<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2021 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2021 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชัยนาท’ผ่อนคลายมาตรการป้องกันโควิดให้ตลาดนัดขนาดเล็กเปิดค้าขายได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.2564 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการที่จังหวัดชัยนาท &amp;nbsp;ไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ ติดต่อกันมาเป็นเวลา 17 วันแล้ว &amp;nbsp;ทำให้จังหวัดได้ผ่อนคลายการบังคับใช้บางมาตรการในการป้องกันและการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp; เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการดำเนินชีวิตและการทำกิจกรรมด้านเศรษฐกิจ &amp;nbsp; โดยเฉพาะการค้าขาย &amp;nbsp;เพื่อให้เศรษฐกิจชุมชนกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง โดยอนุญาตให้ ตลาดชุมชน &amp;nbsp;ตลาดเกษตรกร &amp;nbsp;ตลาดประชารัฐ และตลาดนัดขนาดเล็ก &amp;nbsp;กลับมาเปิดค้าขายได้เหมือนเดิม &amp;nbsp;หลังจากที่มีคำสั่งปิดตลาดนัดไปเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 &amp;nbsp; แต่ตลาดนัดขนาดใหญ่ เช่น ตลาดนัดวันเสาร์ในอำเภอเมืองชัยนาท และตลาดนัดวันพระในอำเภอสรรคบุรี &amp;nbsp;ยังไม่อนุญาตให้เปิดค้าขาย &amp;nbsp;และอนุญาตให้เฉพาะ พ่อค้าแม่ค้า ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดชัยนาท ซึ่งได้ผ่านการคัดกรองโรคแล้วเท่านั้น &amp;nbsp;ที่จะสามารถมาเปิดแผงค้าขายได้ &amp;nbsp;และต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp; ส่วนพ่อค้าแม่ค้าจากจังหวัดอื่นยังไม่อนุญาตให้เข้ามาค้าขายในจังหวัดชัยนาท &amp;nbsp;ตามมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ของบุคคลในการเดินทางข้ามเขตจังหวัด โดยเฉพาะบุคคลที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการที่ตลาดนัดขนาดเล็กได้กลับมาเปิดค้าขายอีกครั้ง ทำให้พ่อค้าแม่ค้าชาวชัยนาท ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดแผงค้าต่างดีใจ ที่จะมีรายได้เลี้ยงครอบครัว &amp;nbsp; โดยแม่ค้าน้ำพริกรายหนึ่งในตลาดประชารัฐ &amp;nbsp;บอกว่า ดีใจที่ได้กลับมาเปิดแผงค้าขายอีกครั้ง ยิ่งรัฐบาลเปิดให้คนลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง รอบเก็บตกในวันนี้ และจะมีเงินเยียวยาโครงการเราชนะ ก็คิดว่าจะช่วยให้ตนมีลูกค้าใหม่ๆเพิ่มขึ้น และจะทำให้ขายของได้มากขึ้นด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทางจังหวัดยังคงให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;โดยผู้ค้าและประชาชน ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า &amp;nbsp;ตรวจวัดอุณหภูมิ &amp;nbsp;ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล เมื่อเข้าไปในตลาด และต้องมีการเว้นระยะห่าง &amp;nbsp;รวมทั้งมีการทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสภายในตลาด &amp;nbsp;และกำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดชัยนาท จำนวน 8 ราย &amp;nbsp;ได้รับการรักษาหายป่วยกลับบ้านแล้วทั้งหมด ส่วนการตรวจหาเชื้อในเชิงรุกกับบุคคลที่เดินทางมาจากจังหวัดพื้นที่เสี่ยงสูง &amp;nbsp;บุคคลที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และแรงงานต่างด้าว ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90411</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยนาท, ตลาด, ผู้ป่วย, ผ่อนคลาย, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_6007a3b55836a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68543</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 06:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 06:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลเผยคนไทยร้อยละ 83.1 ไปตลาดหลังผ่อนปรนมาตรการหยุดเชื้อเพื่อชาติ ส่วนใหญ่กังวลไปโรงหนัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 - กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ &amp;nbsp;เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;คนไทยไปไหน...หลังผ่อนคลายมาตรการหยุดเชื้อเพื่อชาติ&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,204 คน พบว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานที่ที่ประชาชนได้ไปมากที่สุดภายหลังมาตรการหยุดเชื้อเพื่อชาติได้รับการผ่อนปรนคือ ตลาด ตลาดนัด ซุปเปอร์มาร์เก็ต (ร้อยละ 83.1) รองลงมาคือ &amp;nbsp;ห้างสรรพสินค้า (ร้อยละ 44.8) และร้านเสริมสวย ร้านตัดผม (ร้อยละ 40.1)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานที่ที่ประชาชนไม่คิดว่าจะไปเพราะกังวลการติดเชื้อมากที่สุดคือ โรงภาพยนตร์ (ร้อยละ 91.1) รองลงมาคือ &amp;nbsp; &amp;nbsp;การใช้สนามบินภายในประเทศ (ร้อยละ 83.8) และสถานบริการ สปา &amp;nbsp;ร้านนวด &amp;nbsp;(ร้อยละ 81.5) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าอยากให้มีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงเดือน ก.ค. &amp;ndash; ต.ค. 63 &amp;nbsp;เป็นอย่างไรพบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 51.8 อยากให้แจกเงินแบบให้เปล่า รองลงมาร้อยละ 24.1 นำใบเสร็จค่าที่พัก ค่าอาหาร มาลดหย่อนภาษี และร้อยละ 21.2 ให้วอชเชอร์ส่วนลดที่พักร้านอาหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สุดท้ายเมื่อถามถึงความคาดหวังต่อการหยุดชดเชยแทนวันสงกรานต์พบว่า ประชาชนร้อยละ 46.6 คาดหวังอยากให้ไปรวมกับวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลปีใหม่เลย รองลงมาร้อยละ 33.3 คาดหวังให้หยุด ในช่วงเดือนที่ไม่มีวันหยุดเลยเช่น เดือนกันยายน และร้อยละ 20.1 คาดหวังว่าจะหยุดยาวติดต่อกันไปเลย &amp;nbsp;ในช่วงวันหยุดยาวช่วงใดช่วงหนึ่ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68543</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาด, ผ่อนคลาย, สำรวจความคิดเห็น, โควิด, โพล, โรงหนัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee412a6ccd3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2020 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2020 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนามมวยมีลุ้น!สมช.เคาะผ่อนคลายเฟส4ส่วนพรก.ฉุกเฉินรอสัปดาห์หน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.2563 - &amp;nbsp;พล.อ.สมศักดิ์​ &amp;nbsp;รุ่งสิตา​ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.)​ กล่าวการประชุม​ สมช.เพื่อพิจารณาการผ่อนคลายในระยะที่​ 4​ ถึงกรณีสนามมวยจะได้รับการผ่อนคลายในครั้งนี้ด้วยหรือไม่​ ว่า​ ต้องรอผลประชุมก่อน แต่มีความเป็นไปได้หมดถ้าทุกกิจการ/กิจกรรมมีความพร้อม ส่วนการผ่อนคลายในระยะที่ 4 จะครอบคลุมไปถึงเรื่องเปิดสนามบินด้วยหรือไม่นั้น ในส่วนของการปิดสนามบินมีการปิดไปจนถึงสิ้นเดือน​ มิ.ย.อยู่แล้ว หลังจากนี้ค่อยว่ากัน ทั้งนี้​ 12 กิจการ/กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงจะได้รับการผ่อนคลายหรือไม่นั้น​ ขึ้นอยู่กับที่ประชุมในวันนี้ก่อนจะนำเสนอให้​ ศบค.พิจารณาในวันศุกร์ที่​ 12​ มิ.ย.อีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ จะมีการพิจารณาขยายหรือยกเลิกการประกาศใช้​ พ.ร.ก.ฉุกเฉินด้วยหรือไม่​ พล.อ.สมศักดิ์​ กล่าวว่า​ จะพิจารณาในสัปดาห์หน้า แต่ตอนนี้ขอดูในเรื่องการผ่อนคลายในระยะที่ 4 ก่อนว่าเป็นอย่างไร
