<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมเจ้าท่าเผย พิษโควิด ฉุดผู้โดยสารใช้บริการทางน้ำลดลงเหลือ 5%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ส.ค.2564 นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.)&amp;nbsp; เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้เกิดการล็อกดาวน์ในปัจจุบันประชาชนลดการเดินทาง และWork from home เต็มรูปแบบจากการขอความร่วมมือของรัฐบาล&amp;nbsp; พบว่า ปริมาณเฉลี่ยผู้โดยสารรายวันในระบบขนส่งทางน้ำลดลงจากสถานการณ์ปกติ&amp;nbsp; ปัจจุบันผู้ใช้บริการเรือโดยสารแม่น้ำเจ้าพระยา ลดลงเหลือเพียง 5% เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ใช้บริการเรือโดยสารคลองแสนแสบ ลดลงเหลือเพียง 600 คนจากวันละ 3,000 คน และผู้ใช้บริการเรือโดยสารคลองผดุงกรุงเกษม เหลือเพียง 100 คนจาก1,000 คนต่อวัน ส่งผลทำให้การบริการชะลอตัวทุกท่าเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กรมเจ้าท่าได้เตรียมความรองรับการให้บริการ หากมีการผ่อนคลายล็อกดาวน์ประชาชนสามารถเดินทางได้ โดยเฉพาะเรือไฟฟ้า ที่จะมายกระดับคุณภาพชีวิตการเดินทางของประชาชนและรักษาสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; ซึ่งปัจจุบันมีเรือไฟฟ้าในเส้นทางแม่น้ำเจ้าพระยาให้บริการ ตั้งแต่ท่าเรือพระนั่งเกล้าไปถึงท่าเรือสาทร อยู่ 5 ลำ และจะมีเรือให้บริการทั้งสิ้น 27 ลำในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทยา กล่าวว่าส่วนเส้นทางคลองดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี เป็นโครงการนำร่องเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ปัจจุบันให้บริการจำนวน 3 ลำ&amp;nbsp; เช่นเดียวกับเส้นทางคลองอัมพวา จ.สมุทรสงคราม มีแผนพัฒนาเรือไฟฟ้าเพื่อใช้ในการท่องเที่ยวเพื่อลดผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยริมฝั่งคลอง โดยเฉพาะเรื่องของเสียงและเป็นการรักษาสภาพแวดล้อม และหากสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น กรมเจ้าท่ามีแผนเพิ่มจำนวนเรือไฟฟ้า รวมทั้งการขอความร่วมมือประชาชนที่ใช้เรือในการสัญจร ให้ปรับเปลี่ยนจากระบบเครื่องยนต์เป็นระบบไฟฟ้าต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113151</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้โดยสาร, วิทยา ยาม่วง, อธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4622c62ff3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยสมายล์เข้มเพิ่มมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยสมายล์เพิ่มมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 แก่ผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.63-นางชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยสมายล์ เปิดเผยว่า ไทยสมายล์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตของผู้โดยสารและพนักงานทุกคน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19โดยได้พยายามเพิ่มมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังกวดขันให้พนักงานและเจ้าหน้าที่ทุกส่วนปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ทั้งมาตรการด้านความปลอดภัยของอากาศยาน อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ที่มีมาตรฐานสูงสุด รวมทั้งมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร ควบคู่ไปกับการป้องกันและเฝ้าระวังสุขอนามัยทั้งของพนักงานและผู้โดยสาร ได้แก่ พนักงานบริการลูกค้าภาคพื้น (Check-in Counter) จะทำการคัดกรองผู้โดยสาร และลูกเรือ ด้วยวิธี exit screening ในเส้นทางที่ต้องเฝ้าระวัง การอนุญาตให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสวมถุงมือและใส่หน้ากากอนามัย ให้บริการหน้ากากอนามัยแก่ผู้โดยสารในกรณีที่มีการร้องขอ ให้บริการเจลล้างมือแก่ผู้โดยสารทุกท่านทุกเที่ยวบินก่อนขึ้นเครื่องและระหว่างเที่ยวบิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังระงับการให้บริการหมอนและผ้าห่มในทุกเที่ยวบินเป็นการชั่วคราว แต่ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถขอรับบริการผ้าห่มที่สำรองไว้ได้ ซึ่งเป็นผ้าห่มที่ผ่านการฆ่าเชื้อและถูกบรรจุอยู่ในห่อใหม่เพื่อให้บริการเท่านั้น รวมไปถึงยกเลิกการให้บริการนิตยสาร WE Smile และแค๊ตตาล๊อกสินค้าในทุกเที่ยวบินตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 เมษายน 2563 เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อที่มาจากการสัมผัส
