<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 10:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอมนูญ&#039;เผยคนสูงอายุและผู้ป่วย 7 โรคยังได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดน้อยเกินไป </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.64- นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ว่าคนสูงอายุและคนที่มีโรคประจำตัว 7 โรคยังได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 น้อยเกินไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยฉีดวัคซีนให้คนไทยไปแล้ว 23.5 ล้านโดส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มคนสูงอายุมากกว่า 60 ปี 3.7 ล้านคนได้เข็มแรก (เพียงร้อยละ 31 จากทั้งหมด 11.7 ล้านคน) และ 297,000 คนได้ครบ 2 เข็ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-เป็นกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว 7 โรค โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง และโรคเบาหวาน 1.9 ล้านคนได้เข็มแรก (เพียงร้อยละ 44 จากทั้งหมด 4.3 ล้านคน) และ 347,000 คนได้ครบ 2 เข็ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไปได้รับการฉีดเข็มแรก 9,800 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากดูตัวเลขการฉีดเข็มแรกจนถึงวันที่ 14 ส.ค.2564 &amp;nbsp;ประชาชนทั่วไปฉีดไปแล้วเข็มแรก 9.6 ล้านคน 2.8 ล้านคนได้ครบ 2 เข็ม รวม 12.4 ล้านโดส (ร้อยละ 54 ของวัคซีนทั้งหมด) ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุฉีดไปรวม 4 ล้านโดส (ร้อยละ 21 ของวัคซีนทั้งหมด) และผู้มีโรคเรื้อรัง 7 โรครวม 2.3 ล้านโดส (ร้อยละ 11 ของวัคซีนทั้งหมด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเดิมที่เป้าหมายเน้นฉีดให้กลุ่มบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข ตามด้วยผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัวให้มากที่สุด เนื่องจากมีแรงกดดันจากหลายกลุ่มจากภาคการท่องเที่ยว คมนาคม แรงงาน ทำให้คนวัยทำงาน และคนในพื้นที่มีการระบาดได้วัคซีนก่อน ประกอบกับวัคซีนมีจำกัดและมาช้า ทำให้ผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยงได้วัคซีนช้าเกินไป สวนทางกับยุทธศาสตร์ที่ตั้งไว้เดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยกำลังจะได้วัคซีนเพิ่มอีก 10 ล้านโดส ครั้งนี้ตั้งเป้าจะเร่งฉีดให้กลุ่มคนสูงอายุ คนที่มีโรคประจำตัว 7 โรคและหญิงตั้งครรภ์ก่อนกลุ่มอื่น จากนั้นจึงจะเริ่มกลับมาฉีดวัคซีนให้ประชาชนทั่วไป เพื่อลดการเสียชีวิตที่มีแน้วโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คนที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ร้อยละ 84 เป็นคนกลุ่มนี้ (ดูรูป) แต่คนหนุ่มสาววัยทำงานอัตราตายต่ำกว่า 1 ใน 1,000 เราต้องลดจำนวนคนป่วยหนักและเสียชีวิตให้มากที่สุด ระบบสาธารณสุขกำลังรับจำนวนผู้ป่วยหนักไม่ไหว รัฐควรส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปฉีดคนสูงอายุ คนป่วยติดเตียงที่บ้านมากขึ้น เพราะคนสูงอายุไม่สะดวกทึ่จะออกมาฉีดที่ศูนย์ฉีดวัคซีน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐต้องให้ความรู้แก่ลูกหลานว่า คนแรกๆในครอบครัวที่ต้องฉีดวัคซีนคือคนสูงอายุและคนที่มีโรคประจำตัว ไม่ต้องกลัวว่าพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย จะป่วยมีผลข้างเคียงจากวัคซีน เพราะถ้าไม่ฉีด เมื่อติดเชื้อโอกาสจะเสียชีวิตสูงมาก&amp;nbsp;
เดิมทีคิดว่าการฉีดวัคซีนให้กับคนวัยทำงานที่ต้องออกนอกบ้าน จะสามารถป้องกันไม่ให้นำเชื้อมาแพร่ให้กับคนสูงอายุและคนที่มีโรคประจำตัวซึ่งอยู่แต่ในบ้าน ปัจจุบันทราบดีแล้วว่าถึงฉีดวัคซีนครบ 2โดสคนวัยทำงานก็ยังติดเชื้อและแพร่เชื้อให้คนสูงอายุในบ้านได้ วัคซีนมีประโยชน์ในการป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิต เพราะฉะนั้นคนสูงอายุและคนที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังรวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ต้องเป็นกลุ่มแรกที่รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดก่อนคนอื่นๆ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113569</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนที่มีโรคประจำตัว 7 โรค, ผู้สูงอายุ, มนูญ ลีเชวงวงศ์, วัคซีน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f8ce9b40bdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!