<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 10:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปีช &#039;นายกฯประยุทธ์&#039; เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค. 64 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวเนื่องในโอกาส &amp;ldquo;วันแรงงานแห่งชาติ&amp;rdquo; ประจำปี 2564 ว่า สวัสดีพี่น้องแรงงานที่รักทุกท่าน เนื่องในโอกาสวันแรงงานแห่งชาติ วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 ผมขอส่งความรัก และความปรารถนาดีมายังพี่น้องแรงงานไทยทุกท่านที่เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนตลอดมา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปีนี้ต้องงดจัดกิจกรรมวันแรงงานแห่งชาติอีกปีหนึ่ง ด้วยรัฐบาลมีความห่วงใยในความปลอดภัยด้านสุขภาพอนามัยของพี่น้องแรงงาน และประชาชนทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มิได้นิ่งนอนใจในการดำเนินการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโรคควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจ การสร้างโอกาสทางการค้า การลงทุน และการมีงานทำของพี่น้องประชาชน และพี่น้องแรงงานในระบบ แรงงานนอกระบบ และแรงงานกลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบทางสาธารณสุขและเศรษฐกิจในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาได้มีมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องแรงงาน ได้แก่ โครงการเราไม่ทิ้งกัน โครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ โครงการ ม.33 เรารักกัน รวมถึงขยายเวลาลดหย่อนส่งเงินสมทบประกันสังคม ลดค่าน้ำและค่าไฟ ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และมาตรการอื่น ๆ เพื่อให้พี่น้องแรงงานทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ และพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้าด้วยกันอย่างเข้มแข็งในเร็ววัน พร้อมกันนี้ยังให้การสนับสนุนด้านสวัสดิการ การคุ้มครองแรงงาน ให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล และการพัฒนาความสามารถและศักยภาพแรงงานอย่างต่อเนื่องให้สอดคล้องต่อความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไปภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 คลี่คลาย เพื่อให้พี่น้องแรงงานมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมีความห่วงใยพี่น้องแรงงานทุกคน ขอให้ดูแล รักษาสุขภาพ ดำเนินชีวิต วิถีใหม่ (New Normal) และปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด ด้วยการ กินร้อน ช้อนเรา หมั่นล้างมือบ่อย ๆ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล ไม่ไปในพื้นที่เสี่ยง และพบแพทย์เมื่อมีอาการ ซึ่งจะช่วยทุกกคนปลอดการติดเชื้อโรคและเป็นการลดการแพร่ระบาดของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโอกาส &amp;ldquo;วันแรงงานแห่งชาติ&amp;rdquo; ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล อีกทั้งพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้พี่น้องแรงงาน พร้อมทั้งครอบครัว จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีกำลังกาย กำลังใจที่เข้มแข็ง และสัมฤทธิผลในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ เพื่อร่วมกันเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงสืบไป ขอบคุณครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101371</URL_LINK>