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ไทยสมายล์ยังคงเน้นย้ำการดำเนินการอย่างรัดกุม หลีกเลี่ยงทุกปัจจัยเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรค เพื่อตอกย้ำความปลอดภัย และเพิ่มความมั่นใจในการใช้บริการของสายการบินไทยสมายล์ทุกการเดินทาง&amp;rdquo; นางชาริตา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58755</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบิน, ผู้โดยสาร, ไทยสมายล์, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e0efe50e98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2020 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2020 18:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.เตรียมพร้อมรับมือผู้โดยสารกลับกรุงเทพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรถไฟแห่งประเทศไทย เตรียมความพร้อมในการรับมือผู้โดยสารในเที่ยวกลับเข้ากรุงเทพในวันนี้ การรถไฟฯ ได้เพิ่มขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสาร ในวันที่ 1 มกราคม 2563 จำนวน 3 ขบวน และวันที่ 2 มกราคม 2563 จำนวน 1 ขบวน รวม 4 ขบวน

สำหรับวันนี้เป็นวันหยุดสุดท้ายของเทศกาลขึ้นปีใหม่ 2563 คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพ เป็นจำนวนมาก เพื่อเริ่มต้นการทำงานในวันพรุ่งนี้ การถไฟฯ จึงได้จัดขบวนรถพิเศษช่วยการโดยสารในวันนี้ จำนวน 3 ขบวน ในเส้นทาง ศิลาอาสน์ &amp;ndash; กรุงเทพ อุบลราชธานี &amp;ndash; กรุงเทพ อุดรธานี &amp;ndash; กรุงเทพ และเชียงใหม่ &amp;ndash; กรุงเทพ ซึ่งสามารถรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 5,000 คน รวมกับขบวนรถที่มีเดินประจำ 244 ขบวนต่อวัน จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้วันละ 120,000 คน ทั้งนี้ บรรยากาศการเดินทางของผู้โดยสารในส่วนภูมิภาค ผู้ที่เดินทางกลับเข้ากรุงเทพเริ่มหนาแน่น แต่สามารถรองรับผู้โดยสารได้โดยไม่มีตกค้าง ส่วนที่สถานีกรุงเทพ
(หัวลำโพง) บรรยากาศทั่วไปยังไม่คึกคัก คาดว่าจะหนาแน่นในช่วงเย็นที่มีขบวนรถเข้าเข้าทยอยเดินทางมาถึงสถานีกรุงเทพอย่างต่อเนื่อง ส่วนการเดินทางต่อด้วยระบบสาธารณะนั้น คาดว่าจะสามารถระบายผู้โดยสารออกจากสถานีได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้โดยสารที่เดินทางโดยรถไฟสามารถลงสถานีระหว่างทาง ตั้งแต่สถานีบางซื่อ สามเสน และกรุงเทพ (หัวลำโพง) ซึ่งสถานีบางซื่อ และกรุงเทพ (หัวลำโพง) สามารถเดินทางต่อโดยรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพได้

สำหรับจำนวนตัวเลขผู้โดยสารที่เดินทางในวันที่ 29 -31 มกราคม 2562 ในวันที่ 29 ธันวาคม 2562 มีผู้โดยสารเดินทาง จำนวนทั้งสิ้น 97,753 คน แบ่งเป็น ผู้โดยสารขาออก 65,131 คน ผู้โดยสารขาเข้า 32,622 คน วันที่ 30 ธันวาคม 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 94,812 คน แบ่งเป็น ผู้โดยสารขาออก 59,965 คน ผู้โดยสารขาเข้า 34,847 คน ส่วนวันที่ 31 ธันวาคม 2562 มีจำนวนทั้งสิ้น 95,844 คน แบ่งเป็น ผู้โดยสารขาออก 43,129 คน และผู้โดยสารขาเข้า 52,715 คน

การรถไฟฯ ยังคงให้ความสำคัญในด้านปฏิบัติการของทุกหน่วย ทั้งพนักงานในการบริการ ตรวจตราดูแลความเรียบร้อยบนขบวนรถและในสถานี เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ พนักงานรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ ประจำตามสถานีที่มีผู้โดยสารใช้บริการเป็นจำนวนมาก เพื่ออำนวยความสะดวก ปลอดภัยให้ผู้โดยสารบนขบวนรถ ประสานกับหน่วยงานท้องถิ่น อบต. อปพร. เพิ่มเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครประจำตามจุดตัดถนนเสมอระดับทางรถไฟ โดยเฉพาะทางผ่านที่เห็นว่ามีความเสี่ยง หรือมีสถิติอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ตรวจสภาพทางให้มีความปกติมั่นคงปลอดภัยต่อการเดินรถ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทางของผู้โดยสาร ตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53648</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), ผู้โดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200101/image_big_5e0c85a1d686f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2019 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2019 16:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บขส.