกังวลในเรื่องเหตุไม่คาดฝัน ทั้งอุบัติเหตุและโรคประจำตัว เพราะที่นี่มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในเครือโรงพยาบาลธนบุรีตั้งอยู่ในพื้นที่ถึง 2 แห่ง และมี Wellness Center อีก 2 อาคาร เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ต้องอภิบาลได้รับการดูแล แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีปัญหาสุขภาพ ชีวิตจะเหี่ยวเฉา เหมือนนกน้อยในกรงทองหรือไม่ ฐิติรัตน์ยืนยันว่าโครงการมีเจตนาให้ผู้มาอยู่อาศัยมีชีวิตที่เป็นสุข มีชีวิตชีวา ไม่หงอยเหงา โดยการจัดกิจกรรมต่างๆ ไว้รองรับมากมาย ซึ่งแต่ละอย่างของกิจกรรม นอกจากจะทำให้ผู้อยู่อาศัยได้สุขภาพที่ดีแล้ว ยังได้สังคมเพื่อนฝูงอีกด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องการให้ห้องพักมีไว้แค่เป็นที่นอนเท่านั้น เราจะกระตุ้นให้ทุกคนลุกออกมาทำกิจกรรมร่วมกัน เป็นการลบภาพบ้านพักคนชราเหมือนที่เคยเห็นกันในอดีตทั้งหมด และที่นี่จะไม่ใช่เมืองผู้สูงอายุที่มีแต่ความห่อเหี่ยว แต่เป็นสังคมผู้สูงอายุที่มีชีวิตชีวา หรือเป็นการใช้ช่วงสุดท้ายของชีวิตที่น่าภาคภูมิใจที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องค่าใช้จ่ายการอยู่อาศัยที่นี่ แน่นอนว่าต้องมีเงินเก็บ เงินออม หรือรายได้พอสมควร เพราะจะมีค่าส่วนกลาง 60 บาทต่อตารางเมตร ค่าอำนวยความสะดวกอื่นๆ รวมถึงระบบติดตามตัว ค่าทำกิจกรรมรวมเป็นเดือนละ 1,500 บาท เรียกว่าค่าใช้จ่ายพื้นฐานไม่รวมค่าน้ำ ค่าไฟ จะมีประมาณ 5,000-6,000 บาท แต่คุณหมอธนาธิปยืนยันว่า ถ้าเป็นคนทำอาหารกินเองก็น่าจะมีค่าใช้จ่ายอีก 1 หมื่นบาท รวมเป็น 15,000 บาทต่อเดือนเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ซื้อยูนิต แต่ยังไม่ได้มาอยู่อาศัย ทางโครงการก็มีระบบรับฝากดูแล บริหารห้องให้ มีการปล่อยเช่าเป็นรายวันหรือรายเดือน โดยมีการรับประกันผลตอบแทนปีละไม่ต่ำกว่า 6% ของราคาที่ซื้อที่เริ่มต้นยูนิตละ 4 ล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี หรือผลตอบแทนของการฝากบริหารจะตกประมาณปีละ 2 แสนบาท รวม 3 ปีเท่ากับ 6 แสนบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมรับรองได้ว่าคนที่มาอยู่ที่นี่จะได้ทั้งคุณภาพชีวิต คุณภาพสุขภาพ และคุณภาพทางการเงินด้วยอย่างแน่นอน&amp;quot; คุณหมอธนาธิปยืนยัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13596</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, นพ.ธนาธิป ศุภประดิษฐ์, นั่งรถเข็น, บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), ผู้สูงวัย, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180717/image_big_5b4de93d5a216.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม ช่วยวัยเก๋าหลับสนิทเต็มตื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เพื่อให้ผู้สูงวัยพักผ่อนได้ดี ในช่วงเทศกาลบอลโลกแนะนำให้รับชมกีฬาในช่วงเวลากลางวัน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สูงอายุก็คล้ายกับวัยอื่นๆ ที่จำเป็นต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนที่มากหรือน้อยจนเกินไปล้วนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ ไม่ว่าจะเป็นอาการวิงเวียนศีรษะ หรือหากงีบน้อยเกินไปก็จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตผู้สูงวัย และทำให้เกิดภาวะเจ็บป่วยตามมาได้ ที่สำคัญอาจเป็นสัญญาณเตือนถึงโรคร้ายแรงอื่นที่แฝงอยู่ในผู้ใหญ่ได้ อาทิ สมอง และอารมณ์ที่ไม่ปกติ เป็นต้น ทั้งนี้ ระยะเวลาการนอนที่เหมาะสมในคนวัยเกษียณ ตลอดจนการปรับสิ่งแวดล้อมเพื่อให้คุณตาคุณยายพักผ่อนได้ดีขึ้น เพื่อทำให้ท่านตื่นมาสดชื่นในยามเช้า ถือเป็นสิ่งสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วิภา เกียรติหนุนทวี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พี่แป้ง-วิภา เกียรติหนุนทวี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.