<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 09:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 09:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯ ประกาศ ประมวลจริยธรรม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.64 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประมวลจริยธรรมสำหรับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ดังนี้
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110657</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนัน, จริยธรรม, ท้องถิ่น, ผู้ใหญ่บ้าน, มหาดไทย, สารวัตรกำนัน, แพทย์ประจำตำบล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_60449eb034253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านขอนแก่น ขอบคุณ &#039;บิ๊กตู่&#039; เห็นชอบค่าตอบแทนพิเศษ 7 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.63 - ที่โครงการธนาคารอาหาร ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายวินัย &amp;nbsp;ทองทัพ กำนัน ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า กำนัน &amp;ndash; ผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในระดับพื้นที่ทุกตำแหน่งขอขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันโอชา นายกรัฐมนตรี ตามที่ได้มีมติเห็นชอบเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในลักษณะเงินเพิ่มพิเศษรายเดือน เป็นระยะเวลา &amp;nbsp;7 เดือน ซึ่ง ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น นั้นมีฝ่ายปกครองที่ปฎิบัติงานทั้งหมด 60 คน ทุกคนปฎิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลในสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นอย่างเข้มแข็ง รัดกุม และเป็นไปตามที่รัฐบาลกำหนด โดยเฉพาะการตั้งจุดตรวจหรือด่านชุมชนที่ทำงานกันตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังคงมีการประสานงานกันร่วมกับฝ่ายสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในการติดตามผู้ที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง การกำหนดมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ และการดำเนินโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิด-19 จนทำให้ทุกแผนงานที่รัฐบาลกำหนดมานั้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ในภาพรวมทั้งประเทศได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เงินที่จะได้รับนี้นั้นถือเป็นขวัญและกำลังใจ ที่รัฐบาลไม่ทอดทิ้งประชาชน ไม่ทอดทิ้งผู้ปฎิบัติงาน ที่ทำงานร่วมกันอย่างหนักและอย่างเข้มแข็ง อดหลับอดนอน ประสานการทำงานร่วมกันทุกฝ่ายจนทำให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทุกคนฝ่าวิกฤติร่วมกันไปได้และการ์ดไม่ตก วันนี้การทำงานของฝ่ายปกครองในระดับพื้นที่ยังคงเข้มแข็ง หนักแน่น และเป็นไปตามระเบียบที่รัฐบาลและแนวทางที่สาธารณสุขกำหนด ซึ่งก็มีคำถามอยู่บ้างในระยะแรกหลังจากที่ทุกคนนั้นได้รับการเยียวยา หรือได้รับการช่วยเหลือหรือได้รับโบนัสจากรัฐบาล ว่าเมื่อไหร่ฝ่ายปกครองจะได้รับบ้างวันนี้ทุกคนมีกำลังใจ ที่จะทำงานอย่างเข้มแข็งต่อไปเพราะแม้จะยังไม่ได้ข้อสรุปตัวเลขที่จะได้รับว่า แต่ละคนแต่ละตำแหน่งจะได้รับเท่าใด แต่วันนี้เมื่อรัฐบาลส่งสัญญาณที่ดีมาให้กับฝ่ายปกครอง ด้วยขวัญและกำลังใจที่จะมอบให้กับฝ่ายปกครองทั้งประเทศที่ค่าตอบแทนนั้นไม่มากเมื่อเทียบกับภารกิจด้านการปกครองที่มีมาอย่างหลากลหายทุกวัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวินัย กล่าวต่ออีกว่า เงินที่จะได้รับ รวมทั้งระยะเวลาที่จะได้รับ ในช่วง 7 เดือนนั้นเป็นความเหมาะสมตามที่รัฐบาลกำหนด ดังนั้นจากนี้ไปคือขั้นตอนการดำเนินงานตามระเบียบต่างๆ ซึ่งฝ่ายปกครองทุกตำแหน่งจะยังคงทำหน้าที่ที่รับผิดชอบและหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายต่อไปจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลายลง แต่ในใจของฝ่ายปกครองทุกคนนั้นอยากได้รับเงินค่าตอบแทนในลักษณะเช่นนี้ตลอดไปปัจจุบันกำนัน ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 10,000 บาท ผู้ใหญ่บ้าน 8,000 