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68287</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ่อนคลาย, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พล.อ.สมศักดิ์​  รุ่งสิตา, สมช., ​ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200610/image_big_5ee041b717083.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 21:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ละเอียดยิบ! ประกาศแล้วข้อกำหนดฉบับที่ 9 ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพรก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.63 -&amp;nbsp;&amp;nbsp;ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘(ฉบับที่ ๙)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติในการประชุมเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปตั้งแต่วันที่๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ จนถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ยังปรากฏการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) ในต่ำงประเทศและมีโอกาสจะแพร่เข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากมีผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่องและพบว่ายังมีผู้ติดเชื้อดังกล่าว ประกอบกับองค์การอนามัยโลกได้เตือนว่าการผ่อนคลายความเข้มงวดหลายมาตรการและพร้อม ๆ กันในหลายประเทศอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ได้ซึ่งเมื่อคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพดินฟ้าอากาศและปัจจัยเสี่ยงจากบุคคล สถานที่ และประเภทของกิจกรรมบางอย่างแล้ว แม้ด้วยความร่วมมือจากภาครัฐและประชาชนทุกฝ่ำย สถานการณ์ในช่วงเวลาที่ผ่านมาจะดีขึ้น แต่ฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง และฝ่ายความมั่นคงเห็นว่าในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อซึ่งกำลังจะผ่อนคลายการบังคับใช้บางมาตรการในช่วงที่ ๓ นับจากนี้ไปให้มากขึ้นกว่าเดิมจนใกล้เคียงกับการดำเนินวิถีชีวิตตามปกติ ยังจำเป็นต้องติดตามดูแลสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ต่อไปให้สงบนิ่งอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่วางใจได้อีกระยะหนึ่ง เพื่อว่าหากจำนวนผู้ติดเชื้อกลับเพิ่มหรือโอกาสเสี่ยงมีมากขึ้น จะได้ระงับหรือเปลี่ยนแปลงการผ่อนคลายบางส่วนหรือทั้งหมดได้ทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ. ๒๕๔๘ และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำหนดเป็นการทั่วไปและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลาย ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ (ฉบับที่ ๙)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67316</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลดล็อก, ผ่อนคลาย, พรก.ฉุกเฉิน, โควิด, โรคติดต่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2020 13:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2020 13:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผบ.ทสส.&#039;ลั่นร้านค้าได้ผ่อนคลายแล้วไม่ทำตามมาตรการคุมเข้มโควิดเตือนก่อนสั่งปิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.63-พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) แถลงว่า มาถึงวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เห็นว่าควรมีมาตรการผ่อนคลายบางมาตรการ โดยวันที่ 3 พ.