<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯสมช.คนใหม่​ ฟิต! ถก ศปก.ศบค.วันแรกหลังผ่อนคลายมาตรการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.64 -&amp;nbsp; เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 1 ต.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.) เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเป็นวันแรก​ โดยเข้าสักการะพระพรหม บนตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นไหว้ศาลพระภูมิ ศาลตายาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นสิริมงคลในโอกาสรับตำแหน่งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา​ 09.00 น.พล.อ.สุพจน์ ได้เข้าร่วมประชุมศูนย์ปฎิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด (ศปก.ศบค.)ประจำวัน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่1ต.ค.นี้ ถือเป็นวันแรกของการปรับมาตรการผ่อนคลายกิจการ กิจกรรมต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.สุพจน์ กล่าวก่อนประชุม ว่า &amp;ldquo;ขออนุญาตทำงานก่อน เดี๋ยวไว้มีโอกาสค่อยคุยกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118407</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผ่อนคลายมาตรการ, พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม, ศปก.ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_61567433283c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. ปักหมุด 1 ต.ค. เริ่มมาตรการโควิด ฟรี เซ็ตติ้ง ตอนนี้ไม่บังคับ ขอร่วมมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.64 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp;2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;หรือ ศบค. แถลงตอนหนึ่งว่า ที่ประชุม ศบค.วันนี้ได้มีการพูดถึงมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 แนวใหม่ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างปลอดภัย ที่เป็นมาตรการที่ผู้ประกอบการต่างๆ&amp;nbsp;เสนอเข้ามา โดยจะทยอยเปิดไปตั้งแต่วันนี้ ซึ่งมีการถามเข้ามาเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยองค์กร หรือ โควิด ฟรี เซตติ้ง ที่เป็นหนึ่งในมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 แนวใหม่ฯ ขอชี้แจงว่ายังไม่มีการบังคับใช้ในปัจจุบัน เป็นเพียงการขอความร่วมมือและสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว ซึ่งมาตรการย่อยที่ให้เคร่งครัดเรื่องระบบระบายอากาศ สุขอนามัย ความสะอาดปลอดภัย ร้านต่างๆ สามารถทำได้ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรการที่ให้พนักงานในร้านได้รับวัคซีนตามเกณฑ์และตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ทุกสัปดาห์ คงดำเนินการได้ในจังหวัดที่มีฉีดวัคซีนไปแล้วจำนวนมาก เช่น กทม.และปริมณฑล เนื่องจากเราเข้าใจว่าวัคซีนยังไม่ทั่วถึง แต่ปักหมุดวันที่&amp;nbsp;1 ต.ค.&amp;nbsp;ความพร้อมจะชัดยิ่งขึ้น ส่วนการให้ลูกค้าต้องได้รับวัคซีนนั้น ขณะนี้ยังเป็นการขอความร่วมมือ ยังไม่มีการบังคับ เมื่อเริ่มในสถานประกอบการที่พร้อมก็จะเป็นตัวอย่างนำร่องสำหรับสถานประกอบอื่นได้ศึกษา เพื่อที่จะได้มีการปรับปรุงวันที่&amp;nbsp;1 ต.ค. การดำเนินการจะได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรก็ตาม หากจังหวัดใดมีการฉีดวัคซีนให้กลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ตัวเองแล้วก็สามารถพิจารณาฉีดวัคซีนให้กลุ่มต่างๆ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในพื้นที่ตัวเองได้ตามบริบทของพื้นที่ เช่น ที่ จ.เพชรบูรณ์ ที่เสนอมาใน ศปก.ศบค.ว่าแหล่งท่องเที่ยวอย่างภูทับเบิก และเขาค้อ สามารถเข้าโครงการมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 แนวใหม่ฯ ได้หรือไม่ ก็ให้ร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวดำเนินการได้ทันที และศปก.ศบค.