บาท,แพทย์ตำบล,สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 5,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่น้อยเมื่อเทียบกับภารกิจที่รับผิดชอบและหน้าที่ที่ต้องดำเนินการ จึงอยากให้รัฐบาลได้พิจารณาค่าตอบแทนของฝ่ายปกครองเพิ่มเติมขึ้นด้วยในระยะต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69602</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนัน, ค่าตอบแทน, ผู้ใหญ่บ้าน, เงินเดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef31f36a77bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิษณุไขข้อข้องใจทำไมต้องจ่ายโบนัส&#039;กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.2563 - &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี​ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบเงินเพิ่มพิเศษรายเดือน 7 เดือนให้กับเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ในช่วงของการแพร่ระบาดโควิด-19 ว่า เบื้องต้นจะให้เฉลี่ยไม่เกิน 200 บาทต่อคน ใน 6 ตำแหน่ง คือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ยังไม่ได้สรุปตัวเลข โดยต้องรอให้กรมบัญชีกลางไปจัดทำรายละเอียดก่อนใช่หรือไม่ &amp;nbsp;นายวิษณุ กล่าวว่า เดิมมีการขอมาให้มีการเลื่อนขั้นแต่ ครม. ไม่เห็นด้วย จึงให้จ่ายเงินเพิ่มพิเศษแทน 7 เดือน ซึ่งครม. จะพิจารณาตามที่สำนักงบประมาณแนะนำ โดยการจ่ายเงินเพิ่ม 7 เดือน ก็อาจจะมีปัญหาว่า จะเริ่มจากเดือนไหน แต่เรื่องนี้ถึงอย่างไรก็ต้องจ่าย 7 เดือน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69572</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนัน, คณะรัฐมนตรี, ครม., ผู้ใหญ่บ้าน, รองนายกรัฐมนตรี, วิษณุ เครืองาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200612/image_big_5ee379611dbfe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านล่าชื่อค้าน &#039;ผู้ใหญ่บ้าน&#039; ตั้งเมียเป็นผู้ช่วย หวั่นบริหารเงินไม่โปร่งใส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้าน อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ล่ารายชื่อยื่นร้องอำเภอคัดค้านผู้ใหญ่บ้านตั้งเมียเป็นผู้ช่วยโดยพลการ ชี้ไม่เหมาะสม ทั้งเกรงจะส่งผลทำให้การบริหารงานอาจไม่โปร่งใสเพราะเป็นคนในครอบครัว ยันหากยังฝืนตั้งเมียเป็นผู้ช่วย ชาวบ้านจะไม่ร่วมกิจกรรมในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.63 -&amp;nbsp;คณะกรรมการหมู่บ้าน และชาวบ้านบ้านโคกว่านพัฒนา หมู่ 9 ตำบลโคกว่าน อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ร่วมกันออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย และล่ารายชื่อชาวบ้านในหมู่บ้าน เพื่อยื่นร้องศูนย์ดำรงธรรมอำเภอละหานทราย ให้พิจารณาคัดค้านกรณีที่ผู้ใหญ่บ้านแต่งตั้งภรรยาของตัวเอง เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน โดยพลการไม่ได้ไม่มีการหารือ หรือขอความเห็นชอบจากชาวบ้าน หลังจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนเดิมหมดวาระลง เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการฯ และชาวบ้านเห็นว่า การแต่งตั้งภรรยาของตัวเองเป็นผู้ช่วยถือว่าไม่เหมาะสมเพราะเป็นคนในครอบครัว จึงเกรงว่าจะส่งผลต่อการบริหารงานโครงการต่างๆ อาจเกิดความไม่โปร่งใสได้ เพราะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน จึงได้ร่วมกันออกมาร้องคัดค้านการตั้งเมียเป็นผู้ช่วย โดยชาวบ้านจะตั้งใครก็ได้ในหมู่บ้านเป็นยกเว้นคนในครอบครัว ชาวบ้านก็ยอมรับได้ทั้งหมด แต่หากยังฝืนตั้งภรรยาตัวเองเป็นผู้ช่วยฯ ชาวบ้านก็จะไม่เข้าร่วมกิจกรรมหรือโครงการต่างๆของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางบุญนาค สังขละ อายุ 63 ปี ตัวแทนชาวบ้านที่ออกมาร้องเรียน กล่าวว่า ที่ทางกรรมการฯ และชาวบ้านออกมาร้องคัดค้าน กรณีที่ผู้ใหญ่บ้านแต่งตั้งเมียเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในครั้งนี้ เพราะเห็นว่าไม่เหมาะสมเนื่องจากเป็นคนในครอบครัว &amp;nbsp;อาจจะมีผลต่อการบริหารจัดการเงินในโครงการต่างๆ ที่จะลงมาสู่ชุมชนอาจเกิดความไม่โปร่งใสได้ &amp;nbsp;ถึงแม้ตามระเบียบจะไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่าห้ามตั้งเมียตัวเองเป็นแต่ผู้ใหญ่บ้านก็ควรนึกถึงความเหมาะสมด้วย และถึงแม้การแต่งตั้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจะสามารถเลือกเองได้ แต่ก็น่าจะสอบถามความเห็นชาวบ้านบ้าง เพราะชาวบ้านก็เป็นคนเลือกผู้ใหญ่เข้ามาทำหน้านี้เพื่อให้เกิดการพัฒนาในหมู่บ้านชุมชน แต่หากทำแบบนี้ก็ยอมรับไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายลำพึง วะดี อายุ 53 ปี ผู้ใหญ่บ้านบ้านโคกว่านพัฒนา ออกมาชี้แจงว่า หลังจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคนเดิมหมดวาระ ตนก็ได้ไปสอบถามความสมัครใจของคนในหมู่บ้าน 5-6 คน ว่า จะเป็นผู้ช่วยหรือไม่ แต่ก็ไม่มีใครอยากจะเป็นอ้างว่าติดภารกิจต้องประกอบอาชีพ ตนจึงได้ไปขอคำปรึกษาจากทางอำเภอว่าสามารถแต่งตั้งคนในครอบครัวได้หรือไม่ ทางอำเภอก็ตอบว่าไม่ได้มีข้อห้ามในระเบียบ จึงตัดสินใจส่งชื่อภรรยาเสนอไปยังกำนัน และส่งไปให้ทางอำเภอเซ็นอนุมัติ เพราะเชื่อว่าจะสามารถทำงานช่วยได้ และยืนยันว่า ถึงแม้จะตั้งภรรยาเป็นผู้ช่วยแต่ก็ยืนยันว่าการดำเนินโครงการต่างๆ จะทำความด้วยโปร่งใสด้วยสอบได้แน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66541</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, ชาวบ้านร้องเรียน, บ้านโคกว่านพัฒนา, ผู้ใหญ่บ้าน, ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอละหานทราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec64cce59a1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64361</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 08:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 08:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับผญบ.ฉาว! รีดเงินลูกบ้านแลกติดสติกเกอร์ปลอดเชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย. 63 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์รายงานว่า เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา นายธัชกร หัตถาธยากูล&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล&amp;nbsp; ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp; นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ รองผู้ว่าฯบุรีรัมย์ และ พ.ต.อ.รุทธพล เนาวรัตน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp; ร่วมกันแถลงข่าวการที่ศูนย์กักกันผู้กระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อโควิด-19 ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp; กรณีที่เจ้าหน้าที่ชุดปราบโควิด 19&amp;nbsp; ได้ทำการจับกุมผู้ใหญ่บ้านที่มีพฤติกรรมใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ซ้ำเติมชาวบ้าน ในช่วงไวรัสโควิดระบาด&amp;nbsp; ด้วยการเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการติดสติกเกอร์ รับรองการปลอดเชื้อโควิดจากชาวบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากได้มีชาวบ้านในพื้นที่อำเภอละหานทราย&amp;nbsp; ร้องเรียนว่านายบรรณชัย&amp;nbsp; (ขอสงวนนามสกุล)&amp;nbsp; ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 12&amp;nbsp; ต.หนองแวง&amp;nbsp; อ.ละหานทราย&amp;nbsp; ได้เรียกเก็บเงินค่าดำเนินการติดสติกเกอร์บนบัตรประชาชนจากชาวบ้านรายละ 20 บาท ซึ่งการติดสติกเกอร์ Buriram Healthy&amp;nbsp; บนบัตรประชาชนเป็นการรับรองการปลอดเชื้อของผู้ที่ได้รับการติดสติกเกอร์&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามมาตรการของคณะกรรมการโรคติดต่อ&amp;nbsp; เพื่อควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการติดสติกเกอร์ดังกล่าวได้มอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำชุมชน เป็นผู้สำรวจตรวจสอบรายชื่อ และนำสติกเกอร์ไปติดให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านที่ตัวเองดูแลรับผิดชอบ&amp;nbsp; โดยประชาชนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น&amp;nbsp; แต่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ได้รับร้องเรียน&amp;nbsp; ก็ให้ข้อมูลตรงกันว่ามีการเรียกเก็บเงินค่าดำเนินการจริงคนละ 