ค.นี้ เป็นวันแรกของการใช้มาตรการผ่อนคลาย ซึ่งแน่นอนว่าจะทำให้ชีวิตทุกคนเปลี่ยนแปลงไป ใน 2 ส่วนหลักการผ่อนคลายมาตรการเพื่อให้กิจการบางประเภทที่เคยปิดให้กลับมาเปิดดำเนินการได้ โดยหมายถึงกิจการอันจำเป็นแก่การดำรงชีวิต เช่น การออกกำลังกาย ร้านเสริมสวย โรงพยาบาล ให้สัตว์ได้รับการรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า 2 วันที่ผ่านมาเกิดการเดินทางเป็นจำนวนมาก เพราะอาจเกิดความคลาดเคลื่อนในการสื่อความหมายของการผ่อนคลาย ซึ่งการผ่อนคลายจากมาตรการที่เคยปิดให้มาเปิดได้ ไม่ใช่ให้เราผ่อนคลายความเข้มงวดที่เคยมีต่อตัวเอง รัฐบาลไม่เคยแนะนำให้เราการ์ดตก เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่เข้าใจ แต่อาจจะมีบางคนที่เข้าใจว่านั่นคือการพักผ่อน อาจจะเข้าใจว่าเราการ์ดตกได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จึงต้องทำความเข้าใจกันใหม่ว่าเรายังการ์ดตกไม่ได้ ดังนั้นการเดินทางไม่ใช่คำแนะนำที่รัฐบาลประสงค์ให้ทุกคนปฏิบัติได้ในขณะนี้ ในข้อกำหนดที่ประกาศออกมายังระบุว่างดหรือลดการเดินทางข้ามเขตจังหวัด เว้นแต่มีเหตุจำเป็นและต้องแสดงหลักฐาน และเมื่อเดินทางไปแล้วจะต้องเจอกับจุดตรวจเข้มคนของจุดตรวจทั้งหลาย ก็ต้องยอมรับสภาพว่าทั้งเดินทางไปและกลับจะต้องพบกับความไม่สะดวกเหล่านั้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ที่จะเปลี่ยนแปลงไปมากครั้งนี้คือ ผู้ประกอบการ ที่ต้องจัดให้มีการดำเนินมาตรการตามหลัก ที่กำหนดคือ 1.จะต้องจัดให้มีการทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส 2.ต้องจัดให้ทุกคนในสถานบริการนั้นมีหน้ากาก 3.ต้องจัดให้มีเจลสบู่หรือแอลกอฮอล์เพื่อล้างมือ 4.จะต้องจัดให้มีจัดมาตรการเว้นระยะ และ5.ต้องทำทุกวิธีเพื่อไม่ให้เกิดความแออัดในสถานบริการนั้น ภาระหนักจะตกอยู่กับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าการกทม.ที่จะต้องจัดทีมลงไปตรวจ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่กระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำเป็นคู่มือออกมาแล้ว โดยศบค.ได้มอบหมายให้ฝ่ายความมั่นคงทำหน้าที่ไปตรวจ ให้เป็นไปตามหลักการใหญ่ของการผ่อนคลาย เช่น&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวของคนส่วนใหญ่ที่เดินทางไปซื้อของ ไปร้านค้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีเกรงว่าอาจจะมีการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามมาตรการที่กำหนดจึงมอบหมายตนไปดู และเมื่อได้ไปสุ่มตรวจในบางซุปเปอร์มาร์เก็ต ก็พบว่าอาจจะมีความคลาดเคลื่อนหรือขาดความพิถีพิถันในการดำเนินการไปบ้างซึ่งก็ได้รับการแก้ไขแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชุดตรวจของฝ่ายความมั่นคง หากตรวจแล้วพบว่าสถานประกอบการนั้นไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหลักก็ต้องตักเตือน ถ้าไม่ทำอีกก็ปิด เพราะเป็นความรับผิดชอบต่อคนในภาพรวมไม่ได้ประสงค์ต่อการกันแกล้ง เพื่อให้ทุกคนที่ไปใช้บริการเกิดความมั่นใจว่าสถานที่ที่เข้าไปนั้นปลอดภัยพอเพียง นี่คือความยืดหยุ่นผ่อนคลาย รัฐบาลคำนึงถึงว่าไม่สามารถไปตรวจจากทุกสถานประกอบการให้เป็นมาตรฐานได้ ดังนั้น จึงอาจมีช่องทางของการร้องเรียน เช่น ทำเนียบมีโทรศัพท์ 1111 ขอย้ำเป็นการผ่อนคลายมาตรการเพื่อให้กิจการบางประเภทกลับมาเปิดได้ แต่ไม่ใช่เราผ่อนคลายตัวเอง ขอให้การเดินทางไปที่ใดก็ตามของทุกคนคงเป็นไปตามคำแนะนำของรัฐบาลคือต้องสวมหน้ากาก เว้นระยะ ทำความสะอาดมือ ต้องคงวินัยตัวเองอย่างนี้ตลอดไปยังไม่ถึงเวลาผ่อนคลาย ดังนั้น ถ้าใครเข้าใจผิดในช่วง 1 พ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเดินทางไปแล้วก็ต้องยอมรับมาตรการที่จะมีการตรวจสอบในการเดินทางขากลับ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;
