<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมุทรสาครยังไม่จบ! เชิงรุกพบอีก148ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.เผยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 198 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ชายชาวพิจิตร มีโรคประจำตัว โล่งอก &amp;quot;หมอทวีศิลป์&amp;quot; ตรวจเชื้อแล้วผลเป็นลบ ไม่ต้องกักตัวเพราะอยู่วง 2 ขณะที่ศบค.ชุดเล็กหารือ ผ่อนคลายพื้นที่เสี่ยงหลังมีแนวโน้มสถานการณ์โควิดเริ่มดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2564 พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 198 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 180 ราย ในจำนวนนี้แบ่งเป็น 3 กลุ่ม จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 69 ราย (สมุทรสาคร 56 ราย, กรุงเทพฯ 5 ราย, อ่างทอง 1 ราย, สมุทรสงคราม 5 ราย, สมุทรปราการ 1 ราย และระยอง 1 ราย) จากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 111 ราย (จังหวัดสมุทรสาคร 107 ราย และกรุงเทพฯ 4 ราย) และการติดเชื้อในคนไทยหรือชาวต่างชาติที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ&amp;nbsp; เข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 18 ราย ทำให้ขณะนี้มียอดผู้ป่วยสะสม 13,302 ราย ยอดหายป่วยสะสม 10,448 ราย อยู่ระหว่างรักษา 2,782 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 72 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษกฯ กล่าวว่า สำหรับผู้เสียชีวิตรายใหม่ เป็นชายไทยอายุ 81 ปี ภูมิลำเนาจังหวัดพิจิตร มีโรคประจำตัวโรคเบาหวาน ไตวายเรื้อรัง กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด มีประวัติสัมผัสผู้ติดเชื้อซึ่งเป็นบุคคลในครอบครัวที่เดินทางมาจากจังหวัดสมุทรสาคร โดยวันที่ 31 ธ.ค. มีอาการหน้ามืดและเข้ารับการรักษาตัว วันที่ 2 ม.ค.มีอาการไข้ ไอ มีเสมหะ ถ่ายเหลว และตรวจหาเชื้อโควิด-19 เนื่องจากได้ประวัติจากญาติที่มีอาการติดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 3 ม.ค. ผลยืนยันติดโควิด-19 ได้เข้าห้องแยกโรค ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยมากขึ้น วันที่ 4 ม.ค. มีอาการปอดอักเสบรุนแรง เหนื่อยมากขึ้น ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ในวันที่ 9 ม.ค. อาการดีขึ้น จนสามารถเอาท่อช่วยหายใจออก กระทั่งวันที่ 15 ม.ค. มีอาการไข้ ไอ เหนื่อยมากอีกครั้ง ต้องใส่ท่อช่วยหายใจใหม่ และอาการแย่ลงไม่ตอบสนองต่อการรักษา และวันที่ 22 ม.ค. เสียชีวิต ในเวลา 22.30 น. สำหรับสถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 98,742,691 ราย เสียชีวิตสะสม 2,116,319 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พรรณประภากล่าวอีกว่า ส่วนรายงานสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ของไทยตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.63 ถึงปัจจุบัน มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสม 9,065 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยรายใหม่ติดเชื้อในประเทศ 3,987 ราย และการติดเชื้อจากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 4,495 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษกฯ กล่าวว่า สำหรับกรณีผู้ประกาศข่าว NBT ที่ติดเชื้อจนทำให้ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ต้องไปตรวจหาเชื้อนั้น ผู้ติดเชื้อถือว่าอยู่ในวงแรก นพ.ทวีศิลป์และทีมงานอยู่ในวงที่สอง ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ วันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา นพ.ทวีศิลป์ไปตรวจเชื้อแล้วผลเป็นลบ ขณะที่ผู้ดำเนินรายการของ NBT ที่มาทำงานที่ ศบค.ทั้ง 2 คนก็ได้ไปตรวจเชื้อและผลเป็นลบด้วยเช่นกัน หลังจากนี้ก็ต้องกักตัวเอง ขณะที่ นพ.