<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 19:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งไล่ออก! &#039;ผญบ.สบเติ๋น&#039; ยักยอกเงินหลวง-ลากยาว 11 ปีเพิ่งลงโทษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดนแล้ว! ผู้ใหญ่บ้านแอบยักยอกเงินโครงการ &amp;quot;กข.คจ&amp;quot; ไปใช้ส่วนตัวแต่ถูกจับได้ ก่อนนำเงินคืนคิดว่าจบแต่ถูกร้องเรียนจนถูกตั้งกรรมการสอบยาวนาน 11 ปี ล่าสุดผู้ว่าฯลำปางลงนามคำสั่งประพฤติชั่วร้ายแรงไล่ออกจากราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.62 - จากกรณีที่พระอาจารย์สาธิต ธีรปัญโญ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมาภิวัฒน์ เครือข่ายพระนักพัฒนา ได้นำเอกสารเข้าร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางผ่านทางศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบผู้ใหญ่บ้านที่มีพฤติกรรมตนไม่เหมาะสม ขอให้มีการรื้อฟื้นและตรวจสอบการร้องเรียนผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นกรณียักยอกเงินโครงการ กขคจ. ไปใช้ในธุรกิจส่วนตัว&amp;nbsp;ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่เป็นความผิด ขอให้มีการปลดผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ได้ลงนามในคำสั่งที่ ลป.0018.1/388 เรื่องข้อเท็จจริงที่จะเป็นเหตุผลในการออกคำสั่งทางปกครองถึงนายชนะชัย วราชัยกุล ผู้ใหญ่บ้าน บ้านสบเติ๋น ทุจริตต่อหน้าที่ราชการและกระทำการอันได้ชื่อว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ให้ลงโทษไล่ออกจากราชการเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องจากมีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานภาครัฐหลายแห่งว่า นายชนะชัย วราชัยกุล ผู้ใหญ่บ้าน บ้านสบเติ๋น หมู่ 2 ตำบลแม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ซึ่งเมื่อปี 2551 ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการโครงการแก้ไขปัญหาความยากจนหมู่บ้าน (กข.คจ) ซึ่งรับมอบจากอดีตผู้ใหญ่บ้านคือ นายประชัญ เปี้ยสืบ พร้อมกับบัญชีเงินฝาก ชื่อบัญชี &amp;ldquo;โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนบ้านสบเติ๋น ม.2&amp;rdquo; มียอดเงินรวม 213,304 บาท พร้อมมีลูกหนี้ 11 ราย รวมยอดหนี้ 71,900 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2551 นายชนะชัยและนางพัชรี ได้เบิกเงินออกจากบัญชีโครงการฯ จำนวน 200,000 บาท วันที่ 3 มิ.ย.2551 ถอนจำนวน 10,000 บาท โดยนางพัชรีรับเงินไป 20,000 บาท และนายชนะชัยรับเงินไป 190,000 บาท เพื่อนำไปลงทุนทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์โดยไม่ได้ทำสัญญาเงินกู้ยืม ไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกนรรมการฯ และไม่มีการรายงานนายอำเภอทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 19 ม.ค.2553 นายพัชรี นำเงิน 20,000 บาท คืนแก่นายชนะชัย และนำเงินเข้าบัญชีโครงการฯ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงลายมือชื่อผู้มีอำนาจเบิกถอนเงิน เป็น 1.นายชนะชัย วราชัยกุล 2.นางจันทร์ศรี วงศ์อ้าย 3.นางสุจินดา แก้วหน่อ วันที่ 24 พ.ค.2553 นายชนะชัยพร้อมนางจันทร์ศรี ได้เบิกเงินออกจากบัญชีธนาคารไปใช้ส่วนตัวจำนวน 20,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายประชัญ เปี้ยสืบ อดีตผู้ใหญ่บ้านเกิดความสงสัยจึงขอตรวจสอบบัญชีโครงการฯ จึงพบว่าเงินเหลือเพียง 4,000 บาท จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ และมีการประชุมร่วมกัน กระทั่งนายชนะชัยยอมรับสารภาพว่า ตนเองนำเงินของโครงการไปใช้ส่วนตัวจริงเป็นเงิน 210,000 บาท โดยขอผ่อนผันกับทางเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนฯว่าจะขอคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้เสร็จภายใน 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งมีการคืนเงินจนครบแต่ก็มิได้มีการลงโทษ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนให้ตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้งเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากเมื่อครบวาระนายชนะชัยยังคงได้รับเลือกเข้ามาทำหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านเช่นเดิมโดยไม่มีการลงโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นงทางอำเภอ จังหวัด ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเวลาล่วงเลยมา 11 