<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2019 21:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2019 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเริ่มสแกนใบหน้าระบุตัวตนผู้ใช้มือถือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนบังคับใช้กฎหมายผู้ลงทะเบียนใช้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหม่ทุกคนจะต้องถูกสแกนใบหน้าเพื่อระบุตัวตนด้วย เริ่มในวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายนี้ประกาศโดยกระทรวงเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและข้อมูลข่าวสารของจีนเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิที่ถูกต้องตามกฎหมายและผลประโยชน์ของพลเมืองของผู้ใช้บริการออนไลน์ ชาวจีนส่วนใหญ่ใช้อินเทอร์เน็ตโดยผ่านทางโทรศัพท์มือถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกาศดังกล่าวระบุว่า บริษัทผู้ให้บริการโทรคมนาคมควรใช้ &amp;quot;ปัญญาประดิษฐ์&amp;quot; หรือเอไอ และเครื่องมือด้านเทคนิคอย่างอื่น เพื่อระบุตัวตนของประชาชน เมื่อผู้นั้นมาขอเปิดบริการโทรศัพท์มือถือเบอร์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝ่ายบริการลูกค้าของบริษัทยูนิคอมของจีนให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมนี้ ลูกค้าที่มาลงทะเบียนเพื่อเปิดเบอร์โทรศัพท์มือถือจะต้องสแกนใบหน้า เพื่อตรวจสอบว่าตรงกับใบหน้าบนบัตรประชาชนหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนออกกฎหมายให้ผู้ลงทะเบียนใช้บริการโทรศัพท์มือถือต้องใช้ชื่อจริงที่ตรงกับบัตรประชาชนมาตั้งแต่ปี 2556 กฎที่เพิ่มเติมเข้ามาคือใช้เทคโนโลยีสแกนใบหน้าเพื่อระบุตัวตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใช้เว่ยป๋อ โซเชียลมีเดียของจีน แสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและไม่เห็นเด้วยกับการที่ต้องสแกนใบหน้าเพื่อระบุตัวตนเมื่อลงทะเบียนเบอร์โทรศัพท์มือถือใหม่ บางคนกังวลว่าข้อมูลชีวมิติของตนอาจรั่วไหลหรือถูกนำไปขาย ผู้ใช้เว่ยป๋อรายหนึ่งโพสต์ประท้วงว่า ควบคุม แล้วก็ควบคุมมากขึ้นอีก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนเป็นประเทศที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดทั่วประเทศที่ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีจดจำใบหน้า โดยในปี 2560 มีกล้องวงจรปิดทั่วประเทศ 170 ล้านตัว และตั้งเป้าว่า ภายในปี 2563 จะติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มอีก 400 ล้านตัว นอกจากนี้จีนยังมีระบบ &amp;quot;โซเชียลเครดิต&amp;quot; เพื่อใช้ควบคุมพฤติกรรมของพลเมืองในที่สาธารณะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51538</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ, ระบุตัวตน, สแกนใบหน้า, เปิดเบอร์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191201/image_big_5de3c852dfb6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
