<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ต่ออายุราชการ&#039;พงศ์พร&#039; เอ๊ะยังไง!&#039;วิษณุ&#039;บอกหาคนนั่ง&#039;ผอ.พศ.&#039;ยังไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค 62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณียังไม่ได้แต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) คนใหม่ แทน พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ที่เกษียณอายุราชการ ว่า ไม่สามารถต่ออายุราชการให้ พ.ต.ท.พงศ์พรได้ เพราะตามมาตรา 108 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน ระบุว่าการต่ออายุราชการ จะกระทำได้เฉพาะข้าราชการที่ไม่ใช่ตำแหน่งบริหาร ซึ่งตำแหน่ง ผอ.พศ.เป็นตำแหน่งบริหาร ส่วนจะจ้างต่อให้ทำอย่างอื่นสามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า สาเหตุที่ยังไม่ได้แต่งตั้ง ผอ.พศ.คนใหม่ เพราะยังหาคนมาแทนไม่ได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ที่จริงมันหาได้ แต่ติดปัญหาเรื่องกระบวนการในการหา ซึ่งหากเริ่มหาก่อนหน้านี้สัก 1 เดือนคงเรียบร้อยไปแล้ว แต่เนื่องจากต้องมีประชุมคณะอนุกรรมการวิสามัญข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) ซึ่งจะต้องทำหน้าที่ตั้งกรรมการสรรหาขึ้นมา &amp;nbsp;กระบวนการเหล่านี้เลยทำให้ช้า ซึ่งคงต้องไปถามนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน อ.ก.พ. ทั้งนี้ จะยังไม่สามารถเสนอชื่อ ผอ.พศ.คนใหม่เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในสัปดาห์ คงต้องให้มีการรักษาการไปก่อน ไม่มีอะไร เพราะไม่มีงานอะไรคั่งค้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47234</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พศ., มหาเถรสมาคม, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a5f22e8c4d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44728</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2019 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2019 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เป็นไปได้&#039;พงศ์พร&#039;เข้าวัดปากน้ำ!2รอบใน1อาทิตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.2562 - เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บของวัดไทยในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกาได้ออกบทความล่าสุดที่น่าสนใจ ในหัวข้อ &amp;ldquo;มึนงง ! พงศ์พร เข้าวัดปากน้ำรอบสอง รอบนี้จูงศรีภรรยาไปหาสมเด็จช่วงด้วย ไม่รู้ว่าติดอกติดใจอะไร หรือเพิ่งรู้ว่าพระวัดปากน้ำดีจริง แต่ถามว่า..ไม่สายเกินไปหรือ?&amp;rdquo; มีเนื้อหาระบุว่า&amp;nbsp;
20 สิงหา ก่อนหน้างาน 6 วัน พงศ์พรนำเจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ เข้าถวายสักการะ โดยนัยยะว่า วันที่ 26 ไม่สามารถมาร่วมงานได้ จึงมาถวายก่อน แถมมาตอนหัวค่ำ กลับถึงบ้านก็คงดึก เพราะช่วงนั้นรถติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่..แต่ในวันที่ 26 สิงหาคม ซึ่งเป็นวัดงานทำบุญวันเกิด สมเด็จวัดปากน้ำ กลับปรากฏว่า พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ได้เดินทางมาร่วมงาน พร้อมกับนางกนิษฐา ภรรยาด้วย รอบสอง 2 รอบ ใน 1 สัปดาห์ ไม่แน่นา พรุ่งนี้แกอาจจะกลับมาอีกก็เป็นได้ คราวนี้คงจะสมัครเป็นเด็กวัดปากน้ำเสียเลยเชียวแหละ โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จาก..คนที่เคยประจันหน้า ดำเนินเรื่องราวถึงกับสมเด็จช่วง &amp;quot;ร่วง&amp;quot; จากเก้าอี้สมเด็จพระสังฆราช จนไม่สามารถเข้าประชุมมหาเถรสมาคมได้เลย สู่..คนนั่งข้างหลัง สนับสนุนวัดปากน้ำอย่างเต็มกำลัง แถมยังพาภรรยามาด้วย จะบอกว่ามาทำตามหน้าที่ก็เกินไป ไม่รู้ว่าเมืองไทยเกิดอะไรขึ้น หรือว่าประชาธิปไตยทำให้คนเปลี่ยนไป ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;พงศ์พร อบอุ่นท่ามกลางชาวธรรมกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มางานนี้ พงศ์พรรู้สึกจะขยันเป็นพิเศษ เขาให้ทำอะไรก็ทำ ดูสิ น่ารักกว่าเด็กวัดปากน้ำเสียอีก ใครว่าผมมาวัดปากน้ำครั้งสุดท้ายก็กรุณาพูดใหม่ นะฮะ พูดผิดพูดใหม่ได้ ไม่ว่ากัน ขออย่างเดียว อย่าเอาแต่จับผิดกันเท่านั้น