ปี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม ผู้ว่าฯลำปาง ลงนามคำสั่งหลังคณะกรรมการสอบสวนสรุปผลการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วพิจารณาและเห็นว่านายชนะชัยได้กระทำผิดทางละเมิด โดยเบิกถอนเงินจากบัญชีโครงการฯไปใช้ส่วนตัว&amp;nbsp;เป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย โดยกรมการพัฒนาชุมชนได้รับความเสียหายจึงออกคำสั่งให้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายและปัจจุบันได้ชดใช้ครบถ้วนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดพิจารณาแล้วเห็นว่านายชนะชัยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการหมู่บ้านและประธานคณะกรรมการโครงการฯ มีหน้าที่ในการบริหารจัดการโครงการให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่กลับร่วมกับพวก เบิกถอนเงินงบประมาณไปใช้ส่วนตัว โดยมีเจตนาจะไม่ปฎิบัติให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายที่กำหนด เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการและกระทำการอันได้ชื่อว่าประพฤติชั่วร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 ประกอบมาตรา 61 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติปกครองท่องที่ พ.ศ.2457 และแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่ง ครม.ได้มีมติเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.2536 ให้ลงโทษผู้กระทำผิดวินัยฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการไล่ออกจากราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากประสงค์โต้แย้งหรือแสดงพยานหลักฐานใด สามารถยื่นต่อผู้ว่าฯลำปางได้ภายในวันที่ 30 ก.ย.2562 หากไม่ประสงค์จะโต้แย้งหรือแสดงพยานหลักฐาน ผู้ว่าฯลำปางจะได้พิจารณาออกคำสั่งไล่ออกจากตำแหน่งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46516</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดลำปาง, ทุจริตเงินหลวง, ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง, ผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋น, ไล่ออกจากราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d8a075e36a8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 09:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 09:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องผู้ว่าฯลำปางสอบผญบ.ยักยอกเงินหลวงไปใช้ส่วนตัว คดีสุดอืดเกือบ10ปีเพิ่งสอบพยาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้องผู้ว่าฯลำปางสอบผญบ.ยักยอกเงินหลวงไปใช้ส่วนตัว คดีสุดอืดเกือบ10ปีเพิ่งสอบพยาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง พระอาจารย์สาธิต ธีรปัญโญ ผู้อำนวยการสถาบันธรรมาภิวัฒน์ เครือข่ายพระนักพัฒนา ได้นำเอกสารเข้าร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางผ่านทางศูนย์ดำรงธรรมเพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบผู้ใหญ่บ้านที่มีพฤติกรรมตนไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนังสือดังกล่าวสรุปใจความว่า เนื่องด้วย เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจและฝ่ายปกครองเข้าทำการตรวจปัสสาวะพระครูประทีปปุณทัศน์ (สมบูรณ์ ณ ลำพูน) เจ้าอาวาสวัดสบเติ๋น หมู่ 2 บ้านสบเติ๋น ตำบลสบป้าด อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง พบว่ามีสารเสพติด(ยาบ้า)จึงได้ทำการจับกุมและให้พระเภระชั้นผู้ใหญ่ทำการลาสิกขาและดำเนินคดีตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระอาจารย์สาธิต กล่าวว่าหลังจากนั้นผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋น ได้ใช้ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านประกาศเสียงตามสายในหมู่บ้านยุยงปลุกปั่นชาวบ้านว่ากรณีที่เกิดขึ้นเกิดจากอาตมาอยู่เบื้องหลัง ส่งผลให้อดีตเจ้าอาวาสรวมถึงบรรดาญาติๆ ปักใจเชื่อว่าตนเองเป็นผู้แจ้งให้เจ้าหน้าที่มาจับกุมอดีตเจ้าอาวาส ประกอบกับมีผู้ประสงค์ดีโทรศัพท์มาแจ้งข่าวว่าอดีตเจ้าอาวาสและญาติคิดอาฆาตและมุ่งร้าย จึงได้บันทึกเสียงการสนทนาดังกล่าวไว้ ซึ่งการกระทำของผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นดังกล่าวก่อให้เกิดความเดือนร้อนเสียหายเป็นอย่างมาก จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมาดูแลรักษาความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การกระทำของผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นดังกล่าวเป็นการกระทำที่น่าจะมีมูลเหตุจูงใจจากที่ในอดีตอาตมาเคยเป็นผู้ให้คำปรึกษากับกลุ่มชาวบ้านที่ร้องเรียนผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นกรณียักยอกเงินโครงการแก้ปัญหาความยากจน (กข.