<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;นั่งหัวโต๊ะเคาะงบปี2565วงเงิน3.1ล้านล้านบาท  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ แถลงภายหลังการประชุมพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นชอบกรอบงบประมาณประจำปี 2565 ตามผลการหารือของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายที่มีสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมีวงเงินงบประมาณรายจ่าย 3.1 ล้านล้านบาท ลดลงจากปี 64 จำนวน 1.859 แสนล้านบาท หรือลดลง 5.66% เป็นไปตามประมาณการจัดเก็บรายได้ที่ลดลงเหลือ 2.4 ล้านล้านบาท ภายใต้สมมุติฐานเศรษฐกิจขยายตัว 3.5% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายเดชาภิวัฒน์ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2565 ยังมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 7 แสนล้านบาท ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดสำนักงบประมาณจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในวันที่ 5 ม.ค.2564 &amp;nbsp;โดยนายกฯได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณไปดูเรื่องของงบรายจ่ายประจำที่จำเป็นต้องปรับลดลงตามความเหมาะสม แต่ก็ต้องชั่งน้ำหนักเรื่องของการใช้เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางด้วย โดยเฉพาะกองทุนที่ดูแลผู้มีรายได้น้อย และผู้ด้อยโอกาสต่างๆ ตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายเดชาภิวัฒน์ กล่าวอีกว่า โครงสร้างงบประมาณปี 2565 มีกรอบวงเงินที่ลดลงจากปีงบประมาณก่อน ส่วนใหญ่กว่า 75% เป็นงบประจำ โดยมีกรอบวงเงินอยู่ที่ 2.354 ล้านล้านบาท ลดลงจากปีงบ 2564 ที่ตั้งเอาไว้ที่ 2.537 ล้านล้านบาท หรือ 77% ของวงเงินงบประมาณ ส่วนงบลงทุนลดลงจากปีก่อนที่มี 6.49 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 19% ของวงเงินงบประมาณรวม เหลือ 6.2 แสนล้านบาท ซึ่งยังมีสัดส่วนอยู่ภายใต้กรอบ 20% ของวงเงินงบประมาณรวม หรือเป็นไปตามกรอบวินัยทางการเงินการคลังของประเทศ ขณะที่กรอบงบประมาณที่ใช้ชำระคืนต้นเงินกู้ได้ตั้งไว้สูงกว่าปีก่อน คือประมาณ 1 แสนล้านบาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผอ.สำนักงบประมาณ กล่าวว่า สำนักงบประมาณมีนโยบายที่จะลดสัดส่วนวงเงินงบประจำมาโดยตลอด โดยดูผลการเบิกจ่าย และประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ รวมทั้งผลสัมฤทธิ์ของการใช้งบประมาณ ทั้งงบลงทุน และงบประจำ ซึ่งในปี 2565 แม้จะยังมีสัดส่วนที่สูงถึง 75% ส่วนใหญ่จะเป็นเงินเดือนข้าราชการ และค่ารักษาพยาบาล ที่มีวงเงินมากถึง 1.2 ล้านล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายด้านสังคมก็ยังคงไว้ไม่ได้ปรับลด แต่จะไปดูค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่พอจะปรับลดได้ เช่น การเดินทางไปต่างประเทศ ขณะที่งบลงทุนจำเป็นต้องรักษาสัดส่วนไว้ช่วยดูแลเศรษฐกิจ ซึ่งเลขาธิการ สศช. บอกในที่ประชุมว่า ขอให้ทุกรัฐวิสาหกิจเร่งลงทุนเพิ่ม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนของงบประมาณที่ใช้สำหรับการสู้วิกฤตโควิด-19 นั้น เบื้องต้นยังมี พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทที่ใช้ดูแลอยู่ ล่าสุดก็ได้มีการใช้ไปแล้วบางส่วน แต่หากมีความจำเป็นจริงๆ ก็สามารถใช้งบกลางได้ ซึ่งกันไว้ที่ 3% ของกรอบงบประมาณรวม โดยในปีงบ 2564 ตั้งงบกลางไว้ดูแลเรื่องเกี่ยวกับโควิดไว้ที่ 4 หมื่นล้านบาท และยังมีวงเงินสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินและจำเป็นอีก 9.9 หมื่นล้านบาท รวมเป็นเงินประมาณ 1.3 แสนล้านบาท&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87788</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565, นายกรัฐมนตรี, นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา, ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe2dcaaef8eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87786</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;นั่งหัวโต๊ะเคาะงบปี2565วงเงิน3.1ล้านล้านบาท  