ส่วนพระที่ติดคุกนั้น ตำรวจจับ ผมไม่ได้จับ ผมเพียงแต่แจ้งความ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูเถิด อ่อนน้อมถ่อมคน คนชื่อ &amp;quot;พงศ์พร&amp;quot; ตัวจริงน่ะ ใครรู้จักจะรักสุดๆ ถามคุณกนิษฐาดูได้ ชาตินี้จะหาสามีดีๆ แบบนี้ไม่มีแล้วล่ะ นอกจากจะปฏิบัติหน้าที่สามีได้ดีเยี่ยมแล้ว งานหลวงก็ติดท็อปประเทศไทย ดังกว่าใครในบรรดา ผอ.พศ. พอถึงการเมืองปลดล็อก พงศ์พรก็อ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟ สวมบทนักการเมืองเข้าวัดปากน้ำ จนสมเด็จงง นี่มันพงศ์พรคนเดิมหรือเปล่าเนี่ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ้อ ! ขอเตือนกันลืมว่า ยังมีอีกหลายวัดที่พงศ์พรยังไม่ได้ไป เอ่ยนามว่าได้แก่ วัดสามพระยา วัดสระเกศ วัดสัมพันธวงศ์ รวมทั้ง..วัดพระธรรมกาย ไหนๆ ก็ไหนๆ จะทำดีแล้วก็ควรทำให้ทั่วกัน เหมือนฝนตกทั่วฟ้า ชาวประชาจะได้ชื่นใจ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44728</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พศ., วัดไทยในลาสเวกัส, สหรัฐอเมริกา, เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190901/image_big_5d6b394e39cf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 15:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 15:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.ฟัน&#039;พนม&#039;กับพวกรวม 6 คน ทุจริตเงินทอนวัดส่งอัยการฟ้องศาลฟันอาญา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค. 61- &amp;nbsp; ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า สืบเนื่องจากกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ส่งเรื่องกล่าวหานายพนม ศรศิลป์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กับพวก กรณีทุจริตการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์ประจำปีงบประมาณ 2558 ที่ได้จัดสรรให้วัดใน จ.ลำปาง ประกอบด้วย วัดวัฒนาราม วัดอุมลอง วัดบ้านอ้อ วัดทุ่งต๋ำ วัดหาดปู่ด้าย และใน จ.แพร่ คือวัดศรีบุญนำ รวม 24,000,000 บาท และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยมีนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการไต่สวนข้อเท็จจริงฟังได้ว่าในช่วงประมาณปลายปี 2557 พระศิวโรจน์ ปิยรัตน์เสรี เจ้าอาวาสวัดบ้านอ้อในขณะนั้น ได้ติดต่อไปยังนางณัฐฐาวดี ตันตยาวิสาสุทธิ นักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองพุทธศาสนสถาน เพื่อขอความช่วยเหลือในการขอเงินงบประมาณอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัด และการพัฒนาวัดประจำปีงบประมาณ 2558 ซึ่งต่อมานางณัฐฐาวดี ได้นำเรื่องดังกล่าวไปแจ้งยัง น.ส.ประนอม คงพิกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน โดย น.ส.ประนอม ได้แจ้งนางณัฐฐาวดี ว่าให้ไปแจ้งแก่วัดที่ต้องการเงินงบประมาณ ว่าหากวัดต้องการที่จะได้รับเงินงบประมาณจะต้องโอนเงินคืนมาประมาณ 70 &amp;ndash; 80 % จากนั้นนางณัฐฐาวดี จึงได้ติดต่อไปยังพระศิวโรจน์ เกี่ยวกับเงื่อนไขดังกล่าว ซึ่งเมื่อพระศิวโรจน์ ได้ยอมรับเงื่อนไขแล้ว ก็ไปติดต่อวัดต่างๆ ที่ตนรู้จัก ได้แก่ ใน จ.ลำปาง ประกอบด้วย วัดวัฒนาราม วัดอุมลอง วัดทุ่งต๋ำ วัดหาดปู่ด้าย และ จ.