คจ.) สมัยที่ผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นดำรงตำแหน่งสมัยที่ 1 คือ ระหว่าง พ.ศ.2551-2555 ก่อนที่จะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมัยที่สองคือสมัยปัจจุบัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ตนและเพื่อให้เกิดความถูกต้องชอบธรรมขึ้นในสังคม จึงขอให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋น ใน 3 ประเด็นดังนี้ คือ 1.การประกาศเสียงตามสายในหมู่บ้านกรณียุยงปลุกปั่นชาวบ้านให้เกลียดชังตนว่าการกระทำดังกล่าวถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ และหากเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมขอให้มีการลงโทษทางวินัยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ขอให้มีการรื้อฟื้นและตรวจสอบการร้องเรียนผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นกรณียักยอกเงินโครงการ กขคจ.&amp;nbsp; สมัยที่ผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นดำรงตำแหน่งสมัยที่ 1 คือระหว่าง พ.ศ. 2551-2555 ก่อนที่จะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมัยที่สองคือสมัยปัจจุบัน โดยให้ถือเอาคลิปวิดีโอบันทึกการสารภาพของผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นว่าได้ยักยอกเงิน โครงการ กขคจ. ไปใช้ในธุรกิจส่วนตัวจริง ทั้งๆที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐและรู้ระเบียบเป็นอย่างดี ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่เป็นความผิด ขอให้มีการปลดผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋นออกจากตำแหน่งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อดูคลิปวิดีโอที่ได้มีการบันทึกไว้ขณะที่เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนอำเภอแม่เมาะเข้าตรวจสอบเงินที่หายไปรวม 210,000 บาทเศษ แล้วก็พบว่า ผู้ใหญ่บ้านได้รับสารภาพว่าตนเองนำเงิน กขคจ ออกไปใช้ในธุรกิจส่วนตัวจริง และจะขอชำระคืนให้ภายใน 3 ปี แต่ชาวบ้านที่มาร่วมประชุมส่วนใหญ่ไม่พอใจและมีการโต้เถียงกันเป็นระยะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังพบว่า หลังเรื่องแดง ผู้ใหญ่บ้านรับสารภาพว่าเอาเงินไปจริงซึ่งถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนกลับไปที่ สภ.แม่เมาะ และลงบันทึกประจำวันไว้เท่านั้น พร้อมกับทำข้อตกลงให้ผู้ใหญ่บ้านผ่อนชำระเงินคืนโดยมีผู้ค้ำประกัน 3 คนโดยไม่ประสงค์แจ้งความร้องทุกข์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ทางจังหวัดได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบในเรื่องดังกล่าว แต่เหมือนทุกอย่างจะเงียบหายไปชาวบ้านในชุมชนไม่เคยทราบความคืบหน้าในกรณีดังกล่าว แม้จะมีการทำหนังสือทวงถามไปหลายครั้งแล้วก็ตาม จนกระทั่งผู้ใหญ่บ้านครบวาระในปี 2555 และยังมาลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่และก็ได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นสมัยที่2 จนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังปลัดอำเภอแม่เมาะคนปัจจุบันถึงเรื่องดังกล่าว ทราบว่าตนเองเพิ่งได้รับเรื่องให้ทำการสอบสวน ขณะนี้ได้สอบพยานครบทุกคนแล้ว พร้อมที่จะสรุปรายงานส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางได้รับทราบในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุเกิดมาตั้งแต่ปี 2551 แต่ทำไมการสอบวินัยถึงได้ล่าช้าและดึงเวลามานานขนาดนี้ ปลัดอำเภอแม่เมาะ กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นตนเองไม่ทราบเพราะเพิ่งมารับตำแหน่งและได้รีบดำเนินการในเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด ส่วนความผิดด้านอื่นๆก็คงอยู่ที่เจ้าของเงินหรือผู้มีอำนาจในเรื่องนั้นจะเป็นผู้ดำเนินการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4540</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ใหญ่บ้านสบเติ๋น, พระนักพัฒนาลำปาง, พระอาจารย์สาธิต ธีรปัญโญ, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง, โครงการกข.คจ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa09cd6e43d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