ส่งผู้โดยสารกลับภูมิลำเนา 4 วัน 509,016 คน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค. 2562 นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 มีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;25 &amp;ndash; 28 ธันวาคม 2562 จำนวน 509,016 คน บขส. ได้จัดรถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม , รถตู้) รองรับรวม 27,558 เที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนข้อมูลการเดินทางเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2562 มีผู้ใช้บริการ 159,713 คน ต่ำกว่าประมาณการเล็กน้อยโดยประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาตั้งแต่วันที่ 25-28 ธ.ค.62 กว่า 509,016 คน ทำให้การเดินทางช่วงปีใหม่นี้ไม่หนาแน่นเท่าปีที่ผ่านมา เนื่องมาจากมีการหยุดยาวก่อนหน้านี้ กอรปกับ กรุงเทพมหานคร ได้จัดกิจกรรม countdown 2020 หลายแห่งที่ ดึงดูดความสนใจ ทำให้ประชาชนมีการวางแผนการเดินทางและเตรียมการเฉลิมฉลองปีใหม่ 2563 กันเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) วันนี้ (29 ธ.ค. 62) &amp;nbsp;ยังคงมีผู้โดยสารเดินทางกลับในเส้นทางสายสั้น เช่น กรุงเทพฯ &amp;ndash; นครราชสีมา ซึ่งเป็นการเดินทางปกติ โดยในปีนี้ บขส. จัดรถโดยสารให้บริการเพียงพอ ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53481</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.), ผู้โดยสาร, เดินทางกลับบ้าน, เดินทางกลับภูมิลำเนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e086e4537b02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 19:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 19:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมเล็งตั้งเช็คกิ้งพ้อยท์หวังลดอุบัติเหตุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯห่วงอุบัติเหตุ สั่งคมนาคมตั้งเช็คกิ้งพ้อยท์ด่วน ดูแลควมปลอดภัยผู้โดยสาร พร้อมตั้งคณะทำงานทำเวิร์คชอบมาตรการลดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค. 62 -&amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย โดยเฉพาะการตั้งเช็คกิ้งพ้อยท์ หรือจุดตรวจรถรับจ้างโดยสารสาธารณะทุกประเภท ดังนั้นในวันที่ 21 ส.ค.นี้ เวลา 10.00 น.ตนจะแถลงมาตรการความปลอดภัยเรื่องเช็คกิ้งพ้อยท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อการันตีให้ประชาชนเห็นว่ากระทรวงคมนาคมดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารอย่างแท้จริง รวมถึงการดูแลผู้ประกอบด้วย หลังจากนั้นจะสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทันที ซึ่งเช็คกิ้งพ้อยท์นี้ เบื้องต้นจะทำข้อตกลงความร่วมมือกับปั้มน้ำมันในการตั้งเช็คกิ้งพ้อยท์ ซึ่งอาจจะมีระยะห่างทุก 90 กม. อย่างไรก็ตามหากมีเช็คกิ้งพ้อยท์มั่นใจว่าจะควบคุมเรื่องการทำรอบความเร็วรถได้ รวมถึงคุมมาตรฐานคนขับ ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารมีจุดพัก และมั่นใจในความปลอดภัยมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรียังแสดงความเป็นห่วงเรื่องอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์(จยย.) เนื่องจากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจนนำมาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก ดังนั้นกระทรวงคมนาคมจะเชิญหน่วยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก(ขบ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นักวิชาการ สาธารณะสุข กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย และผู้ประกอบการรถจยย.