<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 17:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งออกผักไปคู่เจรจาFTA รุ่งชี้ไตรมาสแรกมูลค่าโต 71% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 2564 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าผักสดแช่เย็น แช่แข็งและแห้งของไทยไปตลาดโลกในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 (ม.ค.-มี.ค.) มีมูลค่ารวม 506 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 71% และในจำนวนนี้ เป็นการส่งออกไปจีน ซึ่งเป็น 1 ใน 18 ประเทศ ที่ไทยมีความตกลงการค้าเสรี (FTA)&amp;nbsp;ด้วย มีมูลค่า 471 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 96% ถือเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย มีสัดส่วนถึง 81% ของการส่งออกผักไปโลก และนอกจากจีนแล้ว ยังมีตลาด&amp;nbsp;FTA&amp;nbsp;ที่มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น เช่น อาเซียน มูลค่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 60% ฮ่องกง มูลค่า 3 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 1%&amp;nbsp;เกาหลีใต้ มูลค่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 23% และอินเดีย มูลค่า 0.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 12% ส่งผลให้ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าพืชผักสดแช่เย็นแช่แข็งและแห้งอันดับที่ 1 ในอาเซียน และเป็นอันดับที่ 11 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญที่ไทยส่งออกไปตลาด&amp;nbsp;FTA&amp;nbsp;ได้เพิ่มขึ้น เช่น มันสำปะหลังสดแห้งหรืออัดแข็ง มูลค่า 387 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 86% โดยมีจีนและญี่ปุ่นเป็นตลาดหลัก พริกสดและแช่เย็น มูลค่า 31 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 708% โดยมีจีน และมาเลเซียเป็นตลาดหลัก และข้าวโพดอ่อนสดหรือแช่เย็น มูลค่า 9 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 13% โดยมีญี่ปุ่น และสิงคโปร์เป็นตลาดหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอรมนกล่าวว่า ปัจจุบัน 13 ประเทศ ได้แก่ จีน ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ชิลี เปรู และอาเซียน 6 ประเทศ คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมา และบรูไน ได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากับผักสด แช่เย็น แช่แข็งและแห้งที่ส่งออกจากไทยแล้ว ส่วนอีก 5 ประเทศ ยังคงเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าผักบางชนิดจากไทย เช่น เกาหลีใต้ เก็บภาษีนำเข้า มะเขือเทศ กะหล่ำปลี 5% พริกหวาน 270% กระเทียม 360% รวมทั้งใช้โควตาภาษีกับมันสำปะหลังสดแช่เย็นและแห้ง อินเดีย เก็บภาษีนำเข้ามะเขือเทศ พริก แครอท ข้าวโพดหวานแช่แข็ง ถั่วแช่แข็ง 30% กระเทียม 100% และหอมหัวใหญ่ 5% กัมพูชา เก็บภาษีนำเข้ามะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ กะหล่ำปลี ถั่ว แครอท 5% สปป.ลาว เก็บภาษีนำเข้า มะเขือเทศ หัวหอมใหญ่ หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วและข้าวโพดหวานแช่แข็ง 5% และฟิลิปปินส์ เก็บภาษีนำเข้ามันเทศ 5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP)&amp;nbsp;ซึ่งมีการลงนามไปเมื่อเดือนพ.ย. 2563 ไทยสามารถเจรจาและผลักดันให้คู่เจรจา&amp;nbsp;FTA&amp;nbsp;ลดภาษีให้ไทยได้เพิ่มขึ้น เช่น เกาหลีใต้ จะทยอยลดภาษีนำเข้ามันสำปะหลังแช่แข็ง จาก 45% เหลือ 0% ภายใน 20 ปี กัมพูชา จะทยอยลดภาษีนำเข้ามะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ กะหล่ำปลี และถั่ว เหลือ 0% ภายใน 20 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104006</URL_LINK>
                <HASHTAG>คู่ค้า FTA, ผู้ส่งออกผักและผลไม้, อรมน ทรัพย์ทวีธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_6077e6043eba1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2021 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2021 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หอการค้าไทย-จีนผนึกซี.ซี.ไอ.ซี เพิ่มโอกาสส่งออกผลไม้ไทยเตรียมโรดโชว์ปี 64 เจรจาธุรกิจ 22 มณฑล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.พ. 2564 นายณรงค์ศักดิ์ &amp;nbsp;พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน เปิดเผยว่าวันนี้ (15 กุมภาพันธ์ 2564) ได้ลงนามความร่วมมือ &amp;ldquo;หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ความร่วมมือแบบ วิน-วิน&amp;rdquo; กับ บริษัท ซี.ซี.ไอ.