ทวีศิลป์ที่เป็นผู้มีความเสี่ยงต่ำนั้น เมื่อผลเป็นลบก็ต้องหลีกเลี่ยงไม่ไปในที่ชุมชน โดยสวมหน้ากากตลอดเวลา และจะกลับมาปฏิบัติหน้าที่ต่อในเร็วๆ นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ทวีศิลป์เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;More ทวีศิลป์&amp;quot; ว่า ไม่ต้องกักตัวเพื่อเฝ้าระวังโควิด-1 เนื่องจากอยู่ในวงที่ 2 ของผู้ติดเชื้อซึ่งเป็นผู้ประกาศข่าวของสถานี NBT โดยกรมควบคุมโรคมีข้อปฏิบัติคือให้สังเกตอาการ หลีกเลี่ยงไปที่ชุมชน และใส่หน้ากากอนามัย โดยมีเพียงผู้สัมผัสที่อยู่ในวง 1 ซึ่งเป็นผู้ร่วมงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยเท่านั้นที่ต้องกักตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ศบค.ยกตัวอย่างว่า กรณีของ &amp;#39;พิธีกรสอร์&amp;#39; ผู้ที่อยู่ในวงที่ 1 คือพิธีกร 2 คน ซึ่งผลการตรวจไม่พบเชื้อแต่ต้องกักตัว ส่วนผู้ที่อยู่ในวงที่ 2 คือเป็นผู้ใกล้ชิดกับพิธีกรทั้ง 2 คน ซึ่งทั้งหมดมีผลการตรวจไม่พบเชื้อ และขอให้แก้ไขพาดหัวข่าว ยืนยันว่า ศบค.ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ และในวันจันทร์จะไปทำงานตามปกติ
ศบค.วงเล็กหารือปลดล็อก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ได้เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ชุดเล็ก มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม รวมถึง นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค โดยที่ประชุมหารือประเมินสถานการณ์ก่อนถึงวันที่ 31 ม.ค. เพื่อวางแผนการออกแบบพื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เสี่ยง และประเมินสถานการณ์เพื่อตัดสินใจว่าจะผ่อนคลายหรือเข้มมาตรการใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งนำข้อเสนอของแต่ฝ่ายมาพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งการเปิดการเรียน การเดินทางข้ามจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดง 5 จังหวัด คือ สมุทรสาคร ระยอง ชลบุรี จันทบุรี และตราด การเตรียมความพร้อมก่อนเปิดตลาดกลางกุ้งที่สมุทรสาคร ตามกำหนดวันที่ 26 ม.ค. รวมถึงประเด็นอื่นๆ ซึ่งข้อสรุปทั้งหมดจะนำเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่วันที่ 25 ม.ค. ก่อนจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 26 มกราคมอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.โอภาสให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า มาตรการต่างๆ ที่จะออกมา ต้องดูข้อมูลรายละเอียดในสัปดาห์หน้า เพื่อดูว่าข้อมูลมีความสอดคล้องกับแนวโน้มที่เราคิดไว้หรือไม่ ถ้าสอดคล้องกัน ก็แสดงว่าสถานการณ์ดีขึ้น แต่เหลือจุดที่เราต้องให้ความสำคัญคือที่ จ.สมุทรสาคร และที่ประชุมก็เน้นหนักไปที่ จ.สมุทรสาคร ส่วนมาตรการที่เราจะผ่อนคลายต่างๆ ก็ต้องดูสถานการณ์สัปดาห์หน้าเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีแนวโน้มว่าจะเปิดตลาดกลางกุ้งที่ จ.สมุทรสาคร หรือไม่ อธิบดีกรมควบคุมโรคตอบว่า แนวทางที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมอบมาคือพยายามยึดหลักของการแพทย์และสาธารณสุขเป็นหลัก และที่ประชุมก็เห็นพ้องต้องกันว่า น่าจะมีการเพิ่มมาตรการต่างๆ เข้าไป เพื่อให้สถานการณ์ที่ดีขึ้นอยู่แล้วดีขึ้นได้เร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งหลังจากนี้ก็จะมีการกำหนดมาตรการเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่ามีแนวโน้มว่าจะคลายล็อก จ.สมุทรสาครด้วยใช่หรือไม่ นพ.โอภาสตอบว่า ส่วนนี้ก็ต้องดูข้อมูลของสัปดาห์หน้าอีกครั้ง ที่จะมีมาตรการตรวจปูพรมเพิ่มขึ้น รวมทั้งให้ทางเอกชนและโรงงานต่างๆ มาร่วมด้วยช่วยกันมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า สถานการณ์ในพื้นที่ กทม. ยังมีความกังวลอยู่หรือไม่ นพ.