ผบ.ทสส. กล่าวว่า ในช่วงวันหยุดที่ 4 พ.ค., 6 พ.ค. และ 11 พ.ค.ถ้าไม่เดินทาง หยุดแล้วอยู่กับบ้าน หรือทำกิจกรรมอื่นที่มีการผ่อนคลายให้ และสนับสนุนให้ทำงานอยู่กับบ้าน ทำงานเหลื่อมเวลา ขอให้ยึดหลักเดิมไว้เพื่อประคองตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ให้น้อยอยู่เช่นนี้ ส่วนการตั้งจุดตรวจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคง ทั้งจุดตรวจโควิด-19 ลดลงแล้ว เหลือ 312 จุด และจุดตรวจเคอร์ฟิว เหลือ 690 จุด และไปเพิ่มชุดออกสุ่มตรวจความพร้อมของสถานประกอบการ ที่จะดำเนินการจริงจังเข้มข้นในห้วง 28 วันจากนี้ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64933</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ประกอบการ, ผ่อนคลาย, พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, ร้านค้า, ศปม., โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7cc4bc3e5d9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มะกรูด&#039;ผักสวนครัวกลิ่นหอม    ช่วย&quot;ปู่ย่า&quot;เลือดลมไหลเวียนดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;พับใบเตยหอมมะกรูด&amp;rdquo; งานฝีมือที่ช่วยสร้างความผ่อนคลายผู้สูงอายุและตกแต่งบ้าน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;มะกรูด&amp;rdquo; เป็นผักสวนครัวที่ใช้ในทางปรุงอาหาร ตลอดจนการดูแลสุขภาพร่างกายของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะสรรพคุณที่ช่วยบำรุงโลหิต อีกทั้งใช้เป็นน้ำมันหอมระเหย กระทั่งการช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อจากการบริโภคอาหารย่อยยาก เกริ่นมาอย่างนี้ เชื่อว่าหลายคนที่หมางเมินพืชสมุนไพรรสเปรี้ยวกลิ่นฉุนดังกล่าว ต้องรีบไปซื้อหามาไว้ใช้กันอย่างแน่นอน นี่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องการนำมะกรูดมาใช้ในงานฝีมือที่ช่วยให้ผู้สูงอายุได้เข้าสังคมอย่างการทำ &amp;ldquo;ยาดมมะกรูด&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;พับใบเตยหอมมะกรูด&amp;rdquo; ที่สามารถนำมาใช้ตกแต่งบ้านเรือนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(เภสัชกรหญิงผกากรอง ขวัญข้าว)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เภสัชกรหญิงผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร อธิบายว่า &amp;ldquo;มะกรูดเป็นผักสวนครัวที่มีสรรพคุณโดดเด่นในเรื่องของ &amp;ldquo;น้ำมันหอมระเหย&amp;rdquo; หรือคนทั่วไปรู้กันดีว่าเป็นกลิ่นอโรมา เนื่องจากเป็นพืชในตระกูลส้ม จึงช่วยปรับสภาพจิตใจ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เช่น การนำมาทำเป็นเครื่องหอม &amp;ldquo;ยาดมมะกรูด&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;การพับใบเตยหอมมะกรูด&amp;rdquo; ที่เป็นการส่งเสริมให้ท่านใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ซึ่งเมื่อทำเสร็จแล้วก็สามารถนำมาตกแต่งบ้านเรือนได้ หรือห้องน้ำบ้านไหนที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ การฝานมะกรูดไว้ตามจุดต่างๆ ก็จะเพิ่มความผ่อนคลายได้ดีขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;ยาดองมะกรูด&amp;rdquo; ช่วยบำรุงเลือดผู้สูงวัย