แพร่ คือ วัดศรีบุญนำ โดยอ้างว่าตนสามารถช่วยเหลือให้ได้รับงบประมาณได้ และได้แจ้งชื่อวัดทั้ง 6 วัด ประกอบด้วย วัดบ้านอ้อ ซึ่งเป็นวัดที่พระศิวโรจน์ เป็นเจ้าอาวาสเอง วัดวัฒนาราม วัดอุมลอง วัดทุ่งต๋ำ วัดหาดปู่ด้าย และวัดศรีบุญนำ ให้แก่นางณัฐฐาวดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายพนม และ น.ส.ประนอม ได้สั่งการให้นายวสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผู้อำนวยการส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนสงเคราะห์ กองพุทธศาสนสถาน ดำเนินการจัดทำเอกสารบันทึกขออนุมัติการ ใช้จ่ายเงินประจำงวด เพื่อเสนอชื่อวัดที่ น.ส.ประนอม คงพิกุล ได้ติดต่อไว้แล้ว เพื่อเสนอต่อนายพนม ให้อนุมัติงบประมาณเงินอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด และนายพนม ได้อนุมัติเงินงบประมาณวัดละ 4,000,000 บาท เมื่อได้มีการอนุมัติเงินงบประมาณแล้ว น.ส.ประนอม จึงให้นางณัฐฐาวดี ไปแจ้งพระศิวโรจน์ ว่าวัดต่างๆ จะต้องโอนเงินกลับคืนมาจำนวนเท่าใด และพระศิวโรจน์ เมื่อได้รับเงินโอนกลับคืนมาแล้วจะต้องโอนเงินต่อไปยังบัญชีของบุคคลดังนี้ 1. นางณัฐฐาวดี 2. พระครูวิสุทธิวัฒนกิจ และ 3. น.ส.อุบล ดิษฐ์ด้วง ซึ่งในรายของพระครูวิสุทธิวัฒนกิจ และ น.ส.อุบล ดิษฐ์ด้วงนั้น นายวสวัตติ์ ไปขอใช้บัญชีดังกล่าวตามคำสั่งของ น.ส.ประนอม คงพิกุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นพระศิวโรจน์ ได้ไปแจ้งแก่เจ้าอาวาสวัดดังกล่าวทั้ง 5 วัด และดำเนินการโอนเงินจากบัญชีของวัดดังกล่าว และวัดบ้านอ้อ ซึ่งตนเป็นเจ้าอาวาสอยู่ด้วย มายังบัญชีส่วนตัวของพระศิวโรจน์ ต่อมาพระศิวโรจน์ได้โอนเงินไปยังบุคคลที่นางณัฐฐาวดี ได้แจ้งไว้หลังจากที่ได้รับเงินแล้ว และนางณัฐฐาวดี ได้ถอนเงินให้แก่ น.ส.ประนอม ตามที่ น.ส.ประนอม ได้สั่งการ ส่วนน.ส.อุบล และพระครูวิสุทธิวัฒนกิจ นั้น นายวสวัตติ์ ได้ดำเนินการพาไปถอนเงิน และเมื่อได้รับเงินแล้ว จึงนำเงินไปให้ น.ส.ประนอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้ 1.นายพนม มีมูลความผิดอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 มาตรา 90 และมาตรา 91 และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 2.น.ส.ประนอม และนายวสวัตติ์ มีมูลความผิดอาญาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 และมาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 90 และมาตรา 91 และมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.นางณัฐฐาวดี มีมูลความผิดอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 90 และมาตรา 91 และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และ4.นายศิวโรจน์ และ น.ส.อุบล มีมูลความผิดอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 มาตรา 151 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 90 และมาตรา 91 ให้ส่งรายงานและเอกสารพร้อมทั้งความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัยและ ส่งรายงานเอกสาร และความเห็นไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14899</URL_LINK>
                <HASHTAG>การทุจริตเงินทอนวัด, ป.ป.ช., ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, พนม ศรศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b613a20cfc05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 00:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 00:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พงศ์พร&#039; พร้อมแจงปม &#039;ภรรยา&#039; ถูกร้องใช้งบพศ.