ขอบคุณทุกจังหวัดที่ริเริ่มและเสนอเข้ามา โดยขอให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดดูแลเรื่องการเข้มมาตรการ เพื่อให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน จะได้ฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115295</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อก, ปรับมาตรการ, ผ่อนคลายมาตรการ, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, ล็อกดาวน์, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f1613877917.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114671</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 20:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 20:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชง ศบค. คลายล็อกพื้นที่สีแดงเข้ม 29 จว. เปิดร้านอาหาร เสริมสวย นวดเท้า สถานที่เล่นกีฬา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.64 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า ในที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;19 (ศปก.ศบค.) ที่มี พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสมช. ในฐานผอ.ศปก.ศบค.เป็นประธาน เมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ส.ค. ได้พิจารณามาตรการผ่อนคลายบางส่วนตามข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข โดยจะนำข้อสรุปเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. เป็นประธาน ในวันที่ 27 ส.ค.เวลา 09.30 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีรายงานว่า ในที่ประชุม ศปก.ศบค. เตรียมเสนอให้ ศบค.ชุดใหญ่ ผ่อนคลายมาตรการบางประเภทในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือ พื้นที่สีแดงเข้ม 29 จังหวัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจำกัดการเดินทาง ที่ผ่อนคลายเป็นขอความร่วมมือหรือหลีกเลี่ยงการเดินทางและห้ามออกนอกเคหะสถานในเวลา 21.00&amp;nbsp;- 04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น และกำหนดมาตรการบริการขนส่งข้ามเขตพื้นที่สีแดงเข้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการจัดกิจกรรมนั้น ผ่อนคลายการจัดกิจกรรมหรือรวมคนได้ไม่เกิน 25 คน ขณะที่เรื่องร้านอาหาร บริโภคในร้านได้ ตามประเภทร้านและกำหนดเกณฑ์ ผู้รับบริการ ผู้ให้บริการ โดยเปิดได้ไม่เกิน 20.00 น. แต่ยังคงงดการจำหน่ายและงดดื่มสุราในร้าน ในส่วนศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า สามารถเปิดบริการได้แบบมีเงื่อนไข โดยเปิดได้ไม่เกิน 20.00 น. ยกเว้นกิจกรรมเสี่ยงบางอย่างที่ยังไม่ให้เปิดบริการ อาทิ สถาบันกวดวิชา โรงภาพยนตร์ สปา สวนสนุก สวนน้ำ ฟิตเนส ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ ห้องประชุม จัดเลี้ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในส่วนของร้านเสริมสวย ร้านนวด สถานเสริมความงามนั้น ผ่อนคลายให้เปิดบริการได้ ยกเว้นร้านนวดที่เปิดได้เฉพาะนวดเท้า ส่วนเรื่องสถานศึกษาทุกระดับ สถานกวดวิชา ผ่อนคลายให้ใช้อาคารสถานที่เพื่อจัดการเรียนการสอนทำกิจกรรมที่มีการรวมคนจำนวนมากโดยต้องผ่านการเห็นชอบจากกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม ร่วมกับความเห็นของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดโดยมีมาตรการกำกับอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานที่เล่นกีฬาหรือแข่งขันกีฬานั้น ผ่อนคลายให้เปิดบริการได้ประเภทกีฬากลางแจ้ง หรือในร่มที่เป็นที่โล่งอากาศถ่ายเทสะดวกไม่มีระบบปรับอากาศ และการซ้อมของนักกีฬาทีมชาติไทยทุกประเภทโดยผ่านความเห็นชอบและรับทราบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด คณะกรรมการโรคติดต่อกทม. โดยเปิดได้ไม่เกิน 20.00 น. สำหรับการจัดการแข่งขันต้องจัดโดยไม่มีผู้เข้าชม โดยผู้ที่จะร่วมการแข่งขันต้องได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ หรือ 1 เข็ม และตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ทุกสัปดาห์ ขณะที่ผู้จัดการแข่งขันต้องดำเนินการตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือพื้นที่สีแดง เรื่องการจำกัดการเดินทางนั้นผ่อนคลายเป็นไม่จำกัดการเดินทาง ส่วนเรื่องการจัดกิจกรรมนั้นผ่อนคลายเป็นห้ามรวมคนไม่เกิน 50 คน ขณะที่พื้นที่ควบคุมหรือพื้นที่สีส้มผ่อนคลายเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมรวมคนโดยรวมคนได้ไม่เกิน 100 คน โดยจะให้มีผลวันที่ 1 ก.