<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2021 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2021 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.ธนชาติ&#039;บอกไม่ต้องวิเคราะห์เรื่องย้ายประเทศเพราะแค่อีเวนต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 พ.ค.2564 - ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี (IMC Institute) โพสต์เฟซบุ๊กว่า เห็นบอกว่ากระแสคนจะย้ายประเทศน่าจะถึงหกแสนคน ทำให้ผมนึกถึงเรื่องเสมัยก่าๆที่คนจีนมากมายอพยพหนีมาเมืองไทย ภาพคนลาว เขมร เวียดนาม หนีมาเมืองไทยมาอยู่ค่ายอพยพแล้วถูกส่งไปประเทศที่สามอย่าง สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย หรือนิวซีแลนด์ นึกถึงภาพก่อนวันที่ไซ่ง่อนแตกที่คนเวียดนามจำนวนมากมารุมออกันอยู่หน้าสถานทูตอเมริกาเพื่อขอลี้ภัย นึกถึงภาพผู้อพยพอินโดจีนที่ต้องล่องเรือหนีไปลอยคอกลางทะเลจะเข้าตามประเทศต่างๆ แต่นั้นมันมากกว่า 40 ปีแล้ว หรือยุคก่อนๆที่คนจีนสามารถมาเมืองไทยได้แบบเสื่อผืนหมอนใบได้เพราะเรายังไม่มีระบบตรวจคนเข้าเมืองที่ดีพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาในยุคปัจจุบันการจะย้ายถิ่นฐานไปคงไม่ง่าย จะขอวีซ่าไปทำงานบางประเทศยากมากสำหรับคนที่ไม่มีความสามารถพอ และแต่ละประเทศให้จำนวนที่จำกัด ถ้าจะถือวีซ่านักท่องเที่ยวเพื่อให้เข้าประเทศก่อนแล้วแอบลอบทำงานก็ผิดกฎหมาย ก็จะแอบอยู่อย่างโรบินฮูด เหมือนที่ผมเคยเห็นในอเมริกา นิวซีแลนด์ เกาหลี แต่ก็ไม่สามารถประกอบอาชีพดีๆได้ อยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างที่บอกครับอย่ามองว่ากระแสนี้จะเกิดขึ้นจริง คนเก่งจริงๆอาจมีที่ขอวีซ่าไปได้ แต่มีจำนวนน้อยแล้วบางครั้งควรส่งเสริมเขาด้วยซ้ำไป เราคงไม่ได้สูญเสียคนเก่งไปมากมายจนถึงขนาดว่าประเทศจะไม่พัฒนาต่ออย่างที่มีอยู่ในกระแส มันเป็นแค่ Event ไม่ต้องเสียเวลาไปวิเคราะห์ผลกระทบอะไรเลย ถ้าคนจะย้ายไปเยอะๆเป็นหลายแสนจริงในปัจจุบัน ผมนึกถึงภาพของซีเรีย เยเมน หรือแม้แต่พม่า กับชาวโรฮินยา ที่อพยพหนีออกจากประเทศ ต้องไปอยู่ในค่ายอพยพประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นถ้าตัวเลขนั้นจะเป็นจริงก็คงต้องมีค่ายอพยพคนไทยในชายแดนอาจเป็นพม่าหรือลาวที่คนจำนวนเป็นหมื่นเป็นแสนไปอยู่กัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101796</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์, ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี, ย้ายประเทศ, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210505/image_big_6092018f572fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2020 07:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2020 07:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รศ.