ไปต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.61 - &amp;nbsp;แหล่งข่าวจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)เปิดเผยถึงกรณีนายวิชัย ประเสริฐสุดสิริ ผู้ประสานงานองค์กรส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา(อสคพ.) ยื่นหนังสือถึง พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ. ขอทราบกรณีนางกนิษฐา พราหมณ์เสน่ห์ ภรรยา เดินทางไปประเทศอินเดีย - เนปาล ระหว่างวันที่ 29 มี.ค.&amp;ndash;เม.ย. โดยใช้งบประมาณของ พศ. ว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ พศ. จัดขึ้นเพื่อนำเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ พระสังฆาธิการ พระภิกษุสามเณร และคนนอก คือ ฆราวาส ที่เป็นผู้ส่งเสริมและสนับสนุนกิจการพระพุทธศาสนา ไปศึกษาดูงานประกอบศาสนกิจ และนมัสการสังเวชนียสถานที่ประเทศอินเดีย และเนปาล ในส่วนของงบประมาณนั้น เป็นงบที่ตั้งไว้ตามโครงการของ พศ. ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ มาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนเดินทางไป โครงการได้ดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่ทำหน้าที่พิจารณาโครงการต่างๆ ใน พศ.แล้ว นอกจากนี้ ยังมีการคณะกรรมการตรวจสอบหลักฐานการใช้จ่ายงบประมาณตามระเบียบราชการอย่างถูกต้อง ซึ่งเอกสารหลักฐานต่างๆ ยังอยู่ครบถ้วน&amp;rdquo; แหล่งข่าว ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว กล่าวว่าในส่วนประเด็นภรรยาของ พ.ต.ท.พงศ์พรนั้น นางกนิษฐา ได้เดินทางไปกับคณะดังกล่าวจริง โดยไปในฐานะข้าราชการใน พศ. ไม่ได้ไปในฐานะภรรยาของผู้อำนวยการ พศ. โดยผ่านกระบวนการคัดเลือกบุคคลที่จะร่วมเดินทางไป มีคณะกรรมการพิจารณาอย่างถูกต้องตามระเบียบราชการ ส่วนสาเหตุที่ต้องมีเจ้าหน้าที่ พศ.ไปด้วยนั้น เพื่อดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่บุคคลในคณะที่เดินทางไป คอยติดต่อประสานงาน และดูแลพระผู้ใหญ่ในคณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้ พ.ต.ท.พงศ์พร กำลังรวบรวบพยานหลักฐานเพื่อชี้แจงในประเด็นดังกล่าวในเร็วๆ นี้ โดยยืนยันว่าไม่เคยคิดใช้อำนาจส่งภรรยาไปต่างประเทศ และที่เดินทางไปไปในฐานะข้าราชการของ พศ. คนหนึ่งที่ต้องปฏิบัติงานเท่านั้น&amp;rdquo; แหล่งข่าว กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8365</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนิษฐา พราหมณ์เสน่ห์, ผอ.พศ., ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, ภรรยาผอ.พศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180423/image_big_5add754fcde15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 19:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 19:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้ง “พระศรีธรรมโสภณ” เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดลำพูน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ขอบคุณเพจพัดยศสมณศักดิ์พระสงฆ์ไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.2561 &amp;ndash; เพจพัดยศสมณศักดิ์พระสงฆ์ไทยระบุว่า มติมหาเถรสมาคม (มส.) ที่ 226/2561 ที่ลงนามโดย พ.ต.ท.พงศพร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะเลขาธิการ มส. เรื่องเสนอแต่งตั้ง พระศรีธรรมโสภณ วัดพระธาตุหริภุญชัยให้ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดลำพูน โดยมีเนื้อหาระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการประชุม มส.ครั้งที่ 9/2561 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2561 เลขาธิการ มส.เสนอว่า พระวิสุทธิวงศาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ได้มีลิขิตที่ จญ.