                <HASHTAG>1พฤษภาคม, ผู้ใช้แรงงาน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วันแรงงานแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608cc75607740.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวอกแรงงาน! วิกฤติโควิดฉุดอนาคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;1 พ.ค. 64 - กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;หัวอกแรงงานไทยวันนี้&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 625 คน พบว่า แรงงานส่วนใหญ่ร้อยละ 81.8 ได้รับผลกระทบต่อการทำงาน ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยในจำนวนนี้ ร้อยละ 52.2 รายได้ต่อวันลดลงจากเดิม รองลงมาร้อยละ 23.3 ต้องทำงานเยอะขึ้น งานหนักขึ้น และร้อยละ 22.0 ไม่มี OT เงินโบนัส ขณะที่ร้อยละ 18.2 ไม่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า &amp;ldquo;ในปัจจุบันรายรับจากค่าจ้างแรงงานกับรายจ่ายเป็นอย่างไร&amp;rdquo; กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 44.7 มีรายรับพอดีกับค่าใช้จ่ายจึงไม่มีเงินเหลือเพื่อเก็บออม ขณะที่ร้อยละ 40.2 มีรายรับไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ต้องกู้ ต้องหยิบยืม ส่วนร้อยละ 15.1 มีรายรับเพียงพอกับค่าใช้จ่ายและมีเงินเก็บออม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อถามว่าจัดการกับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไร ส่วนใหญ่ร้อยละ 54.3 รอเงินช่วยเหลือ &amp;nbsp; &amp;nbsp; เงินเยียวยา จากภาครัฐ รองลงมาร้อยละ 30.7 กู้หนี้ยืมสิน ร้อยละ 27.8 หารายได้ หาอาชีพเสริม และร้อยละ 20.7 นำเงินเก็บมาใช้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ส่วนเมื่อถามว่าคาดหวังอะไร หลังสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย พบว่าแรงงานร้อยละ 30.9 คาดหวังว่าค่าแรงขั้นต่ำจะเพิ่มขึ้นถึง 400 บาท รองลงมาร้อยละ 27.5 คาดหวังว่าจะมีสวัสดิการดีขึ้น และร้อยละ 26.3 คาดหวังว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น มีงานให้เลือกมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สุดท้ายเมื่อถามว่าตั้งเป้าหมายหรือวางแผนชีวิตไว้อย่างไร ในอนาคต พบว่าแรงงานร้อยละ 25.8 อยากเป็นพนักงานบริษัทมีเงินเดือนมั่นคง รองลงมาร้อยละ 23.0 อยากเป็นเจ้าของกิจการ และร้อยละ20.5 อยากกลับไปทำงานที่บ้านเกิดอยู่กับครอบครัว.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101361</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ใช้แรงงาน, วันแรงงานแห่งชาติ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608cb2f388208.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มผู้ใช้แรงงาน หิ้วปิ่นโตบุกกระทรวง กินข้าวคลุกน้ำปลา ร้องขอความเป็นธรรม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค. 63 - ที่กระทรวงแรงงาน นางสาวสุรินทร์ พิมพา ประธานสหภาพแรงงานกิจการสิ่งทอนครหลวง นำตัวแทน กลุ่มผู้ใช้แรงงาน แรงงานข้ามชาติ และผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ของ บริษัทนครหลวงถุงเท้าไนล่อน จำกัด และเครือข่ายแรงงานกลุ่มย่านสหภาพแรงงานอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ จ.