มาทำเวิร์คชอบร่วมกัน เนื่องจากในปี 2015 องค์การอนามัยโลกหรือWHO&amp;nbsp;ระบุว่าประเทศไทยมีอุบัติเหตุสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก ซึ่งไทยได้ทำข้อตกลงกับองค์กรสหประชาชาติว่าในปี 2020 จะทำให้จำนวนอุบัติเหตุลดลงให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยในการเวิร์คชอบนั้นจะดูสถิติอุบัติเหตุย้อนหลัง เพื่อวิเคราะห์และหามาตรการแก้ไข รวมถึงดูความเข้มข้นของการออกใบอนุญาตขับขี่ด้วย เชื่อว่าทุกเรื่องจะมีทางออก ทั้งนี้จะมีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้น เพื่อดำเนินการโดยเร็วที่สุดก่อนนำไปปฏิบัติต่อไป&amp;rdquo;นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43892</URL_LINK>
                <HASHTAG>คมนาคม, ผู้โดยสาร, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, อุบัติเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d43cb278ef58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2019 07:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2019 07:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉาวอีก!&#039;ดร.อาทิตย์&#039;แฉคลิปผู้โดยสารถูกงัดกระเป๋าที่สนามบินสุวรรณภูมิ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.62- ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;โพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Arthit Ourairat &amp;nbsp;พร้อมระบุข้อความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกิดอะไรขึ้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชื่อเสียงโด่งดังมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในคลิปดังกล่าวเป็นผู้โดยสารชาวไทยเดินทางจากโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น มายังสนามบินสุวรรณภูมิ โชว์ให้เห็นร่องรอยกระเป๋าที่ระบุว่าถูกงัดหลายใบ &amp;nbsp;มีการรื้อค้นจนกระจุยกระจาย และยืนยันว่าเหตุเกิดที่สนามบินสุวรรณภูมิ. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31378</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์, ผู้โดยสาร, รื้อค้นกระเป๋า, สนามบินสุวรรณภูมิ, อดีตประธานรัฐสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181210/image_big_5c0e4162a18ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 19:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2019 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ทอท.แนะผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางช่วงตรุษจีน 3 ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขอความร่วมมือผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทาง 3 ชม. ช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยสูงถึง 2.63 ล้านคน สั่งเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้บริการตามจุดต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.62 -น.ท.สุธีรวัฒน์ &amp;nbsp;สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนระหว่างวันที่ 30 มกราคม - 11 กุมภาพันธ์ 2562 &amp;nbsp;เป็นช่วงที่มีผู้โดยสารเดินทางเข้า - ออกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ( ทสภ.) เป็นจำนวนมาก โดยคาดว่าจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการในช่วงดังกล่าวประมาณ 2.63 ล้านคน&amp;nbsp;หรือเฉลี่ยกว่าวันละ 200,000 คน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมามีปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 3.3% แบ่งเป็นผู้โดยสารตามตารางการบินปกติ 2.6 ล้านคน และผู้โดยสารในเที่ยวบินพิเศษและเช่าเหมาลำประมาณ 40,000 คน และในส่วนของเที่ยวบินมีจำนวนประมาณ 14,705 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 1,131เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 8.32%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แบ่งเป็นเที่ยวบินตามตารางการบิน 14,500 เที่ยวบิน เที่ยวบินพิเศษประมาณ 300 เที่ยวบิน สำหรับสายการบินประจำที่ขอเพิ่มเที่ยวบินพิเศษและเช่าเหมาลำมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จำนวน 84 เที่ยวบิน สายการบินไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์ จำนวน 42 เที่ยวบิน และสายการบินไชน่าเซาท์เทิร์นแอร์ไลน์ จำนวน 26 เที่ยวบิน
