<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;คมนาคม&#039;หนุนใช้รถไฟขับเคลื่อนระบบไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเรื่อง การผลักดันการใช้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าสำหรับการขนส่งสาธารณะ กรณีรถไฟขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า EV on Train ครั้งที่ 3 ว่าได้เร่งรัดการผลักดันการใช้เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าสำหรับการขนส่งสาธารณะ กรณีรถไฟขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า EV on Train ในการปรับปรุงแผนการนำรถไฟขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า EV on Train ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ที่ติดตั้งในตัวรถไฟ มาใช้ในประเทศให้เร็วขึ้นจากแผนเดิม ปี 2568 เป็นปี 2566&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ในปี 2564 จะดำเนินการศึกษา และออกแบบรถไฟ EV ที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากนั้นปี 2565 จะเตรียมการและดำเนินการดัดแปลงรถไฟ EV จากรถจักรเก่า และในปี 2566 ดำเนินการทดสอบรถไฟ EV ในศูนย์ทดสอบและทดลองวิ่งในเส้นทาง ขณะเดียวกันได้จัดทำแผนการดำเนินงาน นำรถไฟขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า EV on Train มาใช้ในไทย โดยมีแผนครอบคลุมตั้งแต่ปี 2564-2576 โดยมีโครงการระยะสั้น ที่ทางกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์กรมหาชน) และสถาบันการศึกษา จะร่วมมือกันปรับปรุงรถจักรเก่า GEK หรือ Alsthom เป็นระบบ Battery Locomotive จำนวน 4 คัน ให้แล้วเสร็จในปี 66 และโครงการจัดหารถจักรสับเปลี่ยน (Battery Shunting Locomotive) จำนวน 20 คัน ที่จะนำมาใช้งานภายในปี 67&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้ ขร. และ รฟท. จัดทำแผนการดำเนินการและขั้นตอนในการนำรถไฟ EV on Train มาใช้ในประเทศไทยให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม รวมทั้งจัดหาทุนในการดำเนินการ นอกจากนี้ให้ รฟท. ร่วมกับสถาบันการศึกษาทำการศึกษาวิจัยการนำรถไฟ EV on Train มาใช้สำหรับลากจูงขบวนรถไฟที่จะเข้ามาใช้สถานีกลางบางซื่อในระยะเร่งด่วน พร้อมทั้งให้หน่วยงานผู้ให้บริการระบบรางที่ใช้พลังงานไฟฟ้าศึกษาความต้องการ และการบริหารจัดการการใช้พลังงานไฟฟ้า เพื่อให้มีความคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยอาจพิจารณาการจัดสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อจ่ายพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในการเดินรถ และส่วนที่เหลือสามารถนำมาจ่ายคืนไปยังระบบไฟฟ้า
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114738</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ, รถไฟขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า EV on Train, รมว.คมนาคม, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_612481cecb0bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯตั้งเป้าผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพฯฉีดวัคซีนเข็มแรกภายใน 6มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.2564 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)เปิดเผยว่า ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้เปิดให้ผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะทุกประเภทในเขตกรุงเทพฯ ทั้งรถโดยสารประจำทาง รถโดยสารไม่ประจำทาง รถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์สาธารณะ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง และรถยนต์รับจ้างสามล้อ ลงทะเบียนเพื่อเข้ารับวัคซีนโควิด-19 ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา และเริ่มฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะตั้งแต่วันที่ 24 จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกตั้งเป้าฉีดวัคซีนเข็มแรกให้แก่ผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะที่ลงทะเบียนไว้ให้ครบทุกคนภายในวันที่ 6 มิถุนายน 2564 เพื่อเป็นการเร่งสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้ครอบคลุมบุคลากรด่านหน้าในระบบขนส่งสาธารณะซึ่งจะทำให้ประชาชนมีความปลอดภัยในการใช้บริการขนส่งสาธารณะตามเจตนารมณ์ของกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะที่ต้องการลงทะเบียนรับวัคซีนโควิด-19 เพิ่มเติม กรมการขนส่งทางบกจะเปิดรับลงทะเบียนถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2564 โดยสามารถลงทะเบียนแจ้งความจำนงรับวัคซีนได้ทุกช่องทาง อาทิ ลงทะเบียนผ่านผู้ประกอบการขนส่ง หัวหน้าวิน สหกรณ์ นิติบุคคล หรือสมาคมที่สังกัดอยู่ หรือลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก www.dlt.go.th หรือยื่นความจำนงได้ที่สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 &amp;ndash; 5 หรือสำนักการขนส่งผู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิรุตม์กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกจะรวบรวมรายชื่อผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะที่ลงทะเบียนแจ้งความจำนงรับวัคซีนจากทุกช่องทางให้กระทรวงคมนาคมเพื่อส่งให้กระทรวงสาธารณสุขจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ให้ตามลำดับ โดยจะได้รับข้อความ SMS ภายใน 2-3 วันหลังจากลงทะเบียน เพื่อแจ้งวันที่และเวลาในการเข้ารับการฉีดวัคซีน ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ดังนั้น