ยอดผู้สูงอายุสังเวยโควิด19พุ่งสูง65.2%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.64 &amp;ndash; นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน &amp;ndash; 8 สิงหาคม 2564 พบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 727,642 ราย เป็นผู้สูงอายุติดเชื้อ 56,397 ราย คิดเป็น 7.8% ส่วนผู้ติดเชื้อเสียชีวิตทั้งหมด 6,110 ราย เป็นผู้สูงอายุที่เสียชีวิตสูงถึง 3,981 ราย คิดเป็น &amp;nbsp;65.2% ซึ่งสาเหตุของการติดเชื้อมากที่สุดคือสัมผัสกับผู้ติดเชื้อยืนยัน โดยผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักจะสัมผัสและติดเชื้อจากบุคคลในครอบครัว หรือผู้ดูแลผู้สูงอายุ สำหรับการรับวัคซีนในผู้สูงอายุ พบว่าผู้สูงอายุรับวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว 20.87% ส่วนการรับวัคซีนครบทั้งสองเข็มมีเพียง 4.9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า ต้องมีการยกระดับมาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในสถานดูแลผู้สูงอายุ ด้วยการขอให้สถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุปฏิบัติตามมาตรการของสถานที่และประเมินตนเองใน Thai Stop COVID Plus งดรับผู้สูงอายุรายใหม่ ในกรณีจำเป็นให้แยกที่พักรายใหม่ 14 วัน จัดหาวัคซีนสำหรับผู้สูงอายุและผู้ดูแล บุคลากรที่ปฏิบัติงานต้องประเมินความเสี่ยงทุกวันกรณีพบว่ามีความเสี่ยงให้ตรวจ Antigen Test Kit ทุก 7-14 วัน แต่หากมีผู้ติดเชื้อให้ทำความสะอาดสถานที่ทันที พร้อมเฝ้าระวังและค้นหาผู้เสี่ยงติดเชื้อรายใหม่ด้วย Antigen Test Kit ส่วนสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุให้ประเมินตนเองซ้ำอีกครั้งใน Thai Stop COVID Plus และจัดหาผู้ดูแลรายใหม่กรณีผู้ดูแลเดิมต้องกักตัว จัดระบบส่งต่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม กรณีมีความพร้อมจัดตั้ง Organization Isolation ให้ประสานโรงพยาบาลหลักเพื่อให้คำปรึกษาและช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​&amp;ldquo;สำหรับการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด เพื่อลดการติดและแพร่เชื้อ ดังนี้ 1.งดจัดกิจกรรมรวมกลุ่มในบ้าน 2.งดการกินอาหารร่วมกัน 3.จำกัดการเยี่ยมผู้สูงอายุกรณีผู้เยี่ยมที่มาจากพื้นที่เสี่ยง 4.สวมหน้ากากตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกับผู้อื่น 5.ทำความสะอาดสถานที่ และพื้นผิวที่สัมผัสร่วมบ่อย ๆ 6. บุคคลในครอบครัวล้างมือด้วยสบู่และน้ำ หรือเจลแอลกอฮอล์ 7.จัดให้มีระบบระบายอากาศในห้องพักที่ถ่ายเทอากาศได้ดี และ 8.กำหนดสัดส่วนของผู้ดูแลต่อผู้สูงอายุให้ลดน้อยลง&amp;rdquo; อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112944</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย, ผู้สูงอายุ, อธิบดีกรมอนามัย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_6113700babc50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112651</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 07:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กเลย! &#039;ไทยร่วมใจ&#039;จัดคิวฉีดวัคซีนรอบใหม่ ผู้สูงอายุกับ18-59ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ส.ค. 64 - เพจ&amp;quot;กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า ไทยร่วมใจฯ แจ้งให้ผู้สูงอายุ 60 ปี ที่จองคิวฉีดวัคซีนทางโทรศัพท์ เข้ารับการฉีดวัคซีนตามที่ได้นัดหมาย พร้อมแจ้งคิวฉีดใหม่ ผู้ที่ถูกเลื่อนตั้งแต่ 7-26 ก.ค. 64 มาเป็น 10-14 ส.ค. 64&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 กรุงเทพมหานคร - หอการค้าไทย แจ้งให้ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่จองคิวฉีดวัคซีนทางโทรศัพท์ เข้ารับการฉีดวัคซีนตามที่ได้นัดหมาย (รับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา AstraZeneca เข็มที่ 1) ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนไทยร่วมใจฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ที่มีอายุ 18 -59 ปี ที่ลงทะเบียนฉีดวัคซีนไทยร่วมใจ กรุงเทพฯ ปลอดภัย โดยลงทะเบียนฉีดวัคซีนรอบวันที่ 7-26 ก.