<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;เปรียบเทียบวิวัฒนาการไวรัสโควิดถ้าไทยระบาดระลอก2จะเป็นสายพันธุ์อะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ส.ค.63 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง สายพันธุ์ โควิด-19 ที่พบในประเทศไทย มีเนื้อหาดังนี้
จากการศึกษาของศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก จุฬา โดยทีมของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่มีการระบาดในระลอกแรก จนถึงปัจจุบัน ในศูนย์กักกันของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การระบาดในระลอกแรก ในเดือนมีนาคมถึงเมษายน สายพันธุ์ที่พบส่วนใหญ่จะเป็นสายพันธุ์ S (serine)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายพันธุ์นี้พบได้ทั้งในสนามมวย และสถานบันเทิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความรุนแรงของโรคที่เกิดในทั้งสองแห่งจึงไม่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับอายุ และโรคประจำตัวของผู้ป่วยมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นก็ไม่พบสายพันธุ์นี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไวรัสมีการวิวัฒนาการมาตลอด ตามรูปวิวัฒนาการที่แสดงให้ดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจเชื้อในสถานกักกันของรัฐ State Quarantine&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายพันธุ์ โควิด-19 มาจากประเทศต่างๆ ดังแสดงในภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไวรัส โควิด-19 สายพันธุ์ ที่พบจะเป็นสายพันธุ์ G (glycine) ที่มี 2 กลุ่ม คือ GH (histidine) และ GR (arginine) เป็นคนละสายพันธุ์ที่เคยระบาดในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้ามีการระบาดในระลอก 2 สายพันธุ์ที่พบในประเทศไทย จะเป็นสายพันธุ์อะไร ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73679</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ยง ภู่วรวรรณ, ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก, สายพันธุ์ไวรัสโควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec5de92a5fef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039; เผยหลักการกำหนด &#039;เขตปลอดโรคโควิด-19&#039; ต้องไม่มีการแพร่ระบาด 28 วัน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.63 - ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า &amp;quot;โควิด-19&amp;quot; การกำหนดว่าเป็นเขตปลอดโรค โดยหลักการของโรคระบาด ตั้งแต่ SARS ไข้หวัดนก MERS ที่ระบาดในเกาหลี และ Ebola การจะบอกว่าพื้นที่ใดเป็นเขตปลอดโรค หรือไม่มีโรคจริงๆ จะถือเอาเวลาเป็น 2 เท่า ของระยะฟักตัวเช่นสมัย SARS ระยะฟักตัวให้ 10 วัน ก็จะต้องไม่มีโรคในพื้นที่นั้น 20 วัน จึงจะถือว่าเป็นเขตปลอดโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เช่นเดียวกัน โควิด-19 ถ้าเราให้ระยะฟักตัวเป็น 14 วัน เราจะถือเขตปลอดภัยโรคของพื้นที่ใด จะต้องไม่มีโรคนั้นเป็นระยะเวลา 2 เท่า ของระยะเวลาฟักตัว คือ 28 วัน จึงจะมั่นใจว่าในพื้นที่นั้นไม่มีโรคนี้จริงๆ&amp;quot;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63992</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, MERS, ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก, ระยะฟักตัว, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, อีโบลา, เขตปลอดโรค, โรคระบาด SARS, ไข้หวัดนก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea1045000bfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2020 08:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2020 08:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอยง&#039;ไขข้อข้องใจทำไมยารักษาเอดส์สู้ไวรัสโคโรนาได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.2563 - &amp;nbsp;ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;การใช้ยารักษาโรคปอดบวมอู่ฮั่น&amp;rdquo; ระบุว่า โคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เมื่อเข้าสู่เซลล์ จะมีการสร้างสายอาร์เอ็นเอใหม่ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และขณะเดียวกันสายอาร์เอ็นเอ ก็จะสร้างโปรตีน เพื่อมาห่อหุ้มอาร์เอ็นเอใหม่ ประกอบเป็นตัวไวรัส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสร้างโปรตีนองค์ประกอบใหม่เปรียบเสมือนการสร้างผ้าขึ้นมาให้กับไวรัส และกรรไกร (protease) กรรไกรนั้น จะต้องมาตัดแต่งผ้า เพื่อให้เป็นเสื้อผ้าเอามาใส่ให้กับไวรัส ให้เป็นตัวไวรัสใหม่ที่สมบูรณ์แบบหน้าตาสวยงาม แล้วจึงออกมานอกเซลล์ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรรไกร ที่ใช้ของโคโรน่าไวรัสไวรัส มีลักษณะคล้ายกับกรรไกรของ HIV &amp;nbsp;ยาที่ใช้รักษาHIV ที่มีอยู่ในปัจจุบันหลายตัว (protease inhibitor) จะไปจับกรรไกร HIV ไม่ให้กรรไกรทำงานได้ ก็จะตัดแต่งชิ้นส่วนในการทำงานของตัวไวรัสและเป็นให้เป็นเสื้อมาห่อหุ้มตัวไวรัสใหม่ไม่ได้ ก็จะเกิดไวรัสใหม่ไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเมื่อไวรัสทั้งสองใช้ลักษณะกรรไกรที่คล้ายกัน จึงไม่แปลกที่จะนำยารักษา HIV มาใช้ในโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ องค์ความรู้นี้ รู้กันอยู่แล้วจากรูปแบบทางเคมี ในรูปของทฤษฎี ส่วนภาคปฏิบัติ ต้องรอผลงานจากจีน อย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ ก็เปรียบเสมือนเป็นกรรไกรอีกชิ้นหนึ่ง เมื่อไข้หวัดใหญ่ ประกอบรูปร่างใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้ว จะออกจากเซลล์เจ้าบ้าน ยังมีใยยึดติดอยู่ ต้องเอากรรไกรอีกอันหนึ่ง ซึ่งไม่เหมือนกับกรรไกรตัดผ้า มาตัด เพื่อให้ไวรัสหลุดออกไปเป็นอิสระ เพื่อไปติดหรือเข้าเซลล์ใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหลักการโคโรน่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ไม่มีเยื่อใยที่ยึดติดกับเซลล์เจ้าบ้านเหมือนไข้หวัดใหญ่ ตามทฤษฎีแล้ว การขัดขวางกรรไกรนี้ ก็ไม่น่าจะได้ผล ไม่เหมือนกับการขัดขวางกรรไกรตัดเสื้อ ที่มาใส่ให้ไวรัส ไวรัสเปลือยที่ไม่มีเสื้อผ้าใส่ ก็จะไม่เป็นไวรัสที่สมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการรักษาแบบเป็นหลักฐานทางข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ คงต้องรอทางการจีน ศึกษาวิจัยแบบกลุ่มเปรียบเทียบ ในการรักษา ว่ายาต้านกรรไกรอันไหนจะได้ผลดีที่สุด อีกไม่นานเกินรอ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56320</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก, ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์}จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ, เฟซบุ๊ก, โพสต์, โรคปอดบวมอู่ฮั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e30d431ca3a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