ดร.ธนชาติ&#039;ชี้ปลุกกระแส&#039;วันเฉลิม&#039;ต้องทำทุกกรณีทุกรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.2563 - รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เห็นกระแสการตื่นตัวเรื่องการหายตัวไปของนายวันเฉลิม ก็นับเป็นเรื่องดีแต่จริงๆแล้วเราก็ควรไปศึกษากรณีการบังคับให้สูญหายที่เกิดขึ้นในประเทศไทยด้วย รายงานของสหประชาชาติชี้ให้เห็นว่ามีถึง 86 ราย และถ้าเราดูกันลึกจริงๆมีมาทุกยุคทุกสมัย แทบทุกรัฐบาลบางช่วงรัฐบาลจากการเลือกตั้งก็มีการสูญหายจำนวนมาก ซึ่งคงต้องไปดูกันจริงๆว่าเกี่ยวข้องกับผู้ใด บางครั้งก็อาจเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่บางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีนายวันเฉลิมน่าสนใจที่ฝ่ายการเมืองพยายามปลุกกระแสขึ้นมา ทั้งๆที่คนจำนวนมากอาจแทบไม่ทราบมาเลยว่าเขาคือใครมาก่อน ในฐานะที่ส่วนตัวติดตามการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ลี้ภัยและฝ่ายต่อต้านในต่างประเทศต้องยอมรับเลยว่า แม้จะรู้จักชื่อคนมากมายทั้ง ดร ปวิน, จรัล, สุนัย, Andrew, จอม, สมศักดิ์ และอีกสารพัดชื่อในยุโรปและอเมริกา หรือกลุ่มที่เคยสาบสูญอย่างที่เคลื่อนไหวแถวประเทศอินโดจีนอย่างสุรชัย ลุงสนามหลวง แต่ผมไม่รู้จักชื่อวันเฉลิมมาก่อน ก็เลยแปลกใจว่าทำไมต้องอุ้มและปลุกกระแสให้เขาเป็นข่าว การถูกอุ้มและบังคับสูญหายไม่ควรเกิดขึ้น บางกรณีอย่างแถวประเทศลาวชัดเจนว่าเป็นประเด็นการเมือง และคนที่หายไปนี่เป็นที่รู้จักและเป็นตัวการสำคัญ แต่กรณีนี้ก็น่าแปลกใจว่าทำไมต้องเป็นเขา และเขาคือใครที่แม้แต่คนติดตามกลุ่มเหล่านี้ระดับหนึ่งอย่างผมยังไม่รู้จัก แล้วทำไมต้องไปอุ้มให้เป็นกระแสทางการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นไหนๆเราจะปลุกกระแส Enforced and involuntary disappearance แล้ว ควรจะมองทั้งหมด ทุกคนที่เกิด ทุกรัฐบาล และสิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีกต่อไป แต่อย่าแค่ปั้นให้เกิดกระแสการเมืองเฉพาะบางคน ที่ไม่ทราบชัดเจนว่าทำไมจึงเกิดเหตุการณ์อุ้ม เพียงเพื่อหวังผลการเมืองของคนบางกลุ่มที่ต้องการสร้างกระแส
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68277</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี, รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์, วันเฉลิม, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e969e2bb6af6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 08:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 08:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.ธนชาติ&#039;ไล่ไทม์ไลน์เม.