ค 64 ให้มาฉีดวัคซีนในวันที่ 10-14 ส.ค.64 (รับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา AstraZeneca เข็มที่ 1) โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิวฉีดเดิม 7-10 ก.ค.64&amp;nbsp; เปลี่ยนเป็นคิวฉีดใหม่วันอังคารที่ 10 ส.ค. 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิวฉีดเดิม 11-14 ก.ค.64&amp;nbsp; เปลี่ยนเป็นคิวฉีดใหม่วันพุธที่ 11 ส.ค. 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิวฉีดเดิม 15-18 ก.ค. 64 เปลี่ยนเป็นคิวฉีดใหม่วันพฤหัสบดีที่ 12 ส.ค. 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิวฉีดเดิม 19-22 ก.ค. 64 เปลี่ยนเป็นคิวฉีดใหม่วันศุกร์ที่ 13 ส.ค. 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิวฉีดเดิม 23-26 ก.ค. 64 เปลี่ยนเป็นคิวฉีดใหม่วันเสาร์ที่ 14 ส.ค. 64&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สามารถเข้าไปรับบริการฉีดวัคซีนได้ที่ 25 จุดตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ ในเวลาเดิม ส่วนผู้ที่มีคิวนัดหมายตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. 64 เป็นต้นไป ระบบจะแจ้งคิวฉีดวัคซีนใหม่ให้ทราบทันที เมื่อได้รับการจัดสรรวัคซีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112651</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., คิว, ฉีดวัคซีน, ผู้สูงอายุ, ไทยร่วมใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_61106eeaafdb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 10:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 10:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาธิการแพทยสภา เตือน! บ้านที่มีผู้สูงวัย ใส่ใจป้องกัน อย่าพลาดเอาฆาตกร Covid เข้าบ้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.64- พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ได้โพสต์ข้อเขียนผ่านเฟซบุ๊ก Ittaporn Kanacharoen ว่า &amp;quot;บ้านที่มีผู้สูงวัย ..ใส่ใจป้องกัน อย่าพลาดเอาฆาตกร Covid เข้าบ้าน &amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราทราบกันดีว่า covid สายพันธุ์เดลต้าระบาดอย่างรวดเร็ว ติดต่อง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราทราบกันดีว่า คนที่ติดเชื้อไม่มีอาการ หรืออาการเล็กน้อย ราว 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจเดินปะปนกับพวกเราและแพร่เชื้อไปยังคนอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราทราบกันดีว่าการฉีดวัคซีน จะลดอัตราการติดเชื้อ แต่ยังคงติดเชื้อได้ แต่ไม่ มีอาการ หรือมีอาการน้อย และอาจ แพร่เชื้อต่อได้ ในอัตราที่ลดลง แต่ก็ยังติดได้นะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราทราบกันดีว่า ผู้สูงวัย เกิน 60 ปี และผู้มีโรคต่างๆ 7 โรค เมื่อติดเชื้อ จะลุกลามไปสู่การเสียชีวิตได้ง่าย โดยเฉพาะที่ยังเข้าไม่ถึงวัคซีน และมีรายงานเสียชีวิตทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราทราบกันดีว่า ถ้าเปิดหน้ากากนั่งคุยกัน นั่งกินข้าวด้วยกัน โอกาสติด สูงมาก โดยเฉพาะในครอบครัวเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราทราบกันดีว่า เตียงตอนนี้เต็มหมด ล้น โรงพยาบาล ถ้าเจ็บป่วยจะเข้าไม่ใช่เรื่องง่าย หมอ พยาบาลเองก็มีไม่พอกับผู้ป่วยแล้ว โรงพยาบาลหลายแห่งก็ไม่รับคนไข้แล้ว โอกาสรอเตียงแล้วเสียชีวิตที่บ้านสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองสำรวจในบ้านท่าน หากมีผู้สูงวัย คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย หรือผู้มีโรคประจำตัว ถือเป็น #บุคคลสำคัญที่ต้องระวัง อย่าให้ติดเชื้อ นำไปสู่ความตายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สูงวัย มีโอกาสรีบฉีดวัคซีน จะลดอัตราการตายได้บ้าง แต่ฉีดแล้วก็อย่าประมาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงนี้ระบาดหนัก #การตั้งวงกินข้าวเป็นของต้องห้าม