นครปฐม กว่า15 คน ยื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เพื่อขอความเป็นธรรม กรณีลูกจ้างกว่า 180 ชีวิตถูกนายจ้างลอยแพนานกว่า 2 เดือน โดยนายจ้างอ้างผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 จึงไม่ยอมจ่ายเงินค่าจ้าง อีกทั้งบริษัทหักเงินเดือนแต่กลับไม่นำส่งเงินประกันสังคมให้ลูกจ้าง ทำให้ลูกจ้างเสียสิทธิช่วยเหลือรักษาพยาบาล ทั้งนี้ได้มีการนำปิ่นโตใส่ข้าวเปล่าคลุกน้ำปลา มานั่งกินที่หน้ากระทรวง เพื่อสื่อให้เห็นว่า กำลังจะอดตายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุรินทร์ กล่าวว่า เนื่องด้วยบริษัท นครหลวงถุงเท้าไนล่อน จำกัด ประเภทกิจการประเภทสิ่งทอ มีพนักงานทั้งแรงงานไทยและแรงงานชาวพม่า กว่า 180 คน สถานการณ์ปัญหาของบริษัทฯ มีปัญหามาต่อเนื่องและยาวนาน โดยบริษัทฯ อ้างว่าไม่มีเงินทุนมาซื้อวัตถุดิบเพื่อมาผลิตสินค้า และได้มีการขายเครื่องจักรไปเป็นจำนวนมาก เมื่อเกิดสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยิ่งส่งผลทำให้บริษัทฯ ประสบปัญหามากยิ่งขึ้น ทั้งการไม่มีคำสั่งหรือออเดอร์สินค้าเข้ามา บริษัทฯ มีนโยบายบังคับใช้มาตรา 75 และการยุบการทำงานในบางแผนกลง ซึ่งบริษัทแจ้งพนักงานด้วยวาจา ไม่มีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุรินทร์ กล่าวว่า ตอนนี้พนักงานเดือดร้อนอย่างมาก ซึ่งการใช้นโยบายและการปฏิบัติการของบริษัทฯได้ส่งผลต่อพนักงานทั้งแรงงานไทยและแรงงานพม่า ดังนี้ 1.เมื่อบริษัทฯ จ่ายเงินค่าจ้างให้กับพนักงานไม่ตรงตามวันที่กำหนดไว้ โดยกำหนดจ่ายวันที่ 8 และ23 ของทุกเดือนแต่บริษัทฯได้เลื่อนการจ่ายเงินออกไป โดยจ่ายเพียงคนละ 2,000 กว่าบาท/คน จากค่าแรงที่ต้องได้รับจริง 4,000 กว่าบาท/คน 2.บริษัทฯ สั่งพนักงานให้หยุดงานด้วยวาจาในหลายแผนก ไม่ได้บอกล่าวล่วงหน้า ไม่มีการติดประกาศให้พนักงานทราบ โดยให้พนังงานสลับกันมาทำงาน 3. บริษัทฯ ไม่มีมาตรการจ่ายเงินชดเชยที่ชัดเจน และบริษัทฯไม่ชี้แจงเหตุผลให้พนักงานทราบ 4.บริษัทฯ ไม่นำส่งเงินประกันสังคมให้แก่ลูกจ้าง เงินสมทบประกันสังคมนายจ้างเก็บจากลูกจ้างเป็นประจำทุกเดือนแต่ไม่ได้นำส่งสำนักงานประกันสังคมตามระเบียบ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2562 &amp;ndash; เดือนกุมภาพันธ์ 2563 จำนวน 7 เดือน ส่งผลทำให้ผู้ประกันตนไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างพึงได้รับ และนำไปสู่การขาดสิทธิในการรับเงินเยียวยาจากสำนักงานประกันสังคม ตามมาตรา 33 กรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัย ตามมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 5.นายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ประเด็น เงินสะสมของลูกจ้าง และเงินชดเชยเกษียณอายุของลูกจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานสหภาพกิจการสิ่งทอฯ กล่าวด้วยว่า ต้องการมาเรียกร้องความเป็นธรรม ต่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และมีข้อเสนอ ดังนี้ 1.ต้องเป็นตัวกลางในการเจรจากับนายจ้างในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนเพื่อเยียวยาปัญหาที่เกิดขึ้น 2.บริษัทฯ ต้องแจ้งให้พนักงานให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรหากจะให้พนักงานหยุดงาน และจะต้องมีมาตรการที่ชัดเจนเกี่ยวกับการจ่ายเงินชดเชยให้แก่พนักงานตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นตามมาตรา 75 แห่งพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 3.บริษัทฯ จะต้องนำส่งประกันสังคมย้อนหลัง เพื่อรักษาสถานภาพผู้ประกันตนให้แก่พนักงาน เพื่อสิทธิประโยชน์ของพนักงานที่ควรจะได้รับ 4.บริษัทฯ ต้องเร่งจ่ายเงินออมสะสม และเงินเกษียณอายุให้แก่พนักงานโดยเร็ว เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบในช่วงภาวะวิกฤต 5.หากบริษัทฯไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ บริษัทฯต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับพนักงานทุกคนตามกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน &amp;nbsp;กล่าว หลังหารือกับเครือข่ายแรงงาน ว่า การเข้าหารือในวันนี้ยังไม่ใช่การร้องเรียนดังนั้น จึงต้องเข้าสู่กระบวนการร้องเรียนตามกฏหมาย เริ่มจากการยื่นคำร้อง &amp;nbsp;เพื่อให้ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งได้แก่ความไม่ชัดเจนของ การหยุดกิจการของนายจ้าง ว่า เป็นการหยุดจากสาเหตุการขาดออเดอร์หรือปัญหาทางเศรษฐกิจ &amp;nbsp;หรือจากสถานการณ์โควิด-19 เพื่อให้การจ่ายเงินชดเชยให้กับลูกจ้าง จะชัดเจนว่าเป็นการเลิกจ้างหรือชะลอการจ้างงาน ตรงตามสาเหตุของการหยุดกิจการ ส่วนประเด็นเงินสะสม ประกันสังคมของลูกจ้างตั้งแต่ปี 2528 ต้องผ่านการตรวจสอบข้อเท็จจริง เช่นกันจึงจะสามารถจ่ายเงินสะสมกรณีลาออกหรือเกษียณอายุ ให้กับลูกจ้างได้ โดยเบื้องต้นได้สั่งการให้คุ้มครองแรงงานจังหวัดนครปฐม ประสานกับ บริษัทนายจ้างเพื่อ หาข้อมูลของการหยุดกิจการว่าเกิดจากเหตุผลใด ส่วนกรณีเงินสะสมจะใช้วิธีพูดคุยประนีประนอม โดยเจ้าหน้าที่จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานดำเนินการให้ ขอให้มั่นใจว่า &amp;nbsp;ลูกจ้างจะได้รับความช่วยเหลือตามกระบวนการอย่างถูกต้อง ส่วนระยะเวลาดำเนินการน่าจะไม่เกินหนึ่งเดือน และการจ่ายเงินค้างจ่ายค่าจ้าง จะมีขึ้นหลังจากพนักงานตรวจแรงงานจะออกคำสั่งให้บริษัท นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างตามงวดนั้นนั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65818</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, ผู้ใช้แรงงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200513/image_big_5ebb9bde2587d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60851</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2020 13:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2020 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หม่อมเต่า&#039;ขนราชการแจงแนวทางดูแลแรงงานช่วงโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มี.ค.2563 - &amp;nbsp;ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงแนวทางดูแลผู้ใช้แรงงานในสถานการณ์ไวรัสโควิด 19 ระบาด โดยคณะรัฐมนตรีมีมติแก้กฎกระทรวง ว่าด้วยผลประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย ให้ครอบคลุมกรณีโรคระบาด เพื่อป้องกันความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม - 31 สิงหาคมปีนี้ โดยขยายเวลาส่งแบบเงินสมทบผู้ประกันตนงวดเดือนมีนาคมให้ส่งภายในวันที่ 15 กรกฎาคม , งวดเดือนเมษายนให้ส่งใน 15 สิงหาคม , และงวดเดือนพฤษภาคมให้ส่งในวันที่ 15 กันยายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่ามีแนวทางช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกันตนและนายจ้างโดยลดหย่อนเงินสมทบในส่วนของนายจ้างลดหย่อนลงเหลือ 4% ส่วนลูกจ้างลดหย่อนลงเหลือ 1% โดยการนำส่งตั้งแต่เดือน มี.ค.ถึงเดือน พ.ค.ให้ยืดออกไปอีก 3 เดือน และกรณีผู้ประกันตนที่นายจ้างไม่ให้ทำงานจากเหตุสุดวิสัย ให้รับเงินว่างงาน 50% ของค่าจ้างไม่เกิน 180 วัน และกรณีหน่วยงานภาครัฐให้หยุดกิจการชั่วคราว ให้รับเงินกรณีว่างงาน 50% ของค่าจ้างไม่เกิน 60 วัน ส่วนผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระก็สามารถได้สิทธิ์เดือนละ 5,000 บาท ตามที่กระทรวงการคลังให้ไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธวัช เบญจาทิกุล อธิบดีกรมฝีมือแรงงาน กล่าวว่า ทางกรมมีแนวทางการฝึกอาชีพ ให้แก่แรงงานที่ไม่ได้อยู่ในระบบการจ้างงาน กลุ่มเป้าหมาย 390 