ย. ขณะที่สถานบริการสถานบันเทิง และสถานบริการอื่นในลักษณะที่คล้ายกันนั้นยังคงปิดบริการในพื้นที่ทุกระดับสีเหมือนเดิม อย่างไรก็ตามสำหรับผลสรุปข้อเสนอดังกล่าวต้องรอความชัดเจนจากมติที่ประชุม ศบค.อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอเพื่อผ่อนคลายในส่วนของสถานประกอบการ และร้านอาหารในระบบปิดนั้น กระทรวงสาธารณสุขได้เสนอให้นั่งรับประทานอาหารในร้านได้ 50% และปิดร้านในเวลา 20.00 น. พร้อมกับมีเงื่อนไขการผ่อนคลายที่ได้ตกลงกับผู้ประกอบการในพื้นที่สีแดงเข้ม อาทิ ผู้ประกอบการ พนักงาน หรือผู้รับบริการจะต้องได้รับวัคซีนครบ 2 โดส หากเคยติดเชื้อต้องหายพ้นระยะการแพร่เชื้อแล้วมากกว่า 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน และมีการตรวจเชื้อแบบ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ในทุกสัปดาห์ หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงมากอาจต้องตรวจทุก 3 วัน ขณะที่ผู้เข้ารับบริการในพื้นที่สีแดงเข้มจะต้องมีการแสดงบัตรเขียวที่แสดงการรับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว หรือ บัตรเหลือง ที่แสดงตนว่าเคยติดเชื้อหายแล้วมากกว่า 1 เดือนแต่ไม่เกิน 3 เดือน หรือตรวจ&amp;nbsp;ATK&amp;nbsp;ในทุกสัปดาห์ โดยมีอายุการใช้งาน 1 สัปดาห์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114671</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลายล็อก, ผ่อนคลายมาตรการ, ร้านอาหาร, ล็อกดาวน์, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f1613877917.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114392</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. แถลงสถานการณ์โควิดในไทยกระเตื้องขึ้น ชี้โอกาสสูงผ่อนคลายมาตรการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.64 - ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่า ตัวเลขติดเชื้อใหม่ค่อยๆ ขยับลง น่าใจชื้นขึ้น ตัวเลขระดับโลกมีการติดเชื้อใหม่ 4 แสนรายต่อวัน สะสม 213 ล้านราย เสียชีวิตใหม่ 6,847 ราย คิดเป็น ร้อยละ 2.09 สะสม 4.4 ล้านราย ประเทศที่มีการติดเชื้อสูงสุด คือ สหรัฐอเมริกา รายใหม่ 7.4 หมื่นราย สะสม 38 ล้านราย เสียชีวิตใหม่ 313 ราย อังกฤษ ติดเชื้อใหม่ 3.1 หมื่นราย สะสม 6.5 ล้านราย เสียชีวิต 40 ราย อินเดีย ติดเชื้อใหม่ 1.05 หมื่นราย สะสม 32 ล้านราย เสียชีวิต 254 ราย ดังนั้น มีการติดตามในหลายประเทศ เพราะการระบาดของสายพันธุ์เดลต้า ทั้งประเทศที่มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างกว้างขวาง และบางประเทศเพิ่งเริ่มฉีด ก็พบปัญหาการติดเชื้อรายใหม่ที่สูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เฉวตสรร กล่าวว่า การติดเชื้อรายใหม่ของไทยวันนี้ 17,165 ราย ลดลงมาจาก 2 หมื่นราย คาดว่าหากสัปดาห์นี้มีการลดลงอย่างต่อเนื่อง ก็น่าจะผ่านจุดสูงสุด แต่ก็ต้องจับตามองอย่างต่อเนื่อง ค่าเฉลี่ยการติดเชื้อย้อนหลัง 7 วันอยู่ที่ 19,358 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตรายใหม่ 226 ราย เฉลี่ยย้อนหลัง 7 วัน อยู่ที่ 259 ราย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-24 ส.ค. ผู้เสียชีวิตสะสม 9,788 ราย คิดเป็น ร้อยละ 0.90 อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการติดเชื้อของกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จะต่ำกว่า 71 จังหวัด ทั้งนี้ ข้อมูลผู้ติดเชื้อสะสมในระบาดรอบเดือน เม.ย.64 ใน 71 จังหวัด รวม 514,521 ราย ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ที่ 482,398 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตัวเลขติดเชื้อใหม่ที่เคยแตะหลัก 2 หมื่นราย จะอยู่วันที่ 3-4 ส.