ย.2553เตือนความจำสังคม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.2563 - &amp;nbsp;รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซีโพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่า หลายคนคงจำได้วันที่ 23 เมษายน 2553 เราได้ยินเสียงระเบิดดังลั่นสถานีรถไฟฟ้า BTS มาบริเวณสถานี ผู้คนเสียชีวิต 3 ศพและบาดเจ็บนับร้อย ทั้งนี้เพราะมีการยิงเอ็ม 79 จำนวน 5 ลูก ในช่วงมีนาคม-พฤษภาคม 2553 คนกรุงเทพจำนวนมากอยู่ด้วยความหวาดกลัว เพราะนอกจากมีการชุมนุมของคนเสื้อแดงแล้ว ยังมีการยิงระเบิดเอ็ม 79 จรวจRPG ใส่ที่ทำงานราชการ ค่ายทหารต่างๆ การเดินทางต้องระมัดระวัง อาทิเช่น กระทรวงสาธารณสุข ปปช กระทรวงกลาโหม ร 1 รอ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกวันที่น่าเศร้าใจคือการที่มีการปะทะกันอย่างรุนแรงของกองกำลังติดอาวุธของผู้ชุมนุมและทหาร ตรงสี่แยกคอกวัว ในวันที่ 10 เมษายน 2553 มีการใช้อาวุธหนักมาต่อสู้กัน. กองกำลังติดอาวุธมีการฝึกฝนมาอย่างดี วันนั้นมีทหารและประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดเวลาสองเดือนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งจากการชุมนุม จากการลอบวางระเบิด ทั้งจากผู้ชุมนุม คนทั่วไป ผู้ต่อต้านการชุมนุม รวมถึงทหาร แต่ผู้เสียชีวิตทุกนับตัวเลขรวมเป็นผู้ชุมนุม วันที่มีการสลายการชุมนุมผมไปบรรยายแถววิภาวดี เริ่มทราบว่าจะมีการสลายการชุมนุมและเห็นควันดำๆเผาตึกขึ้นมาหลายตึก ก่อนไปบรรยายยังถามผู้จัดว่ายังจัดงานหรอ เขายืนยัน ระหว่างบรรยายผมดูมาจากตึกสูงเห็นการเผามาจากหลายจุด วันนั้นเป็น&amp;rdquo;วันเผาบ้านเมืองเผาเมือง&amp;rdquo;จริงๆ ผู้ชุมนุมถูกสลายไปตอนบ่ายน่าจะมีผู้เสียชีวิตสองรายบริเวณสวนลุมฯ การชุมนุมน่าจะจบลง แต่รุ่งขึ้นก็ได้ข่าวการต่อสู้กันตอนเย็นวันสลายชุมนุมบริเวณสถานีสยาม มีการยิงกัน และน่าเศร้าที่มีผู้เสียชีวิตที่วัดปทุมฯอีก 6 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาผ่านไปคนบางกลุ่มพูดเหตุการณ์แค่มุมเดียว เน้นเล่าเรื่องเท็จบางอย่างไปบ่อยๆคนจำนวนมากก็จะคิดว่าเป็นเรื่องจริง โดยคนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ยิ่งตอนนั้นอายุน้อยๆก็ยิ่งไม่ทราบว่าความจริงคืออะไร เหตุการณ์มีความรุนแรงทั้งสองด้าน มีกองกำลังติดอาวุธชัดเจน มีการยิงระเบิดใส่ที่ต่างๆมากมาย ทุกคนอยู่ด้วยความกลัว และแม้แต่หลังเหตุการณ์แล้ว กองกำลังก็ยังปฏิบัติการป่วนเมือง ป่วนฝ่ายตรงข้ามอีกหลายปี ลองมาดูเฉพาะในช่วงชุมนุมมีป่วนเมืองที่ไหนบ้างที่มีรายงานสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) 15 มีนาคม 2553 คนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้าไปที่ ร.1 รอ. ร.พัน 1 รอ.
2) วันที่ 16 มีนาคม 2553 คนร้ายยิงเอ็ม 79 ใส่บ้านเลขที่ 22/18 ซอยลาดพร้าว 23
