<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอบวินัยผู้ใหญ่บ้านถูกกล่าวหาหลอกยืมเงิน10ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ย. -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่มีข้าราชการ พ่อค้าแม่ค้า และชาวบ้านหลายหมู่บ้านในตำบลโคกม้า อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 23 ราย นำหลักฐานสัญญาการกู้เงินเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประโคนชัย ไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ให้ตรวจสอบเอาผิดนางแดง (นามสมมติ) ผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.โคกม้า อ.ประโคนชัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านระบุว่า ได้ถูกผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวหลอกยืมเงินรายละตั้งแต่หลักหมื่นจนถึงหลักล้านบาทรวมเป็นเงิน 10 ล้านบาท เพื่อนำไปร่วมลงทุนโดยจะมีผลตอบแทนให้ดอกเบี้ยร้อยละ 3 บาทต่อเดือน ซึ่งช่วงแรกๆก็ได้รับดอกเบี้ยตามที่ผู้ใหญ่บ้านกล่าวอ้างจริง แต่ระยะหลังกลับไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่กล่าวอ้าง เมื่อไปสอบถามก็ถูกบ่ายเบี่ยงตลอดจนเวลาผ่านไปเกือบ 3 เดือนแล้วก็ไม่ได้รับคำตอบชัดเจน ล่าสุดผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวได้หายออกจากบ้านไม่สามารถติดต่อได้ จึงเชื่อว่าน่าจะถูกหลอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางหมื่น (ขอสงวนนามสกุล) ชาวบ้านที่ถูกหลอกยืมเงินอีกราย บอกว่า ตนเองถูกผู้ใหญ่บ้านยืมเงินไป 1 ล้าน 5 แสนบาท ซึ่งเป็นเงินที่เก็บสะสมไว้ใช้ในบั้นปลายชีวิต แต่เมื่อผู้ใหญ่บ้านมาชักชวนถ้านำเงินมาร่วมลงทุนจะให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน จึงหลงเชื่อให้ยืมไปเพราะเห็นว่ามีผลตอบแทนสูง แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ทั้งต้นและดอกเบี้ยมาเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว และผู้ใหญ่บ้านก็หายตัวไปติดต่อไม่ได้ จึงตัดสินใจไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานและอยากให้ผู้ใหญ่บ้านมาพูดคุยไกล่เกลี่ยกันเรื่องเงินที่ยืมไปว่าจะรับผิดชอบคืนเงินอย่างไร ไม่ใช่เงียบหายไปแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านที่ถูกกล่าวหา ชี้แจงไม่ได้หลอกลวงชาวบ้านตามที่ถูกกล่าวหา แต่เป็นการยืมเงินไปร่วมลงทุนปล่อยกู้ให้กับผู้ที่เดือดร้อนจำเป็นต้องใช้เงิน ซึ่งชาวบ้านที่ให้ยืมเงินก็รับรู้เพราะได้รับผลประโยชน์ร่วมกันคือจะได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยร้อยละ 3 ทั้งแบบรายเดือนและรายสัปดาห์ แต่ระยะหลังเกิดปัญหาเนื่องจากคนที่กู้ยืมเงินไปจ่ายดอกเบี้ยไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้ ทำให้ขาดสภาพคล่องและหมุนเงินไม่ทัน ส่วนที่ชาวบ้านกล่าวหาว่าตนเองมีเจตนาจะหลบหนีนั้นก็ไม่ความจริง เพียงแต่ตนเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัด เพื่อจะหาเงินมาทยอยใช้หนี้คืนให้กับชาวบ้าน ก็ขอความเห็นใจและให้ความเป็นธรรมกับตนเองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.อ.ศักดิ์รินทร์ คูณประโคน ปลัดอำเภอเจ้าพนักงานปกครองชำนาญการพิเศษหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทน นายอำเภอประโคนชัย ระบุว่า เบื้องต้นได้รับการประสานจากทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด กรณีเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้ว ซึ่งเบื้องต้นทางอำเภอก็ได้นัดชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้านที่ถูกกล่าวหา มาสอบถามข้อเท็จจริงและพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกันที่ว่าการอำเภอประโคนชัย ในวันที่ 22 พ.ย.นี้ แต่หากไม่สามารถไกล่เกลี่ยตกลงกันได้ ชาวบ้านผู้เสียหายที่ถูกยืมเงินก็ต้องไปดำเนินการทางกฎหมายตามขั้นตอน เพราะเข้าข่ายคดีแพ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวเป็นการกระทำส่วนตัวไม่เกี่ยวกับโครงการของรัฐ เพียงแต่ผู้ใหญ่บ้านที่ถูกร้องเรียนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและอยู่ในการกำกับดูแลของทางอำเภอ ก็ต้องมีการตรวจสอบว่าการกระทำในลักษณะดังกล่าว เข้าข่ายผิดวินัยหรือไม่อย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22368</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, ชาวบ้านร้องเรียน, ผู้ใหญ่บ้านตำบลโคกม้า, ผู้ใหญ่บ้านโกงเงิน, สภ.ประโคนชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181120/image_big_5bf3d0c267aaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
