<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 20:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 20:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮคนไทยตกค้างจากออสเตรเลียได้กลับบ้านแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เมษายน 2563 นาวาอากาศตรี อนิรุต แสงฤทธิ์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการบิน ในฐานะหัวหน้าศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการ (THAI Operations Control Center : TOCC) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่ บริษัทฯ ให้ความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศของไทย สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย จัดเที่ยวบินพิเศษเช่าเหมาลำ ระหว่างวันที่ 25 - 27 เมษายน 2563 ในเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ - ซิดนีย์ และ กรุงเทพฯ - โอ๊คแลนด์ เพื่อรับผู้โดยสารชาวไทยที่ตกค้างในประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ รวมทั้งส่งชาวต่างประเทศที่ตกค้างในประเทศไทยจากมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

สำหรับวันนี้ ภารกิจการรับผู้โดยสารคนไทยจำนวน 207 คน จากออสเตรเลีย กลับประเทศไทยในเที่ยวบินพิเศษเช่าเหมาลำ เที่ยวบินที่ ทีจี 476 เส้นทางซิดนีย์ - กรุงเทพฯ ออกจากซิดนีย์ เวลา 10.05 น. (เวลาท้องถิ่น) ถึงกรุงเทพฯ เวลา 16.05 น. ซึ่งการบินไทยให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยในสุขภาพของผู้โดยสารและพนักงานที่ปฏิบัติงานในการให้บริการผู้โดยสารเพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (Transmission Risk)

ทั้งนี้บริษัทฯ จึงได้ออกแบบกระบวนการทำงานในการให้บริการผู้โดยสาร ด้วยการทำ Physical Distancing เริ่มตั้งแต่ขั้นตอน Check-in การตรวจรับบัตรโดยสาร การกำหนดที่นั่งบนเครื่องบินให้มีระยะห่าง รวมทั้งการบริการอาหารบนเครื่องบินในรูปแบบอาหารกล่อง (Disposal Box) เพื่อลดการสัมผัสระหว่างบุคคล ไปจนถึงขั้นตอน Disembarking แบบเว้นระยะห่างเพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด ขณะนำผู้โดยสารลงจากเครื่องบิน

อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้เน้นย้ำให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดขณะปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบิน อาทิ สวมชุดป้องกัน สวมหน้ากากอนามัย และถุงมือ รวมทั้งคอยสังเกตอาการผู้โดยสารในระหว่างเที่ยวบิน ซึ่งจะใช้รูปแบบเดียวกันในการปฏิบัติงานสำหรับการรับผู้โดยสารคนไทยจากนิวซีแลนด์ในวันที่ 27 เมษายน 2563 อีกด้วย

นอกจากนี้ ทีมนักบินและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่เป็นจิตอาสาร่วมกันจัดทำ Face Shield เพื่อมอบเป็นของที่ระลึกให้แก่ผู้โดยสาร สำหรับนำมาใช้หากจำเป็นเมื่อเดินทางเข้าและออกจากประเทศไทย นับเป็นความปรารถนาดีและความใส่ใจที่ทีมจิตอาสานักบินและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินมอบให้แก่ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ อีกทั้งพนักงานจิตอาสาของฝ่ายบริการลูกค้าภาคพื้นได้ร่วมกันทำ Face Shield เพื่อมอบให้เพื่อนพนักงานในฝ่ายบริการลูกค้าภาคพื้นที่ต้องปฏิบัติงานในการดูแลต้อนรับผู้โดยสาร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64353</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ออสเตรเลีย, การบินไทย, ผู้โดยสารตกค้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea5926937f8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 14:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 14:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยจัดไฟลท์พิเศษรับคนไทยตกค้างจากออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ 25 -26 เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย. 2563 นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ประกอบกับประกาศจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ห้ามอากาศยานทำการบินเข้าสู่ประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ส่งผลให้มีประชาชนชาวไทยในต่างประเทศและชาวต่างประเทศในไทย ที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศ ตกค้างเป็นจำนวนมาก