เพราะเปิดหน้ากาก รับเชื้อเต็มๆ ต้องแยกชุดการทานอาหาร ระวังคุยกันให้ใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือบ่อยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครกลับจากนอกบ้าน ต้องอาบน้ำ สระผม เพราะถือว่าตัวเราติดเชื้อมาได้ และ #คิดเสมอว่าเราอาจมีเชื้อในตัว ที่ไม่ปรากฎอาการ หรือมีอาการเล็กน้อยที่ไม่รู้ ในกลุ่ม 80% พร้อมจะเอาเชื้อ หรือ #ฆาตกร ส่งต่อไปทำร้ายคนที่เรารักได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราอาจนำเชื้อ และความตาย มาสู่ญาติ ที่เคารพรัก ของเราได้ โดยไม่ตั้งใจ &amp;nbsp;#ด้วยความประมาทของเราเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เราจึงเป็นคนสำคัญที่สุดที่จะหยุดยั้งการติดเชื้อในบ้านของเราเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มต้นง่ายๆด้วย &amp;quot;ใส่หน้ากาก&amp;quot; เคร่งครัดเมื่อเข้าในบ้าน..แยกวงทานข้าว..หาไม่ผู้สูงวัยเองจะติดเชื้อถึงต้อง&amp;quot;ใส่โลง&amp;quot; ออกจากบ้านแทน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร่วมกันป้องกัน #ญาติผู้ใหญ่ อย่าให้มี รายต่อไปเลยครับ ติดเชื้อก็เพราะพวกเราเองทั้งนั้น.. อย่าให้ฆาตกร covid ติดไป กับตัวเรา ทำร้ายคนที่เรารัก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้ำ!พลาดไปแล้วจะเอาคืนไม่ได้..
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112026</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้สูงอายุ, พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ, เลขาธิการแพทยสภา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bebb36b3fd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้สูงอายุเฮ &#039;จุรินทร์&#039; สั่งคืนเบี้ยยังชีพซ้ำซ้อน-จ่ายเงินช่วยตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ผู้สูงอายุ 4.7 ล้านคน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค. 64 - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2564 ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการโสมสวลี ชั้น 11 สํานักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมประชุมใช้ระบบ conference โดยมีนางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล เข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังการประชุม นายจุรินทร์ เปิดเผยว่า มีประเด็นสำคัญ 5 ประเด็น คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 1 ที่ประชุมให้ความเห็นชอบให้จ่ายเงินให้กับผู้สูงอายุผู้มีรายได้น้อย ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท จำนวน 100 บาทและมีรายได้ 30,000 ถึงไม่เกิน 100,000 บาท เป็นจำนวน 50 บาท สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยที่ผ่านมาได้มีการค้างการจ่ายเงินให้กับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย เป็นเวลา 4 เดือนตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน 2563 วันนี้ที่ประชุมมีมติให้จ่ายเงินย้อนหลังให้กับผู้สูงอายุที่ค้างจ่ายอยู่จำนวน 4,700,000 รายทั่วประเทศและมีมติเห็นชอบให้จ่ายเงินให้กับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2564 โดยให้จ่ายเป็นเวลา 1 ปี รวม 6 งวด โดยจ่ายเดือนเว้นเดือน ซึ่งมีอยู่จำนวน 4,700,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 2 การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุซ้ำซ้อนซึ่งเป็นประเด็นก่อนหน้านี้ สำหรับผู้สูงอายุที่รับเงินไปแล้วจะทำอย่างไร ได้มีการถามไปยังกฤษฎีกาได้ตอบกลับมาแล้วว่าให้สามารถดำเนินการได้ ถ้าผู้สูงอายุท่านใดจ่ายเงินกลับคืนมาให้จ่ายกลับไปยังผู้สูงอายุโดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องจ่ายเงินคืนไปให้ผู้สูงอายุ สำหรับการดำเนินการกรณีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในอนาคตได้มีการตั้งอนุกรรมการชุดหนึ่งเพื่อพิจารณาดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็วภายใน 1 เดือนตามที่กฤษฎีกาแนะนำมาเบื้องต้น จากนั้นจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่รับเบี้ยยังชีพซ้ำซ้อนมีอยู่ 15,000 