ค. หลังจากนั้นจะแกว่งตัวลดต่ำกว่า 2 หมื่นรายบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็จะมากกว่า ไล่ยาวมาจนถึงช่วงท้ายที่สัปดาห์นี้ลดต่ำกว่า 2 หมื่นราย หากเราลดลงต่อเนื่อง ก็จะสอดคล้องกับโมเดลที่เราดูกันไว้ก่อนเดือน ส.ค.ว่า ช่วงพีคสูงสุดจะอยู่ในเดือน ส.ค. น่าจะเป็นสัญญาณที่ดี ที่จะทำให้มาตรการผ่อนคลายต่างๆ มีโอกาสเป็นไปได้สูง&amp;rdquo; นพ.เฉวตสรร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เฉวตสรร กล่าวเพิ่มว่า เมื่อดูกราฟแสดงจำนวนผู้ป่วยอาการหนักในไทย พบว่า ยังคงระดับ จากจุดพีคที่เห็นแม้รายใหม่ลดลง แต่จำนวนผู้ป่วยสะสมที่ผ่านมา จะทำให้เห็นภาพผู้ป่วยหนักยังคงระดับสูงต่อไปอีกระยะ ส่วนผู้ป่วยที่ใส่ท่อช่วยหายใจในภาพรวมประเทศ ข้อมูลวันที่ 23 ส.ค.64 ตัวเลขอยู่ที่ 1,095 ราย แบ่งเป็น กรุงเทพฯและปริมณฑล 563 ราย และต่างจังหวัด 532 ราย ขณะที่จำนวนผู้ป่วยครองเตียง อาการหนักและใส่ท่อช่วยหายใจ ของพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาพรวมไต่ระดับสูงขึ้น แนวโน้มจะต่างกับต่างจังหวัด 71 จังหวัด ที่มีโนวแน้มลดลง แสดงให้เห็นว่า แม้ต่างจังหวัดมีรายใหม่สูงกว่าแต่แนวโน้มผู้ป่วยอาการหนักไม่สูงขึ้น การเข้าถึงการดูแลมีประสิทธิภาพทำให้ป้องกันอาการป่วยหนักได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เฉวตสรร กล่าวต่อว่า การรวบรวมข้อมูลการตรวจด้วยแอนติเจน เทสต์ คิท (ATK) ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามกลุ่มเขต ที่มีความพยายามรวบทั้งหมดแต่ก็มีส่วนตกหล่นอีกจำนวนหนึ่ง ข้อมูลเฉลี่ย 7 วันย้อนหลัง 3,167 ราย เฉลี่ย 14 วัน อยู่ที่ 2,761 ราย แสดงให้เห็นว่า สัปดาห์ล่าสุดมีจำนวนมากกว่าสัปดาห์ก่อนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โดยการตรวจเอทีเค เปอร์เซ็นต์การพบผลบวกจะอยู่ที่ร้อยละ 10 บวกลบ สูงสุดเคยถึง ร้อยละ 20 ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ว่ามีการระบาดเข้มข้น และมีผู้ที่มีอาการเปอร์เซ็นต์ก็จะสูงได้&amp;rdquo; นพ.เฉวตสรร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์ฉีดวัคซีนโควิด-19 เมื่อวานนี้ (23ส.ค.64) ฉีดได้ 573,446 โดส สะสม 27,612,445 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 20.8 ล้านโดส ครอบคลุมประชากร ร้อยละ 28.9 เข็มที่ 2 อีก 6.2 ล้านโดส ครอบลุม ร้อยละ 8.6 ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนมีความก้าวหน้าต่อเนื่อง จากการได้วัคซีนมาฉีดในช่วงครึ่งหลังของปี ศักยภาพการฉีดเราสามารถเพิ่มได้มากกว่าที่ทำในปัจจุบันอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น หากมีวัคซีนก็เร่งฉีดขึ้นได้ ก่อนหน้านี้เน้นใน 13 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด มีประชากร 22 ล้านคน ได้ฉีดเข็มที่ 1 แล้ว 11.5 ล้านคน คิดเป็น ร้อยละ 52.1 ส่วนจังหวัดอื่นๆ มีประชากร 49 ล้านคน ฉีดแล้ว 9 ล้าน คิดเป็น ร้อยละ 18.6 ภาพรวมอยู่ที่ ร้อยละ 28.9 ส่วนกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป กรุงเทพฯ ฉีดแล้ว ร้อยละ 95 นนทบุรี ร้อยละ 40 ซึ่งรวม 13 จังหวัด เฉลี่ยร้อยละ 65.8 ส่วนจังหวัดอื่นๆ 64 จังหวัด ฉีดไป ร้อยละ 31.2 ซึ่งเป็นจุดที่เน้นย้ำที่จะขยายการฉีด และให้มีการเข้าถึงด้วยการฉีดที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) การจัดหน่วยลงไปฉีดในชุมชน ก็ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูล และมั่นใจวัคซีนทุกสูตรที่คณะผู้เชี่ยวชาญทั้งในและนอก สธ. ให้ความเห็นว่า เป็นสูตรที่สามารถป้องกันการเสียชีวิต ป้องกันป่วยหนัก ให้เราผ่านพ้นการระบาดไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.เฉวตสรร ยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้ ฉีดเข็มที่ 1 ไปแล้ว 20.8 ล้านคน คิดเป็น ร้อยละ 41.7 ของเป้าหมายการฉีด 50 ล้านคน แบ่งเป็น บุคลากรสาธารณสุข 8.6 แสนคน เจ้าหน้าที่ด่านหน้า 1.02 ล้านคน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 6.1 แสนคน ผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง 2.3 ล้านคน ประชาชนทั่วไป 11.5 ล้านคน ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป 4.3 ล้านคน และ หญิงตั้งครรภ์ 2.5 หมื่นคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114392</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เฉวตสรร นามวาท, ผ่อนคลายมาตรการ, ล็อกดาวน์, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611d10f68d3bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113627</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. ไฟเขียวแข่งกีฬาแบบไม่มีผู้เข้าชมนอกพื้นที่สีแดงเข้ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.64 - รายงานข่าวจากศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp;(ศกป.ศบค.) แจ้งว่า สำหรับข้อเสนอของสมาคมกีฬาต่างๆ ที่ขอผ่อนคลายให้มีการจัดการแข่งขันกีฬา เช่น การแข่งขันฟุตบอลไทยลีกนั้น ให้เป็นไปตามที่สมาคมกีฬาให้ข่าวไป ว่าพูดคุยกับทาง ศปก.ศบค.แล้ว โดยไม่ต้องเข้าที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ เพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 29 จังหวัด โดยให้เริ่มมีผลวันที่ 1 ก.ย. โดยการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นเป็นการแข่งขันแบบไม่มีผู้เข้าชม ส่วนข้อเสนอที่จะขออนุญาตให้มีการแข่งขันในพื้นที่สีแดงเข้มโดยไม่มีผู้ชมนั้น ทางสาธารณสุขยังไม่อนุญาต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113627</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดสนามกีฬา, ผ่อนคลายมาตรการ, ศบค., ศปก.ศบค., แข่งกีฬา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b8d9b05a39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106998</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.คลายมาตรการ ให้ สระว่ายน้ำ ห้องสมุด สนามกีฬากลางแจ้ง เปิดได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิถุนายน 2564 มีรายงานว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ลงนามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 33) เพื่อผ่อนคลายให้สถานที่ กิจการ กิจกรรม บางประเภทตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 32) ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2564 สามารถเปิดดำเนินการหรือทำกิจการ กิจกรรม บางอย่างได้ โดนต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน ควบคุมโรค เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.สระว่ายน้ำสาธารณะ หรือ กิจกรรมอื่นๆ ในทำนองเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.สระน้ำเพื่อการเล่นกีฬา หรือ กิจกรรมทางน้ำในบึง เช่น เจ็ตสกี ไคท์เซิร์ฟ เครื่องเล่นประเภทบานาน่าโบ้ต โดยจำกัดจำนวนผู้เล่นตามจำนวนเครื่องเล่นและขนาดพื้นที่ สามารถเปิดบริการได้ไม่เกินเวลา 21.00 น. และสามารถจัดแข่งขันกีฬาได้โดยไม่มีผู้ชมในสนาม เมื่อได้มีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา อุทยานวิทยาศาสตร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม และหอศิลป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ห้องสมุดสาธารณะ ห้องสมุดชุมชน ห้องสมุดเอกชน และบ้านหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้บริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มในร้านได้ไม่เกินเวลา 23.00 น. แต่ห้ามการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน โดยจำกัดจำนวนผู้นั่งบริโภคในร้านเฉพาะที่เป็นการบริโภคในห้องปรับอากาศไม่เกินร้อยละ 50 ของจำนวนที่นั่งปกติ ทั้งนี้ ให้ผู้ประกอบการจัดให้มีมาตรการคัดกรองผู้เกี่ยวข้อง การจัดระเบียบผู้เข้าใช้บริการ และการเว้นระยะห่างตามคำแนะนำและมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.