3)วันที่ 20 มีนาคม 2553 คนร้ายใช้ระเบิดเอ็ม 67 ขว้างใส่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี
4) วันที่ 20 มีนาคม 2553 คนร้ายยิงจรวดอาร์พีจี ใส่กระทรวงกลาโหม
5) วันที่ 22 มีนาคม 2553 คนร้ายปาระเบิดเอ็ม 67 ใส่แขวงการทางธนบุรี
6) วันที่ 23 มีนาคม 2553 ยิงเอ็ม 79 ใส่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี
7) วันที่ 23 มีนาคม 2553 คนร้ายขว้างระเบิดเอ็ม 67 ใส่กรมบังคับคดีบางขุนนนท์
8 วันที่ 26 มีนาคม 2553 คนร้ายปาระเบิดเอ็ม 67 ใส่สำนักงานอัยการสูงสุด
9) วันที่ 27 มีนาคม 2553 เกิดระเบิดหลายจุด ยิงเอ็ม 79 ใส่ร้านบ้านลุงใหญ่
10) วันที่ 27 มีนาคม 2553 คนร้ายยิงระเบิด เค 75 ใส่อาคาร 120 ปี กรมศุลกากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11) วันที่ 27 มีนาคม 2553 พบระเบิดเอ็ม 67 จำนวน 2 ลูก บนถนนนวมินทร์
12) วันที่ 27 มีนาคม 2553 คนร้ายขว้างระเบิดเอ็ม 67 ใส่สถานีโทรทัศน์ช่อง 5
13) วันที่ 27 มีนาคม 2553 คนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่สถานีโทรทัศน์ช่อง 11
14) วันที่ 28 มีนาคม 2553 ยิงเอ็ม 79 ใส่กรมทหารราบที่ 11
15) วันที่ 28 มีนาคม 2553 ปาระเบิดเอ็ม 67 ใส่บ้านนายบรรหาร ศิลปอาชา
16) วันที่ 30 มีนาคม 2553 ปาระเบิดเอ็ม 67 ใส่อาคารมูลนิธิรัฐบุรุษ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี
17) วันที่ 3 เมษายน 2553 ระเบิดชุมสายโทรศัพท์ทีโอที สาขาผดุงกรุงเกษม และกองขยะริมทางเท้า หน้าบ้านเลขที่ 260-262 ถนนหลานหลวง
18) วันที่ 4 เมษายน 2553 ระเบิดคาร์บอมบ์ สถานอาบอบนวดโพไซดอน เป็นระเบิดแสวงเครื่องชนิดทีเอ็นที มีรถยนต์เสียหาย 1 คัน
19) วันที่ 6 เมษายน 2553 คนร้ายยิงเอ็ม 79 ใส่บ้านเลขที่ 48 หมู่บ้านมงคลนิเวศน์ ซอยวิภาวดีรังสิต 44 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.ตำรวจมุ่งปมธุรกิจ
20) วันที่ 7 เมษายน 2553 คนร้ายปาระเบิดเอ็ม 26 ถล่มป้อมที่ทำการตำรวจชุมชน (ศูนย์อยู่เย็น) ถนนนวมินทร์ และนำถังน้ำยาดับเพลิงบรรจุปุ๋ยยูเรียผสมน้ำมันดีเซลและวงจรนาฬิกา วางใกล้ห้างแฟชั่น ไอส์แลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21) วันที่ 8 เมษายน 2553 คนร้ายยิงเอ็ม 79 และเอ็ม 16 ถล่มที่ทำการพรรคการเมืองใหม่ ถนนพระสุเมรุ และตึกทีพีไอ ถนนนราธิวาสราชนครินทร์
22) วันที่ 10 เมษายน 2553 ยิงเอ็ม 79 ใส่กองปราบปราม และวันเดียวกันนั้น กลุ่ม นปช. และทหารปะทะกันรุนแรง ที่สี่แยกคอกวัว มีผู้เสียชีวิตกว่า 25 ราย บาดเจ็บกว่า 800 คน
23) วันที่ 12 เมษายน 2553 คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ตึกไซเบอร์ ถนนรัชดาภิเษก และยิงเอ็ม 79 ใส่บ้านเลขที่ 11 ถนนประดิพัทธ์ ซอย 15 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.