โอภาสกล่าวว่า จากข้อมูลที่นำมาเสนอในที่ประชุมวันนี้พบว่าสถานการณ์ใน กทม.ยังค่อนข้างคงตัว อยู่ในระดับที่เราค่อนข้างพอใจ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ กทม.ที่เป็นพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ จะมีการตรวจพื้นที่เชิงรุกมากขึ้นเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สิ่งที่สำคัญไม่ใช่เรื่องการตรวจอย่างเดียว แต่ต้องมีความร่วมมือของประชาชนด้วย เช่น เรื่องการเว้นระยะห่าง ก็ต้องมีเพิ่มเติม โดยจุดที่เราเห็นเป็นปัญหาของ กทม. คือเมื่อมีคนติดเชื้อ 1 คน คนในครอบครัวจะเป็นกลุ่มเสี่ยง และเพื่อนร่วมงานในที่ทำงาน ซึ่งปัจจัยเสี่ยงในที่ทำงานคือการนั่งรับประทานอาหารร่วมกัน ดังนั้น แต่ละองค์กรจะต้องจัดพื้นที่ให้กับเจ้าหน้าที่ และพยายามหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกันหลายๆ คน เพราะเป็นจุดเสี่ยงที่เราเห็นได้ค่อนข้างชัด&amp;rdquo; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับมาตรการการป้องกันโควิด-19 ที่ทำเนียบรัฐบาล ยังคงเป็นไปอย่างเข้มข้น ภายหลังจากวันที่ 22 ม.ค. ได้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อภายในตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นศูนย์การปฏิบัติงาน ศบค. รวมทั้งห้องปฏิบัติการสื่อมวลชนและจุดอื่นๆ ภายในทำเนียบรัฐบาล อีกทั้งหลังจากนี้ทำเนียบฯ จะดำเนินการฉีดพ่นฆ่าเชื้อทุกวันเพื่อสร้างความมั่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครรายงานข้อมูลจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรสาคร ณ เวลา 17.00 น.วันที่ 23 ม.ค.64 ว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 148 ราย เป็นการพบผู้ติดเชื้อจากการตรวจในโรงพยาบาล 76 ราย เป็นคนไทย 50 ราย ต่างด้าว 26 ราย ค้นหาคัดกรองเชิงรุก 72 ราย เป็นคนไทย 2 ราย ต่างด้าว 70 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสมนับตั้งแต่มีการระบาดรอบใหม่อยู่ที่ 5,493 ราย เป็นการพบผู้ติดเชื้อจากการค้นหาคัดกรองเชิงรุก 4,221 ราย เป็นคนไทย 391 ราย ต่างด้าว 3,830 ราย พบเชื้อจากการตรวจในโรงพยาบาล 1,272 ราย เป็นคนไทย 787 ราย ต่างด้าว 485 ราย มีผู้ป่วยที่รักษาหาย/จำหน่ายเคสแล้ว 3,403 ราย (เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 62 ราย) เป็นคนไทย 1,008 ราย (เพิ่มขึ้น 26 ราย) ต่างด้าว 2,395 ราย (เพิ่มขึ้น 36 ราย) มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เมื่อวันที่ 5 ม.ค.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ติดเชื้ออยู่ระหว่างการดูแลรักษามีทั้งหมด 2,088 ราย เป็นการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 401 ราย แบ่งเป็นคนไทย 168 ราย ต่างด้าว 233 ราย อยู่ในสถานที่กักตัวเพื่อสังเกตอาการ 1,687 ราย เป็นต่างด้าวทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการตรวจค้นหาเชิงรุกในชุมชนได้ดำเนินการเพิ่มเติมในวันนี้ 1,194 ราย มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มอีก 4,335 ราย รวมจำนวนการค้นหาเชิงรุกนับตั้งแต่มีการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากตลาดกลางกุ้งเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ทั้งสิ้น 60,956 ราย ได้รับผลตรวจทางห้องปฏิบัติการรวมแล้ว 57,674 ราย มีผลเป็นบวก (พบเชื้อ) รวม 4,221 ราย เป็นคนไทย 391 ราย ต่างด้าว 3,830 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90785</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, ผ่อนคลายพื้นที่เสี่ยง, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมอทวีศิลป์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210123/image_big_600bab2b3cb5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