ปากท่อ ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;ระยะเวลาการนอนที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงวัยอยู่ที่ประมาณ 6-8 ชั่วโมง เพราะหากมากกว่านี้จะทำให้ท่านตื่นขึ้นมาแล้ววิงเวียนศีรษะ ตรงกันข้าม เมื่อผู้สูงวัยนอนไม่หลับจะทำให้ตื่นนอนมาแบบอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง ประกอบกับคนสูงวัยสามารถเกิดภาวะอ่อนแรงเป็นต้นทุนเดิมอยู่แล้ว เพื่อให้คุณตาคุณยายพักผ่อนได้แบบเต็มอิ่ม การปรับสิ่งแวดล้อมภายในห้องนอนเป็นเรื่องสำคัญมาก แนะนำให้เริ่มจากการที่ผู้สูงอายุไม่ควรดื่มน้ำเป็นเวลา 4-5 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพราะจะทำให้ท่านลุกขึ้นมาปัสสาวะบ่อย ทั้งนี้ ก็ควรหลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ และแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้นอนไม่หลับ หรือแม้แต่การเล่นโทรศัพท์มือถือ หรือดูทีวีในห้องนอน ก็ทำให้พักผ่อนได้ไม่เพียงพอเช่นเดียวกัน รวมไปถึงการนอนแช่บนที่นอน กระทั่งความตั้งใจในการนอนมากเกินไป รวมถึงเรื่องของการออกกำลังกายอย่างหนัก ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับในผู้สูงอายุทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(มื้อเย็น ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงการบริโภคผักดิบ เพราะจะทำให้ย่อยยากและนอนไม่หลับได้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จากปัจจัยที่กล่าวมา จึงสามารถสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยแนะนำว่าให้เริ่มตั้งแต่ช่วงเวลากลางวัน ทั้งนี้ ลูกหลานไม่ควรปล่อยให้คุณตาคุณยายนอนนานเกิน 30 นาที แต่หากว่าท่านง่วงก็ให้งีบได้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อป้องกันการนอนไม่หลับช่วงเวลากลางคืน หลังจากนั้นก็ควรให้ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมต่างๆ เช่น รดน้ำต้นไม้, ถอนหญ้าข้างบ้าน, ให้อาหารปลา, ออกกำลังกาย โดยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ ประมาณ 10 นาที กระทั่งการลุกขึ้นมานั่งทำงานอดิเรกที่ทำค้างไว้ เช่น งานจักสาน, ถักพรมเช็ดเท้า หรือประดิษฐ์ดอกไม้ เป็นต้น ที่สำคัญก่อนเข้านอนก็ควรเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ สุรา และควรปรับสภาพห้องให้มืด แต่โปร่งสบาย สำหรับการพักผ่อน ที่ลืมไม่ได้คือช่วงก่อนนอน ให้เน้นบริโภคอาหารประเภทโปรตีน เช่น ไข่, ปลา, เนื้อไก่ เพราะเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น และผู้สูงอายุควรเลี่ยงการบริโภคผักดิบเป็นอาหารมื้อเย็น เนื่องจากมีแก๊สค่อนข้างมาก เมื่อรับประทานจะทำให้ท่านรู้สึกอืดท้อง กระทั่งนอนไม่หลับนั่นเอง รวมไปถึงการฝึกสมาธิก่อนเข้านอน สวดมนต์ ก็ช่วยให้หลับสบายเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และช่วงนี้ใกล้เทศกาลฟุตบอลโลกที่มักถ่ายทอดในช่วงเวลากลางคืน แนะนำว่าผู้สูงอายุไม่ควรรับชม เพราะเป็นกีฬาที่สร้างความลุ้นระทึก จะทำให้คนสูงวัยมีภาวะตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากระบบประสาททำงานตื่นตัว ก็จะทำให้นอนไม่หลับ ถ้าเป็นไปได้แนะนำว่าควรรับชมกีฬาฟุตบอลที่ฉายในช่วงกลางวันจะดีกว่า หรือหันมาออกกำลังกายอย่างการเดิน, ว่ายน้ำ, ปั่นจักรยาน ซึ่งไม่เพียงช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น แต่ยังทำให้ร่างกายของผู้สูงวัยแข็งแรงอีกด้วย ที่ลืมไม่ได้ ละครหลังข่าวที่มีเนื้อหาลุ้นระทึกและตามล่า ก็ไม่ควรรับชมเช่นเดียวกันค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11381</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ปั่นจักรยาน, ผู้สูงวัย, รดน้ำต้นไม้, วิงเวียนศีรษะ, วิภา เกียรติหนุนทวี, ว่ายน้ำ, สุรา, ออกกำลังกาย, เนื้อไก่, โลกวัยเกษียณ, ให้อาหารปลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b227717af005.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