บริษัท การบินไทยฯ ได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศของไทย สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย และสถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย จัดเที่ยวบินพิเศษเช่าเหมาลำเพื่อไปรับผู้โดยสารชาวไทยกลับสู่ประเทศไทย นอกจากนั้นยังช่วยนำประชาชนชาวออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ กลับประเทศอีกด้วย โดยจัดเที่ยวบินในเส้นทาง ดังนี้

1. เส้นทาง ไป-กลับ กรุงเทพฯ-ซิดนีย์ เที่ยวไปวันที่ 25 เมษายน 2563 เที่ยวบินที่ ทีจี 475 เที่ยวกลับ วันที่ 26 เมษายน 2563 เที่ยวบินที่ ทีจี 476

2. เส้นทาง ไป-กลับ กรุงเทพฯ-โอ๊คแลนด์ เที่ยวไปวันที่ 26 เมษายน 2563 เที่ยวบินที่ ทีจี 491 เที่ยวกลับ วันที่ 27 เมษายน 2563 เที่ยวบินที่ ทีจี 492

ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขของไทย และมาตรการของประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ผู้เดินทางที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย และเมื่อเดินทางถึงประเทศไทยจะต้องยินยอมเข้ารับการกักตัวในพื้นที่ที่รัฐบาลไทยกำหนดเป็นเวลา 14 วัน (State Quarantine) ซึ่งเป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้เน้นย้ำให้ลูกเรือปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดขณะปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบิน อาทิ สวมชุดป้องกัน สวมหน้ากากอนามัย และถุงมือ รวมทั้งคอยสังเกตอาการผู้โดยสารในระหว่างเที่ยวบินอีกด้วย และหลังจากที่เครื่องบินลงจอด บริษัทฯ จะได้ทำการฉีดพ่นสเปรย์ฆ่าเชื้อโรคและทำความสะอาดแบบ Deep Cleaning ในอากาศยานลำดังกล่าวต่อไป

ทั้งนี้ ภารกิจดังกล่าวการบินได้รับการประสานความร่วมมือเป็นอย่างดี ระหว่างกระทรวงการต่างประเทศของไทย สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ ในช่วงที่การบินไทยหยุดทำการบินชั่วคราว บริษัทฯ ยังคงให้บริการเที่ยวบินขนส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการส่งออกและนำเข้าสินค้า ตามนโยบายของภาครัฐ ทั้งนี้ นอกจากเป็นการสร้างรายได้ให้แก่บริษัทฯ แล้ว ยังเป็นการสนับสนุนการขนส่งผลิตผลทางการเกษตร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทยอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63819</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ออสเตรเลีย, การบินไทย, นิวซีแลนด์, ผู้โดยสารตกค้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181109/image_big_5be4f34d79de4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเก็ตล็อกดาวน์บุรีรัมย์ผุดศูนย์กักกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้ว่าฯ ภูเก็ตคุมตั้งด่านประเดิมล็อกดาวน์ จ่อปิดสนามบิน 10 เม.ย. ท่าอากาศยานขอยกเว้นเครื่องบินรับผู้โดยสารตกค้าง ยอดติดเชื้อยังเพิ่ม 9 ราย ปัตตานีคัดกรองเข้ม 57 นศ.กลับจากปากีสถาน กักตัว 14 วันที่ มอ. บุรีรัมย์ผุดศูนย์กักกันกลุ่มเสี่ยงที่เมินมาตรการรัฐ หมื่นคนทะลักเข้าตราด ชาวบ้านผวาบี้ผวจ.ปิดเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 มีนาคม เวลา 00.01 น. นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ด่านท่าฉัตรไชย ซึ่งเป็นด่านเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ต เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่สนธิกำลังนับร้อยนายปิดด่านท่าฉัตรไชย ห้ามเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ตเป็นวันแรก หลังจากออกประกาศจังหวัดภูเก็ต ฉบับที่ 11/2563 ปิดช่องทางเข้า-ออกในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 30 มี.ค.-30 เม.