20 บาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางชุดปราบโควิดจึงได้นำตัวผู้ใหญ่บ้านมาสอบสวน และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา &amp;ldquo;ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวดสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบกระทำผิดจริงก็เอาผิดทางวินัยด้วย&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งได้กำชับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกหมู่บ้านตำบลอย่าใช้ตำแหน่งหน้าแสวงหาประโยชน์ซ้ำเติมชาวบ้าน&amp;nbsp; หากได้รับร้องเรียน&amp;nbsp; หรือมีการตรวจพบว่าหมู่บ้าน ตำบลใด มีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว&amp;nbsp; จะถูกดำเนินการเอาผิดทั้งวินัยโดยไม่ละเว้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เบื้องต้นผู้ใหญ่บ้านยังปฏิเสธอ้างไม่ได้เรียกเก็บเงินตามที่ถูกร้องเรียน&amp;nbsp; แต่เจ้าหน้าที่มีพยานยืนยันชัดเจน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ยังมีการแชร์คลิปที่ชาวบ้านถูกเรียกเก็บเงิน 20 บาทในสังคมออนไลน์ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64361</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายธัชกร หัตถาธยากุล, บุรีรัมย์, ผู้ใหญ่บ้าน, เรียกเก็บเงิน20บาท, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea6320886f35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวัสดีแท็บเล็ต&quot;จากคุณครู&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รู้แหละว่า &amp;quot;กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน&amp;quot; ช่วงนี้หนักหน่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เห็นใจและซาบซึ้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พลันที่ &amp;quot;นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน&amp;quot; ถือโอกาสออกมา ขอเดือนละ ๕,๐๐๐ เป็นเวลา ๖ เดือนให้พวกเขาบ้าง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;......ขนลุก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุยเรื่องพากเพียรของแพทย์-พยาบาล-บุคลากรทางการแพทย์ ขับเคี่ยวโควิดดีกว่า เลขที่ออกประจำวัน เมื่อวาน (๙ เม.ย.)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ติดเชื้อโควิดเพิ่ม ๕๔ ราย ยอดสะสม ๒,๔๒๓ ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถอนหายใจเฮือกไปตามๆ กัน ใกล้หลัก ๓,๐๐๐ เข้ามาทุกที วันก่อน ๑๑๑ ก็ลุ้น...เจ้าประคู้นนน ขอลงมา ๒ ตัวตรงๆ ด้วยเถ้อะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ ๒ จริงๆ แต่โฆษกเสียงทอง &amp;quot;นพ.ทวีศิลป์&amp;quot; บอกว่า ยังไม่พอใจ ต้องทำงานหนักกันต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะพอใจไงไหว เพราะแนวรบราบด้านทิศใต้ ภูเก็ต สตูล ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สงขลา ดูความร่วมมือคนถิ่นแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โควิดบอกชอบ เข้าไปตั้งรกรากง่ายดี!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งไทยจำนวนมากในต่างประเทศ รอจ่อกลับเข้ามาเป็นร้อย-เป็นพัน เผลอๆ เป็นหมื่น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์-พยาบาล เรอเอิ้ก... จะเป็นลม!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริงเป็นไปหลายตลบแล้ว แต่กองทัพส่วนหน้าเหล่านี้ ไม่พูด-ไม่บ่น ให้สังคมต้องว้าวุ่นใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งไม่เคยร้องขออะไร ที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ตัวเองเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูรอบด้านแล้ว &amp;quot;ยังหนัก&amp;quot; และยังไว้ใจไม่ได้จริงๆ ว่าวันไหนจะ ๓ หลัก หรือ ๒ หลัก เพราะขึ้นอยู่กับ &amp;quot;ตัวแปร&amp;quot; รายวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ถือซะว่า จะลด-จะเพิ่ม เป็นไปตามพระประสงค์พระผู้เป็นเจ้าละกัน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุยนอกประเด็นกันบ้าง.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวาน พูดถึงเรื่องเลื่อนเปิดเทอมจากพฤษภา.