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 3 ก่อนหน้านี้มีการจัดโครงการชำระหนี้ให้กับผู้สูงอายุที่เป็นหนี้กองทุนผู้สูงอายุและจะครบกำหนดวันที่ 30 กันยายน 2564 ที่ประชุมมีมติให้ต่ออายุพักชำระหนี้ผู้สูงอายุไปอีกหกเดือนจนถึงเดือนมีนาคมปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 4 ที่ประชุมให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการผู้สูงอายุระยะยาวตั้งแต่ปี 2566-2580 ที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;และ ประเด็นที่ 5 ที่ประชุมขอให้ผมเรียนให้ผู้สูงอายุทั่วทั้งประเทศได้รับทราบว่าคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติเป็นห่วงเป็นใยผู้สูงอายุทุกคนโดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้สูงอายุทุกท่านขอความกรุณาให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาโควิดกรุณาอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุที่เข้าไปขอรับบริการเป็นกรณีพิเศษด้วย &amp;quot; รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111621</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ประชาธิปัตย์, ผู้สูงอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_610387cf54090.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทยร่วมใจ&#039; มีข้อแนะนำ &#039;ผู้สูงอายุ&#039; ก่อนเข้าฉีดวัคซีนแอสตร้าฯวันนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ได้ลงทะเบียนฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า ของ &amp;quot;ไทยร่วมใจ&amp;quot; กรุงเทพฯ จะเริ่มฉีดวันนี้ (19 ก.ค.) โดยไทยร่วมใจ ได้แนะนำข้อปฏิบัติก่อนเข้าฉีดวัคซีนดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110261</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้สูงอายุ, วัคซีนโควิด19, แอสตร้าเซเนก้า, ไทยร่วมใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f4d6bc912c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2021 16:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรู จัดทีมช่วยผู้สูงวัย ลงทะเบียนเพื่อเข้ารับวัคซีน ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 กรกฎาคม 2564 &amp;ndash; ร่วมสร้างภูมิคุ้มกันอย่างเต็มกำลัง...ด้วยตระหนักดีว่า อาจมีผู้สูงวัยจำนวนไม่น้อยที่ไม่คุ้นเคยกับดิจิทัลเทคโนโลยี&amp;nbsp; รวมทั้งการลงทะเบียนฉีดวัคซีนบนสมาร์ทดีไวซ์ด้วยตัวเอง กลุ่มทรู จึงอาสาช่วยลงทะเบียนเข้ารับวัคซีนแก่ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ที่พร้อมเดินทางมารับบริการ ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ โดยจัดเตรียมพนักงานประจำทรูช็อป 400 สาขาทั่วประเทศ รวมทั้งพนักงานคอลล์เซ็นเตอร์ โทร. 02 700 9022 คอยอำนวยความสะดวก บริการช่วยเหลือ และแนะนำการลงทะเบียน จนสำเร็จทุกขั้นตอน ให้พร้อมรับวัคซีนในวันเวลาที่ต้องการนัดหมาย ตั้งแต่วันที่ 16 - 31 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรงในขณะนี้ ทรูช็อปยังคงมาตรการเข้ม ทั้งการติดตั้งที่กั้นอะคริลิคใสหน้าเคาน์เตอร์ จัดที่นั่งรอรับบริการให้มีระยะห่างกว่า 1 เมตร ตั้งจุดบริการแอลกอฮอล์เจล ทำความสะอาดพื้นที่ส่วนกลางและจุดสัมผัสด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อสม่ำเสมอ กำหนดให้พนักงานทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย อุปกรณ์ป้องกันใบหน้า และถุงมือขณะปฏิบัติงานทุกครั้ง เพิ่มความมั่นใจให้ทั้งลูกค้าที่มาใช้บริการ และพนักงานคลายกังวล ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ซึ่งการให้บริการครั้งนี้ สะท้อนถึงความห่วงใย ดูแลเอาใจใส่ และพร้อมที่จะอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่คนไทยและประเทศไทย ร่วมฝ่าวิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้ไปด้วยกันโดยเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109692</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้สูงอายุ, ลงทะเบียนฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60eeb0e4119f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