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.2563 - &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ แถลงภายหลังการประชุมพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นชอบกรอบงบประมาณประจำปี 2565 ตามผลการหารือของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายที่มีสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยมีวงเงินงบประมาณรายจ่าย 3.1 ล้านล้านบาท ลดลงจากปี 64 จำนวน 1.859 แสนล้านบาท หรือลดลง 5.66% เป็นไปตามประมาณการจัดเก็บรายได้ที่ลดลงเหลือ 2.4 ล้านล้านบาท ภายใต้สมมุติฐานเศรษฐกิจขยายตัว 3.5% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายเดชาภิวัฒน์ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2565 ยังมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 7 แสนล้านบาท ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดสำนักงบประมาณจะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในวันที่ 5 ม.ค.2564 &amp;nbsp;โดยนายกฯได้มอบหมายให้สำนักงบประมาณไปดูเรื่องของงบรายจ่ายประจำที่จำเป็นต้องปรับลดลงตามความเหมาะสม แต่ก็ต้องชั่งน้ำหนักเรื่องของการใช้เพื่อดูแลกลุ่มเปราะบางด้วย โดยเฉพาะกองทุนที่ดูแลผู้มีรายได้น้อย และผู้ด้อยโอกาสต่างๆ ตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายเดชาภิวัฒน์ กล่าวอีกว่า โครงสร้างงบประมาณปี 2565 มีกรอบวงเงินที่ลดลงจากปีงบประมาณก่อน ส่วนใหญ่กว่า 75% เป็นงบประจำ โดยมีกรอบวงเงินอยู่ที่ 2.354 ล้านล้านบาท ลดลงจากปีงบ 2564 ที่ตั้งเอาไว้ที่ 2.537 ล้านล้านบาท หรือ 77% ของวงเงินงบประมาณ ส่วนงบลงทุนลดลงจากปีก่อนที่มี 6.49 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 19% ของวงเงินงบประมาณรวม เหลือ 6.2 แสนล้านบาท ซึ่งยังมีสัดส่วนอยู่ภายใต้กรอบ 20% ของวงเงินงบประมาณรวม หรือเป็นไปตามกรอบวินัยทางการเงินการคลังของประเทศ ขณะที่กรอบงบประมาณที่ใช้ชำระคืนต้นเงินกู้ได้ตั้งไว้สูงกว่าปีก่อน คือประมาณ 1 แสนล้านบาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผอ.สำนักงบประมาณ กล่าวว่า สำนักงบประมาณมีนโยบายที่จะลดสัดส่วนวงเงินงบประจำมาโดยตลอด โดยดูผลการเบิกจ่าย และประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ รวมทั้งผลสัมฤทธิ์ของการใช้งบประมาณ ทั้งงบลงทุน และงบประจำ ซึ่งในปี 2565 แม้จะยังมีสัดส่วนที่สูงถึง 75% ส่วนใหญ่จะเป็นเงินเดือนข้าราชการ และค่ารักษาพยาบาล ที่มีวงเงินมากถึง 1.2 ล้านล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายด้านสังคมก็ยังคงไว้ไม่ได้ปรับลด แต่จะไปดูค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่พอจะปรับลดได้ เช่น การเดินทางไปต่างประเทศ ขณะที่งบลงทุนจำเป็นต้องรักษาสัดส่วนไว้ช่วยดูแลเศรษฐกิจ ซึ่งเลขาธิการ สศช. บอกในที่ประชุมว่า ขอให้ทุกรัฐวิสาหกิจเร่งลงทุนเพิ่ม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนของงบประมาณที่ใช้สำหรับการสู้วิกฤตโควิด-19 นั้น เบื้องต้นยังมี พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทที่ใช้ดูแลอยู่ ล่าสุดก็ได้มีการใช้ไปแล้วบางส่วน แต่หากมีความจำเป็นจริงๆ ก็สามารถใช้งบกลางได้ ซึ่งกันไว้ที่ 3% ของกรอบงบประมาณรวม โดยในปีงบ 2564 ตั้งงบกลางไว้ดูแลเรื่องเกี่ยวกับโควิดไว้ที่ 4 หมื่นล้านบาท และยังมีวงเงินสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินและจำเป็นอีก 9.9 หมื่นล้านบาท รวมเป็นเงินประมาณ 1.3 แสนล้านบาท&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87786</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565, นายกรัฐมนตรี, นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา, ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe2dcaaef8eb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