ย. เป็นเวลา 1 เดือน เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดหนักในจังหวัดภูเก็ตขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พบว่ามีชาวจังหวัดภูเก็ตหลายสิบรายที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดกลับมาบ้านไม่สามารถเข้าได้ และรวมตัวกันเรียกร้องต่อเจ้าหน้าที่จังหวัดออกประกาศแบบฉุกเฉิน จึงทำให้เดินทางเข้ามาไม่ทัน ทำให้นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ต้องเข้าเจรจาอธิบายเหตุผล และอนุโลมให้ชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวเข้าพื้นที่ได้ เนื่องจากเดินทางมาในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยว แต่ทุกคนต้องผ่านการคัดกรอง สอบสวน และวัดไข้จากเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผลพวงจากการล็อกดาวน์ทั้งจังหวัด ส่งผลให้ในวันนี้รถมินิบัสสายหาดใหญ่-ภูเก็ต จำนวน 25 คัน ต้องหยุดให้บริการชั่วคราว รวมทั้งรถบัส รถตู้ และรถโดยสารทุกประเภทที่วิ่งเส้นทางภูเก็ตในทุกๆ จังหวัด หยุดให้บริการทั้งหมดเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเรืออากาศตรีธานี ช่วงชู ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต กล่าวว่า ตามที่จังหวัดภูเก็ตจะปิดช่องทางอากาศ ตั้งแต่เวลา 00.01 น. วันที่ 10 เม.ย. ถึงวันที่ 30 เม.ย.นี้ ขอให้มีข้อยกเว้นในประเด็นต่างๆ คือ เครื่องบินที่บินมารับผู้ป่วย เครื่องบินที่ขอลงฉุกเฉินทางการแพทย์ และเครื่องบินทางทหาร ขอให้แจ้งสำนักงานการบินพลเรือน รวมทั้งเครื่องบินที่ติดต่อรับผู้โดยสารที่ตกค้าง ขอให้ทางจังหวัดประสานสถานทูตทุกประเทศนำเครื่องบินไฟลต์พิเศษเพื่อรับผู้โดยสารกลับประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดภูเก็ต มีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 รายใหม่เพิ่ม 9 ราย โดยมีผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 62 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 8 ราย กำลังรักษาอยู่ 54 ราย ทุกรายอาการอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ไม่มีอาการรุนแรง โดยผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19 ที่พบเพิ่มในวันนี้ เป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงในพื้นที่ป่าตอง, กลุ่มที่ทำงานใกล้ชิดกับชาวต่างชาติ ทั้งพนักงานนวด พนักงานร้านอาหาร พนักงานขับรถ และกลุ่มที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันโรคโควิด-19
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน น.ส.เฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์ นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทำการฉีดล้างทำความสะอาดและพ่นยาฆ่าเชื้อถนน ทางเท้า และสถานบันเทิง ในซอยบางลา ป่าตอง นอกจากนี้ เทศบาลเมืองป่าตองได้ย้ายบุคคลในข่ายกักกันตัวผู้ติดเชื้อ ที่มีสถานที่อยู่อาศัยแออัดหนาแน่นได้ย้ายบุคคลดังกล่าวไปยังที่เหมาะสมแล้วที่โรงแรมในป่าตอง และขอให้ผู้ประกอบการ พนักงาน ร้านค้า ประชาชนในซอยบางลาและทุกคนในป่าตองให้เก็บตัวอยู่กับบ้าน 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองปัตตานี &amp;nbsp;ซึ่งเป็นตลาดสดใหญ่ใจกลางเมืองปัตตานี มีมาตรการตรวจเข้มข้นขึ้นเป็นวันแรก โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเทศบาลเมืองปัตตานีตั้งจุดคัดกรองตรวจเข้มทุกคนที่เข้ามาในตลาดนัด พร้อมทั้งกำชับให้สวมใส่หน้ากากอนามัย แต่ถ้าไม่สวมหน้ากากอนามัยก็ไม่ให้เข้าตลาดนัดโดยเด็ดขาด รวมถึงพ่อค้าและแม่ค้าเช่นกัน นอกจากนั้นมีอ่างล้างมือพร้อมน้ำยาล้างมือ สบู่ และแจกเจลล้างมือและมีการฉีดแอลกอฮอล์แก่ประชาชนที่ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19