สนามกีฬาหรือสถานที่เพื่อการออกกำลังกายประเภทกลางแจ้ง หรือที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง หรือสนามกีฬา หรือสถานที่เพื่อการออกกำลังกายประเภทในร่มที่อากาศถ่ายเทได้ดี สามารถเปิดให้บริการได้ไม่เกินเวลา 21.00 น. และสามารถจัดการแข่งขันได้โดยไม่มีผู้ชมในสนาม เมื่อได้มีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนด 7.ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ให้เปิดดำเนินการได้ตามเวลาปกติของสถานที่นั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.การจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค เช่น การประชุม การสัมมนา การแจกจ่ายอาหารหรือสิ่งของต่างๆ การจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ การเข้าค่าย การถ่ายทำภาพยนตร์หรือรายการโทรทัศน์ กิจกรรมทางศาสนา การปฏิบัติธรรม การพบปะญาติผู้ใหญ่ ให้ดำเนินการโดยจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่เกิน 50 คน กรณีเกิน 50 คน แต่ไม่เกิน 500 คน ให้ขออนุญาตโดยยื่นแผนการจัดงานและมาตรการควบคุมโรคต่อสำนักอนามัย กทม. ก่อนจัดงาน เว้นแต่เป็นการดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐ หรือเป็นกิจกรรมในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นสถานที่กักโรค โดยดำเนินการตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีนอกเหนือจากประกาศนี้ ให้ปฏิบัติตามประกาศฯ ฉบับที่ 32&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106998</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ผ่อนคลายมาตรการ, สนามกีฬา, ห้องสมุด, เปิดสระว่ายน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a275d70db4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯสมช.เผยการพิจารณาคลายล็อกต้องรอสธ.ชง ยันศบค.ไม่ได้คิดทำเองทุกอย่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.64- พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (ผอ.ศปก.ศบค.) ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณามาตรการคลายล็อกให้กิจกรรมและกิจการอื่นๆ เช่น ผู้ประกอบการร้านอาหาร ว่า ต้องรอฟังความเห็นจากกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เสนอมาตรการเข้ามา ยืนยันว่าที่ผ่านมาการทำงานของศบค. ไม่ใช่เป็นการสั่งการแต่บูรณาการขับเคลื่อนทำงานร่วมกัน หากเป็นเรื่องการควบคุมโรคและรักษาพยาบาลการแพทย์ต้องฟังจากกระทรวงสาธารณสุข และต้องหารือกับกระทรวงอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย เมื่อมีการเสนอมาตรการมาจากสธ. ทางศบค. ก็พร้อมพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าหากประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดในปัจจุบัน มีแนวโน้มที่จะสามารถเปิดร้านอาหารได้ปกติหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ปัจจุบัน ร้านอาหารก็เปิดให้บริการอยู่แล้ว หรือหากจะเปิดเต็มรูปแบบหรือขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก็ต้องฟังจากสธ.เป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงกรณีที่ตัวแทนนักดนตรีมาพบเพื่อเสนอให้ผ่อนคลายมาตรการ ได้ยื่นข้อเสนอ อะไรหรือไม่ เลขาฯสมช. กล่าวว่า เขาก็เสนออยากให้ผ่อนคลาย และได้ตอบไปว่าเราเห็นใจและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. ก็สั่งให้ดูแล แต่อย่างที่บอกต้องดูมาตรการการควบคุมโรคจากสาธารณสุขว่าจะสามารถผ่อนคลายมาตรการได้อย่างไร โดยจะมีการเสนอมาตรการให้ที่ประชุมศบค. ชุดใหญ่ พิจารณาวันศุกร์ที่ 18 มิ.ย.นี้ ทุกครั้งหากมีมาตรการอะไรออกมาจะต้องเริ่มต้นจากสธ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่าเราทำงานร่วมกันทั้งหมด ไม่ใช่ศบค.คิดสั่งการเองทุกอย่าง หากสธ. เสนอ ก็ต้องดูว่ากระทรวงมหาดไทย (มท.) สามารถดำเนินการตามมาตรการ และบังคับใช้ได้หรือไม่ หรือฝ่ายความมั่นคงสามารถทำงานได้หรือไม่&amp;rdquo;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106410</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐพล นาคพาณิชย์, ผ่อนคลายมาตรการ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c8147219a86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