24) วันที่ 19 เมษายน 2553 คนร้ายวางระเบิดแสวงเครื่องหน้าบริษัทเคแอล แกรนิต เลขที่ 31/48-49 ซอยเอกชัย 10/1 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กทม. ตำรวจคาดปมขัดแย้งธุรกิจ
25) วันที่ 23 เมษายน 2553 คนร้ายยิงเอ็ม 79 จำนวน 5 ลูก ใส่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศาลาแดง และย่านใกล้เคียง มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บกว่า 100 คน
26) วันที่ 26 เมษายน 2553 พบระเบิด เค 75 จำนวน 2 ลูก ที่หน้าโชว์รูมคาร์แม็กซ์ ถนนพระราม 9 ซอย 22 และค่ำวันเดียวกันคนร้ายได้ปาเอ็ม 67 ใส่บ้านนายบรรหาร ย่านบางพลัด อีกครั้ง
27) วันที่ 27 เมษายน 2553 เวลา 03.00 น. เกิดระเบิดหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาตลิ่งชัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65784</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี, รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์, เฟซบุ๊ก, เมษายน 2553, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e969e2bb6af6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2020 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2020 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รศ.ดร.ธนชาติ&#039;ชี้ไทยแลนด์โอนลี่สกัดโควิด-19ลบคำปรามาสชะงัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.2563 - รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เราไม่ได้เกิดมาบนโลกที่สมบูรณ์แบบ มีปัญหาและอุปสรรคในหลายๆเรื่องที่ต้องช่วยกันแก้ไข ยิ่งเกิดมาในประเทศไทย เรามีต้นทุนทางสังคมที่ต่ำกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วในหลายๆประเทศ เรามีระบบราชการ กฎระเบียบต่างๆที่อาจล้าหลัง เรามีระบบการปกครองที่อาจไม่ทันสมัย ประเทศเราไม่ได้มีเงินทองและทรัพยากรมากมาย สังคมไทยเป็นสังคมที่แตกแยก เรามีรัฐบาล นักการเมืองที่มีคนทั้งชอบและไม่ชอบ แถมบางคนไปดูถูกนายกฯว่าไม่ฉลาด และสำคัญสุดคนทั่วไปมองว่าคนไทยเราไม่มีระเบียบ ไร้วินัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงที่เริ่มต้นเกิดโรคระบาดโควิด-19 ใหม่ในจีน จำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทยแม้ยังไม่มากนัก แต่จำนวนสูงอันดับสองของโลก คนไทยกันเองจำนวนมากก็บอกว่าแย่แล้ว เราคงไม่รอดคงตายกันหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- นักท่องเที่ยว ยังเข้ามา มีต่างชาติเดินทางมา คนก็ก่นด่าว่าทำไมไม่ตรวจอุณหภูมินักท่องเที่ยว ปล่อยเข้ามาได้ยังไง ด่ามาตรการต่างๆของรัฐ สุดท้ายวันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่า ทุกอย่างตอนต้นไม่สมบูรณ์ก็ค่อยๆปรับค่อยๆแก้กันไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ช่วงแรกหน้ากากขาดแคลน คนจำนวนมากก็ก่นด่า หาว่ากระจายไม่ดีมรการกักตุน สุดท้ายรัฐก็ค่อยๆหาวืธีการแก้ปัญหากันไป ทุกวันนี้ทุกคนก็พอมีหน้ากากออกมาใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ผีน้อยจากเกาหลีกลับกันมา หลายคนบอกว่า แย่แล้วคงติดกันทั่วประเทศ สุดท้ายก็พิสูจน์แล้วว่าผลเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-คนติดเชื้อที่สนามมวยแพร่กระจายไปที่ต่างๆ หลายคนบอกเช่นกันว่า คงคุมไม่อยู่แล้ว แต่สุดท้ายมาตรการต่างๆก็แก้ไขได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-รัฐบาลประกาศปิดสถานบันเทิง ร้านอาหาร ห้าง คนต่างจังหวัด คนต่างชาติ แห่กลับบ้าน หลายคนก็บอกว่าอย่างนี้ก็แย่ เดี๋ยวก็ติดกันไปทั่วประเทศ สุดท้ายก็เห็นแล้วว่าเราคุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-มีการคาดการณ์ว่ากลางเดือนเมษายน ตัวเลขติดเชื้อคงเป็นแสน สุดท้ายก็พิสูจน์แล้วว่าเรามีมาตรการที่คุมกันด้วยดีจำนวนไม่มากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-เรามีปัญหาเรื่องการสั่งการ การทำงานของภาครัฐ สุดท้ายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน รวบอำนาจต่างๆมาที่นายกฯ ช่วงแรกคนก็ก่นด่า แต่สุดท้ายพิสูจน์แล้วว่า รูปแบบอย่างนี้เหมาะสมกับบ้านเราแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-รัฐบาลมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร ช่วงแรกนายกฯดูหน้าตาขาดความน่าเชื่อถือ ก็มีปัญหาการปรับเปลี่ยนเปลี่ยนวิธีการ เราได้โฆษกฯที่เป็นจิตแพทย์สื่อสารได้ดีขึ้น ลดความวิตกกังวลของคนกลุ่มหนึ่งไปได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ทันทีที่เราปิดกิจการต่างๆ เราเจอปัญหาเศรษฐกิจ รัฐบาลก็ให้เยียวยา และค่อยๆปรับไป ค่อยๆแก้ ค่าไฟฟ้าแพงก็ต้องออกมาตรการแก้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ยังมีอีกหลายเรื่องที่คนบางก่นด่า ทั้งตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อ การตรวจ มาตรการ lockdown ปัญหาเศรษฐกิจ และอีกสารพัดเรื่องที่คนจะบ่นจะด่าด้วยความไม่ชอบรัฐจะออกมาบ่น แต่สุดท้ายแล้วเวลาคือเครื่องพิสูจน์ที่บางปัญหาก็สามารถแก้ไปได้ แต่ไม่ใช่ทุกเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศที่ Perfect ไม่ใช่มีทุกอย่างสมบูรณ์ กฎระเบียบมากมายยังล้าหลัง ปัญหามีอะไรมากมาย ทำอะไรไปก็เจอปัญหาไปหมดละครับ สำคัญว่ารัฐบาลได้แก้ไหม เราได้ช่วยๆกันแก้ไหม วันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า เราสามารถแก้ปัญหาได้แบบไทยๆ เราไม่ได้มีรัฐบาลที่ไม่ฉลาด ที่ผ่านมาก็พอพิสูจน์ได้ว่ามีการรับฟังความเห็นและพยายามแก้ปัญหาให้ดีขึ้น ผมคนหนึ่งละครับภูมิใจกับประเทศไทย ใครว่าคนไทยไม่มีระเบียบก็ไม่ใช่ เราปรับตัวกันได้ดี เราทำให้สิ่งที่คิดว่าเป็นปัญหาต่างๆแก้ได้ ตัวเลขการติดเชื้อและเสียชีวิตเราไม่มากอย่างที่หลายๆ คนปรามาสเรา หนทางยังอีกยาวไกล เราอย่าบ่น อย่าท้อ เราต้องช่วยๆกัน เราต้องมั่นใจและให้กำลังใจคนทำงาน ทั้งรัฐบาล ข้าราชการ บุคลากรทางการแพทย์ ภาคเอกชน ทุกฝ่ายๆต้องช่วยกันครีบ สุดท้ายประเทศไทยต้องชนะ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63890</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี, รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์, เฟซบุ๊ก, โควิด-19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e969e2bb6af6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รศ.ดร.ธนชาติ&#039;ชี้ปัญหาคัดกรองเงินเยียวยาเพราะข้อมูลไม่ทันการเปลี่ยนแปลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.2563 - รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซีโพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า การคัดกรองเงินเยียวยา 5,000 บาท ไม่ว่าจะใช้ระบบอะไรก็ตาม จะเป็น AI หรือ rule-based ก็ต้องใช้ข้อมูล ถ้าจะทำระบบได้ดีต้องมี Big Data จริง และที่สำคัญยิ่งต้องมีข้อมูลของแต่ละคนที่เป็น Velocity ที่ไหลต่อเนื่องเข้ามา ต้องมีข้อมูลของแต่ละคนที่ update ตลอดเวลา