กรองเข้มนศ.กลับจากปากีสถาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านเยาวชนจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 237 คน ที่ไปศึกษาในประเทศปากีสถาน ได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว แยกเป็นจังหวัดยะลา 38 คน, จังหวัดปัตตานี 57 คน, &amp;nbsp;จังหวัดนราธิวาส 112 คน และจังหวัดสงขลา 30 คน โดยในส่วนของจังหวัดปัตตานีทั้ง 57 คนเดินทางมาถึงจังหวัดเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทีมแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปัตตานีได้ตรวจคัดกรองอาการของเยาวชนอย่างเคร่งครัด และจัดพื้นที่กักตัวทั้ง 57 คน ไว้ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นเวลา 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณจุดตรวจขุนไวย์ เทศบาลนครยะลา ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างเขต อ.เมืองฯ จ.ยะลา กับ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจได้ปิดกั้นเส้นทางเข้าเมือง ไม่อนุญาตให้รถที่มาจากจังหวัดปัตตานีวิ่งผ่านเข้าเขตเมืองยะลา หลังจากที่มีประกาศเรื่องระงับการเดินทางเข้า-ออกจังหวัดยะลา ป้องการการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยบรรยากาศที่จุดตรวจได้มีประชาชนจำนวนมากที่ไม่ทราบข่าวขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์เพื่อผ่านเข้ามายังตัวเมืองยะลา แต่ก็ไม่สามารถผ่านเข้าได้ตามประกาศดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครศรีธรรมราช นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และบุคลากรทางการแพทย์ เดินทางไปส่งนายศุภชัย ประดับ หรือเปีย อายุ 28 ปี เซียนมวยที่ติดโควิด-19 ที่สนามมวยลุมพินี และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช รวมระยะเวลา 14 วัน ซึ่งผลตรวจล่าสุดเป็นลบ ไม่มีเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว จากนั้นทางโรงพยาบาลอนุญาตให้มาพักรักษาตัวที่บ้าน พร้อมขอความร่วมมือห้ามออกจากบ้านเป็นเวลา 1 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ด่านพรมแดนสะเดา จ.สงขลา นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับคนไทยประมาณ 300 คนที่ตกค้างอยู่ในประเทศมาเลเซีย และจะเดินทางกลับประเทศทางด่านพรมแดนสะเดา ในวันที่ 31 มี.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามิทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันลงพื้นที่หมู่บ้านท่าอ่าง ม.3 ต.ท่าอ่าง อ.โชคชัย เพื่อตรวจเยี่ยมด่านและติดตามการเฝ้าระวังและการกักตัวชาวบ้านภายในหมู่บ้านดังกล่าว จำนวน 56 หลังคาเรือน ราษฎรอาศัยกว่า 200 คน หลังจากประกาศปิดหมู่บ้านท่าอ่างเป็นเวลา 14 วัน เนื่องจากพบประชาชนในหมู่บ้านดังกล่าวติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 4 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียรกล่าวว่า อาจจะต้องเข้มข้นมากกับการปิดหมู่บ้านและต้องดูว่าคนในหมู่บ้านชุมชนที่เสี่ยงสูงอาจจะต้องนำตัวออกไปกักไว้ที่อื่น สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นมาอีก 1 ราย รวมเป็น 15 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครพนม ภายหลังพบหญิงวัย 63 ปี ชาวบ้านท่าดอกแก้ว ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน ที่ทำงานเป็นแม่บ้านสถานบันเทิงชื่อดังย่านทองหล่อ กทม. ติดเชื้อโควิด-19 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กำชับให้ทุกอำเภอเข้มงวดในการเข้า-ออก และเปิด-ปิดตลาดสดตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ขณะที่โรงแรม ร้านอาหาร สถานีขนส่งผู้โดยสาร ฯลฯ เงียบเหงา และโรงแรมหลายแห่งเริ่มทยอยปิดชั่วคราว
ตั้งศูนย์กักกลุ่มเสี่ยงที่ดื้อแพ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณด้านหน้าอาคารสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ พล.ต.ต.