ไปกรกฎา.ซึ่งรัฐมนตรีศึกษาฯ &amp;quot;นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ&amp;quot; บอกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกรงนักเรียนจะเรียนไม่ทัน จึงจะซื้อแท็บเล็ตเพื่อเรียน-สอนทางออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็มีความชัดเจนจากท่านรัฐมนตรีณัฏฐพล วานซืน (๘ เม.ย.)ท่านบอกรายละเอียดว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการประชุมหารือร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ของกระทรวงศึกษาธิการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนจัดซื้อแท็บเล็ต จะใช้งบประมาณของ ศธ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะจัดสรรให้นักเรียนชั้นมัธยม ปีที่ ๔-๖ ทุกคนทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มัธยมต้น...ยังรอการศึกษาถึงความเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่อยากให้ทุกคนนำปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต เรื่องการจัดซื้อแท็บเล็ต มาเป็นตัวกำหนดอนาคตการเรียนการสอนของเยาวชนไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมมั่นใจว่า ในการพิจารณาครั้งนี้ เป็นเรื่องที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและมีความจำเป็นจะต้องนำการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์มาใช้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงต้องให้เกิดความเท่าเทียมกันทั้งประเทศ ขณะเดียวกัน ในส่วนของอุปกรณ์ ที่จะดำเนินการจัดซื้อต้องดูในเรื่องของประสิทธิภาพให้เพียงพอต่อสถานการณ์ในปัจจุบันและการขยายโอกาสในอนาคต&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ.........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปว่า แท็บเล็ตคืนชีพจริงๆ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวาน ผมบอกไม่เห็นด้วยไปคำ-สองคำ แต่ปรากฏว่า ทั้งคนทั่วไป ทั้งครูบาอาจารย์ ร้อยละ ๙๙ เมนต์คัดค้านตรึม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จัดเรียน-จัดสอนออนไลน์ ไม่มีใครค้าน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การซื้อแท็บเล็ต ค้านถึงไหน-ถึงกัน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริง เรื่องแท็บเล็ตยุคยิ่งลักษณ์ ที่นายจาตุรนต์เป็นรัฐมนตรีศึกษาฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจาก คสช.เข้าควบคุมอำนาจประเทศ เมื่อ พ.ค.๕๗
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย&amp;quot; ผบ.ทร. ในฐานะรองหัวหน้า คสช. ประชุมหน่วยราชการแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีมติยกเลิกซื้อแท็บเล็ต ตามปีงบประมาณ ๕๖ ที่เหลืออยู่หนึ่งโซน และปีงบประมาณ ๕๗ ทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุป คือ เลิกใช้ &amp;quot;แท็บเล็ต&amp;quot; ในการเรียน-การสอนไปเลย แต่ครั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลาญกันไปเท่าไหร่ รู้มั้ย?&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นหมื่นล้าน เอาเฉพาะที่ พล.ร.อ.ณรงค์เบรกเพื่อชาติไว้ เซฟงบปี ๕๖ ได้ ๑,๑๗๐ ล้าน งบปี ๕๗ มากถึง ๕,๘๐๐ ล้าน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่รัฐมนตรีณัฏฐพลจะซื้อแจกนักเรียนมัธยม ปีที่ ๔-๖ ทั่วประเทศครั้งนี้ จำนวนเท่าไหร่ ราคาเท่าไหร่ ยังไม่มีรายละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่านะ ยังไม่สาย ที่ท่านรัฐมนตรีณัฏฐพลจะทบทวน อย่าต้องให้ท่านนายกฯ ปวดหัวเพิ่มเลย เผลอๆ ถูกด่าอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจะบอกให้ ถึงแจก เด็กมัธยม ๔-๖ ก็โยนถังขยะ มันเช้ย..เชย สำหรับวัยนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ม.๔-๖ นมแตกพานแล้ว ทุกคนมีสมาร์ทโฟน, ไอโฟน งอกเป็นอวัยวะ ที่ ๓๓ กันทุกคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเรียน-จะสอนอะไร ทางออนไลน์น่ะ แค่ทำโปรแกรม หรือแอปให้เขาโหลดก็เหลือรับ ต้องไปซื้อขยะมาแจกทำไม?