ในการลงทะเบียนจึงขอให้ระบุข้อมูลตามความเป็นจริงและตรวจสอบความถูกต้องให้เรียบร้อยก่อนส่งข้อมูล อาทิ เลขประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด หมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ เลขที่ใบอนุญาตขับรถสาธารณะหรือใบอนุญาตเป็นผู้ประจำรถ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ข้อปฏิบัติในวันเข้ารับการฉีดวัคซีน ผู้ที่ได้รับสิทธิเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมบัตรประจำตัวประชาชน แสดงข้อความ SMS และแต่งกายด้วยชุดที่ใช้ในการประกอบอาชีพให้บริการรถโดยสารสาธารณะแต่ละประเภท เพื่อให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและให้เข้ารับบริการได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105044</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรุตม์ วิศาลจิตร, ฉีดวัคซีนเข็มแรก, ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_6093672ccaf48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104273</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 18:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 18:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมพอใจภาพรวมฉัดวัคซีนต้านโควิดให้บุคลากรด้านหน้ารวม 3 วัน 1.7 หมื่นคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.2564-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ศูนย์ฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อ พร้อมด้วยนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีสาธารณะสุข ว่าสำหรับภาพรวมการฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อซึ่งเป็นการบูรณาการกับกระทรวงสาธารณสุขโดยมีเป้าหมายแรกคือการฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรของกระทรวงคมนาคมและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เช่น กลุ่มที่ทำความสะอาดสถานที่ราชการและสำนักงานต่างๆกลุ่มรักษาความปลอดภัยรวมทั้งกลุ่มเป้าหมายผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะ ซึ่งเป้าหมายของกระทรวงคมนาคมคือ 350,000 คน ในเขตกรุงเทพและปริมณฑลมี 130,000 คนซึ่งได้มีการวางแผนว่าจะฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเป้าหมายในสถานีกลางบางซื่อให้ได้วันละ 10,000 คนขั้นต่ำหลังจากเปิดให้บริการฉีดวัคซีนวันแรกคือวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมาทั้งวันฉีดได้ 5,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามซึ่งปัจจุบันได้มีการมอนิเตอร์การให้บริการฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อจากแอพพลิเคชันของทรวงสาธารณสุข ที่รายงานว่าวันที่ 26 พฤษภาคม 64 มีบุคลากรที่ฉีดแล้วจำนวน 5,559 คน ค่าเฉลี่ยในการฉีดอยู่ที่ 936 คนต่อชั่วโมงซึ่งสูงกว่าสมมุติฐานที่เคยตั้งไว้ที่ 900 รายต่อชั่วโมง ภาพรวมสามวันระหว่าวันที่ 24-26 พ.ค.นี้ ฉีดได้ 17,535 คน หรือ 10% ขณะนี้ผลที่ดำเนินการใน 2วันครึ่งเป็นไปตามสมมุติฐาน ล่าสุดจะฉีดให้ได้สูงสุดอยู่ที่ 1,300 คนต่อชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การให้บริการฉีดวัคซีนที่สถานีบางซื่อที่สามารถรองรับคนมาฉีดวัคซีนและมีความรวดเร็วนั้นเนื่องจากเครื่องมือที่ใช้ในการลงทะเบียนมีผลมาก แต่ขณะเดียวกันก็พบว่าในบางจุดยังมีคอขวดอยู่สองแห่งคือ จุดที่.เรื่องของเครื่องวัดความดันซึ่งมีจำนวนไม่เพียงพอซึ่งได้รายงานให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขรับทราบว่ามีปัญหาในเรื่องดังกล่าว ซึ่งท่านจะรีบดำเนินการจัดหาอุปกรณ์มาให้ ส่วนจุดที่2 เมื่อการดำเนินกานเร็วขึ้นทำให้มีการกระจุกกันช่วงที่ฉีดวัคซีน&amp;rdquo;นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการดำเนินการในสามวันที่ผ่านมานั้นพบว่าบุคลากรมีอาการการแพ้การฉีดวัดซินเล็กน้อยและมีอาการที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลหนึ่งรายแต่ขณะนี้อาการปกติแล้ว ซึ่งทั้งหมดนี้คือเป้าหมายที่วางไว้ คือการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 กระทรวงคมนาคมเริ่มฉีดตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.วางแผนว่า14 วันจะฉีดวัคซีนจบในกลุ่มเป้าหมาย 130,000 คน และหลังจากนั้นจะเริ่มฉีดเข็มที่2 ต่อไป โดยจะใช้เวลารวมทั้งหมด 28 วัน ในการจบภารกิจของกรทรวงคมนาคม หลังจากนั้นกระทรวงคมนาคมจะทำหนังสือรายงานไปที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศคบ.และเรียนนายกรัฐมนตรีว่าเมื่อจบภารกิจแล้วทาง ศคบ.และท่านนายกรัฐมนตรีจะมอบภารกิจอะไรให้กระทรวงคมนาคม หากมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการซึ่งยินดีที่จะน้อมรับนำภารกิจมาปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในต่างจังหวัดขณะนี้นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคมได้รายงานว่าขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศที่มีอยู่ทุกจังหวัดเป็น เซ็นเตอร์ในการบูรณาการในเรื่องข้อมูลบุคลากร ของกระทรวงคมนาคมและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและสาธารณสุขจังหวัดซึ่งจะมอนิเตอร์ทุกวัน ขณะนี้ที่ได้รับรายงานยังเป็นไปตามแผน คาดว่าจะใช้เวลาหนึ่งเดือนจะจบภารกิจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104273</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีน, ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ, ศูนย์ฉีดวัคซีนที่สถานีกลางบางซื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae2d29bdb01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