ซี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมขยายการส่งออกของสมาชิกในการทำธุรกิจส่งออกไทยไปยังตลาดจีน ภายใต้กฎระเบียบกฎหมาย หลักเกณฑ์ &amp;nbsp;วิธีการ และเงื่อนไขการจดทะเบียนผู้ส่งออกผักและผลไม้ รวมทั้งการขอและออกใบรับรองสุขอนามัย และข้อกำหนดเฉพาะสำหรับผลไม้บางชนิด ซึ่งมีส่วนสำคัญในการส่งออกผลไม้ไทยมีความสะดวกรวดเร็วไปจีนมากขึ้น เป็นการลดปัญหา และอุปสรรคในขั้นตอนการส่งออกสินค้า ที่ไม่ตกค้าง และเกิดการสูญเสีย โดยเฉพาะสินค้าทางการเกษตร ดังนั้นความร่วมมือในครั้งนี้ จะเกิดประโยชน์ทั้งสองฝ่ายในการเตรียมความพร้อมการค้าและการลงทุนที่จะเกิดขึ้น หลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 คลี่คลาย จากการที่รัฐบาลมีความชัดเจนในการจัดหาวัคซีนเพื่อป้องกันและควบคุมให้กับประชาชนในประเทศ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในปี 2563 แม้จะเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด 19 แต่พบว่ามูลค่าการค้าระหว่างไทยกับจีน ยังมีการขยายตัวเล็กน้อยโดยมีมูลค่ารวม 79,600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 18.16% ของมูลค่าการค้ารวมของไทย ซึ่งการส่งออกสินค้าของไทยไปตลาดจีน มีมูลค่า 29,754 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีการขยายตัวตลอดทั้งปีอัตราเฉลี่ย 2 % โดยเฉพาะการส่งออกผลไม้สด &amp;nbsp;แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ของไทยไปยังประเทศจีนมีมูลค่า 2,908 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีการขยายตัว &amp;nbsp;39.43% โดยสินค้าทุเรียนสดเพียงรายการเดียว มีมูลค่าถึง 1,508 ล้านเหรียญสหรัฐฯ &amp;nbsp;มีการขยายตัว 77.57% ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงมาก ซึ่งเป็นผลมาจากการร่วมมือกับบริษัท ซี ซี ไอ ซี (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ให้บริการการตรวจสอบคุณภาพและตรวจสอบย้อนกลับแก่ผู้ส่งออกทุเรียนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการค้าระหว่างไทย -จีน โดยรวมในปี 2564 มีเป้าหมายมูลค่าอยู่ที่ 140,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายหอการค้าไทย จีน ยังได้มีความร่วมมือกับ สภาส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแห่งประเทศจีน (CCPT) เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการค้าการลงทุนทั้งสองประเทศในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางเศรษฐกิจการค้า รวมถึง กฎหมาย กฎระเบียบ มาตรการต่างๆแนวโน้มและมาตรฐานอุตสาหกรรม รายงานการวิเคราะห์ด้านการตลาด รวมถึงการเชิญชวนของคณะนักธุรกิจและผู้แทนทางการค้าระหว่างกัน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในปีนี้หอการค้าไทย จีน เตรียมแผนเดินสาย 22 มณฑล เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจระหว่างนักลงทุนไทยและ จีน ถึงทิศทางความต้องการของนักธุรกิจจีนจะเข้ามาลงทุนในไทย และความต้องการของนักธุรกิจไทยส่งออกไปจีน โดยเฉพาะหลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลายลงเชื่อว่าการค้าและการลงทุนจะขยายตัว โดยไทยจะเป็นประเทศเป้าหมายที่สำคัญในการเป็นฐานการผลิตเชื่อมโยงไปยังประเทศอาเซียน ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะเข้ามาลงทุนในไทยเน้นในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี คาดว่าจะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม New S Curve ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น อุตสาหกรรมไฮเทคโนโลยี อิเล็กทอนิกส์ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายหลิ่ว หัวลวี่ &amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี ซี ไอ ซี (ประเทศไทย) จำกัด &amp;nbsp;กล่าวว่า บริษัท ซี ซี ไอ ซี (ประเทศไทย) จำกัด ถือเป็นองค์กรที่สำคัญของจีนที่มีหน้าที่ให้บริการด้านการตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้า และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ทำให้โรงงานบรรจุภัณฑ์ผลไม้ของไทยหลายแห่งจึงเลือกใช้บริการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งกำเนิดของบริษัท CCIC (ประเทศไทย) โดยสมัครใจ เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลและผู้บริโภคจีน และยังสามารถป้องกันการสวมสิทธิ์หรือการปลอมแปลงของผลไม้จากประเทศอื่นว่าเป็นผลไม้ของไทยและส่งออกไปยังประเทศจีนอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งในปีที่ผ่านมา ได้ให้บริการแก่สินค้าทุเรียน มังคุด และลำไยที่ส่งออกไปยังประเทศจีนกว่า 8 พันล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93105</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซี.ซี.ไอ.ซี, ณรงค์ศักดิ์  พุทธพรมงคล, ผู้ส่งออกผักและผลไม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210215/image_big_602a3f00d3cc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