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้แทนมณฑลทหารบกที่ 26 ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมปล่อยแถวชุดปฏิบัติการ EOC โควิด-19 &amp;nbsp;ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ให้ใช้เป็นศูนย์กักกันผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อโควิด-19 สำหรับบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงให้กักตัวเองอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน แต่ไม่ปฏิบัติตนตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ จะต้องถูกเชิญตัวไปอยู่ในสถานที่แห่งนี้จนครบ 14 วัน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเชื้อโควิด-19 ไปแพร่ระบาดต่อในหมู่บ้านชุมชน นอกจากนั้น สถานที่แห่งนี้ยังได้จัดตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติการตอบข้อซักถาม ตอบข้อสงสัยต่างๆในทุกช่องทาง รวมถึงรับแจ้งข้อมูลข่าวสารผู้กระทำผิดหรือฝ่าฝืนคำสั่งของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิษณุโลก นายชัชวาล โชคไพศาล เจ้าของร้านโฮมฟลาวเวอร์ดีไซน์ ถนนบรมไตรโลกนาถ 2 อ.เมืองพิษณุโลก ได้เกิดไอเดียในการทำกล่องอะคริลิกใส ความกว้างประมาณ &amp;nbsp;1 เมตร สูง 80 เซนติเมตร โดยทำเป็นรูสำหรับมือแพทย์เข้าไปทำการตรวจรักษาได้ ทั้ง 2 ข้าง ต้นทุนในการทำอยู่ที่ราคา 3,000 บาท เพื่อไม่ให้เชื้อกระจายมาสู่แพทย์ระหว่างตรวจคนไข้ โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งขณะนี้ได้ทำเสร็จ 2 กล่อง เพื่อนำไปมอบให้กับโรงพยาบาลพุทธชินราช และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย และมีนักธุรกิจในจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกันบริจาคเงินสั่งทำกล่องนี้ให้กับโรงพยาบาลต่างๆ แล้ว 25 ใบ ซึ่ง 1 กล่อง ใช้เวลา 2 วันเท่านั้น คาดว่าในสัปดาห์นี้ก็จะทยอยส่งให้กับโรงพยาบาลได้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.อุตรดิตถ์ พ.ต.อ.นนทวร สีอินทร์ ผกก.สภ.เมืองอุตรดิตถ์ &amp;nbsp; พร้อมด้วย พ.ต.ท.อนุสรณ์ ดังก้อง รอง ผกก.ป., พ.ต.ท.เจริญ แดงเรือง รอง ผกก.จราจร เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อ.เมืองอุตรดิตถ์ &amp;nbsp; ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สวมหน้ากากใส &amp;ldquo;Face Shield&amp;rdquo; ออกหน่วยเคลื่อนที่ประชาสัมพันธ์รณรงค์ป้องกันการติดต่อและแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมแจกจ่ายหน้ากากที่ตำรวจ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ ผลิตทำกันเองเพื่อนำไปมอบให้กับประชาชนได้สวมใส่ตามสถานที่สำคัญต่างๆ ในย่านการค้าและชุมชน ภายหลังตรวจพบว่า 3 พ่อแม่และลูกติดเชื้อโควิด-19 จนต้องมีประกาศสั่งปิดหมู่บ้านคลองกล้วยเหนือ หมู่ 9 ต.ไร่อ้อย อ.พิชัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตราด ว่าที่ร้อยตรีพิเชียน ลิมป์หวังอยู่ ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ได้วิทยุสั่งการด่วนที่สุดไปยังนายอำเภอทั้ง 7 อำเภอ ลงนามเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ให้ตรวจสอบประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ปฏิบัติตามมาตรการรัฐอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกันยังได้สั่งการไปยังนายอำเภอเขาสมิง และนายอำเภอบ่อไร่ ที่เป็นที่ตั้งจุดสกัดคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้ามายังจังหวัดตราด 4 จุด ให้เข้มงวดบุคคลที่เดินทางมาจากจังหวัดเสี่ยงสูง 8 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ จังหวัดปริมณฑล ชลบุรี ภูเก็ต สระแก้ว ปัตตานี ยะลา สงขลา และนราธิวาส ให้ปฏิบัติดังนี้ คือ หากมีไข้สูง จาม เจ็บคอ มีน้ำมูก และหายใจเหนื่อยหอบ ให้กักตัวที่โรงพยาบาล อ.เขาสมิงและ อ.บ่อไร่ทันที ส่วนไม่มีไข้ให้ทำการกรอกข้อมูลผู้เดินทางเข้าหมู่บ้านเพื่อให้กำนันผู้ใหญ่บ้านติดตามตัวตามระบบ THAIQM และให้รายงานตัวกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน พร้อมให้เจ้าหน้าที่ทำการวัดไข้ทุกวันตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ตามเพจเฟซบุ๊กของชาวตราด ได้โพสต์เรียกร้องให้ผู้ว่าฯ ปิดจังหวัดเหมือนกับภูเก็ต เนื่องจากระหว่างวันที่ 26-30 มี.ค. มีประชาชนเดินทางเข้ามายังจังหวัดตราดกว่า 1 หมื่นคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นางวันพร เงางาม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองเสม็ด อ.