น.65/2561 ลงวันที่ 26 มีนาคม 2561 แจ้งตามรายงานของพระพรหมเสนาบดี เจ้าคณะภาค 7 ว่า พระโสภณกิตติธาดา (สงคราม ปญญาวุโธ) วัดบ้านก้อง ตำบลปากช่อง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน รองเจ้าคณะจังหวัดลำพูนได้ถึงมรณภาพ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2561 เป็นเหตุให้ผู้ดำรงตำแหน่ง รองเจ้าคณะจังหวัดลำพูนว่างลง เจ้าคณะภาค 7 จึงเสนอแต่งตั้ง พระศรีธรรมโสภณ (บุญโชติ ปุญฺญโชติ) อายุ 57 พรรษา 37 ป.ธ.9, พธ.ม. วัดพระธาตุหริภุญชัย ตำบลในเมือง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย และเจ้าคณะอำเภอเวียงหนองล่อง (ตั้งแต่ พ.ศ.2551) ให้ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดลำพูน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเสนอแต่งตั้ง พระศรีธรรมโสภณให้ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดลำพูนดังกล่าวได้ปฏิบัติตามความในข้อ 6 ข้อ 15 (1)(3)(4) และข้อ 16 แห่งกฎ มส.ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ โดยได้รับความเห็นชอบจากเจ้าคณะใหญ่หนเหนือแล้ว พร้อมกับมีบัญชาให้นำเสนอ มส.เพื่อโปรดพิจารณา ซึ่งที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติอนุมัติ และให้ดำเนินการได้ทันที โดยไม่ต้องรอรับรองรายงานการประชุม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7285</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, พ.ต.ท.พงศพร พราหมณ์เสน่ห์, พระศรีธรรมโสภณ, รองเจ้าคณะจังหวัดลำพูน, ลำพูน, วัดพระธาตุหริภุญชัย, เจ้าคณะภาค 7</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad5e22bc5ee8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปปป.’โยนเผือกร้อนคดีพระชั้นผู้ใหญ่ให้’ป.ป.ช.’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.2561 &amp;ndash; กรณี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) คดีทุจริตเงินทอนวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวน 3 แห่ง 4 คดีเมื่อวันที่ 11 เม.ย. โดยมีชื่อพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป ประกอบด้วย 1.พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร 2.พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 4-7 3.พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 10 4.พระเมธีสุทธิกร (สังคม ญาณวฑฺฒโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และ 5.พระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กระทำความผิดอาญาคดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรมนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด &amp;nbsp;พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป.ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ บก.ปปป.ได้ส่งสำนวนทั้งหมด 4 สำนวน ซึ่งเป็นกรณีที่มีพระชั้นผู้ใหญ่เกี่ยวข้องทั้งหมด 5 รูปนั้นไปให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้วเมื่อวันที่ 11 เม.ย. ดังนั้นอำนาจการสอบสวนจะอยู่ในความรับผิดชอบของ ป.ป.ช.ที่ต้องตรวจสอบเรื่องทุจริตต่อไป ในส่วนของการฟอกเงินจะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในวันที่ 19 เม.ย.ที่จะมีการนัดผู้อำนวยการ พศ.มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมนั้น เป็นเรื่องทุจริตเงินทอนวัดคดีใหม่โดยบางประเด็นจะมีการเจาะลึกลงไปถึงงบประมาณในแต่ละวัด ซึ่งไม่เกี่ยวกับ 4 สำนวนที่ส่งไปยัง ป.ป.ช.&amp;rdquo;พล.ต.ต.กมลกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7199</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, ป.ป.ช., ปปง., ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, พศ., เงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180416/image_big_5ad45c7029911.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