ดังนั้นการพิจารณากลั่นกรองโดยใช้คอมพิวเตอร์สำคัญสุดคือต้องมีข้อมูลของแต่ละรายจำนวนพอควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งระบบคัดกรองก็คงต้องไปเชื่อมโยงกับระบบข้อมูลต่างๆ ทั้งข้อมูลกรมสรรพากร ข้อมูลบัตรประชารัฐ ข้อมูลเกษตรกร ข้อมูลประกันสังคม ข้อมูล กยศ. ข้อมูลสถาบันการศึกษา ข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ข้อมูลกรมขนส่งทางบก คำถามที่น่าสนใจคือรัฐบาลมีการเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้หมดไหม หรือข้อมูลของแต่ละคน update แค่ไหน มี velocity มาบ่อยไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะที่ผมมีโอกาสทำงานพัฒนาระบบข้อมูลให้หลายหน่วยงาน เคยเห็นข้อมูลสำมะโนอุตสาหกรรม ข้อมูลกรมพัฒนาการค้า ข้อมูลทะเบียนพาณิชย์ ข้อมูลประกันสังคม ข้อมูลศุลกากร และอีกหลายอย่าง ต้องยอมรับว่าบ้านเราเชื่อมโยงข้อมูลยาก แต่ก็มี Linkage center อยู่ ที่สำคัญสุดคือข้อมูลส่วนใหญ่ขาด Velocity ไม่ค่อยมีข้อมูลเข้าบ่อยนัก จึงไม่ค่อยแปลกใจเรื่องการจะได้ข้อมูลที่สมบูรณ์จริงๆว่าทำได้ยากพอควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีที่ผู้ยื่นขอเงินเยียวยาถูกปฏิเสธแล้วระบุว่า มีอาชีพอย่างอื่น ก็อาจต้องไปย้อนคิดดูว่าเขาเคยมีข้อมูลในระบบฐานข้อมูลเหล่านั้นไหม ครอบครัวเคยลงทะเบียนเกษตรกรไหม เคยใช้สวัสดิการอย่างอื่นไหม หรือเคยขอเงินสวัสดิการบัตรประชารัฐแล้วกรอกอาชีพอย่างไร ก็ในเมื่อข้อมูลเก่ายังอยู่ในระบบก็ไม่แปลกที่ถูกปฏิเสธในเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งถ้าเขาไม่มีข้อมูลอื่นๆในระบบเลย ก็ไม่น่าแปลกใจ ที่ระบบจะตอบกลับมาว่าไม่มีข้อมูล จะให้พิจารณาเฉพาะเอกสารที่กรอกคงไม่พอ ต้องหาข้อมูลในระบบอื่นมายืนยัน เพื่อความถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องเห็นใจระบบของรัฐที่ไม่มีข้อมูลของกลุ่มคนอาชีพอิสระจำนวนมากที่ต้องการเยียวยา หลายคนไม่เคยอยู่ในระบบภาษี ไม่เคยอยู่ในระบบประกันสังคม หรือระบบสวัสดิการอื่นๆ จึงไม่แปลกใจที่ได้คำตอบว่าไม่มีข้อมูลเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไม่มีข้อมูล สุดท้ายแล้วการตรวจสอบที่ถูกต้องก็ต้องเปลี่ยนจากระบบคอมพิวเตอร์มาเป็น manual ใช้คนเข้ามาตรวจสอบ สัมภาษณ์ ดูสถานที่จริง เหมือนเวลาธนาคารที่จะปล่อยสินเชื่อคนบางกลุ่มก็ต้องใช้วิธีนี้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะต้องการช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนจริงๆแค่ไหน สุดท้ายแล้วเราก็สามารถช่วยคนเดือดร้อนจริงที่ถูกปฏิเสธถ้าเปลี่ยนระบบเอไอตามที่เลือกมาใช้คนประเมินแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายหลังจากงานนี้ เมื่อเรามีรายได้ กลับเข้าทำงาน ทุกคนก็ต้องควรเข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง ลงทะเบียนตามอาชีพจริง ชำระภาษีให้กับรัฐบาลให้ครบถ้วน ถ้าเราหวังว่าจะให้ประเทศช่วยเรา เราก็ต้องทำหน้าที่เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศเช่นกัน อย่าเพียงแต่หวังให้ประเทศช่วยเรายามที่เราเดือดร้อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63201</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดกรอง, ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี, รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์, เงินเยียวยา, เฟซบุ๊ก, โควิด-19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e969e2bb6af6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