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แท็บเล็ต มันต้องใช้ไวไฟ ปัญหาคือ บางพื้นที่ไม่มี และบ่อยครั้ง คลื่นไม่เสถียร แถมจอเล็ก แบตหมดเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แจกนักเรียนแล้ว ก็ซื้อแจกครูด้วย ไม่งั้นจะสอนกันยังไง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าแต่ว่าเถอะ นักเรียนน่ะ ไม่เท่าไหร่ สำคัญที่ครู/อาจารย์ มีความถนัดชัดเจนการสอนออนไลน์หรือยัง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้น ถ้ามั่นจะสอนในช่วงเลื่อนเปิดเทอมจริงๆ ขอแนะให้ท่านสอนทางโทรทัศน์แทนแท็บเล็ตจะดีกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ต้องพึ่งไวไฟ-อินเทอร์เน็ต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถมจอใหญ่ โทรทัศน์ใครใหญ่ขนาดไหน จอก็ขนาดนั้น จะว่าไปแล้ว สพฐ.เองก็ใช้ช่องทางนี้อยู่ ไหง..ไม่แนะนำท่านรัฐมนตรี?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ อาศัย &amp;quot;สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม&amp;quot; ซึ่งตั้งอยู่ที่โรงเรียนวังไกลกังวล หัวหิน เป็นช่องทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีนี้ บริหารโดย &amp;quot;มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร&amp;quot; รัชกาลปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงสืบสานต่อยอดงานของพระราชบิดาด้วยพระราชปณิธานแน่วแน่ และทรงมอบหมาย &amp;quot;พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ&amp;quot; องคมนตรี เป็นประธานกรรมการบริหาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ารัฐมนตรีณัฏฐพลไปกราบขอปรึกษาท่านองคมนตรีถึงความเป็นไปได้ ที่จะขอใช้ช่องทางสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่าดีที่สุด ได้ผลสุด ประหยัดสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่เอางบส่วนหนึ่งที่จะซื้อแท็บเล็ต ไปจัดการในส่วนของตน ให้ตรงเป้าตามวิชาที่จะสอนนักเรียนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะที่โรงเรียนวังไกลกังวล มีพร้อมหมด ห้องบันทึกรายการ ๑๑ ห้อง, ห้องส่ง-ห้องควบคุมสัญญาณ, ห้องผลิตรายการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออกอากาศการเรียนการสอนถ่ายทำจากห้องเรียนจริง ส่งสัญญาณภาพ/เสียงผ่านเคเบิลใยแก้วนำแสง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลากยาวกว่า ๒๐๐ กิโลเมตร จากหัวหิน มาถึงสถานีดาวเทียมไทยคม ที่ลาดหลุมแก้ว ปทุมธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วยิงสัญญาณผ่านดาวเทียม ระบบ KU-Band
ของ &amp;quot;มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ่ายทอดสด ๑ ช่อง/ชั้น มีทั้งหมดตั้ง ๑๕ ช่องสัญญาณ ทุกวันนี้ ระบบดิจิทัล HD ความคมชัดสูงแล้วนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมนี่ จะร้อยขวบอยู่รอมมะร่อ ดึกๆ ยังเป็นนักเรียนเปิดเรียนจากช่อง ๑๘๖ ไล่เรื่อยไปถึง ๒๐๐ อยู่บ่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากเรียน-อยากรู้ในวิชาไหน ว่างตอนไหน ก็กดไปจะดูทางมือถือก็ได้ ออกอากาศตลอด ๒๔ ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่าดีสุด ประหยัดสุด ครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ต้องพึ่งไวไฟ/เน็ต และไม่ชักกระตุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จริง ทุกวันนี้ กระทรวงศึกษาฯ ก็ใช้ช่องทางนี้อยู่ ทั้งระดับอนุบาล, ประถม, มัธยม แล้วพิเรนทร์ ย้อนรอยนรกไปใช้แท็บเล็ตเพื่ออะไร ก็ยังงงๆ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียม ชัดแจ๋วทะลุจอไปทั่วทุกซอกประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าว่าแต่ในประเทศเราเลย การสอนผ่านดาวเทียมจากโรงเรียนวังไกลกังวล ไปถึง พม่า, ลาว, เขมร, เวียดนาม, มาเลย์ และจีน โน่นเลย!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วอุปกรณ์รับสัญญาณจะติดกี่โรงเรียนก็ตามใจ &amp;nbsp;กระทรวงฯไม่ต้องควักซักบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิธิการศึกษาทางไกลฯ จ่ายให้หมด!