รุ่นทั่วประเทศ ประมาณ 8,000 คน ใช้งบประมาณ 33 ล้านบาท ระยะเวลาฝึก 50 วัน และการฝึกแรงงานในระบบการจ้าง โดยพัฒนาทักษะเพิ่มเติมให้สูงขึ้น เพื่อให้มีทักษะการทำงานดีขึ้น เป็นระยะเวลา 1 เดือน เช่น หลักสูตรการใช้อินเทอร์เน็ตในการทำงาน การเขียนแบบคอมพิวเตอร์ มีกลุ่มเป้าหมายประมาณ 7,000 คน 350 รุ่น ใช้งบประมาณ 35 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชิดศักดิ์ วิสุทธิกุล ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน กล่าวถึงการจัดการแรงงานต่างด้าวที่ใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 หากประสงค์ที่จะทำงานต่อให้มารับใบขออนุญาตทำงานภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563 ที่สำนักงานกรม และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ one stop service ในกรุงเทพมหานคร 4 แห่ง และภูมิภาค 38 แห่ง และนายจ้างสามารถยื่นบัญชีรายชื่ออนุมัติทางออนไลน์ได้ภายในวันที่ 31 มีนาคม เพื่อผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวและผู้ติดตามสามารถอยู่ชั่วคราวต่อไปได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 โดยยกเว้นค่าปรับอยู่เกินกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ชี้แจงกรณีสถานประกอบการที่หยุดกิจการชั่วคราวว่า ในข้อกฎหมาย หากมีเหตุจำเป็นก็สามารถหยุดกิจการชั่วคราวได้ แต่การจ่ายเงินให้กับลูกจ้างอาจจะไม่สามารถจ่ายได้เต็มตามที่ลูกจ้างได้รับ แต่ก็ต้องจ่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของลูกจ้างได้รับตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ลูกจ้างถูกบังคับให้เซ็นลาออก ถือเป็นเจตนามิชอบ จึงเป็นการลาออกด้วยความมิชอบ ส่วนลูกจ้าง ที่กังวลใจ &amp;nbsp;ปัญหาสุขภาพ และขอ กักตัว 14 วัน จะได้รับสิทธิหรือไม่นั้น อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน &amp;nbsp;ยืนยันว่า คงต้องใช้ระบบแรงงานสัมพันธ์ &amp;nbsp;พูดคุยกัน แต่แนะนำให้ใช้สิทธิ์ &amp;nbsp;ลาป่วยตามกฎหมาย ได้ 30 วัน ลาพักร้อน ตามสิทธิ์ที่มีไปก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานจัดตั้งศูนย์สถานการณ์รองรับการว่างงาน โดยเป็นศูนย์ทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยจะดูว่าบริษัทใดต้องการความช่วยเหลือ ช่วยประสานกันระหว่างลูกจ้าง นายจ้าง และผู้ประกอบการ เป็นศูนย์รวมข้อมูล เช่นผู้ประกอบการที่ต้องการตำแหน่ง ต้องการจ้างเพิ่มก็ยังมีหลายตำแหน่ง และได้จัดตั้งศูนย์ Part Time ซึ่งสามารถช่วยเหลือประชาชนอีกส่วนหนึ่ง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60851</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดูแล, ผู้ใช้แรงงาน, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, สถานการณ์ไวรัส, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200121/image_big_5e26bc107f249.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2019 08:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2019 08:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านลำบากมาก!&#039;ธนาธร&#039;เผยลงพื้นที่ 2 ครั้งมีกว่า 20 ครอบครัวเดินเข้ามากอดแล้วร้องไห้เพราะเศรษฐกิจไม่ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ต.ค.62 - นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวช่วงหนึ่งในงานเสวนา &amp;ldquo;งบประมาณ พัฒนาประเทศได้จริงหรือ?