&amp;nbsp;
น.ท.สุธีรวัฒน์ กล่าวว่า เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวมีผู้โดยสารมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เพื่อให้การบริการของในช่วงดังกล่าวผู้โดยสารได้รับการบริการที่สะดวก รวดเร็วในการเช็คอิน ทสภ. ขอแนะนำให้ใช้เครื่องเช็คอินอัตโนมัติ หรือ Common Use Self Service: CUSS ที่มีสายการบินจำนวน 20 สายการบิน อาทิ สายการบินไทย สายการบินไชน่าแอร์ไลน์ สายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค เป็นต้น ซึ่งผู้โดยสารสามารถออก Boarding Pass ได้ด้วยตนเองอย่างสะดวก รวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลาต่อแถวในการเช็คอินบัตรโดยสาร นอกจากนี้จะมีการประสานขอความร่วมมือกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ในการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ประจำช่องตรวจหนังสือเดินทางทั้งในส่วนขาเข้าและขาออกให้ครบทุกช่องตรวจในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านบริการ ทสภ. ได้มีการเพิ่มเจ้าหน้าที่ให้บริการผู้โดยสารตามจุดต่างๆ อาทิ การจัดเจ้าหน้าที่ล่ามภาษาจีนใส่ชุดจีนเพื่อแนะนำข้อมูลให้กับผู้โดยสารชาวจีน จำนวน 3 จุดภายในอาคารผู้โดยสาร จุดแรกบริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ห้องโถงผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตู 5 จุดที่สองบริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์อาคารเทียบเครื่องบินฝั่งตะวันตกชั้น 4 และจุดที่สามบริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้าอาคารเทียบเครื่องบิน D5&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ท.สุธีรวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ทสภ. ยังได้มีการเตรียมแผนรองรับด้านการจราจรและการขนส่ง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางเข้า-ออกของผู้ใช้บริการให้เป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว สำหรับการให้ให้บริการรถแท็กซี่ในชั่วโมงเร่งด่วนที่มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทสภ. จะมีการประสานขอความร่วมมือผู้ขับขี่รถแท็กซี่จากภายนอกให้เข้ามาให้บริการเสริมเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถรองรับการใช้บริการของผู้โดยสารได้อย่างพอเพียง รวมทั้งได้จัดให้มีเจ้าหน้าที่ล่ามภาษาจีนและภาษาต่างประเทศ คอยอำนวยความสะดวกผู้โดยสารที่ใช้บริการ ณ จุดให้บริการ TAXI KIOSK &amp;nbsp;นอกจากนี้ ได้มีการประสานกับผู้ประกอบการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ในการจัดเตรียมรถไว้บริการนักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการ ทสภ. อีกด้วย
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามเนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าว จะมีผู้โดยสารเดินทางเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงขอความร่วมมือผู้โดยสารเดินทางเที่ยวบินระหว่างประเทศควรเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางมายังท่าอากาศยานประมาณ 3 ชั่วโมง และเที่ยวบินภายในประเทศควรเผื่อเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนเที่ยวบินออก และอาจเลือกเดินทางโดยรถขนส่งสาธารณะ อาทิ รถไฟฟ้า Airport Rail Link, Airport Limo Bus Express, รถรับส่งระหว่างสุวรรณภูมิ ดอนเมือง, รถโดยสารประจำทาง ขสมก., รถโดยสาร บขส. ฯลฯ แทนการเดินทางโดยรถยนต์จะได้รับความสะดวกมากกว่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27906</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรุษจีน, ทอท., ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ผู้โดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c51953aba55f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