เมืองตราด พร้อมด้วยนางสาวมยุรี ป้องหมู่ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ตำบลหนองเสม็ด, นางสาวธัญญา ศีติสาร ประธาน อสม. หมู่ที่ 6 ตำบลหนองเสม็ด พร้อมด้วย อสม. ออกเคาะประตูบ้านประชาชนเพื่อคัดกรองกลุ่มเสี่ยงถึงครัวเรือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่? นพ.กิตติพันธ์? ฉลอม แพทย์?ชำนาญการ?สำนักระบาดวิทยา? แถลงว่า? ?มีผู้ติดเชื้อยืนยันเพิ่มรายใหม่อีก 2 ราย เป็นกลุ่มสัมผัสผู้ติดเชื้อเดิมจากกลุ่มเซียนมวยใช้บริการสถานบันเทิง?และรายใหม่เพิ่งกลับจากภูเก็ต รวมติดเชื้อสะสม? 32? ราย หายกลับบ้านไป? 5? ราย ทั้งนี้ ทางจังหวัดเพิ่มเติม รพ.รองรับผู้ป่วยติดเชื้อ ที่? รพ.ประสาทใกล้สวนดอกและ? รพ.สันกำแพง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี นายภัทรธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มอีก 3 คน รวมเป็น 52 คน สำหรับ 3 รายใหม่ พบว่ารายที่ 1 ติดเชื้อมาจากเพื่อนร่วมงานที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาบ่อวิน อ.ศรีราชา ซึ่งสามีของเพื่อนร่วมงานติดเชื้อมาจากสนามมวย, รายที่ &amp;nbsp;2 ลูกสาวของชาวรัสเซียไปเที่ยว จ.ภูเก็ต และติดเชื้อกลับมาเมืองพัทยา และรายที่ 3 กำลังสืบสวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61520</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ปิดสนามบิน, ผู้โดยสารตกค้าง, ภูเก็ต, ยอดติดเชื้อ, ล็อกดาวน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e81f7d68bd84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 22:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 22:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดสนามบินอุบล! ไฟไหม้แผงคุมไฟผู้โดยสารตกค้างเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
1 พ.ค. 2561 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 18.00 น. เกิดเหตุแผงควบคุมระบบจ่ายไฟฟ้า ท่าอากาศยานอุบลราชธานี เกิดขัดข้องและเพลิงใหม่ ส่งผลให้ไฟฟ้าดับทำให้ไม่สามารถนำเครื่องบินขึ้น-ลงได้จำนวน 6 เที่ยวบิน โดยจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับอาคารผู้โดยสาร โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่กำลังทำการแก้ไขอยู่ ทั้งนี้ผู้โดยสารบางส่วนที่ยังคงติดค้างอยู่ที่สนามบินจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน ได้ออกประกาศ NOTAM ปิดใช้สนามบิน ตั้งแต่เวลา 19.20 น. - วันที่ 2 พ.ค61 เวลา 08.00 น. ซึ่งในขณะนี้ได้จัดส่งผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าสนามบิน และระดมช่างไฟฟ้าดำเนินการซ่อม ระบบไฟฟ้าสนามบินที่ได้รับความเสียหายให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ โดยเร็ว &amp;nbsp;ทั้งนี้ สำหรับผู้โดยสารที่ตกค้าง ณ ท่าอากาศยานอุบลราชธานี&amp;nbsp;
ทางท่าอากาศยานอุบลราชธานีร่วมกับสายการบินได้ประชุมหารือร่วมกันในการดำเนินการดูแลผู้โดยสาร สำหรับสายการบินไทยแอร์เอเชีย ได้จัดหารถบัส จำนวน 3 คัน นำผู้โดยสาร จำนวน 180 คนไปยังท่าอากาศยานร้อยเอ็ด ส่วนสายการบินอื่นๆ กำลังประสานกับสายการบิน เพื่อช่วยเหลือ ผู้โดยสารต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
สำหรับไฟท์ที่ประกาศยกเลิก&amp;nbsp;
1) Air asia ไฟท์ 3372 ดอนเมือง - อุบลฯ ( แต่จะมาส่งที่สนามบินร้อยเอ็ด และนำรถบัสมารับส่งถึงอุบล)
2)Nok air ไฟท์ 9318 ดอนเมือง-อุบลฯ
3)Thai lion air ไฟท์634 ดอนเมือง - อุบลฯ
4)Thai smile ไฟท์ 028 สุวรรณภูมิ - อุบลฯ / ปภ อุบล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8303</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าอากาศยานอุบลราชธานี, นกแอร์, ผู้โดยสารตกค้าง, ยกเลิกเที่ยวบิน, สนามบิน, สนามบินอุบลฯ, อุบลราชธานี, ไทยสมายล์, ไทยแอร์เอเชีย, ไทยไลอ้อนแอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae8891db48e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