&amp;rdquo; ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์วานนี้ ว่าตนไป นครปฐม ติดๆกันมา 3-4 ครั้ง รวมทั้งหลายๆจังหวัด ที่ตนไปด้วยความหดหู่ เมื่อมีครอบครัวหนึ่ง สามีทำอาชีพ รับเหมาก่อสร้าง ภรรยาเป็นแม่ค้าในตลาด สามีตอนนี้เริ่มไม่มีโอที ตอนนี้จ้างแทบจะเป็นวันเว้นวัน เพราะไม่มีงานให้ทำ ขณะที่ภรรยาก็บอกว่า การค้าซบเซาลงทุกวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อผมถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ และสภาพเศรษฐกิจ มีหลายคนเดินมาจับมือผมแล้วก็ร้องไห้ ซึ่งไม่ต่ำกว่า 20 ครอบครัว ในรอบ 2 ครั้งที่ผมลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายว่า ในภาวะที่คนลำบากขณะนี้ เราไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเขาได้&amp;quot;นายธนาธร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวต่อว่า สงครามการค้าระหว่าง สหรัฐ อเมริกาและจีน แน่นอนว่า ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบทางเศรษฐกิจของไทย อย่างไรก็ตามอัตราการเลิกจ้าง ที่ปรากฎเป็นข่าว แทบจะทุกสัปดาห์ในประเทศไทย ช่วงเดียวกัน ในปี 2552 ซึ่งเป็นปีที่เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ พบว่า ปีนี้มีคนถูกเลิกจ้างมากกว่าปี 2552 เสียอีก โดยในปีนี้ตั้งแต่เดือนมกราคมถึง มิถุนายน มีคนถูกเลิกจ้างไปแล้ว 163,000 คนทั่วประเทศ ขณะที่ในปี 2552 ช่วงเวลาเดียวกัน พบว่า มีคนถูกเลิกจ้าง &amp;nbsp;141,000 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ วิกฤติน้ำท่วมใน 4 จังหวัดยังเป็นการซ้ำเติม เอาแค่ จ.อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด ยโสธร และอำนาจเจริญ พบว่า มีพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม 2.2 ล้านไร่ ประมเนิความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจสูงถึง 20,000 ล้านบาท แต่ถ้าเราไปดูชีวิตคนจริงๆ อาจจะเสียหายมากกว่านั้น เพราะหนี้สินที่ยืมมา ดอกเบี้ยก็ทบต้นขึ้น ขณะที่ปีนี้ก็ไม่สามารถชำระหนี้ได้ด้วย ความหนักหนาสาหัส ยิ่งกดทับศักยภาพของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่าโจทย์ของประเทศไทยที่งบ 63 ต้องแก้ คือ 1.ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ 2.ระบบราชการที่รวมศูนย์ในกรุงเทพ 3.ปัญหาเศราฐกิจซบเซา 4.ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 5.ประสิทธิภาพการใช้งบประมาณของภาครัฐ เมื่อเราถามว่างบปี 63 แก้ปัญหาตัวนี้หรือไม่ คำตอบที่ผมกล้าพูดได้เต็มปากคือ ไม่ตอบโจทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขา กล่าวว่าตนขอให้หลักคิดใหม่ ฐานใหม่ในการใช้งบประมาณพัฒนาประเทศ คิดว่าใช้เพียงแค่ 4 หลัก คือ 1.ลดงบดำเนินการลงไปเป็นงบลงทุน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะประเทศไทยมีการลงทุนน้อยลง ทำให้ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศไทย ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างพอเพียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เปลี่ยนจากการตัดสินใจการใช้งบจากส่วนกลางไปสู่ท้องถิ่น เป็นผู้ตัดสินใจ 3.โครงการเมกะโปรเจ็กต์ยังจำเป็นอยู่ แต่ที่คิดว่าสำคัญกว่าคือ การลงทุนเพื่อคนทุกคน 4.สร้างสวัสดิการและความมั่นคงในชีวิตของประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48139</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเลิกจ้าง, งบประมาณ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ผู้ใช้แรงงาน, พรรคอนาคตใหม่, พัฒนาประเทศ, เศรษฐกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191016/image_big_5da669246ad6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