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผมพูดทั้งหมดนี้ ด้วยปรารถนาดี ในมุมของข้อมูลที่ทราบจากการแถลงของท่านรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจมีเหตุผลอื่น บนฐานข้อมูลจำเพาะ บ่งชี้ว่าจำเป็นต้องใช้แท็บเล็ต ซึ่งคนนอกไม่รู้-ไม่เข้าใจก็ได้ สุดแต่ท่านรัฐมนตรีจะวินิจฉัยเถอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นความรู้นิด ที่เราเรียกกัน &amp;quot;โรงเรียนทางโทรทัศน์ของในหลวง&amp;quot; และเห็นภาษาอังกฤษว่า DLTV บ่อยๆนั้น ก็ทราบกันไว้เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;DLTV คือ &amp;quot;Distance Learning Television&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชื่อย่อภาษาอังกฤษของ &amp;quot;สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อตั้งเมื่อ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๘ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ในวโรกาสที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;quot; รัชกาล ที่ ๙
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ณ กาลนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ ขออนุญาตให้ผู้อ่านตบตูดแทนนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Somjai Naivikul&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีประสบการณ์ตรงจากแท็บเล็ตมาแล้วหลายปี ขอร้องเถอะ ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนหรอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกวันนี้ เด็กแต่ละบ้านมันมีหมดแล้ว ถ้าครูไม่ใส่ใจจริงๆ มันคือขยะดีๆ นั่นเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่สำคัญ เวลาเสีย ครูอยากให้เด็กได้เรียน ก็ต้องเสียเงินซ่อมเอง หลวงไม่มีงบให้ การดูแลรักษาก็เป็นปัญหา ทำบัญชีส่งต่อตามเด็กไปเรื่อยๆ ถ้าหายครูก็ต้องรับผิดชอบ ครูจึงเบื่อ และไม่อยากเป็นภาระ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกอย่าง มีการคอร์รัปชันการจัดซื้อจากส่วนกลางด้วย อย่าหาห่วงมาผูกคอเลย&amp;quot;.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62681</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, พยาบาล, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร, แพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b9fab0d52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/10/2019 07:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/10/2019 07:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นายอำเภอท่าศาลาสั่ง&#039;ผญบ.-ผู้นำชุมชน&#039;เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ต.ค.62-ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา นายสุพงษวิณัย ชูยก นายอำเภอท่าศาลา ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับอำเภอ พร้อมด้วยนายพันธกานต์ รัชณรงค์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง(งานป้องกัน) นำกำลัง อส./ผรส.กองร้อย อส.ท่าศาลา,ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว (ERT) และอาสาสมัครหน่วยกู้ชีพกู้ภัย อ.ท่าศาลา ลงพื้นที่ตรวจเตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังเหตุการณ์ด้านอุทกภัย เนื่องจากได้รับการแจ้งเตือนจากอุตุนิยมวิทยาในห้วงวันที่ 17-22 ตค.62 จะมีปริมาณฝนตกหนักและอาจมีน้ำป่าใหลหลากในพื้นที่หลายอำเภอ โดยตลอดทั้งวันมีฝนตกหนักบริเวณเทือกเขาหลวงกระแสน้ำใหลผ่านพรหมคีรี และอาจจะใหลหลากเข้าพื้นที่ทุ่งดอนตะโก ม.1,ม.3 ต.ดอนตะโก อ.ท่าศาลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการเฝ้าระวังพบว่าปริมาณน้ำในลำคลองสาธารณะเริ่มสูงขึ้นเป็นลำดับ จึงได้แจ้งให้กำนัน/ผญบ.และผู้นำท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำเฝ้าระวังเหตุการณ์ตลอดเวลา หากพบว่าปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นให้รีบเคลื่อนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ขึ้นสู่ที่สูงทันที และรีบแจ้งให้ทางอำเภอทราบเพื่อจะได้เข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48483</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นครศรีธรรมราช, นายอำเภอท่าศาลา, น้ำท่วม, ผู้ใหญ่บ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191021/image_big_5dacfe8dc8a59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