ช่วยให้โลหิตไหลเวียนได้ดี)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของการดูแลสุขภาพทั้งสาวน้อยและสาวใหญ่ แนะนำให้ลูกหลานปรุงเครื่องดื่ม &amp;ldquo;ยาดองมะกรูด&amp;rdquo; ซึ่งไม่ได้มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์แต่อย่างใด เพื่อให้ผู้สูงวัยรับประทาน โดยเริ่มจากการนำมะกรูดมาฝานทางขวางให้เป็นชิ้นบางๆ จากนั้นนำไปต้มให้สุก และนำมาดองร่วมกับน้ำผึ้ง โดยทิ้งไว้ 7 วัน หรือจะให้ดีคือระยะเวลา 1 เดือนก็ได้เช่นกัน สรรพคุณจากยาดองมะกรูดจะช่วยทำให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น ผิวพรรณสดใส ใบหน้าเปล่งปลั่ง ประกอบกับผู้หญิงสูงวัยจะค่อนข้างมีความเย็น ซึ่งจะทำให้ร่างกายเกิดภาวะแห้ง ทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ไม่ปกติ หรือเลือดมีความหนืด ซึ่งยาดองมะกรูดจึงถือเป็นยาฟอกเลือด ทำให้โลหิตไหลเวียนได้ดีนั่นเอง โดยผู้สูงอายุสามารถดื่มได้ทุกวัน วันละ 2 ช้อนโต๊ะ หรือเท่ากับ 1 แก้วเป๊ก (30 ซีซี) ที่สำคัญเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพนี้จะมีเชื้อแบคทีเรียชนิดดีต่อลำไส้ ที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;พรีไบโอติกส์&amp;rdquo; ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบของร่างกาย จึงลดการเกิดโรคร้ายแรงต่างๆ ได้ ที่สำคัญยังป้องกันโรคภูมิแพ้ได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้ต้องปรุงอย่างสะอาดและถูกสุขอนามัย ที่ลืมไม่ได้คือผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังต่างๆ ก่อนบริโภคก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(ลดผมขาว ช่วยผมดกดำจาก &amp;ldquo;แชมพูมะกรูด&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการนำมาใช้กับร่างกายที่ดีต่อสุขภาพและช่วยให้ผมดกดำนั้น คือการทำ &amp;ldquo;แชมพูมะกรูด&amp;rdquo; เนื่องจากผักสวนครัวดังกล่าวจะมีน้ำมันหอมระเหยอยู่ จึงทำให้ผิวหนังชุ่มชื่น และยังช่วยลดเชื้อแบคทีเรียบนหนังศีรษะและอาการคันหัว แต่ข้อเสียของแชมพูมะกรูดก็มีเช่นกัน เพราะถ้าหากผู้สูงอายุล้างออกไม่สะอาด ก็จะทำให้น้ำมันหอมระเหยไปทำปฏิกิริยากับแสงแดด ซึ่งจะทำให้หนังศีรษะมีรอยดำ แต่ก็พบได้ค่อนข้างน้อยมาก ดังนั้นผู้สูงวัยจึงควรล้างผมให้สะอาดทุกครั้งหลังใช้ ก็จะช่วยบำรุงเส้นผมให้ดกดำโดยผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ประโยชน์จากมะกรูดซึ่งอยู่ในรูปแบบของ &amp;ldquo;เครื่องแกงปรุงอาหาร&amp;rdquo; เกริ่นไปแต่ต้นว่าสรรพคุณนั้น คือกลิ่นหอมระเหยที่ช่วยสร้างความผ่อนคลาย ที่สำคัญยังช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ค่อนข้างดี เพราะเราจะสังเกตว่าแกงเผ็ดของไทย เช่น แกงเนื้อ ที่ค่อนข้างย่อยยากสำหรับคนสูงวัย ซึ่งเครื่องแกงที่ใช้จะมีส่วนผสมของผิวมะกรูด เมื่อผู้สูงวัยรับประทานเมนูปรุงจากเนื้อสัตว์ที่มีส่วนผสมของผักสวนครัวพื้นบ้านดังกล่าว ก็จะช่วยทำให้ระบบขับถ่ายของผู้สูงวัยดีขึ้น หรือกินอาหารแล้วไม่แน่นท้องนั่นเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรรพคุณครบวงจร ทั้งสร้างความผ่อนคลาย ช่วยย่อย ทำให้เส้นผมดกดำ ไหนจะไล่ยุง ลดกลิ่นอับชื้นในบ้าน อีกสารพัด ฯลฯ งานนี้รีบไปหามาไว้ใช้กันดีกว่าค่ะ...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11152</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ช่วยย่อย, น้ำมันหอมระเหย, ผ่อนคลาย, มะกรูด, ยาดองมะกรูด, เภสัชกรหญิงผกากรอง ขวัญข้าว, แชมพูมะกรูด, โลกวัยเกษียณ, ไล่ยุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e7bc1bdc06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
